หลินหลิน / ศศิภา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 10 น า ง เ ป็ น เ พี ย ง แ ม ว ตั ว ห นึ่ ง 3

ชื่อตอน : บทที่ 10 น า ง เ ป็ น เ พี ย ง แ ม ว ตั ว ห นึ่ ง 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 188

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ย. 2562 19:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 น า ง เ ป็ น เ พี ย ง แ ม ว ตั ว ห นึ่ ง 3
แบบอักษร

เมื่อถึงยามซื่อ หวงโม่โฉวออกคำสั่งไปยังทหารใต้บังคับบัญชาจำนวนยี่สิบนายให้ออกเดินทางไปยังทุ่งหญ้าจิ่วซาน เดิมทีทหารในความควบคุมของเขามีไม่ถึงห้าสิบนาย ส่วนใหญ่เป็นพวกไม่เอาไหน ขี้เกียจสันหลังยาว เขาจึงส่งกลับเมืองหลวงไปแล้ว ทหารยี่สิบนายที่เหลืออยู่นี้ล้วนเป็นทหารฝีมือดีจำนวนหนึ่ง ขยันขันแข็งจำนวนหนึ่ง และกล้าหาญไม่กลัวตายอีกจำนวนหนึ่ง 

หวงโม่โฉวยามนี้เปลี่ยนอาภรณ์เป็นสีม่วงปักไหมทอง ผมดำขลับเกล้าเป็นมวยสวมทับด้วยหมวกเดินขอบทอง ปักมวยผมด้วยปิ่นทองคำ และช่วงเอวคาดเข็มขัดประดับอัญมณี เขาสวมชุดเต็มพิธีการเช่นนี้ทำให้ดูแปลกตาไปบ้าง ทั้งยังทำให้ตระหนักถึงศักดิ์ฐานะของเขา ความจริงแล้วบุรุษผู้นี้เป็นถึงโอรสของฮ่องเต้ สูงส่งเพียงใดนางย่อมรู้ เพียงแค่ได้พบกันอย่างธรรมดาสามัญ พอมาถึงจวนก็ยังเป็นจวนเก่าโทรม เสื้อผ้าที่สวมใส่ยามปกติมิได้มีค่าราคาแพงอันใด ข้าวของเครื่องใช้ยังน้อยกว่าจวนโหว อาหารการกินเทียบกับจวนโหวแทบไม่ได้ ด้วยเหตุนี้นางจึงมักหลงลืมว่าเขาสูงศักดิ์ปานใด

จนเพียงใด ทำตัวติดดินเพียงใด ชาวบ้านหวาดกลัวเพียงใด มีกำลังทหารมากน้อยอย่างไร แม้แต่เกิดภายใต้ดาวอสูร ทุกสิ่งล้วนไม่สำคัญ เพราะอย่างไรแล้ว ด้วยศักดิ์ฐานะ เขายังคือโอรสของฮ่องเต้ ยังได้รับการอวยยศเป็นฉีอ๋อง เป็นคนที่มิควรล่วงเกินด้วยประการทั้งปวง

หลี่จิวฮวานึกภาพตนเองทั้งนอนทับบนตัวเขา ทั้งเอาหัวซุกไซ้ ทั้งเอาหางปัดป่าย ทั้งข่วน ทั้งงับ ล้วนเป็นการล่วงเกินทั้งเจตนาและมิได้เจตนา โชคดีเท่าไหร่แล้วที่นางยังรอดชีวิตมาได้จนทุกวันนี้ และโชคดียิ่งที่อยู่ในร่างแมว หากเป็นสตรีนางหนึ่ง ทำเช่นนี้ต่อเขา หาไม่โดนประหารคงถูกลากไปทิ้งไว้กลางทะเลทรายเป็นแน่ คิดแล้วก็รู้สึกสยองจนขนลุกชัน นึกหวาดกลัวเขาขึ้นมาสามส่วน สีหน้าแววตาจากแมวพยศซุกซนกลายเป็นแมวหงอยอย่างน่าเวทนา

หวงโม่โฉวเห็นนางท่าทางสงบเสงี่ยมพอตกเช่นนั้น อดมองด้วยความสงสัยไม่ได้ ยังใช้มือจับไปตามเนื้อตัวนาง

“เป็นไรไปแล้ว ป่วยไข้หรือบาดเจ็บตรงที่ใด”

ยามมือของเขาลากไปตามตัวนาง หลี่จิวฮวาสะดุ้งวาบ เนื้อตัวร้อนผะผ่าวราวกับถูกไฟแผดเผา นางไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าเป็นความรู้สึกชนิดใด มิรู้ว่าควรจัดการเช่นไร ได้แต่บิดตัวไปมา ใช้มือปัดป่ายปกป้องตัวเอง กรงเล็บคมๆ ที่ไม่เคยตัดของนางจึงเฉือนผิวเนื้อของเขาไปหลายรอย

เห็นเลือดซิบๆ จดจ่อตรงหน้า นางก็สะดุ้งโหยง รีบเก็บไม้เก็บมือทันควัน ยังช้อนสายตามองเขาอย่างออดอ้อน

“คิดฝากเล็บไว้บนตัวข้าอีกกี่รอยกัน หากเป็นแมวตัวอื่นข้าคงจับโยนออกนอกจวนไปแล้ว”

              เจ้าเหมียวรู้ว่าอ้อนได้ผล ดวงตายิ่งหวานวิบวับกว่าเดิม นางเพียงหวังให้เขาเมตตาแมวตัวนี้อีกสักนิด เผื่อวันใดนางทำผิด เขาจะได้ไม่โกรธถึงขั้นลงมือปลิดชีวิตนาง แต่หลี่จิวฮวาไม่แน่ใจแล้ว ทำตาหยาดเยิ้มเช่นนั้น ใช่ทำถูกต้องหรือไม่ เพราะทันทีที่เขาสบตานางก็หันมองไปทางอื่น ไม่เหลือบแลมองนางอีกเลย ท่าทางเช่นนี้ ไยมิใช่มิโทสะ แต่คิดเท่าไหร่นางกลับคิดไม่ออกว่าเขาโกรธเรื่องใด

              เขาอุ้มนางที่ถูกจับอาบน้ำเช็ดตัวจนสะอาด เดินมาถึงประตู ด้านนอกนั้นทหารทั้งยี่สิบนายแต่งกายรัดกุม ยืนกุมบังเหียนม้าเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบและมีอาวุธคู่กายเตรียมพร้อม อาชาคู่ใจอยู่ตรงหน้า ทหารนายหนึ่งค้อมตัวยื่นบังเหียนให้กับเขา หวงโม่โฉวจับบังเหียน เกี่ยวตัวขึ้นหลังม้าด้วยมือเดียว ม้าศึกส่งเสียงกู่ร้อง เท้าทั้งสองย่ำไปมาอย่างพร้อมเพรียง สร้างความฮึกเหิมได้ไม่น้อย 

เมื่อเขาออกคำสั่งทรงอำนาจ ขบวนทหารจึงเคลื่อนตัว เฉินหนานขี่ม้านำขบวน มีทหารสองนายถือธงรบสีดำขนาบข้าง เขาชักม้าตามหลัง รั้งท้ายด้วยนายทหารยี่สิบนาย แววตาดุดันและหน้าตาที่จริงจังทำให้พวกเขาดูน่าเกรงขาม แม้คนน้อยก็สามารถทำให้ผู้อื่นนึกหวาดกลัวได้ไม่น้อย

เสี่ยวซียามนี้นอนอิงแอบในอ้อมกอดของเขา กำลังง่วนกับการเลียขนของตัวเองอย่างเพลิดเพลิน อากาศยามสายไม่อุ่นขึ้นเลย อีกไม่นานจะหนาวจัดกว่าและหิมะคงตก หญิงสาวตั้งมั่นอยู่ในใจ ก่อนหิมะตกนางจะไปจางจวนอ๋อง ไม่กลับไปเขาหลิงซานก็กลับไปจวนโหวหาบิดามารดา

ใช้เวลาเดินทางไม่นาน ทุ่งหญ้าจิ่วซานก็ปรากฏแก่สายตา

ลมพัดโหมแรง สะบัดจนกระโจมแต่ละหลังโอนเอนไปมา บรรยากาศเงียบสงบราวกับร้างไร้ผู้คน เห็นเพียงคนของเผ่าซานเข่อเดินขวักไขว่ สองมือล้วนหอบหิ้วข้าวของ ท่าทางเร่งร้อน กระโจมห้าหกหลังถูกเก็บเรียบร้อยแล้ว อีกไม่นานพวกเขาคงย้ายกลับถิ่นฐานของตนเอง 

หวงโม่โฉวกวาดตามองหาเท่าไหร่ กลับไม่พบวี่แววของใต้เท้าเถียนแม้แต่น้อย หรือคนหนีไปแล้ว?

ชายหนุ่มหายใจแรงขึ้น ตะโกนออกคำสั่งคำหนึ่ง ม้าหลายสิบตัวก็ย่ำเท้าห้อตะบึงตรงไปยังลานกว้างกลางทุ่งหญ้าแห่งนั้น

 

ความคิดเห็น