ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 64 อัจฉริยะตัวน้อย

ชื่อตอน : ตอนที่ 64 อัจฉริยะตัวน้อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2562 08:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 64 อัจฉริยะตัวน้อย
แบบอักษร

หลังจากผนึกประตูถ้ำและกลับออกมาจากนอกถ้ำคาซึยะก็รู้สึกโล่งใจแปลกๆ ยามอยู่ภายในเขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีอยู่เสมอราวกับถูกบางสิ่งที่น่าหวาดกลัวจับตามองมาที่เขาอย่างหิวกระหาย

 

 

 

"เป็นอะไรไปคาซึคุง"

 

 

 

"เอ๊ะ ไม่มีอะไรกลับกันเถอะ"

 

 

 

วันนี้พวกเขาได้รับทรัพย์กันมากเกินพอ ในปัจจุบันเขาไม่จำเป็นต้องขวนขวายหาเซ็ตสึขาวอีกต่อไป เนื่องจากเขาในตอนนี้สามารถสร้างพวกมันขึ้นมาด้วยตัวเอง เซ็ตสึขาวที่สามารถใช้คาถานินจาได้!

 

 

 

จิ้งจอกน้อยที่กลืนกินเซ็ตสึขาวไปมากกว่าห้าร้อยตัวในปัจจุบัน ทั้งยังรู้หลักการแบ่งพลังบางส่วนให้แก่ซากศพเพื่อสร้างเซ็ตสึขาวได้แล้ว ขอเพียงเขาใช้อ่านจันทรานิรันดร์พร้อมคาถาไม้ม่านพฤกษาก่อเกิด จิ้งจอกน้อยจะเริ่มการสร้างพวกมันขึ้นมาในทันที

 

 

 

ตอนนี้คาถาไม้ของเขาไม่ใช่ทั้ง Mokuton(คาถาไม้) หรือSenpō (วิชาเซียน) แต่เป็นShin(เทวะ)ที่ทรงพลังเหมือนกับพลังของโอซึซึกิ คางูยะ ไม่ว่าจะการฝังราก ดูดซับจักระ การแผ่ขยาย การแตกหน่อของเขารุนแรงมากขึ้น

 

 

 

แม้เขาในตอนนี้จะไม่สามารถใช้มันปกคลุมโลกทั้งใบได้แบบคางูยะ แต่อย่างน้อยเขาในตอนนี้ก็มีความสามารถเพียงพอที่จะใช้วิชาไม้ปกคลุมแคว้นใหญ่ทั่วทั้งแคว้นได้อย่างไม่ยากเย็น

 

 

 

'ตอนนี้เจ้าคุโรเซ็ตสึคงกลับมาแล้ว แต่ความรู้สึกไม่ดีนั่นไม่น่าจะใช่ เราเคยสัมผัสตัวตนของเจ้านั่นมาก่อนแล้ว ดังนั้นความรู้สึกไม่ดีไม่ได้มาจากคุโรเซ็ตสึ แต่มาจากใครสักคนที่อยู่มิติอื่น...'

 

 

 

เขาเคยพบคุโรเซ็ตสึมาก็หลายครั้ง แต่ไม่เคยสัมผัสได้ถึงความน่าเกรงขามจากมันเลยสักนิด ต่อให้มันเป็นถึงตัวตนอันดำมืดของโอซึซึกิก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้ทรงพลังอะไรมากมายที่จะทำให้เขารู้สึกแบบนี้

 

 

 

สุดท้ายก็เลิกคิดตอนนี้เขารู้สึกสมองของตัวเองทำงานหนักมากเกินไป มันมีเรื่องให้เขาต้องคิดเยอะเกินไป ไม่ว่าจะเรื่องตัวตนของฮินะและอาซามิที่โครตจะคลุมเครือ ไหนจะเรื่องตัวตนที่จ้องมองเขานั่นอีก

 

 

 

เดินทางกลับบ้านด้วยความเหนื่อยอ่อน เขาส่งฮินะกลับบ้านและพาลูกและน้องๆ รวมถึงคิมิมาโร่กลับไปที่บ้านของตนเอง พออาบน้ำอาบท่าหาอะไรทานและเข้านอน เขาก็รู้สึกผ่อนคลายร่างกายและจิตใจมากยิ่งขึ้น

 

 

 

ตลอดสิบเอ็ดปีที่ผ่านมาเขามัวแต่วุ่นวายสร้างความแข็งแกร่งให้ตนเองมากเกินไป ไหนจะการทำงานสืบข่าว การเดินทาง การทดลองหมกมุ่นเขาหมกมุ่นมากเกินไป ร่างกายและจิตใจของเขามันรู้สึกอ่อนเพลีย

 

 

 

กว่าจะรู้ตัวอีกทีเขาก็หลับไปถึงสองวันเต็มๆ ตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ก็รู้สึกสดปลอดโล่งสบาย ลุกขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าและทำอาหารเช้าไว้ให้กับน้องๆ วันนี้เขาจะลองใช้ชีวิตที่เรียบง่ายสักวัน

 

 

 

ไม่ต้องคิดอะไรให้รกสมอง เดินเที่ยวในหมู่บ้านส่วนกลางของตระกูลอุจิวะ ตามท้องถนนสายตาของคนในตระกูลหลายคนยิ้มแย้มให้อย่างเป็นกันเอง จะมีบางส่วนที่จ้องมองเขาอย่างไม่พึงพอใจ แต่ใครจะสนกัน เขาเดินไปร้านเซมเบ้

 

 

 

สั่งเซมเบ้สาหร่ายและชาเขียวหนึ่งชุดมานั่งทานสบายๆอยู่หน้าร้าน รสชาติของร้านเซมเบ้ของตระกูลอุจิวะเป็นที่ขึ้นชื่อของหมู่บ้าน ความกรุบกรอบรวมถึงความอร่อยนี่ไม่ต้องพูดถึง มันเป็นสินค้าชิ้นดี

 

 

 

พอซดชาร้อนๆ ที่มีรสชาติกลมกล่อมความอร่อยก็แพร่ะกระจายไปทั่วทั้งปาก กลิ่นข้าวของเซมเบ้ที่ผ่านการทอดใหม่ ไม่เค็มหรือหวานจนเกินไปมันลงตัวกับชามาก

 

 

 

โครกกกก~

 

 

 

ขณะที่เขากำลังหลับตาเพลิดเพลินก็ได้ยินเสียงแปลกๆ เขาหลุดจากภวังค์ความอร่อยและหันมองเจ้าของเสียงแปลกๆ เจ้าของเสียงคือเด็กชายตัวน้อยวัยประมาณสองสามขวบจากตระกูลอุจิวะกำลังจ้องมองเซมเบ้ในมือเขาด้วยสายตาหดหู่

 

 

 

"เอาไหม ?"

 

 

 

"ไม่! ผมจะไม่รับของจากคนแปลกหน้า"

 

 

 

บอกเลยว่าคาซึยะค่อนข้างแปลกใจที่พบเด็กชายวัยเพียงขวบกว่าพูดจาฉะฉานแบบนี้ สมองของเด็กนี่ทำด้วยอะไรกันแน่อยากลองผ่ามันดูให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

 

 

 

โครกกก~

 

 

 

แต่ท้องของเด็กชายนี่ไม่ค่อยซื่อสัตย์เท่าไหร่ เขามองใบหน้าของเด็กชายที่กำลังแดงก่ำ ท่าทางจะเขินเอาเรื่อง คาซึยะไม่สนใจส่งถาดเซมเบ้ไปให้เด็กชาย

 

 

 

"กินไปเถอะน่าเดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง"

 

 

 

"มะ ขะขอบคุณ"

 

 

 

คาซึยะยิ้มและลุกไปสั่งเซมเบ้และชาจากคุณตาเจ้าของร้านเพิ่มอีกชุดและเอามานั่งกินกับเด็กชาย พอกลับมาหน้าร้านก็พบว่าเซมเบ้ชุดแรกนั้นหายเกลี้ยง สายตาเหล่มองเด็กชายก่อนจะส่ายหัวและส่งชุดใหม่ไปให้เด็กชาย

 

 

 

"ขอบคุณ"

 

 

 

"ไม่เป็นไร"

 

 

 

"เฮ้นายอยู่ที่นี่เองหรออิทาจิ... เอ๋ท่านพี่"

 

 

 

เสียงเรียกจากเด็กชายที่แสนคุ้นเคย คาซึยะมองชิซุยที่วิ่งมาด้วยสีหน้าแปลกๆ เมื่อกี้ชิซุยว่าอะไรนะอิทาจิ เจ้าเด็กนี่น่ะหรออิทาจิ ? เขามองเด็กชายที่กำลังเพลิดเพลินไปกับเซมเบ้ข้างกาย

 

 

 

'ใช่จริงๆด้วยเขาคืออิทาจิ ดูเหมือนเราไม่ทันได้สังเกตุ'

 

 

 

"อิทาจิ นายมาอยู่กับท่านพี่ได้ยังไง"

 

 

 

ชิชุยปลุกอิทาจิที่ตกอยู่ในภวังค์เซมเบ้ เจ้าตัวมองชิซุยก่อนจะทำท่าทางสงสัย ท่านพี่ ?เขาเหล่มองไปทางคาซึยะก็พบว่าชายตรงหน้ามีใบหน้าคล้ายกับแม่ของเขามาก

 

 

 

"คุณคือพี่ชายคาซึยะเองหรอ ?"

 

 

 

"ก็นะ เธอคงเป็นลูกของท่านอาฟูงาคุและท่านอามิโคโตะ ใช่ไหม บังเอิญจังนะ?"

 

 

 

"ใช่แล้ว สวัสดีพี่ชาย ท่านพ่อและท่านแม่บอกว่าพี่คาซึยะแข็งแกร่งมาก"อิทาจิทักทายอย่างเคารพและนอบน้อม

 

 

 

"ไม่เท่าไหร่หรอก ว่าแต่เธอมาทำอะไรที่นี่ชิซุย"

 

 

 

คาซึยะหันไปถามชิซุย ซึ่งน้องชายก็เริ่มอธิบายที่มาที่ไป ทั้งการพบกันครั้งแรกที่ป่า และการฝึกสอนพื้นฐานไทจุสสุและการขว้างปาคุไนและชูริเคน แต่เด็กขวบกว่ามีความคิดหัดฝึกปาคุไนและชูริเคนแล้วหรอ ?

 

 

 

'สมกับเป็นสุดยอดอัจฉริยะ!'

 

 

 

"แสดงว่าวันนี้พวกเธอจะพากันไปฝึกอีกใช่ไหม ดีพี่กำลังว่างเดี๋ยวพี่จะช่วยสอนให้ก็แล้วกัน"

 

 

 

"จริงหรอ ? พอดีเลยผมกำลังพัฒนา Shunshin no Jutsu(คาถาเคลื่อนย้ายร่าง)ให้ถึงจุดสุดยอดของมันแบบท่านพี่"

 

 

 

"อือ ไม่มีปัญหา"

 

 

 

คาซึยะพยักหน้าตอบและเดินนำทางเด็กๆไปที่ทะเลสาบท้ายตระกูล ซึ่งที่นี่เป็นสถานที่ที่เขาในตอนเด็กๆ เคยใช้ฝึกซ้อมพื้นฐานการเป็นนินจา พอมาถึงคาซึยะก็รู้สึกผ่อนคลายเขาไม่ได้มาที่นี่เกือบหกเจ็ดปี มันเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก

 

 

 

"วันนั้นพี่เห็นชิซุยใช้Chidori nagashi (พันปักษาหลั่งไหล) ในการสอบจูนินแสดงว่าเธอเข้าไปอ่านม้วนคัมภีร์ในห้องเก็บของพี่แล้วสินะ"

 

 

 

"ใช่แล้ว ขอโทษนะท่านพี่ที่เข้าไปในห้องเก็บของของท่านโดยไม่ขออนุญาติจากท่านพี่เสียก่อน"

 

 

 

เห็นชิซุยก้มหน้าสำนึกผิด คาซึยะก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี เพราะวิชาส่วนใหญ่ที่อยู่ภายในห้องเก็บของก็ไม่ได้สำคัญอะไรมากมาย วิชาส่วนใหญ่ในม้วนคัมภีร์ก็เป็นสิ่งที่เขาสร้างขึ้นเผื่อคนในครอบครัวและหมู่บ้านอยู่แล้ว

 

 

 

"ไม่เป็นอะไร แล้วเธอได้มากี่คาถา ?"

 

 

 

"คาถาไฟทุกคาถา ส่วนคาถาสายฟ้าที่ผมเรียนรู้มีเพียงพันปักษาทุกรูปแบบ"

 

 

 

"ดีมากแต่ก่อนอื่นอิทาจิเนื่องจากเธอต้องการเชี่ยวชาญการขว้างปาอาวุธ ดังนั้นนายต้องรู้หลักการขว้างปา เล็งเป้าหมาย คำนวนระยะ สายตาต้องไว และต้องสามารถควบคุมกล้ามเนื้อส่วนแขนและนิ้วให้ได้เสียก่อน...ฉันจะสาธิตให้เธอดูเป็นตัวอย่าง"

 

 

 

เขาใช้คุไนกรีดเขียนเป้าหมายบนเปลือกไม้ ที่อยู่ในมุมอับสายตาและเดินกลับมา โดยถือชูริเคนแปดอันเอาไว้ในซอกนิ้วมือทั้งสองข้าง เขาเริ่มขว้างชููริเคนออกไป

 

 

 

ฟิ้วววววว~

 

 

 

เคร้ง! ปักๆๆๆๆๆ

 

 

 

ชูริเคนเกือบทุกอันเข้าเป้าทั้งหมด มีเพียบสองอันเท่านั้นที่เจ้าตัวใช้เป็นตัวเบียงวิถีหักเลี้ยวของชูริเคนให้เข้าเป้าไปทั้งหมด อิทาจิมองภาพตรงหน้าด้วยท่าทีสงบนิ่ง แต่สายตาเป็นประกายปิดไม่มิด ดูก็รู้ว่าเจ้าตัวกำลังตื่นเต้นมากขนาดไหน

 

 

 

"นี่เป็นพื้นฐาน ถ้านายเชี่ยวชาญมันเมื่อไหร่นายจะทำแบบนี้ได้"

 

 

 

คาซึยะปาชูริเคนแปดอันพร้อมกัน แต่ชูริเคนทั้งหมดกลับแยกไปคนละทิศละทาง ก่อนที่จะหักเลี้ยวสู่เป้าหมายเดียวกันราวกับพวกมันกำลังถูกควบคุม

 

 

 

ปักๆๆๆๆๆ

 

 

 

ชูริเคนแปดอันเข้าเป้าทุกดอกแม้จะมีมุมอับน้อยกว่าสี่สิบห้าองศาแต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถของเขาในปัจจุบัน เขาเหล่มองอิทาจิก็พบว่าเจ้าตัวทำท่าทางจริงจังมากยิ่งขึ้น

 

 

 

"เป็นอะไรไปอิทาจิ ?"

 

 

 

"สักวันผมต้องเหนือกว่าคุณในเรื่องนี้แน่นอน"

 

 

 

"ดีแล้วฉันจะคอยดู"

 

 

 

คาซึยะยิ้มก่อนจะลองให้อิทาจิทดสอบการปาชูริเคนเป็นเส้นตรง และสิ่งที่น่าสนใจก็เกิดขึ้นเพราะเพียงเริ่มปาชูริเคนก็เข้าเป้าศูนย์กลางทั้งหมดอย่างแม่นยำ แม้แต่เขาตอนเด็กๆ ยังต้องใช้การปาสองครั้งเพื่อให้เกิดความเคยชิน ผิดกับอิทาจิที่เพียงครั้งแรกก็เข้าเป้าทันที

 

 

 

'ไม่ธรรมดา นี่สินะฉัจฉริยะแห่งอุจิวะ!'

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น