ไปอ่านต่อในแอป ได้อารมณ์มากกว่า แถมยังรับ กุญแจฟรี ได้อีก

tunwalai logo
ธัญวลัย rating 100,000+ ratings

ยูโร...เด็กหัวขาว

=_= มันคืออะไรบอกที ทำไมกดลบตอนนิยายที่ลงซ้ำไม่ด๊ายยยย!! ={}=!!! พลาดไปแล้วววววว
Sugar Boy ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 [Boy's love/Yaoi18+]

ชื่อตอน : ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 : ตอนที่ 6 ความจริงที่ได้เห็น

คำค้น : ผมกลายเป็นเมียพี่รองภาค 2,นทีเลย์,boy's love,Platinunx

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2558 06:23 น.

ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 : ตอนที่ 6 ความจริงที่ได้เห็น

แบบอักษร

Sugar Boy SS2 : Chapter 6

 

 

 

 

"เป็นอะไร เลิกงอนได้แล้ว" เสียงทุ้มของคนข้างกายที่กำลังทำหน้าที่เป็นคนขับรถเอ่ย แววตาคมที่ดูนิ่งเฉยเหลือบมองมายังผมเล็กน้อยแล้วหันกลับไปมองทางข้างหน้าต่อ ผมเอาแต่นั่งมุ่ยหน้าทอดสายตามองออกไปนอกกระจกรถอย่างขัดเคืองใจกับสิ่งที่เขาทำกับผมในวันนี้

 

 

 

"กูเกลียดมึง" ผมบ่นอุบอิบอยู่คนเดียวแต่ก็ดังพอที่จะให้พี่ทีได้ยินด้วย หางตาคมของผมลอบมองไปที่อีกฝ่ายเล็กน้อยก็เห็นว่าพี่ทีกำลังส่ายหน้าไปมาให้อย่างหน่ายๆ

 

 

 

"ไม่รักกูแล้วรึไง หืม?" สิ้นคำพี่ทีไม่มีเสียงใดๆตอบกลับไป ผมเอาแต่นั่งเงียบมองออกไปนอกกระจกอย่างไม่สนใจคนข้างกายเลยจนไม่นานระสปอร์ตของพี่ชายก็เคลื่อนมาจอดที่ริมถนน ขณะนั้นเองที่สายตาของผมไปปะทะเข้ากับป้ายร้านเค้กตรงหน้าเข้าพอดี

 

 

 

ปึก

 

คนตัวโตดับเครื่องยนต์แล้วลงจากรถไปพร้อมกับปิดประตูเสียงดังสะเทือนไปทั่วห้องรถ ไม่นานประตูรถฝั่งของผมก็ถูกเปิดออกจากด้านนอกโดยพี่ชายซึ่งเดินอ้อมมา

 

 

 

"ลงมาครับคุณหนู" พี่ทีพูดเสียงเข้มๆเมื่ออุตส่าห์เดินอ้อมมาเปิดประตูเชิญแล้วผมก็ยังเอาแต่นั่งเฉย ผมหันไปมองพี่ชายเล็กน้อยแล้วทำเป็นมุ่ยหน้าใส่แต่ไม่ทันที่จะได้ลุกลงจากรถเองก็ถูกคนตัวโตดึงแขนให้ลงมาอย่างบังคับ เสียงปิดประตูรถดังขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ผมลงมาแล้วก่อนที่พี่ทีจะพาผมเดินไปยังร้านเค้กตรงหน้า

 

 

 

แกร๊งๆ

 

เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังเมื่อเราทั้งสองเดินเข้ามาในร้าน

 

 

 

"ยินดีต้อนรับค่ะ" หญิงสาวพนักงานในร้านเอ่ยทักทาย

 

 

 

"เอาเค้กนมสด 1 ปอนด์ เค้กสตอเบอร์รี่ 1 ปอนด์กับเค้ำน้กผึ้ง..." ไม่ทันที่ผมจะได้สั่งแบบไม่รู้จักพอหัวทุยก็ถูกมือหนายีแรงๆ ผมตวัดหันไปมองคนข้างกายหน้านิ่วทันที

 

 

 

"ซื้อเท่าที่จะกินก็พอ หมดแล้วกูพามาซื้อใหม่ก็ได้ ไม่ต้องโลภ" คนตัวโตบอกเสียงเรียบ

 

 

 

"เชอะ" ผมส่งเสียงเล็ดรอดไรฟันใส่คนข้างกายอย่างขัดใจ

"งั้นเอาครีมสตอร์รี่กับรสส้มอย่างละ 1 ปอนด์ครับ" ผมหันไปสั่งกับพนักงาน ปอนด์ที่เป็นเค้กสตอเบอร์รี่เป็นของผมส่วนรสส้มหวังจะเอาไปฝากโดนัท

 

 

 

 

"กินคนเดียวหรอ" พี่ทีถาม ผมหันไปเลิกคิ้วมองอีกฝ่าย

 

 

 

"ความจริงรสส้มซื้อไปฝากโดนัทน่ะ" ผมบอกแล้วยืนรอกันซักพัก พอได้รับเค้กและจ่ายเงินแล้วเราสองคนก็เดินออกมาจากร้านด้วยกันโดยที่ผมเอาแต่ยิ้มกรุ้มกริ่มมาตลอดทาง

"ขอบคุณนะ" ผมเอ่ยบอกพี่ชายยิ้มๆเมื่อขึ้นรถมาแล้ว ตายังคงจับจ้องที่เค้กในมือไม่วางตาจนรถเริ่มเคลื่อนตัวออกมาผมจึงเงยหน้าขึ้น สายตาที่ถูกเติมเต็มไปด้วยความสุขทอดมองออกไปนอกรถ ขณะนั้นเองที่ผมดันไปเห็นบางอย่างเข้า...

"เดี๋ยว! พี่ทีจอดรถก่อน!" ผมหันไปบอกให้พี่ชายหยุดรถเมื่อเรากำลังขับผ่านหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งบริเวณหน้าร้านจะเป็นส่วนของลานจอดรถ ตรงหน้าของผมมีรถเก๋งคันหรูที่คุ้นตาดีจอดอยู่และหันหน้ารถออกมานอกทางพอดี ผมจึงได้บอกให้พี่ทีหยุดรถเพื่อดูบางอย่าง ภาพที่ผมเห็นก็คือชายหญิงที่นั่งอยู่ในรถกำลังดูดปากกันอย่างดูดดื่ม ผมละสายตาจากคนทั้งคู่เลื่อนต่ำลงไปดูป้ายทะเบียนรถแต่ก็มองไม่เห็นเพราะรั้วกลั้นทางบังเอาไว้ แต่ไม่จำเป็นต้องดูทะเบียนรถแล้วล่ะ เมื่อชายหญิงที่จูบกันอยู่เมื่อกี้ค่อยๆผละออกจากกันแล้วคนทั้งคู่ก็เดินลงมาจากรถ

"คุณแม่..." ทั้งๆที่ผมไม่อยากให้คนที่อยู่ในรถและกำลังจูบกับผู้ชายแปลกหน้าอยู่เมื่อกี้เป็นแม่ของผมแท้ๆ แต่เมื่อเห็นตำตาว่าคนที่ลงมาคือคุณแม่ ผมคงหลอกตัวเองไม่ได้ นี่มันหมายความว่ายังไงกัน ผู้ชายคนนั้นเป็นใครทำไมเขาถึงจูบอยู่กับแม่ของผม ผมรู้สึกเจ็บแปล๊บๆขึ้นมาที่อกอย่างไม่รู้สาเหตุ มือไม้ที่กำลังสั่นไหวเพราะความหวาดหวั่นเลื่อนไปจับที่เปิดประตูหวังจะลงไปหาหญิงผู้เป็นแม่แต่ก่อนที่จะได้ทำอย่างนั้นข้อมือบางก็ถูกพี่ชายกระชากกลับทันที

"ปล่อยนะ..." ผมออกคำสั่งกับคนเป็นพี่ชายเสียงสั่นๆ พี่ทีมองตาผมด้วยแววตาที่ดูเครียดลงไปราวกับรู้ว่าผมเห็นอะไรเมื่อกี้ ก่อนที่รถสปอร์ตจะเริ่มเคลื่อนตัวออกไปจากบริเวณนั้นทันที

"ปล่อยนะ! หยุดรถนะพี่!" ผมสลัดมือออกจากพี่ชายแล้วหันไปพยายามเปิดประตูอีกครั้งแต่ก็ทำไม่ได้เพราะประตูถูกล็อคจากฝั่งคนขับ แถมพี่ทียังเร่งเครื่องออกไปจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็วจนผมทำได้เพียงแค่ทุบประตูเสียงดังอย่างเจ็บใจ ตลอดทางทั่วห้องรถต่างถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบ ผมไม่พูดกับพี่ทีเพราะมัวแต่คิดวกไปวนมากับภาพที่เห็นแม่ตัวเองกำลังจูบอยู่กับชายอื่นและพี่ทีก็เอาแต่ขับรถด้วยความเร็วสูงสุดไปโดยไม่พูดอะไรซักคำจนในที่สุดก็ถึงบ้านของพวกเรา

 

 

 

ปึก

 

เมื่อมาถึงหน้าบ้าน ผมถือโอกาสช่วงที่พี่ทีหยุดรถเพื่อลงไปเปิดประตูรั้ววิ่งเข้าบ้านไปอย่างรวดเร็วหวังจะขึ้นไปเอากุญแจรถตัวเองบนห้องและพอได้มันมาผมก็วิ่งกลับลงมาอีกครั้งแต่ก็ถูกพี่ทีที่เก็บรถเสร็จแล้วมายืนดักประตูหน้าบ้านเอาไว้ไม่ให้ผมออกไปไหนได้โดยที่มีป้าอิ่มกับโดนัทมองเราอย่างแตกตื่น ผมยืนหอบหายใจหนักมองไปที่คู่ป้าหลานก่อนหันมามองพี่ชายสายตาเคืองๆ

 

 

 

"ถอยไป!" ผมขึ้นเสียงใส่จนโดนัทกับป้าอิ่มสะดุ้งตกใจเพราะไม่เคยเห็นผมอยู่ในอารมณ์นี้ พี่ทียังคงมองผมด้วยสายตาที่ดุกว่าทุกทีแต่ไม่ได้พูดอะไรเลยซักคำและก็ไม่ยอมถอยออกด้วย

 

 

 

"คุณเลย์..."

"พี่เลย์..."

ป้าหลานเรียกผมเสียงอ่อนๆแต่ผมไม่สนใจแล้วตอนนี้ ผมแค่ต้องการให้พี่ทีหลีกทางให้ผมเพื่อกลับยังร้านอาหารร้านนั้น

 

 

 

"บอกให้ถอยไปไงวะ!!" ผมขึ้นเสียงใส่พี่ทีด้วยคารมเกรี้ยวกราด ขายาวก้าวเข้าไปประชิดตัวพี่ชายแล้วง้างแขนขึ้นสูงหวังจะปล่อยหมัดใส่คนที่กำลังขวางทางอยู่ตอนนี้ จนลืมความเกรงกลัวที่มีต่อพี่ชายคนนี้ไปเสียหมด

 

 

 

หมับ

 

"อ๊ะ!" ไม่ทันที่หมัดของผมจะได้ถึงใบหน้าหล่อคม มันก็ถูกหยุดไว้ด้วยมือแกร่งของคนตรงหน้าก่อนที่เขาจับล็อคแขนทั้งสองข้างของผมไขว้หลังไว้แน่นแล้วแย่งกุญแจรถไปจากมือ

 

 

 

"จะต่อยกูมันยังเร็วไปร้อยปี" พี่ทีเอ่ยเสียงเย็น

 

 

 

"ปล่อยนะเว้ย! บอกให้ปล่อยไง!!" ผมดิ้นอยู่ในการจับกุมของคนที่อยู่เหนือกว่าอย่างไม่ยอมแพ้จนคนตัวโตหมดความอดทนอุ้มผมขึ้นพาดไหล่เอาไว้ทำให้ผมทำได้เพียงแต่ดิ้นพร่านอยู่บนไหล่ของคนเป็นพี่ชาย

 

 

 

"เลย์มันซื้อเค้กรสส้มมาฝากเธอน่ะ อยู่ในรถ" พี่ทีบอกพร้อมกับโยนกุญแจรถของตัวเองให้โดนัท ก่อนจะพาผมขึ้นไปบนห้อง

 

 

 

"ปล่อย!" ผมทั้งแหกปากทั้งดิ้นไม่หยุดมาตลอดทางจนถึงห้องนอนตัวเอง

 

 

 

ฟุ่บ

 

พี่ทีทิ้งตัวผมลงกับเตียงนอนกว้างอย่างไม่คิดจะเบาแรงเลยแม้แต่น้อยแล้วเดินไปปิดประตูห้องนอนเอาไว้ก่อนจะเดินกลับมาหาผมอีกครั้ง

 

 

 

"เลิกบ้าได้รึยัง" อีกฝ่ายถามเสียงเย็น

 

 

 

"ทำไมวะ!? มึงมาห้ามกูทำไมวะ หรือมึงไม่เห็นที่กูเห็นหรอที" ผมตัดพ้อเสียงสั่นเครือ ยิ่งนึกถึงภาพที่เห็นในลาดจอดรถหน้าร้านอาหารยิ่งทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดใจแปลกๆ ไม่สิ ผมคิดว่าไม่ใช่พี่ทีไม่รู้หรอก เขารู้แต่ไม่อยากให้ผมไปต่างหากล่ะ

"หรือว่ามึงรู้อยู่แล้วแต่ไม่ได้บอกอะไรกู" ผมมองใบหน้าของพี่ทีด้วยสายตาเว้าวอนขอให้พี่ทีไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ เพราะถ้าพี่ทีรู้มันแต่ปิดบังผมมาตลอดมันยิ่งทำให้ผมเจ็บหนักกว่าเดิม

 

 

 

"กูขอโทษเลย์" อีกฝ่ายยอมรับโดยที่ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับผม มันเป็นคำตอบได้ดีทีเดียว น้ำตาของผมมันค่อยๆเออคลอที่กรอบตาทั้งสองข้างก่อนที่มันจะไหลรินลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ ผมแค่นหัวเราะประชดให้กับความโง่ของตัวเองออกไปด้วยน้ำเสียงที่ติดสะอื้นเล็กน้อยทำให้พี่ทีรู้ว่าผมร้องไห้จึงเงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ

 

 

 

"คงไม่ได้มีแค่กูคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องใช่มั้ย เรื่องของแม่กูกับผู้ชายคนนั้นน่ะ ไม่สิ มึงบอกกูสิว่ามันไม่ใช่ความจริงอ่ะ ทำไมมันเป็นแบบนี้อ่ะ...อึก" ผมถามทั้งน้ำตา ก่อนที่ร่างนี้จะถูกคนตัวโตสวมกอดเอาไว้แน่น ใบหน้าหวานของผมซุกแนบลงกับอกแกร่งของพี่ชายก่อนที่จะรู้สึกได้ถึงสัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือหนาของอีกฝ่าย

 

 

 

"ขอโทษเลย์ ไม่มีใครอยากให้มึงรู้เรื่องนี้เพราะกลัวมึงจะเสียใจ"

 

 

 

"อึก แล้วไม่คิดหรือไงว่ากูมารู้ทีหลังแบบนี้กูเสียใจยิ่งกว่าอ่ะ ทำไมวะ ทำไมทุกคนต้องทำเหมือนกูเป็นคนโง่ด้วย ฮือ ทำไมอ่ะ" ผมทั้งถามทั้งสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดพี่ทีอยู่อย่างนั้น น้ำตาเองก็ไหลอาบแก้มลงมาไม่หยุด

 

 

 

"ไม่มีใครคิดแบบนั้นหรอกนะ...เลย์ มึงเป็นน้องชายคนสำคัญของพวกเรานะ" พี่ทีคลายกอดออกแล้วจับให้ผมนั่งลงที่ขอบเตียงพร้อมๆกับที่ตัวเองย่อตัวลงนั่งคุกเข่าอยู่ต่อหน้าผม แววตาของเขามันบ่งบอกว่ารู้สึกผิดเป็นอย่างมัน มันยิ่งทำให้น้ำตาของผมไหลออกมามากกว่าเดิม

 

 

 

"ฮึก งั้นบอกกูมาสิ ทุกอย่างเลย อย่าปิดบังกูแบบนี้ อึก..." ผมสะอื้นมองใบหน้าหล่อของพี่ชายผ่านม่านน้ำตา มือหยาบเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยเม็ดน้ำตาออกให้ผมด้วยสัมผัสที่แสนอ่อนโยนจนผมรู้สึกอยากโผเข้ากอดคนตรงหน้าเสียให้ได้ พี่ทีมองผมด้วยสายตาที่ผมไม่สามารถอ่านออกได้แต่ภายในสายตาที่ผมอ่านไม่ออกนั้นกลับสั่นไหวอยู่ราวกับกำลังมีบางอย่างทำให้หัวใจอันแข็งแกร่งของพี่ชายของผมรู้สึกกลัว

 

 

 

"อืม ได้สิ เพราะงั้นหยุดร้องไห้ก่อนนะ" พี่ทีบอกยิ้มๆ ผมพยักหน้ารับหงึกๆและเช็ดน้ำตาออกโดยไว แต่ตัวก็ยังคงแอบสั่นเพราะสะอื้นอยู่บ้างเล็กน้อย

 

 

 

"แม่คบกับใครอยู่หรอ" ผมถามสิ่งที่อยากรู้ พี่ทีลุกจากพื้นมานั่งลงข้างๆกับผม

 

 

 

"กูก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่..." พี่ทีหยุดคำพูดต่อไปลง ทำเหมือนไม่อยากจะพูดมันออกมา

 

 

 

"แต่อะไร" ผมถาม

 

 

 

"มึงก็รู้ใช่มั้ยว่าตราบใดที่เขายังเป็นสามีภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายกับพ่อเลี้ยง นี่มันหมายถึงแม่ของมึงคบชู้ และผู้ชายคนนั้นก็อายุไม่น่าจะมากกว่าพวกเรามากมายด้วย" ผมพยักหน้ารับรู้แล้วเอาแต่ก้มหน้ามองพื้นเท่านั้น ผมก็พอจะเดาอายุของผู้ชายที่จูบกับคุณแม่ในรถได้ตั้งแต่ที่เห็นเขาแล้วล่ะ ดูยังไงก็ยังไม่ถึง 30 แน่นอน ผมคิดว่าพ่อเลี้ยงอายุน้อยมากแล้วนะ แต่ดูเหมือนผู้ชายคนอื่นของแม่จะอายุน้อยกว่าพ่อเลี้ยงเสียอีก

 

 

 

"แล้วพ่อเลี้ยงล่ะว่ายังไง" ผมถาม พี่ทีส่ายหน้าไปมา

 

 

 

"รู้อยู่...แต่..." ถึงพี่ทีจะไม่ได้พูดมันออกมาแต่ผมก็พอจะรู้ว่าพ่อเลี้ยงจะมีท่าทียังไงกับคุณแม่ของผมเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ผมได้แต่กัดฟันกรอดกับความเย็นชาที่เขามีต่อแม่ของผมเท่านั้น ผมโกรธเขามากจริงๆ ถ้าเขาไม่ปล่อยปะละเลยแม่ก็คงไม่ไปแบบนั้น ให้ผมเดาเขาคงไม่ได้คิดจะพูดห้ามอะไรเลยเสียด้วยซ้ำ

 

 

 

"นานแค่ไหนแล้วที่คุณแม่ทำแบบนี้" ผมถามเสียงขุ่น พี่ทีนิ่งไปนิด

 

 

 

"นานแค่ไหนกูก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่คุณแม่คบกับผู้ชายคนนี้มาได้ 3 เดือนกว่าๆแล้ว" ยิ่งผมรู้ความจริงมากเท่าไหร่ผมยิ่งรู้สึกเจ็บใจมากเท่านั้นที่ไม่เคยรู้อะไรมานานถึงขนาดนี้ ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่ยอมรับผู้ชายพวกนั้นเด็ดขาด ผมไม่เชื่อว่าพวกเขาจะรักแม่ผมจริงโดยไม่หวังที่จะมาหลอกเธอ

 

 

 

"ผมควรทำยังไงดีพี่ ผมอยากหยุดพวกเขา" สิ้นคำผมก็โผเข้ากอดคนข้างกายทันที พี่ทีรับกอดผมไว้แล้วลูบแผ่นหลังผมเบาๆ น้ำตาที่ผมพยายามอดกลั้นมันไว้ก่อนหน้านี้เพื่อพูดคุยกับพี่ชายมันค่อยๆไหลลงมาอีกครั้งแล้วซึมลงไปกับเนื้อผ้าบริเวณไหล่คนตัวโตจนเปียกชื้นไปหมด ผมไม่รู้จะฟูมฟายไปเพื่ออะไรแต่บางเรื่องที่มันบีบคั้นหัวใจมากจริงๆผมก็มักจะห้ามน้ำตาตัวเองไม่อยู่ ผมเสียใจจริงๆกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ มันทำให้ผมแอบนึกโทษตัวเองไปด้วยที่อาจทำให้คุณแม่ผิดหวังมากไปจนเธอกลายเป็นแบบนี้แม้จะไม่มีใครโทษอะไรผมก็ตาม

 

 

เราสองคนกอดกันอยู่เนินนาน หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพูดตอบอะไรกันอีกเลย มีเพียงความเงียบที่ถูกปรุงแต่งด้วยเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาของเราเท่านั้นที่ได้ยินอยู่ในห้องกว้างนี้ และผมก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ

 

 

 

 

"ไม่เป็นไรนะ มันต้องมีทางออก กูจะอยู่ข้างๆมึงเอง" พี่ทีถอนกอดออกแล้วพูดบอกกับผมด้วยรอยยิ้มบางๆ มือหนาลูบที่หัวทุยเบาๆเพื่อทิ้งสัมผัสแสนอบอุ่นให้คนในอ้อมกอด เราสองคนผสานสายตากันอยู่เนินนานก่อนที่มือของอีกฝ่ายจะเลื่อนลงมาลูบไล้ที่ข้างแก้มของผม ผมยกมือขึ้นประคองหลังมืออีกฝ่ายไว้ก่อนจะเป็นฝ่ายยื่นหน้าเข้าไปประกบจูบกับพี่ทีเอง

 

 

 

 

ในเวลาแบบนี้ผมรู้ดีว่าพี่ทีเองก็หนักใจที่ต้องบอกให้ผมรู้ และนี่คือจุดอ่อนของเขาที่ไม่อยากแสดงให้ผมเห็น พี่ทีไม่สามารถต่อต้านคุณแม่ได้เพราะเธอคือผู้ชุบเลี้ยงพี่ทีมาตลอด ผมเองก็ไม่อยากทำให้พี่ทีต้องเสียไปด้วยเพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมจะขอจัดการเอง ขอเพียงแค่มีพี่ทีอยู่ข้างๆและคอยสนับสนุนเท่านั้นก็เพียงพอ...

 

 

 

 

 

---- To be continued ----

 

 

;-; พี่ทีกล่าวไว้ "จะต่อยกูมันยังเร็วไปร้อยปี" ...ได้ข่าวว่าเคยโดนน้องต่อยไปเมื่อ 6 ปีก่อนและโดนน้องตบไปเมื่อ 1 ปีก่อน ถถถถถ คราวนี้มาอัพช้าหน่อยเพราะไรท์ไปติดการ์ตูน Noblesse มา 555+ ลุยอ่าน 250 ตอนแบบไม่ได้นอนเลย ขออภัยที่ต้องให้เพื่อนๆรออ่านกันนานนะ ตอนนี้กลับมาอัพแล้ว ปล. ตอนต่อไปจะตามมาในเร็วๆนี้ รอไม่เกิน 24 ชม. แน่นอนเพราะตอนที่ 7 แต่งใกล้เสร็จแล้ว 555+

ชื่อ
ความคิดเห็น