Lady Dark

ขอบคุณท่านรีดทุกคนนะงับที่เข้ามาอ่านนิยายของเก๊าาา ><

Day 2 ลางร้ายที่มาพร้อมกับความจริง [การคลุกคามจากฝันร้าย] 100%

ชื่อตอน : Day 2 ลางร้ายที่มาพร้อมกับความจริง [การคลุกคามจากฝันร้าย] 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย สยองขวัญ,สั่นประสาท

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ธ.ค. 2558 23:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Day 2 ลางร้ายที่มาพร้อมกับความจริง [การคลุกคามจากฝันร้าย] 100%
แบบอักษร

#

 

วันที่ 2 : ลางร้ายที่มาพร้อมกับความจริง 

[การคลุกคามจากฝันร้าย]

 

[ห้องวิจัยและพิสูจน์เชื้อไวรัส]

                เขาถูกพวกมันลากมาที่กลางห้องวิจัยห้องหนึ่ง ห้องนี้ทั้งมืดและเย็น แถมเขายังถูกผลักให้ล้มลงนั่งกลางวงล้อมอีก ร่างกายสะบัดสะบอมเกินกว่าจะต่อสู้อีก เนื่องจากตลอดทางนั้นเขาถูกซ้อมมาเรื่อยๆ จนมาถึงห้องนี้ ใช่ว่าเขานั้นไม่สู้ แต่ยิ่งสู้ก็ดูเหมือนเรื่องจะไม่จบง่ายๆ และยิ่งหนี พวกมันก็ยิ่งตาม!!

                “ไง!! มึงคิดว่าจะหนีพวกกูได้หรอวะ!!” ร่างสูงที่เป็นหัวโจกของกลุ่มทิ้งบุหรี่ลงพื้นและพ่นควันออกมา ก่อนจะตะคอกใส่หน้าของเขาพร้อมกับต่อยเข้าที่ท้องน้อย จนเขาจุกแทบไม่มีแรง ความรู้สึกอ่อนล้าอยู่แล้วยิ่งทับทมเข้าไปอีก ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นข้างในก่อให้เกิดความแค้น เมื่อถูกกระทำเช่นนี้ มีหรือเขาจะทนอยู่เฉยไหว

                ถุ้ย!

                “มึงกล้ามากนะไอ้มอร์แกน!”  ทันทีที่เขาถ่มน้ำลายที่เจื้อเลือดใส่หน้าหัวโจกนั้น เขาก็ถูกเตะปากทันที และเมื่อหัวโจกเริ่ม คนอื่นๆ ก็ยิ้มออกมาอย่างสนุกสนานพร้อมกับเข้ามาร่วมวงด้วย ตอนนี้เวลานี้เขาไม่รู้สึกอะไรแล้วนอกจากความชา ที่ค่อยๆ ชาไปทั่วร่างของเขาและกลิ่นสาบคาวกับรสเค็มๆ ของเลือดที่ออกมาทั่วทั้งปากและจมูกของเขา ไหนจะเลือดที่หัวแตกตอนถูกพวกนั้นลากมาอีก เรียกได้ว่าตอนนี้ เขานั้นเลือดอาบหน้าเลยทีเดียว

                “เฮ้ย!! พอก่อนเดียวมันตายซะหรอกไอ้เต้” ที่หลังจากที่เขาถูกรุมอัดนานนับสักสิบนาทีได้ ลูกน้องในกลุ่มนั้นก็ตะโกนร้องห้ามขึ้น ตอนนี้ตาของเขาแทบจะปิดสนิทแล้ว ตามเนื้อตัวก็เริ่มปรากฏให้เห็นรอยช้ำน้อยใหญ่ทั่วลำตัว สติก็เริ่มจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว

                “จะสนไปทำไม กูก็ต้องการให้มันตายอยู่แล้ว มันจะได้สาสมกับสิ่งที่มันทำ!!” เมื่อนึกถึงสิ่งที่เขาทำไว้นั้น มันก็ทำให้หัวโจกอยากจะกระทืบซ้ำต่อ แต่ติดตรงที่ว่าเพื่อนของตนห้ามไว้

                “อย่าดีกว่า...” เพราะว่าเพื่อนขอ หัวโจกก็เลยหยุดพลางมองไปรอบๆ ห้อง จนสะดุดอยู่ที่หลอดทดลองแก้วหลอดหนึ่งซึ่งถูกเก็บรักษาอย่างดีภายในตู้เก็บตัวอย่างไวรัส

                ขณะที่เขากำลังจะหมดสติลง หางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นว่าหัวโจกนั้นกำลังพยายามทุบตู้เก็บตัวอย่างไวรัสที่พ่อและแม่ของเขาได้วิจัยอยู่  ความคิดชั่วร้ายแล่นเข้าสู้สมองของหัวโจกทันที โดยไม่สนว่าความคิดนั้นจะทำให้อีกฝ่ายตรงหน้าเริ่มสั่นเพราะความกลัวมากแค่ไหน

                เพียงแค่ขยับตัวจะหนีนั้น พวกลูกน้องที่ยืนอยู่ ต่างก็พากันจับเขากดลงกับพื้นแล้วจิ้กผมของเขาให้เงยหน้าขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมรับโชคชะตาอันแสนเลวร้าย

                “ยะ...อย่านะ!!!! พวกนายจะบ้ากันไปแล้วรึไง!! นั่นมันไวรัสที่ยังไม่ได้พิสูจน์เลยนะ!!!” เท่าที่ทำตอนนี้ได้คือการเกลียกล่อม แต่ดูเหมือนว่าในเวลานี้จะไม่มีใครสนใจฟังที่เขาพูดเลยแม้แต่น้อย

                “จับมันบีบปากไว้!” ทันทีที่หัวโจกสั่งเสร็จ ปากของเขาก็ถูกบีบออก แม้ว่าเขาจะพยายามเม้มปากไว้แค่ไหน แต่แรงอันน้อยนิดของเขามีหรือจะสู้แรงของผู้ชายถึงสองคน

                หัวโจกค่อยๆ เดินมาที่เขาอย่างเยือกเย็นพร้อมกับจ้องมองเขาด้วยแววตาแค้นเคืองและสะใจ ชะตากรรมอันหน้าเวทนาที่เขานั้นไม่มีสิทธิ์เลี่ยง อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด.. แม้ว่าจะคิดอย่างนั้น แต่ใจของเขากลับหวาดกลัวต่อสิ่งที่จะเกิด ร่างกายเริ่มสั่นเทาเพราะความกลัวที่เกิดขึ้น  จากที่อยู่เฉยๆ เขาก็เริ่มที่จะดิ้นไปมาเผื่อว่าจะรอดหรือปัดหลอดทดลองแตก

                “จับมันดีๆ ดิวะ อย่าให้มันดิ้น!” เพียงแค่นี้ เขาก็ถูกต่อยเข้าที่ท้องน้อยอีกครั้ง ร่างกายเกินจะรับไว้ จนต้องอ้วกออกมา ซึ่งกองอ้วกของเขามีแต่เลือดกับเลือดเท่านั้น เขาไม่มีแรงจะสู้อีกแล้ว

                เมื่อเห็นว่าเป้าหมายแน่นิ่งไป หัวโจกก็จัดการจับหลอดทดลองที่บรรจุของเหลวสีฟ้ากรอกปากทันที โดยไม่มีใครพูดอะไรทั้งสิ้น ทามกลางความเงียบความข่มขื่นเกิดขึ้นทันทีที่ของเหลวนั้นหรือก็คือเชื้อไวรัสผ่านลำคอของเขาลงไปยังกระเพาะนั้นสุดแสนจะเฝื่อนคอจนเกินทน กลิ่นสารเคมีต่างๆ ที่ถูกผสมรวมอยู่ด้วยต่างถาถ่มเต็มไปหมดทั้งในปากและจมูก ความรู้สึกที่อยากจะอ้วกออกมารอบสอง มาพร้อมกับอาการวิงเวียงศีรษะ โลกทั้งใบหมุนไปมาแปลกๆ ความรู้สึกที่ไข้จะจับเอาให้ได้ตอนนี้นั้นมันช่างทรมาร สติที่ก่อนหน้านี้แทบไม่มีอยู่นั้น เริ่มที่จะเลื่อนลางหายไปหมด ดวงตาทั้งสองข้างค่อยๆ ปิดลง...ปิดลง...จนทุกสิ่งทุกอย่างเข้าสู่ความมืด.....!!

 

[03 : 30 A.M. ใต้สะพานแม่น้ำดอล์เทอร์]

[Morgan : Part]

 

                “เฮ้ยดันเต้! ทำแบบนี้มันจะดีหรอวะ นี่มันฆ่าคนชัดๆ เลยนะเว้ย!!บทสนทนาเล็กๆ ที่เกิดขึ้น ชวนให้ผมต้องกระพริบตาตื่นขึ้น เพราะยังจำได้ว่าเกิดอะไรกับตัวเอง แต่ว่าทำไม ทั้งๆ ที่ผมตื่นแล้วแท้ๆ แต่ผมก็ไม่เห็นอะไรนอกจากความมืด และที่ร้ายที่สุดก็คือความอึดอัด ทั้งมือและข้อเท้าต่างถูกอะไรสักอย่างมัดอย่างแน่นหนา ที่สำคัญคือ ผมขยับตัวไม่ได้เลย ความหยาบและสาบที่รับรู้ได้จากผิวหนังส่วนแขนทำให้ผมเริ่มกลัว

            นี่เราถูกจับใส่กระสอบบหรอ!!!?

                ความคิดนี่แล่นเข้าในหัวของผม...มันทำให้ผมกลัวสุดขีดเลยทีเดียว ผมไม่คิดว่าพวกมันจะบ้ากันขนาดนี้ พวกมันทั้งหมดกะจะฆ่าผมเลยหรอ ความกลัวตายสั่งให้ผมดิ้นรนหาชีวิตรอด แต่ร่างกายนั้นหมดแรงเกินว่าจะสั่นไหวหรือดิ้นรนแล้ว ผมอยู่เฉยๆ อย่างคนหมดหวัง ชะตากรรมของผมต้องจบลงแบบนี้นะหรอ ...

                “จะสนไปทำไม!! ก็แค่ไอ้ขยะคนหนึ่งเอง พวกเราก็แค่ช่วยทิ้งขยะให้ แทนเทศบาลเท่านั้นเอง!!!” เสียงคุยเริ่มที่จะดังขึ้นเรื่อยๆ ผมพยายามฟังเสียงรอบข้างให้มากที่สุด เผื่อจะรู้ว่าตัวเองตายที่ไหน แต่รอบข้างกลับเงียบกริบ นอกจากเสียงของพวกมันผมก็ได้ยินแค่เสียงน้ำไหลเบาๆ ไม่มีเสียงรถ ไม่มีเสียงผู้คน นี่พวกมันพาผมมาอยู่ที่ไหนกัน!!!

                “แต่มันไม่เกินไป...”

                “ไม่ต้องพูดมาก!! โยนๆ ไปซะก็หมดเรื่อง ถ้าใครมาเห็นเข้าเดียวก็ซวยหมดหรอก!!” คนแรกยังไม่ทันทีจะพูดจบ เสียงของดันเต้ก็แทรกขึ้นทันที ผมเริ่มหลับตาแล้วนึกถึงบุคคลที่ผมคิดถึง และเริ่มสั่งเสียในใจ...

            พ่อครับแม่ครับ ขอบคุณมากนะครับที่ทำให้ผมเกิดมา ผมขอโทษนะครับที่ไม่ได้อยู่ตอบแทน ปู่ครับผมกำลังจะไปหาแล้วนะครับ...

                “พวกแกจะกลัวอะไรกันนักหนาวะ ตำรวจนะทำอะไรเราไม่ได้อยู่แล้ว อย่าลืมสิ ว่าพ่อกูเป็นใคร!!” เมื่อได้ยินดันเต้รับปากพวกมันก็พากันยกผมที่อยู่ในกระสอบทันที

                ก่อนที่ผมจะถูกโยนลงน้ำ ผมนึกถึงใครบางคน...ใครบางคนที่ทำให้ผมยิ้มได้ตลอด ใครบางคนที่ร้องไห้ให้ผมตลอด เวลาที่ผมถูกพวกมันทำร้าย ใครบางคนที่เวลาเขินแล้วจะน่ารักที่สุด และใครบางคนที่ผมเป็นเจ้าของรอยจูบเธอ...

            ลาก่อนนะคาเรน

                ตูม!!!

                ทันทีที่เกิดเสียง ผมก็รู้สึกหนาวจับขั้วหัวใจ อุณหภูมิในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว เหมือนกับอากาศที่ตอนนี้ไม่มีอยู่แล้ว

                อึก! อึก!

                ความอึดอัดที่หายใจไม่ออกเริ่มทรมาน ร่างของผมเริ่มที่จะจมดิ่งลงพื้นน้ำเรื่อยๆ ความทรมานเริ่มเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น ผมแค้นที่ต้องมาทรมานแบบนี้!! ความหนาวเย็นเริ่มกัดกินร่างกายและสติของผม สิ่งสุดท้ายก่อนที่ความทรมานจะสิ้นสุด...

 

                ผมจะกลับมาแก้แค้นพวกมัน!!!

 

=ตัวละคร=

 

#

-มอร์แกน-

 

#

-ดันเต้-

 

<<ตูหู้ววววว บทนี้สั้นไปนิดคงไม่เป็นไรเน้ออออ บทนี้ให้ความรู้สึกยังไงกันมั้งเอ่ยย ไรท์ต้องแก้ตรงไหนเพิ่มอีกมั้ยค่ะ เม้นบอกเก๊าด้วยนะ TT และเหมือนเดิมค่ะ ขอขอบคุณรีดทุกท่านที่สละเวลาเข้ามาอ่าน ขอบคุณก๊าบบบบ ((จะขอบคุณแบบนี้ทุกบทเย้ย 555))>>

 

 

ความคิดเห็น