Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 20 100%

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 20 100%

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.9k

ความคิดเห็น : 88

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ย. 2562 17:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 20 100%
แบบอักษร

 

 

พี่ชายเพื่อน 20 

 

 

 

คนโดนไล่มานอนนอกห้องก็ต้องมาอาศัยห้องของเจ้าลูกหมูที่นอนหลับก้นโด่งไปแล้ว ซึ่งพอเข้ามาในห้องเตชิตก็เอาผ้าห่มปูลงข้างเตียงลูก และแอบเดินไปจิ๊กผ้าห่มลายหมีหน้าโง่ในตู้ของลูกชายมาห่มแทน แล้วผ้าห่มลายหมีหน้าโง่นี่ก็สั้นนิดเดียวดึงขึ้นเท้าโผล่เอาลงคลุมเท้าก็หนาวแขน เฮ้อ…. คอยดูเถอะลูกคลอดเมื่อไรเราจะได้เห็นดีกันแน่เขม 

 

จะจับทำลูกคนที่สามเสียให้เข็ด จะได้ไม่ทำตัวเหนือผัวแบบนี้ได้อีก! 

 

ค่ำคืนที่เปล่าเปลี่ยวกว่าเตชิตจะข่มตาหลับลงได้ก็เกือบเช้า เพราะไม่ชินกับการนอนพื้นแล้วต้องมาเจออาการปวดหลังช่วงเช้าอีก ไหนจะเจ้าลูกหมูที่กระโดดลงมาทับเต็มๆแรง ตอนนี้เตชิตเลยรู้สึกเหมือนแก่ลงไปอีกสิบปี เฮ้อออออออ 

 

“คุณพ่อนิสัยไม่ดี ขโมยผ้าห่มโมเดลทำไมครับ” โมเดลมองผ้าห่มของตนเองบนตัวคุณพ่อก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงจับผิด คุณพ่อนี่นิสัยไม่ได้มาแอบหยิบผ้าห่มของโมเดลมาห่มได้ยังไง 

 

“ก็พ่อไม่มีผ้าห่มนี่ครับ” 

 

“คุณพ่อไม่มีเงินซื้อเหรอครับ” 

 

“มีครับ แต่มันกะทันหัน เอาแบบนี้ถ้าโมเดลเลิกพูดถึงเรื่องนี้พ่อจะพาไปซื้อของเล่น ดีมั้ยครับ” 

 

“ก็ได้ครับ งั้นโมเดลไม่อาบน้ำล้างหน้าก่อนนะครับ” 

 

“ตามนั้นครับคุณลูกชาย” 

 

พอลูกชายหายเข้าไปในห้องน้ำ เตชิตก็ลุกขึ้นเดินกลับห้องตัวเองซึ่งพอเข้ามาในห้องนอนก็เห็นเขมินท์ยังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง เตชิตเลยเลือกที่จะเข้าไปอาบน้ำเงียบๆ พอกลับออกมาหลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เห็นแค่เขมินท์ตื่นขึ้นมาและนั่งหน้าซีดอยู่บนเตียง ส่วนเขมินท์ที่เห็นเตชิตออกมาจากห้องน้ำก็รีบลงจากเตียงเข้าห้องน้ำไปอาเจียนเพราะรู้สึกคลื่นไส้ตั้งแต่ลืมตา เตชิตเห็นแบบนั้นก็เลยเดินกลับเข้าไปช่วยลูบหลัง  

 

ตั้งแต่ที่เขมินท์เปิดเผยว่าตนเองท้องเตชิตก็ไม่ได้มีอาการแพ้ท้องแทนอีกแล้ว ร่างกายก็เป็นปกติไม่ได้อยากกินของเปรี้ยวอะไร แต่เขมินท์กลับแย่ลงหน้าตาก็ซีดเซียวและเริ่มอยากกินของแปลกๆ อย่างเมื่อวานก็ขอให้เอาดอกไม้ไปทอดให้กิน แต่เตชิตห้ามไว้เพราะแบบนั้นแหละเขมินท์เลยยิ่งมีอาการเหม็นขี้หน้าเตชิตเพิ่มขึ้นไปอีกจนต้องไปนอนให้ลูกชายกระโดดใส่ตอนเช้าตรูจนจุกแบบนี้ 

 

 

 

หลังจากที่เหตุการณ์ช่วงเช้าผ่านไปอย่างราบรื่น ชัชวาลก็เข้ามาหาเตชิตที่บ้านและถึงแม้วันนี้จะเป็นวันหยุดอีกวันก็ตาม แต่ชัชวาลก็มักจะทำงานทุกวันถ้าไม่ไปบริษัทก็จัดการงานอยู่ที่บ้านให้เจ้านาย และวันนี้ที่ต้องเข้ามาพบก็เพราะทางโรงเรียนที่เตชิตดูไว้โทรมาแจ้งว่ากำลังจะเปิดรับนักเรียนภาคการศึกษาใหม่ และสามารถเข้าไปดูบรรยากาศที่โรงเรียนและเปิดเข้าทดลองเรียนเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ก่อนที่จะเปิดเทอมในเดือนหน้าได้ ซึ่งจะสามารถเข้าไปดูโรงเรียนได้ตั้งแต่วันนี้ 

 

“พี่เตดูโรงเรียนไว้แล้วไม่บอกเขมเหรอครับ” เขมินท์ถามพร้อมกับจ้องตาคุณพ่อของโมเดลไปด้วยความคาดคั้น เรื่องโรงเรียนเขมินท์ไม่เห็นรู้เรื่องเลยว่าจะให้ลูกเข้าเรียนโรงเรียนนี้ 

 

“ใช่ โรงเรียนที่พี่หาไว้เหมาะกับโมเดลเพราะลูกเราจะได้รับสังคมที่ดีและเพื่อนในระดับเดียวกัน” 

 

“แต่ลูกยังเป็นเด็กนะครับ โรงเรียนใกล้บ้านจะไม่ดีกว่าเหรอครับ” เพราะแค่อนุบาลเองเขมินท์อยากให้ลูกได้เรียนรู้ทุกๆสังคม 

 

“โรงเรียนนี้ก็ไม่ไกล เขมไปดูโรงเรียนไหวมั้ยวันนี้ ถ้าไม่ไหวนอนพักอยู่บ้านเดี๋ยวพี่จะพาลูกไปเดินดูโรงเรียน” 

 

“ไหวครับ เขมไม่ปล่อยให้พี่พาลูกไปคลาดสายตาอีกแน่ๆ” เพราะเขมินท์เริ่มไม่ไว้ใจปล่อยให้สองพ่อลูกอยู่ด้วยกันเสียแล้ว เพราะตั้งแต่เช้ามาโมเดลก็วอแวผู้เป็นพ่อตลอดเวลา ไม่ใช่ไปตกลงอะไรกันลับหลังเขมินท์อีกหรอกนะ ทุกวันนี้ของเล่นโมเดลก็ต้องเอาไปเก็บไว้อีกห้องที่ไม่ได้ใช้จนจะเต็มห้องอยู่แล้ว ถ้าซื้อเพิ่มอีกก็คงล้นห้อง อย่าเผลอทั้งพ่อทั้งลูกก็แล้วกันเขมินท์จะเอาไปบริจาค 

 

 

 

 

ช่วงบ่ายเตชิต เขมินท์และโมเดลก็เข้ามาดูโรงเรียนที่เตชิตตั้งใจจะให้โมเดลเข้ามาเรียน บรรยากาศของโรงเรียนค่อนข้างร่มรื่น ตึกเรียนดูทันสมัยเหมาะสมกับค่าเทอมที่ต้องจ่าย คุณครูผู้ที่จะได้สอนโมเดลก็ออกมาต้อนรับด้วยตัวเองตามคำสั่งของผู้อำนวยการ เพราะทางเตชิตก็เป็นครอบครัวที่มีความร่ำรวยติดอันดับ การที่เตชิตเลือกให้ลูกชายเรียนที่นี่แน่นอนว่าต้องมีเงินสบทบทุนของโรงเรียนมอบให้ก้อนโตในทุกๆปีด้วย 

 

“ชอบมั้ยครับโมเดล” เตชิตก้มไปถามลูกชายที่จูงมือของตนเองและเขมินท์คนละฝั่ง 

 

“ชอบครับ” 

 

“ทางโรงเรียนมีกิจกรรมให้เด็กๆเลือกทำตามความชอบนะคะ กิจกรรมก็จะมีความหลากหลายถ้าเด็กๆสนใจก็จะมีคุณครูที่เชี่ยวชาญคอยดูและส่งเสริมทุกกิจกรรมค่ะ” คุณครูสาวแนะนำพร้อมรอยยิ้ม เขมินท์ที่รับฟังมาเงียบๆก็เริ่มสนใจเพราะรู้สึกว่าการพัฒนาของเด็กในวัยอย่างโมเดลนั้นสำคัญมากๆ การที่โรงเรียนใส่ใจในการให้เด็กๆได้เลือกทำกิจกรรมได้หลายหลายก็จะเป็นผลดีต่อตัวเด็กเองด้วย  

 

“งั้นทางเราขอดูห้องเรียนต่อได้มั้ยครับ” 

 

“ได้ค่ะ ห้องเรียนของนักเรียนทุกๆปีการศึกษาใหม่เราจะทำการปรับแต่งห้องให้เป็นรูปแบบใหม่สำหรับเด็กๆที่เข้ามาเรียน ตอนนี้ห้องก็ได้ปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยพร้อมสำหรับการทดลองเรียนในช่วงสัปดาห์หน้าค่ะ ซึ่งช่วงสัปดาห์ทดลองเรียนทางเราจะทำเหมือนการเรียนตอนวันเปิดภาคการศึกษาค่ะ ถ้าหากเด็กๆปรับตัวไม่ได้ทางเรายินดีที่จะคืนเงินค่าเข้าการศึกษาคืนให้ค่ะ” ครูสาวอธิบายรายระเอียดต่างๆไปเรื่อยๆ ซึ่งเตชิตและเขมินท์ก็รับฟังตลอด ซึ่งพอดูห้องเรียนจบลงเขมินท์ก็ถามลูกชายอีกครั้งว่าชอบที่นี่รึเปล่า 

 

“โมเดลชอบห้องเรียนมั้ยครับ” 

 

“ชอบครับ แต่โมเดลไม่มาเรียนได้มั้ยครับ โมเดลอยากอยู่กับคุณแม่คุณพ่อมากกว่า” 

 

“ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ โมเดลของคุณแม่ไม่อยากเป็นผู้ใหญ่เหรอครับ ถ้าเราไม่เรียนเราก็จะไม่มีความรู้และเป็นผู้ใหญ่ที่เก่งกาจแบบคุณพ่อไม่ได้นะครับ” 

 

“อยากเป็นครับ แต่ว่าที่นี่จะไม่เหงาใช่มั้ยครับ” 

 

“ไม่เหงาแน่นอนค่ะ ที่นี่จะมีเพื่อนเล่นเยอะแยะเลย” คุณครูสาวตอบคำถามเด็กน้อยที่คุยกับผู้เป็นแม่และพ่ออย่างเอ็นดู เธอดูแลเด็กมาเยอะเด็กๆแต่ละคนก็จะมีบุคลิกที่แตกต่างกันไป แต่ว่าลูกชายของคุณเตชิตและคุณเขมินท์กลับดูโตเกินวัยกว่าอายุ ทั้งคำพูดคำจาและความรู้ แต่ก็ไปแปลกพ่อก็แสนเก่ง คุณแม่ก็ดูภูมิฐานน่าเชื่อถือ คงได้ยีนส์เด่นมาจากทั้งพ่อและแม่อยู่แล้ว 

 

“งั้นทางเราขอสมัครเรียนเลยแล้วกันครับ จะได้ไม่เสียเวลาเข้ามาสมัครอีก พี่เตว่ายังไงครับ” 

 

“พี่ตามใจเขม” สุดท้ายเขมินท์ที่เคยขัดค้านคอเป็นเอ็นในตอนแรกกลับเป็นคนตัดสินใจเองที่จะให้ลูกเข้าเรียนที่นี่ด้วยตัวเอง ซึ่งเตชิตก็เห็นด้วยเหมือนกัน  

 

เตชิตไม่ให้กลัวอะไรเขมินท์ทั้งนั้นแหละไม่ต้องมองเตชิตแบบนั้น แค่เห็นด้วยเฉยๆ ไม่ได้กลัวหรือเกรงใจเลยแม้แต่นิดเดียว จริงๆนะ! 

 

 

..................................................40%........................................................ 

 

 

หลังจากจัดการเรื่องเอกสารเสร็จเรียบร้อยก็ไปวัดตัวตัดชุดนักเรียนของโมเดลต่อ และก่อนกลับบ้านก็แวะไปที่ห้างเพื่อซื้อกระเป๋านักเรียน ถุงเท้าและรองเท้าคู่ใหม่พร้อมกับเครื่องเขียนสำหรับเด็กๆ

 

เขมินท์ที่ยืนเลือกของอยู่แอบเหลือบสายตามองสองพ่อลูกที่กำลังแอบส่งซิกให้กันและกันก่อนจะพากันเดินหายไปที่โซนของเล่น

 

“คุณพ่อครับ โมเดลจะเอาชิ้นนี้ๆและชิ้นนี้” เจ้าลูกชายชี้ไปที่เครื่องบินบังคับลำใหญ่ รถบังคับคันใหม่และเรือบังคับลำใหญ่มากอีกคัน เล่นเอาเตชิตคิดหนักไปเลยว่าจะเอากลับบ้านยังไง เพราะหอบไปขึ้นรถคงโดนเขมินท์จ้องจะกินหัวเป็นแน่ซื้อเยอะแบบนี้

 

“พ่อจะเอากลับบ้านยังไงเนี่ย”

 

“ทางร้านมีบริการจัดส่งให้ถึงบ้านค่ะ เพียงแต่ต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มหากต้องการจัดส่ง” พนักงานแจ้งเมื่อได้ยินสองพ่อลูกคุยกัน

 

“ตกลงตามนั้นครับ งั้นขอจ่ายเงินและเขียนที่อยู่ก่อนนะครับ พวกเราสองคนค่อนข้างรีบ” เพราะเตชิตไม่รู้ว่าเจ้าแม่หมูยักษ์จะรู้ตัวตอนไหนว่าเตชิตและโมเดลเดินมาโซนนี้ ยังไงก็รีบๆจ่ายเงินไว้ก่อนจะดีกว่า

 

เมื่อจ่ายเงินและเขียนที่อยู่เสร็จแล้วเรียบร้อยแต่พอเตชิตหันหลังกลับมาก็ต้องผงะไปเล็กน้อยเมื่อเห็นเขมินท์ยืนมองอยู่เงียบๆ โมเดลที่รู้ตัวว่าตนเองต้องโดนดุแน่ๆก็รีบวิ่งเข้าไปเกาะขาอ้อนเผื่อคุณแม่จะดุน้อยลง

 

“คุณแม่อย่าโกรธนะครับ โมเดลไม่ได้ผิดน้า คุณพ่อซื้อให้โมเดลเอง” ลูกชายตัวป่วนโยนความผิดไปให้คุณพ่อด้วยแววตาใสซื่อ ช่วงแรกๆโมเดลก็เป็นเด็กซื่อๆนี่แหละเพราะเขมินท์ไม่ได้เลี้ยงลูกให้เจ้าเล่ห์ แต่พอไปอยู่กับผู้เป็นพ่อเยอะๆเข้าก็มีนิสัยเจ้าเล่ห์และร้ายกาจตาใสมาแบบนี้เสียได้

 

ปล่อยให้อยู่ด้วยกันบ่อยอย่างที่คิดไม่ได้จริงๆด้วย เฮ้อ!

 

“อย่าโยนความผิดให้คุณพ่อคนเดียวสิครับ ทั้งโมเดลและคุณพ่อก็ผิดด้วยกันทั้งคู่ เฮ้อ… ซื้อของเล่นครั้งนี้แล้วคุณแม่ไม่ให้ซื้อไปอีกสามเดือนนะครับ เพราะโมเดลให้คุณพ่อซื้อให้ตั้งสามชิ้นใหญ่”

 

“สามเดือนเลยเหรอครับ แค่เดือนเดียวไม่ได้เหรอครับคุณแม่” โมเดลใช้สายตาอ้อนวอนแต่เขมินท์ก็ไม่ได้หลงกลอะไรเจ้าลูกชายอีกก่อนจะเบนสายตาไปมองผู้เป็นพ่อของลูกแทน

 

“จ่ายเงินแล้วใช่มั้ยครับพี่เต”

 

“อืม พี่จ่ายแล้ว”

 

“งั้นก็กลับไปถือของโมเดลที่ร้านกระเป๋าด้วยครับ จะให้เขมถือคนเดียวหรือไงกัน”

 

ไม่รู้ว่าเตชิตมีอาการและสภาพแบบนี้ต่อหน้าเขมินท์ตั้งแต่เมื่อไรกัน ไอ้อาการยอมทำตามคำสั่งโดยไม่โต้เถียงเหมือนทุกครั้งและไม่กล้าขึ้นเสียงใส่ ไหนจะยอมทำตามที่เขมินท์บอกทุกอย่างอีก แบบนี้มันไม่ใช่เตชิตเลยสักนิดแต่ตนเองก็ไม่อยากจะปากเสียใส่อีกฝ่ายเหมือนเดิม เลยได้แต่ยอมๆไปแบบที่คนดีๆเค้าทำกัน

 

คนดีกว่าเตชิตคงไม่มีแล้วแหละ ขอบอก!

 

 

ก่อนจะกลับถึงบ้านเตชิตก็ยังถูกสั่งให้จอดรอและถูกไล่ให้ออกมาต่อแถวซื้อข้าวมันไก่เพราะว่าที่คุณแม่อยากจะกินขึ้นมา

 

คนก็เยอะร้อนก็ร้อนแถมยังต้องมาต่อคิวซื้ออีก คุณพ่อดีเด่นจะพ้นเตชิตไปได้ยังไงกัน.

 

“คุณพ่อครับคุณแม่ให้เอาพัดมาให้” โมเดลที่ลงจากรถมาก่อนจะวิ่งถือพัดมาหาเตชิตที่กำลังยืนต่อแถวอยู่

 

“ขอบคุณครับ โมเดลพัดให้คุณพ่อหน่อยสิครับ”

 

“ไม่เอาครับ โมเดลเมื่อย”

 

“ตัวแสบ เดี๋ยวนี้ดื้อจริงๆ” เตชิตหยิกแก้มยุ้ยๆของลูกชายอย่างหมั่นเขี้ยว เดี๋ยวนี้ช่างต่อล้อต่อเถียงได้แม่มาไม่ผิด โดยเฉพาะความดื้อเนี่ย!

 

“’งื้ออออ คุณพ่อนิสัยไม่ดีแกล้งโมเดล”

 

“เด็กดื้อของคุฯพ่อตรงนี้ร้อนไปรอบนรถไปครับ เดี๋ยวคุณแม่เราก็ดุพ่ออีกที่ไม่ยอมกลับไปนั่งบนรถดีๆ”

 

“ไม่เอาครับ โมเดลจะยืนอยู่ด้วย แต่คุณพ่อต้องบอกเค้าไม่เอาแตงกวากับผักชีนะครับโมเดลไม่ชอบ” ที่มายืนเป็นเพื่อนคุณพ่อก็เพราะโมเดลตั้งใจจะมากระซิบบอกคุณพ่อเรื่องนี้แหละ เพราะเวลาคุณแม่พาโมเดลมากินคุณแม่ชอบบังคับให้กินผักชี แตงกวาโมเดลยังพอกินได้เพราะไม่ค่อยขมแต่ผักชีโมเดลไม่ชอบเท่าไร

 

“ครับๆ คุณพ่อสั่งไม่เป็น โมเดลสั่งเป็นมั้ยครับ” อีกไม่กี่คนก็จะถึงคิวของเตชิตแล้ว แต่ติดปัญหาที่ว่าเตชิตสั่งไม่เป็นเพราะไม่เคยต้องมาซื้อด้วยตัวเองเลยสักครั้ง

 

“คุณพ่อก็สั่งว่าเอาหมดเลยครับที่มี โมเดลก็สั่งไม่เป็น”

 

“โอเคครับ งั้นคุณพ่อเอาหมดทุกอย่างที่มี” ถ้าเขมินท์มาได้ยินสองพ่อลูกปรึกษากันคงจะต้องเอามือก่ายหน้าผากเป็นแน่ ที่ไม่ยอมถามและสั่งทุกอย่างแบบนี้

 

การสั่งข้าวมันไก่เป็นไปอย่างยากลำบาก เตชิตและโมเดลสองคนพ่อลูกที่สั่งไม่เป็นก็บอกเจ้าของร้านว่าเอาหมดทุกอย่างและอย่างละห้ากล่อง ทำให้ตอนนี้ข้าวมันไก่เต็มหลังรถประมาณสามสิบกล่อง เขมินท์เห็นตอนเตชิตและพนักงานในร้านยกมาให้ก็อยากจะเป็นลม เขมินท์ผิดเองที่ไม่ออกไปสั่งด้วย แต่ก็นึกไม่ถึงจริงๆว่าจะสั่งกันมาเยอะแบบนี้

 

พอกันเลย ทั้งพ่อทั้งลูกเลย!

 

“ทำไมไม่มีผักเลยเนี่ย แอบบอกร้านไม่เอาผักใส่กันรึเปล่า” พอกลับมาถึงบ้าน เขมินท์ก็เอาข้าวมันไก่ใส่จานให้ตนเองและสองพ่อลูก ส่วนคุณหญิงแม่ยังไม่กลับ เขมินท์เลยเก็บไว้ให้คุณหญิงแม่และแบ่งให้คนงานในบ้านไปแบ่งกันกิน แต่ข้าวมันไก่ทุกกล่องนั้นไม่มีผักเลยสักกล่องเดียว ซึ่งมันแปลกมากๆเพราะถ้าไม่มีแค่กล่องสองกล่องยังพอเข้าใจนี่ไม่มีผักทุกกล่องเลย ต้องเป็นสองพ่อลูกแน่ๆที่ไปบอกร้านว่าไม่เอาผัก

 

“โมเดลป่าวนะครับ”

 

“พี่ก็เปล่า”

 

“เฮ้อ…. ขอโทษนะครับ ช่วยไปเอาสลัดใส่ในตู้เย็นแบ่งใส่ถ้วยสามใบมาให้หน่อยนะครับ” เขมินท์หันไปบอกคนงานในบ้านที่กำลังทำความสะอาดอยู่ใกล้ๆ ให้ไปเอาสลัดให้หน่อย เพราะถ้าเขมินท์ลุกไปเอาเองสองพ่อลูกคงจะต้องแอบทำอะไรอีกเป็นแน่ ไว้ใจไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องนั่งเฝ้า!

 

“ได้ค่ะคุณเขม”

 

เมื่อแม่บ้านเดินไปแล้ว เขมินท์ก็บอกให้ทุกคนลงมือทานข้าวได้ระหว่างรอสลัด เตชิตที่ไม่ค่อยได้กินอาหารแบบนี้ก็ค่อยๆลองกินอย่างช้าๆ และก็พบว่านี่มันทั้งมันและเลี่ยนซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพเท่าไร เตชิตก็ไม่อยากจะกินต่อ แต่มองลูกชายและเขมินท์ที่นั่งกินอย่างเอร็ดอร่อยก็ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่ามันอร่อยตรงไหน เตชิตคิดว่าไม่เห็นจะอร่อยขนาดนั้นเลย

 

“คุณพ่อไม่อร่อยเหรอครับ งั้นเอาเนื้อไก่มาให้โมเดลสิครับ โมเดลชอบ”

 

“นี่ครับ พ่อไม่เห็นว่าจะอร่อยตรงไหนเลย วันหลังพ่อจะพาไปกินเนื้อวากิวแทนนะ อร่อยกว่านี้อีก”

 

“ถ้ากินไม่ค่อยได้ เอาอะไรมั้ยครับเขมจะบอกให้คนไปเอามาให้” เขมินท์เห็นเตชิตกินได้น้อยแบบนี้ก็ไม่อยากจะฝืนใจให้อีกคนกินต่อ

 

“ไม่ต้องหรอก พี่เอาแค่สลัดนั่นแหละ”

 

“ไม่ดีนะครับกินแค่นั้น เอาแบบนี้เดี๋ยวเขมจะเข้าไปดูในครัวว่ามีอะไรที่กินได้ ไม่งั้นจะผัดข้าวผัดง่ายๆให้กินแทน”

 

“ครับ พี่จะรอ”

 

เขมินท์ไม่ได้ใจอ่อนให้เตชิตหมดแล้วหรอกนะ แต่แค่สงสารอีกคนที่ต้องกินสลัดอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าไม่มีอะไรกินเดี๋ยวทำข้าวผัดง่ายๆให้กินก็ได้

 

นี่เขมินท์ไม่ได้เป็นห่วงว่าจะปวดท้องหรอก จริงๆนะ!

 

หลังจากที่เขมินท์เดินเข้าครัวไปแล้ว คนงานในบ้านก็เอาสลัดออกมาเสิร์ฟ โมเดลเลยยื่นข้อเสนอให้คุณพ่อว่าถ้ากินสลัดแทนโมเดล โมเดลจะไม่แย่งคุณพ่อกินอาหารฝีมือของคุณแม่ ซึ่งเตชิตก็ตกลงกับข้อเสนอกับลูกชายอย่างง่ายดายและรีบจัดการสลัดของลูกชายให้หมดก่อนที่เขมินท์จะกลับออกมา

 

เฮ้อ….. ชีวิตเตชิตช่วงนี้ทำไมต้องพ่ายแพ้ให้สองแม่ลูกตลอดเลย!

 

 

 

..................................................100%.....................................................

อย่ารังแกพี่เตตตตตตตตตต

ความคิดเห็น