คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 1 (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ย. 2562 14:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 (2)
แบบอักษร

 

 “คุณพ่อไปคุยกับพ่อเหนือแป๊บเดียว เดี๋ยวจะกลับมาช่วยนะครับ น้องวินจะได้วาดรูปต่อ” 

“คุยนานๆ ก็ได้ครับคุณพ่อ รูปของน้องวินวาดเสร็จแล้ว” 

เด็กชายตัวน้อยมีความสามารถพิเศษ สามารถวาดรูปได้หลากหลาย ความสามารถนี้ได้มาจากการสอนของคุณตาชัยวัฒน์ ธาวินช่วยสานต่อให้โดยการจ้างครูสอนพิเศษ มาสอนที่บ้านเพื่อเพิ่มทักษะ จนตอนนี้น้องวินสามารถวาดรูปได้สวยงามมากยิ่งขึ้น 

น้องวินบอกว่าโตขึ้นจะช่วยธุรกิจที่บ้าน ส่วนการวาดรูปเก็บไว้เป็นงานอดิเรก ฟังลูกเขาพูดสิ น่ารักขนาดนี้ แล้วเขาจะไปไหนรอด หลงลูก แถมยังรักเมียมาก เขาจะทรยศต่อความรักของทุกคนได้ยังไง 

“ครับ ลูกชายของคุณพ่อ เก่งที่สุดในโลกเลย” ธาวินหอมหน้าผากลูกชาย เลยผ่านไปยังแก้มนุ่มนิ่มของภรรยาสุดที่รัก หล่อนกลั้นยิ้มสุดความสามารถ เขาเห็นแล้วยิ่งหลงรัก 

“ไอ้เหนือ ถึงคิวมึงแล้ว ออกไปคุยข้างนอกกันเถอะ โทษทีที่ให้รอนาน” หนุ่มเจ้าของบ้านเดินนำหน้าเพื่อนสนิทออกไป มันเดินตามออกมาต้อยๆ ช่วงนี้อยู่ในฤดูฝนแดดช่วงบ่ายไม่ค่อยมี มีเพียงเมฆครึ้มปกคลุมทั่วท้องฟ้า ยังไม่มีทีท่าฝนจะตั้งเค้าสองหนุ่มก็เลยไม่แคร์สภาพอากาศ มานั่งคุยกันยังชุดรับแขกตรงระเบียงบ้าน 

“มีอะไรอยากพูด อยากปรึกษา หรืออยากระบายก็จัดมาได้เลยไม่ต้องเกรงใจ” 

ธาวินยกขึ้นกอดอกตั้งใจฟังในสิ่งที่เมืองเหนือร้อนใจรีบขับรถดิ่งมาถึงที่นี่ เขาเงียบรอฟัง มันเองก็เงียบ ไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไง อ้าปากจะพูดอะไรหลายครั้ง ก็งับกลับเหมือนเดิมพูดไม่ออกซะงั้น อึกอักนานเข้าก็ยกมือขึ้นขยี้ศีรษะตัวเองแรงเหมือนคนสติแตก 

“หยุดก่อน หยุดก่อน มีอะไรก็ค่อยๆ พูด ไม่ต้องคิดมาก พูดมาตามที่คิดนั่นแหละ” 

ให้ตายเถอะ จะหัวเราะก็เกรงจะถูกเตะเต็มๆ ฝ่าเท้า ธาวินก็เลยต้องบอกมันให้ใจเย็น 

‘เมืองเหนือ เตชะราช’ หล่อขั้นสวรรค์แรดขั้นพระอินทร์ ทำหน้าอมทุกข์เหมือนกำลังจะเป็นจะตาย 

“กูเบื่ออารมณ์ของตัวเองโคตรๆ เลยว่ะ” 

“ช่วงนี้งานในไร่ไม่หนักเหรอ ถึงมีเวลาฟุ้งซ่าน” 

“หนักสิวะ มึงก็รู้ว่าช่วงหน้าฝนการทำไร่มันลำบากมากแค่ไหน” งานในออฟฟิตยังหนักไม่เท่าต้องไปคุมงานในไร่ เพื่อนเขารู้ซึ้งดีเพราะธุรกิจของที่บ้านก็มีลักษณะคล้ายกัน งานหนักไม่ต่างกัน 

“เข้าใจ ช่วงนี้ไร่กูก็ยุ่งๆ ใกล้ฤดูการเก็บเกี่ยวแต่แม่งเสือกมีแมลงจากไหนไม่รู้มากัดกิน แล้วนี่มึงมีอะไรถึงมาหากูถึงบ้าน” 

“กูเพิ่งมาจากกรุงเทพ ลงเครื่องเสร็จก็เลยแวะเอาของฝากมาให้หลาน ความจริงก็แค่นั้นแหละ ไม่ได้มีเรื่องอะไรมาเล่าให้ฟังหรอก” 

“เหรอ! บอกไม่มีอะไรทั้งที่หน้ามึงอมทุกข์แบบนี้เนี่ยนะ เห็นกูหน้าเด็กเหมือนลูกชายกูเหรอ อะไร ยังไง เล่ามา ทะเลาะกับเมีย หรือเมียจับได้ว่าแอบไปนอนกับคนอื่น” เลิกคิ้วขึ้นสูงเชิงถาม 

“พ่อมึงสิ ไม่ใช่เว้ย กูยังไม่มีเมียสักหน่อย” 

“อย่ามามุก เมียเป็นร้อยแล้วมั้งหน้าหื่นๆ แบบมึง” กระตุกยิ้มมุมปาก ตลกสีหน้าเหรอหราของมัน มันไม่รู้ตัวเหรอว่าโคตรตลก 

“ไม่จริงโว้ย เรื่องนี้กูขอเถียงขาดใจ ถ้ากูร้อย มึงก็สองร้อยแหละวะไอ้เก้า นอนกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าไม่ต่างจากกูแหละมึง” 

อดไม่ได้เหน็บกลับคืนบ้าง แต่ลืมตัว พลาดอย่างแรงเพราะเหน็บเสียงดังไปหน่อย มารู้สึกตัวว่าพูดไม่ดี ก็ตอนเห็นสีหน้าของเพื่อนสนิท คาดว่ามันคงกลัวเมียรักบังเอิญผ่านมาได้ยิน 

“ไอ้เหนือ ไอ้เพื่อนสารเลว!” 

เท้าเขาไวมาก ถีบหัวเข่ามันเข้าให้เต็มแรง “นั่นมันเรื่องก่อนกูกับเมียกูจะคืนดีกัน อย่ามาเสือกพูดเสียงดังให้เมียกูได้ยิน” 

“โทษทีๆ กูมันปากหมาสมองนิ่ม” 

“อย่าพูดอีกเชียว กั้งเป็นเมีย แล้วก็เป็นแม่ของลูกกูด้วย กูไม่อยากให้เขาได้ยินแล้วเก็บไปคิดเล็กคิดน้อย” 

คราวก่อนก็คิดแล้ว ว่าเขาเบื่อประตูหน้าไปชอบประตูหลังของคุณราช คิดได้ไงว่าเขาเป็นเกย์ 

“ขอโทษไปแล้วไงวะ ไม่พูดอีกหรอก” 

ฮึ! เบื่อจริง พวกมีครอบครัวแล้วรักเมียรักลูกยิ่งกว่าตัวเอง ถูกคนอื่นล้อว่ากลัวเมียจนหงอก็ยิ้มรับร่าเริง 

“สรุปว่ามึงจะมาเล่าอะไรให้กูฟัง” 

ไม่ใช้คำว่าปรึกษาแล้ว รับฟังมันก็พอ นิสัยขวานผ่าซากของเมืองเหนือ ไม่รู้จะมีใครปราบได้ไหม 

“ไม่มีอะไรหรอก เล่าไปมึงก็ไม่เข้าใจความรู้สึกของกู” 

ยกมือขึ้นกอดออกหลังจากบอกปัดไปประโยคสั้นๆ ขมวดคิ้วเข้มจนเป็นเส้นตรง คนฟังหลุดเสียงหัวเราะ มองหน้ามัน 

“เออ พูดถูก ไม่เข้าใจสิวะ ก็มึงไม่ยอมบอกอะไรให้กูฟังเลยนี่หว่า มาถึงก็ทำหน้าเครียดให้เล่าอะไรก็มัวแต่อมไว้ในปาก ใครจะไปอ่านใจมึงออกครับไอ้คุณเหนือ” 

“ก็กูไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงนี่หว่า ถ้ามันพูดง่ายก็เล่าให้ฟังไปแล้วสิวะ” เขากลอกตาใส่ ยกน้ำใบเตยมาจิบ เมื่อกี้ตอนออกมาถือติดมือมาด้วย น้องวินคนเก่งอุตส่าห์เอามาเสิร์ฟทั้งที 

“เอางี้นะมึง เริ่มต้นจากการตอบคำถามขั้นเบสิกเลยนะ ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ ตอบมาให้ครบทุกข้อ ห้ามเลี่ยง” 

นั่นปะไร! มันก็ถามตรงเกิ๊นนน ตอบหมดนั่นรู้เรื่องพอดี 

เมืองเหนือขยับปากขมุบขมิบด่าเพื่อนรักไม่เป็นภาษา ไม่มีความหมาย แน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่สามารถจับประเด็นได้ 

“ตอบสิวะ มองอยู่ได้” 

ธาวินเร่งรัด อยากรู้แล้วว่าทำไมเพื่อนถึงทำหน้าบูดเป็นตูดหมึกขนาดนี้ ใครกันทำเมืองเหนือเพลียใจ 

“ยัยเด็กคนนั้น” 

คำตอบแรกเสียงค่อนข้างห้วน เมืองเหนืออึดอัดใจทว่าสุดท้ายยอมตอบจนครบทุกคำถาม “กลับมาอยู่ที่บ้านกับพ่อกูแล้ว ไม่รู้ว่าคิดวางแผนจะแต่งงานกันในไร่หรือเปล่า กูกลุ้มใจ” 

“อย่าบอกนะว่าน้องปริม!” ธาวินตกใจ 

แฉลบสายตาไปมองหน้าเพื่อน ตอบกระแทกเสียง “ก็เออสิ” 

“เฮ้ย เดี๋ยวนะ พ่อมึงรู้หรือเปล่า” 

“รู้อะไรวะ” เมืองเหนือถามตาใส ดัดจริตเกินงาม 

“ก็เรื่อง...” 

ยังไม่ทันจะพูดต่อไอ้เพื่อนยากก็สวนขึ้นมา ตัดบทดื้อๆ ไม่อยากยอมรับหรือรับฟังอะไรทั้งนั้น ทำเขาหมั่นไส้ โคตรจะหมั่นไส้มันเลย อย่าคิดว่าเขารู้ไม่ทันเชียว นิสัยแรดๆ เจ้าชู้ๆ ของมัน 

“เรื่องอะไร ไม่มี้ ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ กูไม่ชอบยัยเด็กนั่น ไม่อยากให้หล่อนมาเป็นแม่เลี้ยง พยายามห้ามแล้วแต่พ่อก็ไม่ฟัง” 

“อ๋อ กูเข้าใจแล้ว” 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น