Duble R.
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 ความซวยหรือฟ้าบันดาล

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 ความซวยหรือฟ้าบันดาล

คำค้น : เฮียปาร์ค,ปาร์ค,อัญชัน,อัญโก๊ะ,แพ้ทาง,คนมีเกียร์,ผู้ชายสายดุ,วิศะ,เกียร์,พระเอกเย็นชา,นางเอกโก๊ะ,นิยายรักวัยรุ่น,ไม่เน้นดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.5k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ย. 2562 13:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 ความซวยหรือฟ้าบันดาล
แบบอักษร

อัญชันกลับมาเข้าเรียนในช่วงบ่ายก็ตกเป็นเป้าสายตาของเพื่อนในคณะ เพราะเสื้อที่เธอใส่อยู่มันเรียกสายตาจากคนอื่นได้เป็นอย่างดี นักศึกษาปีหนึ่งคณะอักษรศาสตร์ใส่เสื้อช็อปของคณะวิศวกรรมศาสตร์มาเข้าเรียนมีคนให้คนสนใจก็คงไม่แปลก ยิ่งจินที่เป็นทาสของผู้ชายหล่อคณะวิศวกรรมแล้วด้วยยิ่งสนใจอยากรู้เป็นที่สุด โดยเฉพาะเสื้อช็อปตัวที่อัญชันใส่อยู่นั้นมันมีหลักฐานบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเป็นของรุ่นพี่คณะวิศวกรรมศาสตร์ปีสาม 

"ตกลงจะบอกฉันได้รึยังอัญว่านี่เสื้อพี่คนไหน?" จินถามอัญชันตั้งแต่เข้าเรียนในช่วงบ่ายแต่อัญชันก็บ่ายเบี่ยงจนกระทั่งหมดคาบเรียน "ถ้าไม่บอกฉันจะถามเธออยู่นี่แหละแล้วก็ไม่ปล่อยให้กลับบ้านง่ายๆ แน่"  

"บอกไปเธอก็ไม่รู้จักหรอกน่า ขนาดฉันยังไม่รู้เลยว่าพี่เขาชื่ออะไร" อัญชันบอกตามตรง เพราะไม่ทันจะได้ถามชื่อของรุ่นพี่คนนั้นพอกลับออกมาจากห้องน้ำเขาก็หายไปแล้ว จินยังทำหน้าไม่เชื่อ "จริงๆ" 

 

ร่างสูงของปาร์คยืนนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่ที่หน้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ บูมวิ่งเยาะๆ เข้ามาพร้อมกับเม่นรุ่นน้องของปาร์คอีกคนแล้วส่งหนังสือที่ปาร์ควานให้ไปเอาให้ตอนออกมาจากโรงอาหารของคณะนิเทศศาสตร์ พอได้หนังสือปาร์คก็รีบหมุนตัวเดินออกไปทันทีเพราะกลัวว่าจะเข้าเรียนสาย บูมเหมือนมีเรื่องอยากจะบอกแต่ก็เรียกปาร์คไว้ไม่ทันเลยหันมาคุยกับเม่นว่าไม่น่าจะเป็นอะไร แต่พอปาร์คเรียนเสร็จตอนเย็นแล้วจะไปเปลี่ยนเสื้อจากเสื้อนักศึกษาเป็นเสื้อช็อปเพื่อเข้าไปว้ากปีหนึ่งต่อร่างสูงก็ต้องขมวดคิ้วเข้าหากันเหมือนผูกโบว์ไว้กลางหน้าผาก เสื้อช๊อปเขาเป็นคนเอามาไว้ในรถเองกับมือมันไม่มีทางที่จะหายไปได้ มือขวาพลับล้วงเอามือถือในกระเป๋ากางเกงออกมาแล้วกดโทรออกทันที 

"มาหากูที่รถเดี๋ยวนี้" ร่างสูงกล่าวอย่างเย็นชากับใครบางคนผ่านเครื่องมือสื่อสารเครื่องหรูที่แนบหูอยู่ และเพียงไม่นานหลังจากที่วางสายบูมก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหา ปาร์คไม่ปล่อยให้รุ่นน้องได้มีโอกาสหายใจหายคอเอ่ยถามทันทีด้วยน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์ "เสื้อกูหายไปไหน?" 

"เสื้อลูกพี่?" บูมทวนคำของปาร์คก่อนจะนึกขึ้นมาได้ 

ก่อนหน้านี้ปาร์คเดินออกมาจากโรงอาหารของคณะนิเทศศาสตร์พร้อมกับเพื่อน พอหันมาเจอบูมเลยวานให้เดินไปเอาหนังสือเรียนของวิชาถัดไปที่รถให้ บูดปวดเข้าห้องน้ำเลยแวะเข้าห้องน้ำที่ข้างโรงอาหารก่อน แต่พอตอนเดินออกมาก็เจอกับอัญชันที่กำลังจะมาล้างตัวหลังทำน้ำก๋วยเตี๋ยวหกใส่ตัวเอง ด้วยความที่บูมเข้าใจผิดคิดว่าอัญชันเป็นแฟนของปาร์คเพราะข่าวลือจากวัยรุ่นในสนามแข่งก่อนหน้านี้และเข้าไปเห็นตอนที่ปาร์คทำแผลให้อัญชัน ดังนั้นด้วยความหวังดีอย่างสูงของบูมที่กลัวอัญชันแสบตัวเขาเลยไปเอาเสื้อช็อปของปาร์คที่อยู่ในรถมาให้กับอัญชันเพื่อนเปลี่ยนเอาเสื้อนักศึกษาที่เปื้อนออกมาซักแล้วล้างตัวด้วย แม้ว่าอัญชันจะงงๆ ที่บูมเรียกตัวเองแปลกๆ แต่ก็จำบูมได้เพราะเคยเจอตอนไปส่งข้าว แล้วเธอก็ไม่มีทางเลือกเลยต้องรับความช่วยเหลือจากบูม 

"พูดบ้าอะไร?" เหมือนว่าปาร์คจะได้ยินอะไรผิดไป เมื่อกี้บูมบอกว่าเอาเสื้อช็อปของเขาไปให้แฟนของเขาใส่เพราะชุดของเธอเลาะ แล้วเขาไปมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน  

"ก็แฟนลูกพี่ไงครับ คนที่อยู่กับลูกพี่วันนั้นแล้วลูกพี่บอกให้ผมไปส่ง"  

ปาร์คสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วปล่อยออกช้าๆ อย่างอดกลั้นกับความหงุดหงิดที่กำลังเกิดขึ้น ลูกน้องตัวดีของเขาเอาเสื้อของเขาไปให้ผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ใส่ แถมยังบอกว่าเธอเป็นแฟนของเขาอีก แต่พอคิดตามที่บูมพูดร่างสูงก็พอรู้แล้วว่าคนๆ นั้นเป็นใคร "ตามกูมานี่สิ" 

บูมไม่ได้เอ๊ะใจอะไรยอมเดิมตามปาร์คไปดีดี เดินผ่านลานเกียร์ไปที่สนามฟุตบอลที่รุ่นน้องกำลังเตะบอลเชื่อมสัมพันธ์กับต่างคณะอยู่แบบไม่ได้คิดอะไร พอดินผ่านกลุ่มปีสองที่เป็นเพื่อนของบูมปาร์คก็เอ่ยเรียกประธานรุ่นของบูมให้ตามไปด้วย  

"มึงไปวิ่งรอบสนามสิบรอบ ส่วนมึงอัดคลิปไว้แล้วส่งให้กู" ปาร์คสั่งบูมแล้วหันไปสั่งว่านเสียงเรียบ  

ได้ยินคำสั่งของรุ่นพี่คนสนิทบูมก็แทบเข่าอ่อน ในหัวเต็มไปด้วยคำถามที่ว่าผมทำผิดอะไร "อะไรลูกพี่ ผมทำอะไรผิด" 

"ยี่สิบรอบ" 

"ลูกพี่" 

"สามสิบรอบ" 

บูมกำลังจะอ้าปากพูดอีกเลยต้องรีบกลืนคำพวกนั้นลงคอไป ก่อนจะรับทราบคำสั่งแล้ววิ่งออกไปตามที่ปาร์คสั่งโดยที่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิดถึงได้โดยปาร์คสั่งลงโทษ ท่ามกลางสายตาของรุ่นน้องปีหนึ่งและเพื่อนที่มองด้วยความสนใจ 

"มึงสั่งมันวิ่งรอบสนามทำไมวะ" พอปาร์คเดินเข้ามารวมกลุ่มกับเพื่อนที่รอเข้าว้ากรุ่นน้องปีหนึ่งอยู่เซนก็ถามขึ้นทันที ก่อนจะต่อด้วยประโยคคำถามต่อมาที่เขาอยากรู้ "แล้วไหนว่าจะไปเปลี่ยนเสื้อทำไมยังไม่เปลี่ยนอีก" 

"เสือก" ปาร์คหันไปแล้วพูดขึ้นสั้นๆ กับเซนก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างๆ เลโอกับเบียร์ เพื่อนได้แต่ยิ้มสงสารเซนที่โดยปาร์คว่าเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักเข็ดสักที 

 

ระหว่างที่น้องใหม่กำลังร้องเพลงและเต้นเชียร์อยู่ข้างสนามฟุตบอลในขณะที่เพื่อนผู้ชายบางส่วนเตะบอลอยู่ในสนามสายตาของอัญชันก็มองไปเห็นผู้มีพระคุณเจ้าของเสื้อช็อปที่ช่วยเธอไว้ 

"นั่นไง รุ่นพี่คนนั้นแหละ" อัญชันชี้ให้จินดูรุ่นพี่วิศวะคนหนึ่งที่กำลังวิ่งรอบสนามฟุตบอลอยู่ซึ่งก็คือบูม  

"คนนั้นเองหรอ ก็หล่อดีนี่" จินมองบูมที่กำลังวิงอยู่ตาเป็นประกาย 

"มีผู้ชายคนไหนบ้างที่เธอว่าไม่หล่อบ้าง" อัญชันแหย่เพื่อนเพราะจินก็ชมผู้ชายว่าหล่อแทบทุกคน จินเลยชี้ไปที่เพื่อนผู้ชายคนหนึ่งที่ร่างท้วม ผิวเข้มแล้วสองสาวก็หัวเราะออกมาแน่ "ก็ลองไปบอกว่าหล่อดูสิ มีหวังคงโดนตบกลับมาแน่" 

จนการแข่งกีฬาเชื่อมสัมพันธ์จบลงพี่ว้ากของแต่ละคณะเข้ามาความสนใจของเหล่านักศึกษาปีหนึ่งก็ไปอยู่ที่พี่ว้ากของคณะวิศวะเจ็ดคนที่เข้ามา โดยเฉพาะปาร์คที่ใส่เสื้อนักศึกษาอยู่คนเดียวในขณะที่เพื่อนคนอื่นใส่เสื้อช็อปกันหมด มันเลยทำให้ปาร์คดูเด่นไปโดยอัตโนมัติ กระทั่งเสร็จกิจกรรมเลิกเชียร์อัญชันที่มองหาบูมไว้อยู่แล้วเลยรีบวิ่งออกไปหา 

"รุ่นพี่คะ" บูมหยุดเดินแล้วหันกลับมาหาอัญชัน "ฉันยังไม่รู้จักชื่อพี่เลยค่ะ แล้วจะให้ฉันเอาเสื้อไปคืนพี่ที่ไหนคะ หรือให้เอาไปให้ที่สนามแข่ง" อัญชันเอ่ยถาม แม้จะไม่รู้ชื่อของบูมแต่อัญชันก็จำได้ว่าเคยเจอบูมที่สนามแข่งตอนไปส่งข้าว แล้วเขาก็ไปส่งเธอที่บ้าน 

"ซ้อไม่เอาไปให้ลูกพี่เองเลยล่ะ" 

"เอาไปให้ลูกพี่?" อัญชันทวนคำ ใครคือลูกพี่ แล้วเมื้อกี้พี่เขาเรียกเธอว่าซ้ออีกแล้ว 

"อือ ใช่ ก็เสื้อที่เอามาให้ซ้อน่ะเสื้อของลูกพี่" บูมบอกก่อนจะเห็นหน้าเหวอๆ ของอัญชันเมื่อรู้ว่าเสื้อช็อปที่ตัวเองใส่เป็นของปาร์ค "ซ้อคิดว่าเป็นเสื้อของผมหรอ?" 

อัญชันยิ้มแห้งๆ แล้วพยักหน้ารับ เธอคิดว่าเป็นเสื้อของบูมจริงๆ ที่ไหนได้เป็นเสื้อของปาร์คเลยทำให้อัญชันรู้สึกปลื้มใจเมื่อนึกถึงว่าตัวเองได้ใส่เสื้อช็อปของปาร์ค ถึงว่าตอนที่มาว้ากน้องเขาถึงได้ใส่เสื้อนักศึกษาอยู่คนเดียว นึกถึงกลิ่นหอมของเสื้อตอนที่เธอใส่ก็รู้สึกใบหน้าเห่อร้อน หัวใจเต้นแรงจนใจหาย อยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ แต่ก็ทำไม่ได้ต้องเก็บอาการเอาไว้ทำได้แค่อมยิ้มและกรีดร้องในใจ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น