winterandwhite

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 20

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 36

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ย. 2562 14:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20
แบบอักษร

‘มันเป็นเพราะฉันใจอ่อนเอง หรือผิดที่คุณน่ารักเกินไปกันแน่ หรือเพราะว่าฉันแพ้ให้กับน้ำตาของคุณกันนะ แล้วฉันก็ได้แต่หวังว่า น้ำตาน้อยๆ ของคุณในวันนี้จะไม่ได้แลกกับน้ำตามหาศาลของฉันในวันข้างหน้า  

รักคุณเข้าแล้วค่ะ คุณรั้วของชาติ ที่จะกลายมาเป็นรั้วของใจฉัน ’  

เบธนอนอ่านข้อความนี้ที่ฝนต้นเมษาโพสต์เอาไว้เมื่ออาทิตย์ก่อน อ่านซ้ำวนไปวนมา โดยเฉพาะท่อนที่ว่า รักคุณเข้าแล้วค่ะ ที่อ่านเท่าไหร่ ก็ไม่รู้สึกว่าเบื่อสักที ทำให้เจ้าของโพสต์ ซึ่งนั่งให้เบธนอนหนุนตักอยู่รู้สึกหมั่นไส้ แต่ก็ไม่รู้ว่า ความจริงแล้วใครกันแน่ที่น่าหมั่นไส้ เพราะเหตุการณ์ที่ว่านี้ เกิดขึ้นในห้องนอน เขตหวงห้าม เขตอนุรักษ์ พื้นที่สงวนของฝนต้นเมษาที่รักนักรักหนา แต่เบธกลับเข้ามาได้อย่างง่ายดายนัก

“ยิ้มอะไรขนาดนั้นคุณ”

“ก็เบธมีความสุขนี่”

“ไหนบอกว่าจะพาฝนไปเที่ยวไงคะทหาร หลอกให้ฝนแต่งตัวเก้อเหรอคะ หืม”

เบธได้ยินดังนั้น ก็ละสายตาจากมือถือ แล้วเปลี่ยนไปมองตาคนแทน

“อยากไปเที่ยว หรือว่าเขิน ที่อยู่ในห้องนอนกับเบธสองต่อสองกันแน่น้า” พูดจบก็วางมือถือไว้ไกลๆ ตัว แล้วหยิบมือคนขึ้นมาแทน จับไปจับมาแล้วก็เอาไปทาบแก้มนิ่มๆ ของตัวเองไว้

“ฝนไม่เขินหรอกค่ะ ฝนใจแข็ง”

“คุณเนี่ย ชอบท้าทายเบธ”

“ไม่เคยสักนิดค่ะ”

“ที่พูดแบบนี้ แล้วก็ทำท่าทางแบบนี้ ไม่เรียกว่า ท้าทายหรือไงคะ คุณบรรณารักษ์ ที่รัก” เบธทำตาเยิ้มๆ แบบว่าพิฆาตใจสาวแบบสุดๆ ก็เลยโดนหยิกไปหนึ่งที

“โอ๊ย หยิกเบธทำไมคะ”

“ลุกได้แล้วค่ะ สายแล้ว ฝนอยากไปเที่ยว”

“แปลว่า อยากไปเที่ยวกับเบธ อยากมีความสุขกับเบธนานๆ ใช่มั้ย”

“มั้งคะ”

เบธอมยิ้ม แล้วก็ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง นั่งจ้องหน้าแฟนตัวเอง

“มองหน้า หาเรื่อง” ฝนต้นเมษาพูด แสร้งทำหน้าดุๆ แต่ริมฝีปากแดงๆ ที่กลั้นยิ้มอยู่นั้น มันหลอกตาเบธไม่ได้

“รักเบธมั้ยคะ รักเบธมั้ย” เบธไม่ได้รู้สึกว่าเกรงกลัว แล้วยังจะหยอดเพิ่มอีก

“อนุญาตให้ขึ้นมาบนห้องนอนขนาดนี้ ถ้ายังไม่รู้อีก ว่ารักหรือไม่รัก ฝนช่วยไม่ได้จริงๆ ค่ะ”

“ถ้าไม่ตอบดีๆ เบธหอมแก้มนะ”

“คนชั่ว”

“โห นี่ว่าเบธขนาดนี้เลยเหรอ”

“ค่ะ ไม่ชั่วจริง ทำไม่ได้เลย” เธอพยักหน้าจริงจัง แต่แววตามันเผยความจริงข้างในหมดแล้ว

“เร็วๆ ค่ะ บอกมาก่อน ว่ารักเบธที่สุดในโลก”

เบธเขยิบเข้าไปใกล้ฝนต้นเมษามากกว่าเดิม ทั้งกรุ้มกริ่ม ทั้งเจ้าเล่ห์

“อื้อ”

เบธทำท่าเอียงคอ เอาจมูกไปจ่อที่แก้ม แบบว่า อีกเซนติเมตรเดียว หนังจมูกกับหนังแก้มก็จะได้สัมผัสกัน คนที่โดนกดดันก็เลยร้องประท้วง แต่ก็ประท้วงในระยะเวลาสั้นๆ แค่นั้น

จากนั้นก็ทนที่จะสมยอมไม่ได้

 

“ฝนรักเบธนะคะ รักมาก รักมาตั้งนานแล้วค่ะ”

 

เบธอมยิ้ม ก่อนจะถอยออกมา ยิ้มหวาน แล้วมองสายตาเขินๆ ของฝน

“ก็คุณน่ารักออกขนาดนี้ จะไม่ให้เบธ กลายเป็นคนชั่วยังไงไหว”

“แล้วคนชั่ว จะไม่บอกรักคนดี สักนิดเหรอ”

“ไปค่ะ ไปเที่ยวกัน”

เบธยิ้มร้าย แล้วก็ลุกขึ้น หยิบมือถือ ใส่เสื้อคลุม หยิบกุญแจรถตั้งท่าจะออกเดินทาง ฝนต้นเมษาถอนหายใจยาวๆ แล้วก็ลุกขึ้น ไปเตรียมสัมภาระบ้าง ภายในใจรู้สึกว่า มันน่าจะหยิกแรงๆ อีกสักที คนอะไรกวนหัวใจเสียจริง

“เชิญค่ะ”

เบธทำหน้าเรียบๆ ผายมือให้ฝนเดินออกหน้าไปก่อน และพอเธอเดินผ่านหน้าไปจริงๆ เบธก็เข้าไปตะครุบตัวไว้

ก่อนจะเข้าไปกระซิบที่หู

 

“เบธรักนะคะ คนดีของเบธ คนชั่วคนนี้ไม่รู้เหมือนกันว่ารักแค่ไหน แต่ในชีวิตที่ผ่านมา รักมากกว่านี้ มันไม่เคยมี”

 

อาจจะเป็นจริงอย่างนั้น อย่างที่เบธพูดไป เพราะหลังจากที่เบธทราบเรื่องการขนยาเสพติดโดยยัดไปในแคคตัส เบธก็ตัดสินใจหยุดสืบคดีของกัญญพีร์ โดยไม่สนว่าตัวเองจะผิดคำพูดหรือไม่ เบธไม่อยากจะรับรู้ ไม่อยากจะสืบต่อเพราะกลัวเหลือเกินว่า ถ้าเป็นแก้วตาขวัญจริงๆ เบธจะรู้สึกอย่างไร และจะทำยังไงต่อไป เบธตัดปัญหา ตัดรำคาญทั้งหมด ด้วยการมอบชีวิตให้กับงาน ส่วนหัวใจทั้งใจ ยกให้กับคุณบรรณารักษ์สาว แต่เพียงผู้เดียว แม้ไม่รู้ว่าเด็ดเดี่ยวไปได้สักกี่น้ำก็ตาม

 

วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ เบธยกเวลาว่างทั้งหมดที่มีให้ฝนต้นเมษาด้วยการพาเธอไปเที่ยวสวนสัตว์ทั้งๆ ที่เธออยากจะไปเดินดูพิพิธภัณฑ์หรือไม่ก็แกลลอรี่มากกว่า แต่เบธให้เหตุผลว่า เธอควรไปดูธรรมชาติ ดูสิ่งมีชีวิตที่มันเคลื่อนไหวได้บ้าง

เมื่อไปถึงที่หมาย สวนสัตว์เปิดใหม่ ไม่เล็กไม่ใหญ่ ผู้คนไม่เยอะและก็ไม่น้อย จอดรถ ซื้อตั๋วเสร็จ เบธก็กางแผนที่ แล้วปรึกษาหารือกับฝนต้นเมษา คนที่เบธคิดว่า จะพาเธอไปเที่ยว ไปทุกที่ๆ และจะเดินเคียงข้างกันไปเรื่อยๆ 

“คุณชอบสัตว์อะไรที่สุดอะคะ คุณฝนคนดี”

“ชอบเบธ”

เบธกะพริบตาปริบๆ ฝนต้นเมษาก็เลยหัวเราะชอบใจใหญ่

“หรือว่าเบธเป็นต้นไม้คะ”

“ในบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ในสวนสัตว์แห่งนี้ คุณตอบว่าชอบเบธ โอ่ย อีกนิดค่ะคุณฝน อีกนิดเดียว เบธเกือบจะดีใจแล้ว”

เบธกัดฟันแน่น และเหลือบตามองบนนิดๆ รู้สึกเหมือนโดนเอาคืนบอกไม่ถูก

“ถามใหม่ก็ได้ คุณกลัวอะไรหรือเปล่า แบบงู สัตว์เลื้อยคลานอะไรแบบนี้ เราจะได้ไม่ไปกัน”

“ก็เบธอีกนั่นแหละค่ะ” เธอตอบ พร้อมอมยิ้มอย่างมีความสุข เหมือนคิดมาจากบ้านแล้ว ว่าวันนี้จะเล่นมุกนี้

“คนดีคะ”

“คะ”

“กลัวในสิ่งที่ชอบ มันจะชอบสนุกเหรอคะ ชอบก็ชอบเลยค่ะ จัดเต็ม ไม่ต้องไปกลัว” เบธเลยเอาบ้าง

“ไม่คุยด้วยละ ไปดูฮิปโปว่ายน้ำดีกว่า”

พอไปต่อไม่ถูก ฝนต้นเมษาก็เลยเดินนำเบธไปลิ่วๆ เดินไปตามป้ายบอกทางไม่สนใจแผนที่ในมือเบธสัดนิด

 

แชะ แชะ แชะ แชะ แชะ

เบธยกกล้องที่คล้องคอมาด้วยกดถ่ายภาพฝนต้นเมษาขณะยืนนิ่งๆ กอดอก ดูฮิปโปตัวอวบอ้วนว่ายน้ำโชว์ไปมา เธอยืนมอง อมยิ้ม แววตาแฝงไปด้วยความอ่อนโยน เธอพิจารณาทุกท่วงทาของเจ้าตัวอุ้ยอ้ายนี้ด้วยความละเมียดละไมราวกับว่าดูงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์ นอกจากฮิปโป ก็เธอนั่นแหละ ที่ดูน่ารัก และน่ามองอย่างไม่ควรจะละสายตา เบธคิดว่ามันเป็นแบบนั้น

“คุณอยากให้อาหารมันมั้ย เดี๋ยวเบธไปซื้อให้”

“สักครู่นะคะ”

มือข้างหนึ่งที่เคยกอดอก ฝนปล่อยมันลงมาแล้วคว้ามือเบธเอาไว้ เป็นเชิงว่า ให้เบธอย่าเพิ่งไป สายตาเธอดูเพลิดเพลินไปกับสิ่งมีชีวิตข้างหน้า และก็อยากให้เบธยืนอยู่ข้างๆ เธอด้วยกัน ยิ่งทำให้เบธยิ้ม ทั้งมือที่จับ ทั้งสายตาแห่งความสุขนั้น

แต่เพราะยังมีสัตว์อีกเป็นร้อยชนิดให้ฝนต้นเมษาไปชื่นชม เบธก็เลยแกล้งขัดจังหวะนิดหน่อย

“คุณจับมือเบธได้ยังไงคะ เบธยังไม่อนุญาตเลย”

เธอหลุดออกจากภวังค์จริงๆ แล้วมือก็คลายออกจากข้อมือเบธอย่าทันที

ก่อนที่เธอจะนึกอะไรบางอย่างได้

“ฝนแค่เผลอไปจับข้อมือคุณนิดเดียวเอง ทีคุณนะ กอดเอา กอดเอา ฝนนะ ไม่เคยได้อนุญาตเลย”

เบธหัวเราะหลุดออกมาทันที

“นี่ ฝนซีเรียสนะ คุณจะขำอะไรมิทราบ”

เบธหัวเราะหนักกว่าเก่า ก่อนจะ ตอบกลับไปว่า

“เบธแค่กอดค่ะ ไม่ได้ กอดเอา ไว้ถ้า กอดเอา เมื่อไหร่ จะไม่ลืมขออนุญาตนะคะ โอ๊ย เบธเจ็บนะ”

“ลงไปอยู่กับฮิปโปเลยไป”

เกิดการทำร้ายร่างกายโชว์ฮิปโปนิดหน่อย ก่อนที่ฝนต้นเมษาจะเดินหนี

“อ้าว ไม่จับมือเบธแล้วเหรอ”

“เป็นคนชั่ว แล้วยังเป็นคนเล่นตัวอีก เลยไม่จับละ”

“จริงๆ นอกจากเล่นตัว แล้วก็ชอบเล่นอย่างอื่นด้วยนะ” พร้อมหน้ากรุ้มกริ่มอีก

“จะบอกว่า เป็นคนทะลึ่งอีกหนึ่งอย่าง ก็นึกได้ว่า จริงๆ ก็รวมอยู่ในหมวดคนชั่วแล้วอะเนอะ ไม่พูดซ้ำ”

“คุณฝน งู!” เบธอาศัยจังหวะเผลอๆ แกล้งหลอก แล้วเบธก็เดาถูกว่าฝนกลัวงู

“งื้อ ไม่เอา ฝนไม่เอางู!” ฝนยืนตัวแข็ง หลับตาปี๋ ทำหน้าเหยเกนิดหน่อย

“คนดีที่ไหน คนบ้าชัดๆ ขนาดกลัว ยังดูสุขุม ดูคูลขนาดนี้ บ้าไปแล้ว”

“นี่! เล่นไม่เข้าเรื่อง”

เบธที่หวังว่าจะได้ยินเสียงกรี๊ดแต่ได้แค่เสียง งื้อ คว้ามือคนที่โดนแกล้ง แล้วก็ออกเดินต่อไป

ทั้งคู่พากันเดินดูสัตว์ ดูต้นไม้ ดอกไม้ ผลัดกันถ่ายรูป แล้วก็หยอกล้อกันตามประสาคนมีความรัก เบธมีความสุขมากๆ แต่ฝนต้นเมษาดูเหมือนว่าจะมีความสุขยิ่งกว่า นานแค่ไหนแล้ว ที่เธอไม่ได้ไปไหนนอกจากห้องสมุดและโรงพยาบาล ทั้งสองคนทั้งเดิน ทั้งวิ่งเล่นเหมือนเด็กๆ จนกระทั่งได้เวลาพักเที่ยง จึงได้หาที่นั่งทานข้าวกัน

ขณะทานข้าว

“ฝนเห็นที่เบธลงประกวดขวัญใจกองทัพด้วยนะ น่ารักเชียว แอบไปกดไลค์ให้ด้วยนะ” พร้อมโชว์หน้าจอมือถือให้ดู

“อยากให้แฟนตัวเองชนะอะดิ อะโด่ว” เบธยิ้มมั่นใจเวอร์

“กลัวได้ที่โหล่ต่างหาก สงสารเถอะ”

“มีเรื่องที่น่าสงสารกว่านั้นอีกค่ะคุณ มันต้องมีแสดงความสามารถพิเศษด้วย ในวันงาน แล้วเบธต้องไปดีดไห อย่างเซ็ง นี่ไอ้ดลก็สอนให้ทุกวัน วันละท่าสองท่า งงไปหมด จะเปลี่ยนเป็นยิงไหแทนแล่ว”

“เป็นสาวเหรอเราอะ”

“ก็เป็นได้ทั้งนั้นแหละ ถ้าคนดีต้องการ”

ฝนต้นเมษาไม่เคยรู้สึกว่า การรับประทานอาหารมันสามารถสร้างความสุขให้ตัวเองได้มากขนาดนี้ ทำไมกับคนที่ผ่านมา กับรักที่ผ่านมา เธอไม่เคยรู้สึกว่า มันจะเท่ากับครั้งนี้เลย ไม่รู้ว่ามันนานไปแล้วจนลืม หรือว่า ครั้งนี้มันดีกว่าจริงๆ

ทั้งคู่กินอาหารอิ่ม ก็ต่อด้วยไอติมคนละแท่งแก้ร้อน หวานเย็นชื่นใจ

แต่เมื่อไอติมหมดแท่ง ช่วงเวลาแห่งความสุขก็หมดไป

เมื่อจู่ๆ ฝนต้นเมษาก็ถามขึ้นมา

ว่า

“แล้วทำไมเบธต้องดีดไหล่ะ ฝนจำได้ว่า เบธจะร้องเพลงไม่ใช่เหรอ”

เบธสะดุดเมื่อได้ยินคำถาม ก่อนจะตอบเลี่ยงๆ ไปว่า

“พอดีเพื่อนในหน่วยที่เป็นผู้เข้าประกวดฝ่ายชาย เค้าขอให้ช่วยน่ะ”

“แล้วเบธก็ยอมง่ายๆ เหรอ นี่คิดอะไรกันหรือเปล่าเนี่ย” ฝนก็แซวไปอย่างนั้น ไม่ได้คิดล่วงหน้าว่า การแซวครั้งนี้ มันจะนำพาซึ่งเรื่องราวบางอย่างมาให้

“เอ้ย! เปล่าๆ ไม่ใช่อย่างนั้น อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะคะ เบธมีข้อแลกเปลี่ยนกับเค้าบางอย่างเลยต้องทำ เบธไม่ชอบผู้ชาย ไม่เลย ไม่แม้สักนิด”

ฝนต้นเมษาพยักหน้า เหมือนว่าเข้าใจ แล้วก็เงียบไป ทำให้เบธใจชื้นขึ้นมาสักหน่อย

“ข้อแลกเปลี่ยนอะไรคะ มันสำคัญกับเบธมากเลยเหรอ”

ตึง!

เหมือนมีคนเอากลองมาแนบหูเบธ แล้วก็ตีมันแรงๆ เบธไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องนี้ยังไงดี เรื่องกัญญพีร์ ฝนต้นเมษาไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย

แต่ในสักวัน เธอก็ต้องรู้เรื่องทุกอย่างของเบธอยู่แล้ว เบธก็เลยตัดสินใจว่าจะเล่า แต่เลือกสถานที่เป็นโซนซาฟารี ให้ฝนต้นเมษาให้อาหารยีราฟไปอาจจะทำให้เรื่องมันดูเบาบางลง  เบธก็เลยพาฝนไปหายีราฟ ซื้ออาหารให้เสร็จสรรพ แล้วเบธก็เล่าไป ตั้งแต่เหตุการณ์ที่กัญญพีร์โดนจับ จนกระทั่งถึงวันที่เบธได้แผ่นซีดีมาเป็นข้อแลกเปลี่ยนจากหมวดกัปตัน

“คุณเข้าใจเบธใช่มั้ย ไม่โกรธเบธนะคะ คือมันเป็นคำพูดของเบธในอดีต และเบธก็พยายามจะทำตามให้ได้ โดยตอนนั้นไม่ทันคิดไปว่า ตัวเองจะต้องมีความรักครั้งใหม่ แต่ตอนนี้ เบธไม่สนใจมันแล้วนะคะ เบธจะไม่สนใจเรื่องของใครอีก นอกจากคุณ”

“แล้วในแผ่นซีดี มีอะไรหรือคะ ถ้ามันพอให้เบธช่วยคุณพีร์ได้ เบธก็ทำให้เธอเถอะค่ะ เธอคงกำลังลำบาก”

เปรี้ยง!

ถ้าคำถามก่อนหน้า คือเสียงกลอง คำถามนี้ มันคือเสียงฟ้าผ่า

กับกัญญพีร์ที่เป็นแฟนเก่าและอยู่ในเรือนจำ มันไม่น่าโกรธหรอก แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับแก้วตาขวัญ คนที่เพิ่งมีประเด็นร้อนๆ กันไม่นานมานี้ มันก็ไม่แน่

ควรจะโกหก เล่าไม่หมด บ่ายเบี่ยงไม่เล่า กับ เล่าทุกอย่างออกไป อย่างไหน มันจะดีกว่ากัน เบธเงียบไปครู่หนึ่ง

“ยิ่งเบธไม่เล่า มันยิ่งทำให้ฝนอยากรู้ และสงสัยในตัวเบธนะ แต่ถ้าเบธเล่าออกมา บางที ฝนอาจจะช่วยให้เรื่องนี้มันจบลงด้วยดี และเบธก็ไม่ต้องเสียคำพูด โดยมีฝนเป็นสาเหตุ”

เพราะเธอห่วงลูกผู้หญิงด้วยกัน สงสารผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องติดคุกฟรีๆ และไม่อยากเป็นตัวขัดขวางความช่วยเหลือของเบธที่กัญญพีร์เฝ้ารอคอย ฝนต้นเมษาจึงพยายามคาดคั้นทุกอย่างจากเบธ

“ในแผ่นซีดี มีภาพการขนยาเสพติด โดยการนำยาเสพติดยัดไว้ในต้นแคคตัส เหตุเกิดใกล้ๆ กับร้านของแก้วตาขวัญ ที่เราไปเจอกันวันนั้น คือ เบธก็เลย...”

“ไม่อยากสืบหาความจริงต่อ เพรากลัวว่า ถ้าน้องแก้วรู้เห็นเรื่องนี้ แล้วเบธก็จะไม่กล้าจับน้องแก้ว ส่งให้ตำรวจด้วยมือของตัวเอง ใช่มั้ย”

“ค่ะ มันเป็นแบบนั้น” เบธตอบเสียงหนักแน่น แล้วก็จับมือฝนต้นเมษาไว้แน่น เพราะกลัวเธอจะสะบัดมันออก ก่อนที่จะอธิบายต่อ

“แต่ไม่ใช่เพราะเบธรักแก้ว คือแม้จะไม่ใช่แก้ว แต่เป็นใครก็ตามที่เบธรู้จัก เบธก็จับเข้าคุกไม่ลงเหมือนกัน เบธเลยเลือกที่จะออกจากชีวิตแก้ว ไม่ไปยุ่งกับแก้วอีก ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการที่จะเป็นดีกว่า”

ฝนต้นเมษาฟังอย่างตั้งใจ และไม่ได้ดึงมือที่เบธจับอยู่ออก แถมยังกระชับมันให้แน่นมากขึ้น

ก่อนจะถามคำถามบางอย่างกับเบธ

“แล้วถ้าสมมุติว่า ฝนก็มีส่วนรู้เห็นเรื่องนี้ เบธจะออกจากชีวิตฝน เหมือนที่ทำกับน้องแก้วมั้ย” 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น