ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 62 บุฟเฟ่(1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 62 บุฟเฟ่(1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 121

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ย. 2562 16:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 62 บุฟเฟ่(1)
แบบอักษร

หลังจากรับตัวคิมิมาโร่ที่ฝังศพมารดาเสร็จแล้ว เขาก็ไม่ได้คิดจะรีบกลับไปที่อาเมะงาคุเระ แต่เขาพาคิมิมาโร่ไปที่ห้องทดลองของโอโรจิมารุที่โอโตะแทน เพื่อมอบงานวิจัยเรื่องอักขระสาปรูปแบบสมบูรณ์ให้กับอาจารย์พัฒนามัน

 

 

 

"รูปแบบสมบูรณ์ ช่างเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม!"

 

 

 

"แน่นอนอยู่แล้ว ถ้าอาจารย์วิจัยและสร้างอักขระสาปได้สมบูรณ์แบบ น่าจะสามารถช่วยเหลือจูโกะในโหมดเซียนสาปครองสติได้"

 

 

 

"แบบนี้นี่เอง ว่าแต่เด็กคนนี้คือ ?"

 

 

 

โอโรจิมารุเก็บม้วนคัมภีร์ที่คาซึยะให้มาไว้ในแขนเสื้อก่อนจะเริ่มหันมาสนใจเด็กชายที่ยืนอยู่ข้างกายลูกศิษย์  เด็กชายผมขาวที่แอบซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของคาซึยะเหล่มองโอโรจิมารุด้วยท่าทีเขินอาย

 

 

 

"เขาเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากตระกูลคางูยะในแคว้นมิซึโนะคุนิ"

 

 

 

"อย่าบอกว่าเธอจะรับศิษย์อีกแล้ว ?"

 

 

 

เจอคำถามของโอโรจิมารุ คาซึยะก็ยักไหล่เพราะมันก็ไม่เชิงว่าเขาจะรับคิมิมาโร่เป็นศิษย์ แต่ถ้าในอนาคตเขาสามารถใช้พลังกระดูกของโอซึซึกิได้อันนี้มันก็ไม่แน่

 

 

 

"แต่ได้ข่าวมาว่าตระกูลคางูยะค่อนข้างมีพลังที่พิเศษ เธอไปที่นั่นแสดงว่า..."

 

 

 

ยังพูดไม่ทันจบคาซึยะก็ส่งร่างกายของคนในตระกูลคางุยะที่เขาเก็บไว้ภายในม้วนคัมภีร์มาให้กับอาจารย์ไปหนึ่งร่าง โอโรจิมารุพยักหน้าอย่างพึงพอใจ มีแต่คาซึยะนี่แหละที่รู้ใจเขาอยู่เสมอ มาหาที่ไรก็จะมอบวัตถุดิบชั้นดีให้แก่เขาตลอด

 

 

 

'เป็นลูกศิษย์ที่พึ่งพาได้เสมอ'

 

 

 

โอโรจิมารุรู้สึกภูมิใจไม่น้อย ก่อนจะหันเหมาสนใจร่างกายคนจากตระกูลคางุยะ และเมื่อเห็นอาจารย์เริ่มหันไปสนใจงานวิจัยของตนเองต่อ เขาก็บอกลาอาจารย์ก่อนจะพาคิมิมาโร่จากไป

 

 

 

"ท่านโทบิพวกเราจะไปที่ไหนกันต่อ"

 

 

 

เจอคำถามนี้คาซึยะถึงกับเดินเซ จริงสิหลังจากนี้แสงอุษาก็ยังอยู่ในช่วงสร้างรากฐานขององค์กร กว่าจะเข้าที่เข้าทางก็เหลือเวลาอีกนานนับสิบปี เขาควรไปไหนดี สนามรบ? บ้าน ? หรือจะแอบออกเดินทางไปมิติอวกาศภายนอกเพื่อหาข้อมูลตระกูลโอซึซึกิ ?

 

 

 

ไม่ดีการไปที่มิติอวกาศยังไม่เหมาะกับเขาในตอนนี้ พลังของเขากับคนในตระกูลโอซึซึกิยังห่างชั้นกันมากจนเกินไป ทางด้านเทคนิค และประสบการณ์ของเขาอาจจะไม่มีปัญหา แต่ด้านพลังเนี่ยสิ ต็อกต๋อยเสียไม่มี

 

 

 

หรือเขาควรนั่งหาวิธีพัฒนาเนตรวงแหวนให้กลายเป็นเนตรสังสาระและปลูกฝังไว้ที่ฝ่ามือแบบสายเลือดหลักโอซึซึกิดี ? ไม่ดีเขาไม่อยากเป็นสัตว์ประหลาดหลายเนตรแบบดันโซหรือโมโมชิกิ และผลของการคิดคำนวนเขาก็ได้คำตอบ

 

 

 

"เราจะออกเดินทางหาประวัติศาสตร์ที่อยู่ในพื้นที่ตระกูลหลักของพวกเรา"

 

 

 

"ตระกูลหลักหรอครับ ?"

 

 

 

"ใช่ตระกูลพวกเราตระกูลเซ็นจู อุจิวะ ฮิวงะ อุซึมากิ หรือคางูยะต่างก็มาจากตระกูลหลักเดียวกันนั่นก็คือตระกูลโอซึซึกิ"

 

 

 

เขาตัดสินใจที่จะเดินทางไปยังสถานโบราณโอซึซึกิ และค่อยไปที่สิ่งสถิตของซากต้นไม้เทพเจ้า บางมีเขาอาจจะเข้าใจพลังของตระกูลหลักขึ้นมาบ้างก็ได้ ดังนั้นเขาจึงคิดจะพาคิมิมาโร่ออกเดินทางไปกับเขาด้วย

 

 

 

"ฉันจะกลับไปใช้ร่างหลักแทน มากับฉัน"

 

 

 

ไม่รอให้เจ้าตัวน้อยถามทั้งคู่เคลื่อนย้ายมาด้วยลาดชันแดนมรณะ และมาโผล่อีกครั้งก็ฐานวิจัยใต้ดินของบ้าน คิมิมาโร่เริ่มสำรวจภาพแปลกตาส่วนคาซึยะก็ใช้โทบิมาเฝ้าดูแลหมู่บ้านแทน

 

 

 

ร่างหลักเดินไปหาครอบครัวและชักชวนทุกคนออกเดินทาง ทุกคนตกลงโดยไร้ผู้คัดค้านผู้ร่วมทางในครั้งนี้มีเขา อาจิไซ คิมิมาโร่ ชิซุย คาสุมิ และฮินะ เพราะอย่างไรทั้งห้าก็มีสายเลือดบางส่วนของตระกูลโอซึซึกิ

 

 

 

บางทีการไปที่นั่นพวกเขาอาจจะได้พบกับทหารเซ็ตสึขาวของคางุยะที่ถูกสร้างขึ้นโดยพลังจากสิบหางด้วย ระดับความเข้มข้นของเซลล์ในตัวเซ็ตสึต้นตำหรับนั้นทรงพลังกว่าเซ็ตสึปกติ และมันยังสามารถใช้นินจุสสึได้อีกด้วย

 

 

 

ตามต้นฉบับในอนาคตถ้าซาซึเกะไม่ได้ทำลายทหารเซ็ตสึของคางุยะแล้วละก็โลกนินจาอาจจะปั่นป่วนอีกละลอกก็เป็นได้ เพราะแม้แต่ระดับคาเงะเช่นโคโนฮะมารุตอนเป็นผู้ฝึกสอนกลุ่มโบรูโตะยังยากที่จะสังหาร

 

 

 

"มันไม่อันตรายใช่ไหมคาซึคุง"

 

 

 

มันโครตจะอันตรายเลยละแม่คุณ แต่ด้วยพลังของพวกเขาสองคนไม่น่าจะมีปัญหาในเรื่องนี้ แต่กับอาจิไซ คาสุมิ ชิซุยและคิมิมาโร่อาจจะหนักหนาสาหัสเลยก็ได้ แต่นี่อาจจะเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับเด็กๆ เขาจึงไม่ได้พูดอะไรที่เป็นข้อห้ามออกไป

 

 

 

"ไม่ต้องเป็นห่วง ในปัจจุบันไม่มีใครทำอะไรพวกเราได้"

 

 

 

ฮินะพยักหน้าส่วนชิซุยและคาสุมิดูตื่นเต้นที่จะได้ออกไปชื่นชมโลกภายนอกอย่างที่หวังกันมานาน ทั้งห้าเดินลงไปที่ชั้นใต้ดินของด้านเพื่อให้คิมิมาโร่ได้ทำความรู้จักกับทุกคน

 

 

 

"ไปกันเถอะ"

 

 

 

อากาศตรงหน้าแตกตัวเป็นบล็อกสี่เหลี่ยม คาซึยะนำทางทุกคนเข้าไปภายในรูมิติก่อนจะโผล่มาอีกครั้งก็ใจกลางป่า ในที่ที่เต็มไปด้วยซากกระดูกของสัตว์ร้ายขนาดใหญ่ยักษ์ จำนวนสิบกว่าตัว นี่ไม่นับรวมกระดูกที่ฝังไว้ในใต้ดินอีกนะ

 

 

 

'ที่นี่สินะ คือฐานหลักของปู่ทวด'

 

 

 

"ที่นี่หรอคาซึคุง ทำไมมันดูคุ้นเคยชอบกล"

 

 

 

คาซึยะเหล่มองฮินะก่อนจะเริ่มกลับมาสงสัยในตัวตนของแฟนสาวที่แสนลึกลับ ทำไมในโลกนี้ถึงมีฮินะและอาซามิ ทำไมทั้งสองถึงมีหลายสิ่งที่คล้ายคลึงกัน ? การมาในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงหาประวัติศาสตร์ของคางูยะ แต่เพื่อมาตอบข้อสงสัยของเขาด้วยต่างหาก

 

 

 

"เอาเถอะพวกเราเข้าไปด้านในถ้ำกันก่อนน่าจะดีกว่า"

 

 

 

คาซึยเดินนำกลุ่มพาทุกคนเข้าไปในถ้ำ ทันทีที่เข้ามาด้านในก็ได้กลิ่นอายที่แสนคุ้นเคยภายในนี้ สายตากวาดมองโดยรอบอย่างสนอกสนใจ โดยสายตาจะเหล่มองฮินะเป็นพิเศษ

 

 

 

ทั้งหกเดินลึกเข้าไปด้านในไม่นานพวกเขาก็เจอกับห้องห้องหนึ่งซึ่งภายในนั้นมีโลงศพไม้วางไว้ คาซึยะเข้าไปเปิดโรงศพก็แสยะยิ้มเพราะผู้นิทราที่อยู่ในโลงศพก็คืออุจิวะ มาดาระปู่ทวดของเขาอย่างที่คาดการไว้

 

 

 

'อาซามิยังไม่ได้เอาศพไปซ่อนสินะ'

 

 

 

"ท่านพี่คุณปู่สุดเท่ที่หลับอยู่ในนี้คือใครหรอคะ"คาสุมิถามโดยพยายามชะโงกหน้ามาดูอย่างซุกซน

 

 

 

"อ่อเขาคือท่านคือผีรุ่นแห่งอุจิวะรุ่นแรกอุจิวะ มาดาระปู่ทวดของพวกเรา"คาซึยะกล่าวตอบน้องสาว

 

 

 

ตาของคาสุมิเบิกกว้าง ก่อนจะรีบวิ่งมามองศพในระยะประชิดด้วยสีหน้าสนใจอย่างปิดไม่มิด เธอพอจะจำได้ว่าท่านพี่ของเธอก็คือผีแห่งอุจิวะรุ่นที่สองดังนั้นเธอจึงสนใจชื่อผีแห่งอุจิวะมาเป็นพิเศษ

 

 

 

"อะไรกันทำไมปู่ทวดเขาไม่ลืมตาละท่านพี่"

 

 

 

"อย่าซนน่าคาสุมิ ดูอาจิไซสิเธอยังไม่ดื้อไม่ซนเป็นลิงเป็นข้างแบบเธอเลยนะ"

 

 

 

ชิซุยห้ามปรามน้องสาวตัวแสบ เมื่อเห็นเด็กหญิงกำลังใช้มือน้อยๆ ตบหน้าของมาดาระเพื่อปลุกเขาจากนิทรา ดีนะที่ชิซุยห้ามปรามไว้ทันไม่งั้นมีหวังยัยเด็กแสบจอมซนนี่ได้ลงมือตบเข้าหน้าของปู่ทวดที่เป็นตำนานแสนยิ่งใหญ่ในยุคก่อนไปแล้ว

 

 

 

"ไปต่อกันเถอะ"

 

 

 

คาซึยะมองชายชราที่นิทราชั่วนิรันดร์ด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะปิดฝาโลงศพและเดินออกจากห้องไป ทุกคนรู้สึกสงสัยเพราะตามประวัติศาสตร์ไม่ใช่ว่ามาดาระเสียชีวิตที่หุบผาสิ้นสุดหรอกหรือ

 

 

 

ในขณะที่ทุกคนกำลังสงสัยโดยไม่มีใครได้สังเกตุเห็น ร่างเงาลิมโบของคาซึยะเริ่มนำบางสิ่งบางอย่างจากโรงศพของมาดาระมาเก็บไว้ในม้วนคำภีร์ก่อนจะเดินตามทุกคนไปด้วยท่าทีปกติ

 

 

 

"ที่นี่ไม่เห็นมีอะไรเลยหนิท่านพี่"คาสุมิเริ่มแสดงท่าทางเบื่อหน่าย ผิดกับอาจิไซที่เริ่มตื่นเต้นและเดินมาอ้อนให้เขาอุ้มเธอ

 

 

 

"ใกล้จะถึงแล้วละ ระวังตัวกันให้ดีละ"

 

 

 

เนตรสังสาระที่ถูกสวมทับด้วยของคาซึยะเหล่มองไปที่ใต้ดินในขณะอุ้มลูกสาว ก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อเขาไม่สามารถมองเห็นลงไปได้ราวในที่แห่งนี้นอกจากมาดาระแล้ว ไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่ แต่เรื่องนี้มันเป็นไปไม่ได้

 

 

 

เพราะรากไม้เทพเจ้าส่วนใหญ่ควรจะอยู่ที่แห่งนี้ ไม่เช่นนั้นมาดาระจะโคลนนิ่งเซ็ตสึขาวด้วยเนตรสังสาระผ่านเทวรูปมารนอกรีตได้ยังไง ดังนั้นเขาจึงพาทุกคนโดยต่อไปจนถึงทางตัน 

 

 

 

"คาซึคุงตรงนี้มีคาถาผนึก"

 

 

 

คาซึยะหันไปมองตามมือของฮินะก่อนจะเริ่มสำรวจคาถาผนึกนี้ การผนึกสมควรเป็นฝีมือของคุโรเซ็ตสึอย่างแน่นอน ถ้าเขาเปิดผนึกตอนนี้คุโรเซ็ตสึจะรู้ตัวหรือไม่ ? รู้ไม่รู้ใครจะสนเขาประสานอินด้วยมือซ้ายและคลายคาถาผนึกทันที

 

 

 

คลื่น~!

 

 

 

เมื่อผนึกถูกคลายผนังถ้ำที่เคยเป็นทางตันก็ค่อยๆ เคลื่อนที่แยกตัวออกราวบานประตูเซ็นเซอร์ตามร้านมินิมาร์ท ผนังถ้ำที่มืดสนิทเกิดคบเพลิงส่องสว่างเป็นแนวยาว

 

 

 

กลิ่นอายความชั่วร้ายที่ถูกผนึกไว้ค่อยๆแผ่ขยายออกมาจนเด็กๆเริ่มกลัว มีเพียงคาซึยะและฮินะที่พุ่งมายืนข้างหน้าของเด็กทั้งสาม ส่วนอาจิไซหลับปุ๋ยไปแล้ว ทั้งห้าพยักหน้าให้แก่กัน ก่อนจะพากันเข้าไปภายในโดยมีคาซึยะเดินนำ ปิดท้ายด้วยฮินะ

 

 

 

ตึงงง!

 

 

 

จู่ๆประตูก็ปิดตัวทำให้ทุกคนเริ่มรู้สึกแปลกๆ โดยเฉพาะฮินะที่กำลังเหงือไหลรินหลังจากสัมผัสถึงบางสิ่งด้วยเนตรสีขาว สิ่งที่เธอเห็นคือสิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดกลัวกำลังคืบคลานใกล้เข้ามาช้าๆ

 

 

 

"ที่นี่เต็มไปด้วยจุดมุ่งร้ายจะจำนวนมากกว่าร้อยตน คาซึคุงเอายังไงดี!"

 

 

 

"อยู่เฉยๆเดี๋ยวฉันจัดการทุกอย่างเอง"

 

เม้นโดยรวมเกินร้อย

เดี๋ยวอีกตอนจะตามมา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น