เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

อยากได้ผัวแฝดเชิญทางนี้ 55555555555 #ถ้าไม่ชอบแนว3Pไม่แนะนำให้อ่านนะคะ จุ๊บ ๆ

#7 ยิ่งหนี ยิ่งเจอ [100%]

ชื่อตอน : #7 ยิ่งหนี ยิ่งเจอ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ค. 2563 10:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
#7 ยิ่งหนี ยิ่งเจอ [100%]
แบบอักษร

#7 ยิ่งหนี ยิ่งเจอ 

 

 

สามวันต่อมา… เป็นสามวันที่ชีวิตของฉันต้องอยู่อย่างหวาดระแวงมาก ๆ เพราะฉันแทบไม่กล้าก้าวขาออกจากบ้านเลยจริง ๆ แม้แต่พ่อยังแปลกใจว่าทำไมลูกสาวของท่านถึงยอมอยู่ติดบ้านได้และแน่นอนว่าตลอดสามวันที่ผ่านมาพ่อก็เอาแต่ถามถึงแฟนของฉัน รวมไปถึงคนที่ให้เงินฉันมายี่สิบล้าน 

วินาทีแรกที่ฉันยื่นเช็คสองใบให้ท่าน พ่อแทบเป็นลมเพราะไม่รู้ว่าฉันไปเอาเงินมากมายมหาศาลนี้มาจากไหน แต่ฉันกลับบอกท่านเพียงแค่ว่าแฟนของฉันให้มาเท่านั้น พวกเขาอยากช่วยครอบครัวของเรา มันเลยเป็นที่มาของคำถามพ่อในทุก ๆ วัน รวมไปถึงเช้าของวันนี้ด้วยเช่นกัน 

“ไม่คิดจะออกจากบ้านเลยเหรอ แล้วแฟนน่ะ เมื่อไหร่พ่อจะได้เจอ”  

ฉันคงมีมาให้พ่อเจออยู่หรอก ในเมื่อมันไม่มีอยู่จริง ถึงระหว่างฉันกับผู้ชายอีกสองคนจะมีข้อตกลงต่อกันก็ตาม แต่มันก็ไม่ใช่เร็ว ๆ นี้แน่นอน ฉันไม่อยากให้พ่อเครียดจนต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะรู้ว่าลูกสาวของตัวเองคบผู้ชายทีเดียวสองคน แถมยังเป็นพี่น้องฝาแฝดกันอีก 

“ไม่ได้ยินที่พ่อถามเหรอ” พ่อพูดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าฉันเอาแต่เงียบ 

“พวกพี่เขายังไม่ว่างน่ะค่ะ” ไหน ๆ ก็โกหกแล้ว งั้นก็โกหกต่อไปละกัน  

ลันขอโทษนะคะพ่อ แต่ลันจำเป็นจริง ๆ ฉันได้แต่พูดประโยคขอโทษพ่อซ้ำ ๆ อยู่ในใจตลอดเวลาเพราะเรื่องที่โกหกท่านเอาไว้ 

“แล้วเมื่อไหร่จะว่าง” 

“ไว้ลันจะถามให้ก็แล้วกันนะคะ” ฉันว่ายิ้ม ๆ ไม่กล้าสบตาพ่อที่เอาแต่จ้องเหมือนกำลังจับผิดอยู่เลย 

“ถ้าอาทิตย์หน้าพ่อยังไม่เจอหน้าของแฟนลัน พ่อคงต้องคิดใหม่เรื่องแต่งงานของลูกแล้วล่ะ” 

“พ่อ! แต่พ่อรับเงินไปแล้วนะคะ” 

“พ่อจะไปรู้เหรอว่าเช็คยี่สิบล้านที่ลันเอามาให้พ่อมันมาจากแฟนลันจริง ๆ บางทีลันอาจจะไปหยิบยืมใครมาก็ได้” 

“พ่อก็คิดได้เนอะ ตั้งยี่สิบล้าน ใครเขาจะใจดีให้ลันยืมล่ะคะ” 

“หึ! ไม่รู้ล่ะ พ่อให้เวลาแฟนลันอีกแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น พ่อต้องได้เจอนะ งั้นพ่อขอตัวออกไปทำงานก่อน ส่วนลูกน่ะ ออกจากบ้านบ้างก็ได้” 

“ค่ะ” พ่อเดินออกไปแล้ว แต่ฉันกลับนั่งคิดมากอยู่ที่เดิม วันนี้ก็ครบกำหนดที่ตกลงกับพี่ธีร์เอาไว้แล้ว  

เฮ้อ! 

ทำไมมีแต่เรื่องน่าปวดหัวแบบนี้นะ ไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเองเลยจริง ๆ 

ครืด ครืด 

“อุ๊ย!” ถึงกับเผลออุทานออกมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ของฉันร้องดังขึ้นมา จะไม่ให้ตกใจได้ยังไงกันล่ะ ในเมื่อฉันกำลังกลัวปลายสายแปลก ๆ อยู่ แต่พอหยิบขึ้นมาดูกลับต้องผ่อนลมหายใจหนัก ๆ ออกมาแทนเพราะปลายสายคือเอมี่ 

ฟู่ววววววว! 

“ฮัลโหล” 

(ลลิต แกอยู่ไหนเนี่ย) 

“อยู่บ้าน” 

(คือเพื่อนกลับมาทั้งที แกไม่คิดจะออกไปเที่ยวไหนกับเพื่อนบ้างเหรอ แล้วนี่อะไร ฉันโทรไปทีไรแกก็อยู่แต่ที่บ้าน) 

“ขอโทษค่ะ ก็ฉันไม่รู้จะไปที่ไหนนี่” 

(ฉันมีที่แนะนำ) 

“หืม?” 

(คืองี้นะ พวกพี่ของฉันกำลังจะไปเที่ยวทะเลกัน ฉันเลยอยากจะชวนแกด้วย ทริปนี้ฟรีนะคะ) 

“เอ่อ…” 

(ห้ามปฏิเสธ! พอดีวันเกิดพี่ชายของฉันน่ะ แล้วเขาก็ตั้งใจจะไปจัดที่ทะเลกัน มีแค่เพื่อนสนิทของเขาเท่านั้น รวมฉันที่เป็นน้องสาวไปด้วยอีกคน แล้วก็แกเพื่อนสนิทของฉัน) 

“แล้วเพื่อน ๆ แกล่ะ” 

(ก็แกไง) 

“ฉันหมายถึงคนอื่น ๆ” 

(ถ้าแกหมายถึงที่ผับ ฉันเลิกคบไปตั้งนานแล้ว เรื่องวันนั้นฉันขอโทษด้วยนะ ฉันเป็นห่วงแกน่ะเลยไปขอดูกล้องวงจรปิดจนรู้ว่าพวกมันทำอะไรแกเอาไว้บ้าง แต่ก็โชคดีที่มีคนมาช่วยแกเอาไว้ได้ทัน) 

โชคดีกับผีนะสิ! โชคร้ายของฉันล่ะสิไม่ว่า… เป็นเพียงประโยคที่ฉันคิดได้แค่ในใจเท่านั้น 

(ตกลงแกไปนะ) 

“เอ่อ…” 

(นะ ๆ อย่าปฏิเสธฉันเลย ฉันไม่มีเพื่อนผู้หญิง ถึงพวกแฟนเพื่อนพี่ฉันจะไปด้วย แต่ฉันก็ไม่สนิทอยู่ดี) 

“เออ ๆ แล้วจะไปวันไหน” 

(วันนี้) 

“ฮะ! แกจะบ้าเหรอเอม แกไปวันนี้แล้วโทรมาชวนฉันวันนี้เนี่ยน่ะนะ” 

(ใช่จ้ะ ก็ไม่ได้รีบอะไรนี่ ตกลงจะไปไหม) 

“เออ ๆ แล้วไปค้างกันกี่วัน กี่คืน” 

(สามวันสองคืน ถ้างั้นอีกหนึ่งชั่วโมงฉันไปรับแกที่บ้านนะ) 

“จ้า” 

(ห้ามเบี้ยว ไม่งั้นฉันโกรธแกจริง ๆ ด้วย) 

“แกพูดเหมือนฉันมีสิทธิ์เบี้ยวเลยนะ” 

(ฮ่า ๆ โอเค ถ้างั้นแกรีบไปเตรียมตัวเถอะ) 

“อืม” 

วางสายจากเอมี่เรียบร้อย ฉันก็นั่งคิดอะไรเพลิน ๆ ก็ดีเหมือนกัน ถือโอกาสนี้หนีไปตั้งหลักดีกว่า เพราะเรื่องมันคงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง วินาทีนี้ขอออกห่างจากกรุงเทพมหานครก่อนก็แล้วกัน แต่ถ้าไปไกลจากกรุงเทพฯ ได้มากเท่าไหร่ จะรู้สึกดีใจมากเลย 

 

* 

 

หนึ่งชั่วโมงต่อมา… 

ตอนนี้ฉันกำลังยืนอยู่บ้านหน้าพร้อมกับสายตาที่จับจ้องไปยังรถคันหนึ่งซึ่งกำลังขับเข้ามาข้างใน รู้สึกว่ารถมันคุ้น ๆ เหมือนเคยนั่งมาก่อน จะว่าไปมันคุ้นมากเลยนะ จนรถจอดสนิทคนที่นั่งข้างคนขับรถเปิดประตูรถก้าวขาลงมา 

ฉิบหาย! 

ฉันขออุทานแบบนี้ก็แล้วกันเพราะมันรู้สึกได้ถึงความฉิบหายจริง ๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่ฉันโคตรเกลียด 

“ไง! คิดจะหนีเหรอ?” 

“พะ พวกพี่มาได้ยังไง” 

ใช่ค่ะ! รถที่คุ้นเคยคือรถคันที่พี่ธีร์ขับมาส่งฉันที่บ้านวันนั้น ส่วนคนที่เปิดประตูรถลงมาคือพี่เธียร์ 

“ก็เห็นอยู่นี่ว่าขับรถกันมา” 

“มาทำไม? แล้วเข้ามาในบ้านของฉันได้ยังไง พวกพี่คงไม่ได้…” 

“เลิกมโนไปไกลได้แล้ว ขึ้นรถ!” 

“ไปไหน? ไม่ไป!” ฉันว่าพลางก้าวขาถอยหลังพร้อมกับกระเป๋าในมือ แต่คนตรงหน้ากลับก้าวขายาว ๆ เข้ามาประชิดตัวฉัน 

หมับ! 

“กรี๊ด! ปล่อย” 

“หุบปาก! แล้วก็ขึ้นรถ” ทำไมฉันต้องมาเจอกับผู้ชายสองคนนี้ด้วยเนี่ย นอกจากจะหนีไม่ได้ยังถูกบังคับให้ต้องขึ้นรถไปกับพวกเขาอีกต่างหาก 

ความเงียบเกิดขึ้นพร้อมกับร่างกายของฉันที่นั่งตัวสั่นเทาอยู่ตรงเบาะด้านหลัง ไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคนจนรถแล่นออกจากบ้านของฉัน ความอึดอัดทำให้ฉันต้องเอ่ยถามขึ้นมาแทน 

“ฉันนัดกับเพื่อนเอาไว้ ฉันขอเวลาอีกหน่อยได้ไหม” 

เงียบค่ะ! ไม่มีใครตอบกลับมาสักคน 

“พวกพี่ไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ?” 

ก็ยังเงียบเหมือนเดิมและท่าทางของพวกเขาเหมือนไม่อยากคุยกับฉันด้วย ฉันเลยต้องหุบปากเอาไว้และนั่งเงียบ ๆ จนรถแล่นมาจอดยังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีแค่รถคันของพวกเขาแต่ยังมีจอดอยู่อีกสามคันเหมือนกำลังรอพวกเราอยู่ 

พี่ธีร์กับพี่เธียร์ไม่ได้พูดอะไรกับฉันสักคำก่อนจะเปิดประตูรถก้าวขาลงไป ปล่อยให้ฉันนั่งงงอยู่ข้างในคนเดียว จนกระทั่ง… 

ก๊อก ก๊อก 

เสียงเคาะกระจกรถฝั่งที่ฉันนั่งอยู่ดังขึ้นจนต้องหันไปมอง เรียวคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยทันทีเพราะไม่เห็นใบหน้าของคนเคาะเห็นเพียงหุ่นรู้บอกให้รู้ว่าเป็นผู้หญิง จนฉันต้องกดเลื่อนกระจกรถลงแทน 

“จ๊ะเอ๋!” 

“เฮ้ย! เอมี่!” ถึงกับตกใจเพราะคนที่ยืนอยู่คือเพื่อนสนิทของฉันเอง “เล่นอะไรของแกเนี่ย” 

“ฮ่า ๆ ไม่ยักจะรู้ว่าแก่คบกับพี่แฝดอยู่ ว่าแต่แกคบกับคนไหนเหรอ” 

“ฮะ! คบ… คบอะไร?” 

“อ้าว! ก็ก่อนหน้านี้ฉันบอกพี่ชายว่าจะไปรับแกใช่ปะ แต่พวกพี่เขาอาสาเอง ฉันก็ได้แต่สงสัยนะเพราะก่อนหน้านี้คนที่ช่วยแกวันนั้นคือพวกพี่เขา” 

“เอมี่!” 

“หืม? ว่ายังไงเหรอ” 

“ทำไมแกไม่บอกฉันก่อนว่าสองคนนั้นเป็นเพื่อนกับพี่ชายแกด้วย” 

“อ้าว! แกไม่รู้เหรอ” 

“…” ฉันได้แต่เงียบนั่งกัดฟันกรอดมองหน้าเอมี่ที่เอาแต่ยิ้มอยู่ในรถโดยไม่ยอมลงไป จนพี่ธีร์กับพี่เธียร์เดินกลับขึ้นมานั่งบนรถ 

“ไม่คิดว่ามันจะบังเอิญขนาดนี้งั้นเหรอ?” น้ำเสียงเหยียดต่ำของพี่เธียร์เอ่ยออกมาเหมือนสะใจที่ได้พูดแบบนี้ใส่ฉัน 

“ถึงลันอยากจะหนียังไง ก็หนีพวกพี่ไม่พ้นอยู่ดี อย่าลืมละกันว่ารับเงินไปแล้ว ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ๆ ด้วยนะครับ” น้ำเสียงของเขาไม่ได้น่ากลัวเหมือนพี่เธียร์แต่คำพูดกลับฟังดูเหมือนผู้ใหญ่ที่กำลังข่มขู่เด็กอย่างฉันอยู่เลย 

“ฉันไม่ได้หนี แค่จะไปเที่ยว” 

“อ๋อเหรอ? แต่เสียใจด้วยนะที่พวกเราไปทางเดียวกัน” 

“ชิ!” 

โอเค! การหนีครั้งนี้ของฉันดันซวยและพลาดเองเพราะไม่รู้มาก่อนว่าพวกเขาจะเป็นเพื่อนสนิทกับพี่ชายของเอมี่และก็ไม่รู้มาก่อนด้วยว่าเพื่อนสนิทของฉันจะรู้จักกับพวกเขาสองคน 

โอ๊ย! เวรกรรมอะไรของฉันเนี่ย ยิ่งหนีก็ยิ่งเจอ… 

ความคิดเห็น