ครุฑดำ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 175 ที่นี่ที่ไหน? (เริ่มต้นภาค 2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 175 ที่นี่ที่ไหน? (เริ่มต้นภาค 2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 84

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2562 21:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 175 ที่นี่ที่ไหน? (เริ่มต้นภาค 2)
แบบอักษร

 

ตอนที่ 175 ที่นี่ที่ไหน? (เริ่มต้นภาค 2) 

 

ความเดิมตอนที่แล้ว…...แรงระเบิดจากการะเบิดแกนเวทย์ของแม่ทัพเทพผู้อยู่ในระดับจอมปราชญ์นักเวทย์ (ระดับที่ 6) ทำให้มิติเกิดการฉีกขาดอย่างรุนแรง แล้วได้ทำลายสนามรบพร้อมกับทหารทั้งสองฝ่ายจำนวนหลายร้อยล้านไปจนหมด จากนั้นได้ดูดกลืนอั้มผ่านรอยแยกของมิติไป 

 

******************************************* 

 

ทบทวนระดับต่างๆ 

 

ระดับนักรบ 

1.ระดับทหารฝึกหัด 

2.ระดับพลทหาร 

3.ระดับนายกอง 

4.ระดับแม่ทัพ 

5.ระดับองครักษ์ 

6.ระดับกษัตริย์นักรบ 

7.ระดับจักรพรรดิ์นักรบ 

8.ระดับตำนาน 

9.ระดับเทพเจ้า 

 

ระดับนักเวทย์ 

1.ระดับสัมผัสเวทย์ 

2.ระดับนักเวทย์ฝึกหัด 

3.ระดับผู้ใช้เวทย์ 

4.ระดับผู้ชำนาญเวทย์ 

5.ระดับจอมเวทย์ 

6.ระดับจอมปราชญ์เวทย์ 

7.ระดับอมตะ 

8.ระดับตำนาน 

9.ระดับเทพเจ้า 

 

ระดับสัตว์อสูร 

นับเป็นดาว ไม่จำกัดจำนวนดาว ระดับถึง 100 จะเลื่อนระดับดาว เช่น 3 ดาว ระดับ 98 

 

ระดับมอนสเตอร์ทั่วไป 

แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ต่ำ กลาง สูง เมื่อพัฒนาจากระดับสูงไปแล้วจะเลื่อนระดับเป็นสัตว์อสูร 

 

**************************************************** 

 

ณ ดาวดวงหนึ่งที่เต็มไปด้วยสัญญาณแห่งชีวิต เพราะด้วยตัวดาวที่มีสภาพแวดล้อมและทรัพยากรที่เอื้ออำนวยต่อการกำเนินชีวิตและใช้ชีวิต จึงทำให้ดาวดวงนี้มีความหลากหลายทางชีวภาพเป็นอย่างมาก สิ่งมีชีวิตหลากหลายแบบจำนวนนับไม่ถ้วนได้ถือกำเนินที่ดาวดวงนี้ หลายเผ่าพันธุ์รักษาความดั่งเดิมของเผ่าไว้ หลายเผ่าพันธุ์พัฒนายกระดับเผ่าพันธุ์ตนเองให้สูงขึ้น หรือ ทำเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์  

 

และมีหนึ่งเผ่าพันธุ์ที่เอ่ยอ้างว่าตนเองเป็นเผ่าพันธุ์ที่สูงกว่าเผ่าอื่น และประกาศครอบครองดาวดวงนี้เพียงเผ่าเดียว โดยไร้ซึ่งการคัดค้าน อันเนื่องมาจากไม่มีเผ่าไหนพูดกับเผ่านี้รู้เรื่องนั่นเอง แล้วอย่าว่าเผ่าอื่นจะไม่รู้เรื่องเลย แม้แต่เผ่าเดียวกันเองยังไม่ค่อยจะรู้เรื่องเพราะเผ่าพันธุ์นี้กระจายกันอยู่ทั่วทั้งดวงดาว แล้วแต่ละที่ที่เผ่าพันธุ์นี้อยู่ก็จะมีภาษาเป็นของตนเอง และเผ่าที่ว่าก็ไม่ใช่เผ่าอื่นไกล แต่คือ เผ่ามนุษย์แห่งดาวโลก ในระบบสุริยะจักรวาลนั่นเอง 

 

“ว๊ากกกก…...หล่นๆๆๆๆๆ” 

 

ในช่วงบ่ายของวันที่ฟ้าสดใสของดาวสีฟ้าที่ค่อนข้างจะสงบสุขกว่าดาวอื่นนิดหน่อยได้เกิดสิ่งแปลกประหลาดขึ้น เมื่ออยู่ดีๆ ฟ้าที่สดใส มีปุยเมฆสีขาวล่องลอยอยู่บางเบา ได้เกิดจุดสีดำขึ้นมาหลายจุดทั่วทั้งฟ้าของดาว แล้วได้มีจุดหนึ่งกลางมหาสมุทรที่มีบางสิ่งร่วงลงมาจากจุดสีดำพร้อมกับเสียงที่ตะโกนลั่นก้องไปทั้งบริเวณ 

 

จุดสีดำที่เกิดขึ้นก็ไม่ใช่อะไร แต่เป็นรอยแยกมิติที่เกิดขึ้นมาเพียงแค่พริบตาแล้วก็หายไป โดยทิ้งไว้แต่เพียงอั้มที่ไร้ซึ่งโดมอักขระป้องกันแล้ว เนื่องจากการเสียหายระหว่างการหลุดข้ามมิติ แล้วจุดที่ทิ้งออกมาคือกลางท้องฟ้าเหนือผิวมหาสมุทรราว 5 กิโลเมตร จึงทำให้อั้มเผลอร้องออกมาด้วยความตกใจทั้งที่ตัวเองก็เคยบินมาตั้งหลายรอบ แต่ด้วยการข้ามมิติโดยไม่ตั้งตัวจึงทำให้เกิดอาการสติหลุด ตั้งสติไม่ทันไปเล็กน้อย 

 

อั้มตกลงมาจากฟ้าด้วยความเร็วสูงโดยไร้ซึ่งอุปกรณ์พยุงชีพ ไร้พลังเวทย์คุ้มครอง ไร้อักขระปกป้อง ระยะเพียง 5 กิโลเมตรนั้นเหมือนจะสูงแต่แท้ที่จริงแล้วมันเพียงแค่นิดเดียว ด้วยความสูงเพียงเท่านี้อั้มจึงตกลงมาในเวลาเพียงยี่สิบวินาทีเศษเท่านั้น แต่ด้วยความสูงเท่านี้ ก็มากพอที่ความเร่งโน้มถ่วงจะเร่งอั้มให้มีความเร็วสูงขึ้นเป็นหลายร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง (ความเร็วสมมุติเพื่อนิยาย ไม่อ้างอิงการคำนวนเชิงฟิสิกส์แต่อย่างใด)  

 

ปัง……..!!! 

 

เฮ้ย………!!! 

 

อั้มตกลงมาแบบอิสระตามแรงโน้มถ่วงของโลกโดยไร้ซึ่งการควบคุมใดใดทั้งสิ้น แต่ดันมีผู้โชคร้ายมารับการร่วงด้วยความเร็วสูงของอั้ม  

 

เรือยอร์ชขนาดใหญ่สีดำที่มีธงสีดำขนาดใหญ่อยู่บนดาดฟ้าเรือ ที่พื้นธงนั้นมีรูปหัวกระโหลกไขว้สีขาวขนาดใหญ่กลางผืนธงที่โบกสะบัดรับแรงลมอยู่ หากมองด้านข้างเรือก็จะเห็นสัญลักษณ์กระโหลกไขว้แบบเดียวกันกับบนธงติดอยู่ด้วย พูดโดยง่าย เรือลำนี้ คือ เรือโจรสลัด! 

 

ด้วยความแรงของการตกจึงทำให้ดาดฟ้าเรือที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ บุโครงด้วยอลูมิเนียมอัลลอยถูกอั้มตกใส่จนทะลุ ตัวอั้มครึ่งล่างอยู่ในเรือ อีกครึ่งอยู่บนดาดฟ้า กำลังดิ้นกระแด่วๆๆ เพื่อจะดึงตัวเองขึ้นมาบนดาดฟ้าให้ได้ 

 

“ฮึบ…….ขึ้นได้ซักที” 

 

อั้มใช้เวลาเกือบสิบนาทีในการดิ้นรนพาตัวเองขึ้นมาจากรูที่ติดคาอยู่ โดยไร้ซึ่งรอยขีดข่วน มีเพียงชุดเกราะที่มีรอยเปื้อนติดอยู่เล็กน้อยเท่านั้น แล้วเมื่อตั้งตัวได้แล้วอั้มก็พบว่ากำลังมีคนยืนมุงดูเขาเต็มไปหมด แต่ละคนแต่งตัวอย่างกับหลุดออกมาจากหนังโจรสลัดย้อนยุค แต่ละคนใส่หมวกพับปีกสีดำสกรีนรูปหัวกระโหลกกระดูกไขว้แบบเดียวกับบนธงติดเอาไว้ เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำปลายแขนบานเหมือนชายกระโปรง ชายเสื้อยาวลงมาถึงเกือบถึงเข่า ที่เอวมีเข็มขัดหนังคาดดาบเล่มยาวเอาไว้ กางเกงก็เป็นแบบขายาวแนบเนื้อสีดำ แล้วก็ใส่รองเท้าบูทหนังแบบยาวขึ้นมาเกือบถึงเข่าเช่นกัน  

 

“คะ คะ คุณเป็นใคร” 

 

“อ้าว...พูดไทยกันได้เหรอ โทษทีนะครับ พอดีเป็นอุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะครับ” 

 

“ยะ ยุคนี้ใครพูดภาษาของประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งไม่ได้ก็อยู่ในโลกนี้ลำบากแล้วครับ” 

 

“หือ…..อันดับหนึ่งเลยเหรอ ว่าแต่วันนี้วันที่เท่าไรละครับ” 

 

“วันนี้วันที่ xxx แล้วครับ” 

 

“เดี๋ยวนะวันที่ xxx เหรอ งั้นก็แปลว่าเราหลุดไปดาวนั้นแค่ 3 วันเอง แต่เราไปอยู่ที่นั่นตั้ง 3 ปีกว่านะ หรือเวลาจะไม่ตรงกัน หรือจะเป็นเพราะความผันผวนของมิติกันนะ” 

 

ตอนแรกที่รู้ว่าหลุดกลับมาที่โลก แถมประเทศไทยยังเป็นประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งก็แปลกใจมากพอแล้ว แต่เมื่อรู้วันเวลาก็ตกใจยิ่งกว่า เพราะวันนี้คือวันที่สามนับจากวันที่ยานแบล็กโฮล์2001 ยานอวกาศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มวลมนุษยชาติ ที่เขาเป็นคนออกแบบพร้อมคุมการสร้างมาเองกับมือได้เดินทางออกไปนอกโลก 

 

เหล่าโจรสลัด(?) ต่างก็ตอบคำถามอั้มด้วยความนอบน้อม และเกรงกลัว ไม่กล้าถามคำถามที่อั้มยังไม่ต้องซ้ำอีก ได้แต่ยืนกุมมือตอบด้วยความสุภาพผิดกับภาพลักษณ์โจรสลัด 

 

“แล้วตรงนี้อยู่ส่วนไหนของโลกครับ” 

 

“เอ่อ…...แถวนี้ก็ทะเลจีนใต้ ใกล้ฝั่งตะวันออกของเกาะไหหลำครับ” 

 

“อืมๆ…...ว่าแต่พวกนายเป็นโจรสลัดปล้นเรือชาวบ้านจริงๆ กันหรือเปล่า หรือ แค่แต่งครอสเพลย์กัน” 

 

“ปะ...เป็นจริงๆ ครับ วันนี้เราก็กำลังออกปล้นอยู่เหมือนกันครับ พวกเราเป็นโจรสลัดผู้สืบทอดธงจอลลี่โรเจอร์ มาจากกับตันแจ๊ก สแปร์โรว์ โจรสลัดในตำนานผู้ที่ย่งใหญ่และโด่งดังที่สุด” 

 

อั้มถามแค่ว่าป็นจริงหรือเปล่าเท่านั้น แต่โจรสลัดที่ตอบกลับยืดอกตอบอย่างภูมิใจในประวัติที่ยิ่งใหญ่ของตนเอง แต่อั้มฟังแล้วรู้สึกตงิดๆ จนนึกอะไรบางอย่างออกได้ จึงได้ถามเพิ่มออกไป 

 

“ใครบอกพวกนายเรื่องนี้เหรอ” 

 

“กัปตันของพวกเรา เขาเป็นสายเลือดของกัปตันแจ๊ก สแปร์โรว์ เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ ชื่อของเขาคือ กัปตันแจ็กกี้ สแปร์โรว์ โจรสลัดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ณ ปัจจุบันนี้” 

 

“ที่บอกว่ายิ่งใหญ่ที่สุดเพราะตอนนี้เหลือแค่พวกนายที่เป็นโจรสลัดกลุ่มเดียวในโลก ไม่มีใครเขาเป็นกันแล้วซินะ” 

 

“อั๊ก…..อย่าพูดความจริงที่มันทำร้ายจิตใจ” 

 

หลังอั้มพูดจบโจรสลัดคนที่ตอบอั้มแล้วกำลังยืดอกพูดอย่างภูมิใจสุดๆ อยู่นั้น ก็พลันเหี่ยวลงทันตา แล้วทำท่ากระอักเลือดตามแบบฉบับหนังจีนออกมา แล้วจังหวะทำเป็นคุกเข่าอั้มยังเห็นว่าแอบเอาแคปซูลเลือดปลอมใส่ปากแล้วกัดให้แตกก่อนจะทำท่าพ่นออกมา  

 

“ผมไม่ใช่ผู้กำกับหนังมาดูการแคสติ้งไม่ต้องเล่นใหญ่ขนาดนั้นก็ได้ครับ แล้วผมจะบอกให้อีกหน่อยนะว่า กัปตันแจ๊ก สแปร์โรว์น่ะ มันเป็นแค่ตัวละครในหนังยุคศตวรรษที่ 21 ฉายเมื่อซักแปดสิบปีก่อนมั้ง (ยุคของอั้มคือปี คศ.2100)  ส่วนธงจอลลี่โรเจอร์น่ะ มันธงยุคศตวรรษที่ 18 ซึ่งโดยรวมแล้วไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันเลยแม้แต่นอน สรุปพวกนายโดนลูกพี่ของพวกนายต้มแล้วละ วันหลังหัดหาข้อมูลมั่งนะ” 

 

“ไม่จริง ม่ายยยยยยยยยย…….” 

 

หลังอั้มพูดจบ เหล่าโจรสลัดก็ช๊อกกับความจริงที่ได้รับรู้ แล้วทุกคนก็เกิดอาการรับความจริงไม่ได้ แต่ละคนร้องโหยหวนกันอย่างเจ็บปวดเนื่องจากความจริงที่ทำร้ายจิตใจ คราวนี้ถึงกับกระอักเลือดกันออกมาจริงๆ บางคนถึงกับช๊อกจนสลบไปเลยด้วยซ้ำ อั้มต้องรออยู่นานกว่าที่จะมีคนตั้งสติพอที่จะพูดคุยกันต่อได้ แต่ในระหว่างที่รอให้โจรใจเซาะทำใจกันได้อั้มก็แอบตรวจสอบพลังเวทย์ในกาย และจากอากาศรอบตัวไปด้วยก็พบว่าพอมีแต่เบาบางเป็นอย่างมาก 

 

“ตั้งสติแล้วใช่ไหม …. ว่าแต่ใครคือกัปตันละ ยังไม่เห็นมีใครแสดงตัวเลย” 

 

“เออออออ…..กัปตันเราอยู่ตรงเท้าคุณครับ ที่เหลือนอกจากนั้นคงจะร่วงไปอยู่ข้างล่างแล้ว” 

 

เมื่ออั้มมองตามนิ้วที่ชี้ของโจรสลัดคนที่ตอบก็พบว่าด้านหลังใกล้เท้าเขาตรงหลุมที่เกิดจากการที่เขาร่วงลงมานั้น ได้มีแขนข้างหนึ่งที่ขาดอยู่ มีมือเป็นตะขอเหล็กที่ขัดจนเงา แล้วถัดไปหน่อยเป็นศีรษะที่มีผ้าคาดปิดตาข้างขวาเอาไว้ แล้วก็มีหมวกพับปีกติดตราจอลลี่โรเจอร์เปื้อนเลือดอยู่ใกล้กัน 

 

“ชะอุ๊ย….โทษทีครับ ไม่รู้ตัวเลยจริงๆ แหะๆ” 

 

“พะ พวกเราไม่ว่าอะไรหรอกครับ เนอะพวกเราเนอะ” 

 

“ชะ ใช่ ไม่มีใครว่าอะไรเลยครับ” 

 

“ดะ เดี๋ยวพวกเราก็ค่อยหากัปตันใหม่ก็ได้ครับ” 

 

อั้มออกอาการตกใจเล็กน้อยเนื่องจากไม่รู้ว่าตกลงมาเหยียบคนตาย แล้วเหล่าโจรสลัดคนอื่นๆ ก็ไม่มีใครกล้าถือโทษอะไร ก็แน่ละ ใครจะกล้าเอาเรื่องคนที่ใส่ชุดเกราะแปลกประหลาดเต็มไปด้วยเลือด แถมตกลงมาจากฟ้าจนทะลุเรือแต่ไม่สะดุ้งสะเทือนอะไรเลยแม้แต่น้อย ไร้ซึ่งรอยขีดข่วนเลยด้วยซ้ำ ถึงจะโง่ที่โดนอดีตกัปตันหลอกมาตั้งนาน แต่ก็ไม่โง่ขนาดดูไม่ออกว่าคนตรงหน้าไม่ควรจะมีเรื่องด้วย จึงได้แต่รีบปฏิเสธเป็นพัลวันพร้อมพยายามฉีกยิ้มให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

ความคิดเห็น