Ex-SoulL

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : : Black Diamond : 12

คำค้น : Omegaverse,BlackDiamond,มังกรซ่อนเพชร

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.4k

ความคิดเห็น : 55

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2562 18:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
: Black Diamond : 12
แบบอักษร

 

12. 

เปลือกตาสีอ่อนค่อยๆ ปรือเปิด ความเมื่อยขบอ่อนล้าตามร่างกายคือสิ่งที่ลี่ชิงรู้สึกเป็นอันดับแรก

“อือ” เสียงครางอ่อยในลำคอดังขึ้นเมื่อขยับกายได้ยากเย็น ลำคอแห้งผาก ความร้อนปะทุอยู่รอบตัวจนรู้สึกได้ถึงเหงื่อที่ไหลซึมตามร่าง

กว่าสายตาที่พร่าเลือนจะเห็นชัดเจนก็ผ่านไปหลายนาที ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดไหลย้อนเข้ามาอย่างเลือนราง แทบเรียบเรียงเหตุการณ์ไม่ได้ ทว่าความรู้สึกในวินาทีที่บางอย่างฉีดพ่นเข้ามาในกายมันยาวนานพอจะทำให้รู้สึก แม้เวลานั้นไม่ได้ตื่นขึ้นมาแต่ก็รับรู้ว่าอีกคนกำลังนอต

นอต...

แกร๊ก

เสียงเปิดประตูดังแว่วเข้าหู พลันร่างสูงใหญ่ก็เดินมาหยุดอยู่ข้างเตียง

ลี่ชิงเลื่อนสายตาไปมอง วินาทีที่สบตากันความเจ็บปวดใจที่ติดค้างอยู่ไม่จางหายก็ตีรวนขึ้นมาจนต้องพลิกหน้ากลับมาอีกด้าน ริมฝีปากถูกขบกัดจนชาหนึบ

สุดท้ายความสุขใจที่ได้ลึกซึ้งกับคนที่รักก็จะถูกทำลายเพราะอีกคนไม่เคยมองเขาในแง่ดี

เฟิงหลงมองท่าทีนั้นแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ทรุดตัวนั่งลงบนเตียง วางมือลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อของคนที่ไข้ขึ้นจึงพบว่าอุณหภูมิที่เคยสูงลดลงเพียงเล็กน้อย

การสัมผัสร่างกายที่คล้ายกับเป็นห่วงไม่ได้ทำให้ลี่ชิงปลาบปลื้มแต่อย่างใด

“ลุกได้ไหม”

คนที่นอนอยู่ยังคงนิ่ง ไม่ตอบคำถามเป็นคำพูดแต่ทำให้รู้ผ่านการกระทำ เฟิงหลงจึงตั้งท่าจะช้อนตัวคนป่วยให้ลุกขึ้นนั่งเพื่อเตรียมกินข้าวกินยา แต่ลี่ชิงพยายามขืนตัวเอาไว้อย่างอ่อนแรง ใบหน้าส่ายไปมา

“อะ...”

เฟิงหลงยอมผละออกห่างเพื่อรอฟัง

“ออก...ปะ...ไป”

กึก

มือหนากำแน่นเข้าหากัน ดวงตาวาวโรจน์ แผ่นอกสะท้อนขึ้นลงเพราะแรงหายใจจากความโมโห

ทั้งที่ตั้งใจจะคุยดีๆ

“อยากได้ฉันมากนักนี่ สมใจหรือยัง” คำไล่นั้นถูกตอบโต้กลับด้วยประโยคที่รุนแรงยิ่งกว่า

ลี่ชิงกัดปากจนได้กลิ่นคาวเลือด ใจที่แหลกสลายอยู่แล้วเหมือนถูกเชื่อมขึ้นมาใหม่เพื่อทำลายซ้ำๆ

“...ออกไป”ในความเจ็บปวดมีเพียงคำเดียวที่สามารถเอื้อนเอ่ยออกมาได้

เฟิงหลงไม่ได้ให้ในสิ่งที่อีกคนต้องการ ร่างสูงใหญ่ทรุดตัวลงบนเตียง โน้มใบหน้าลงไปใกล้ จับปลายคางเล็กให้ลี่ชิงหันกลับมามองหน้า

“อย่าลืมไปบอกไหน่ไนให้เลื่อนงานแต่งให้เร็วขึ้นล่ะ”

ลี่ชิงกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้จนใบหน้าสั่นระริก

“บอกให้ออกไป”

“ก่อนหน้าไม่เห็นจะไล่แบบนี้”

“...”

“มีแต่อ้อนวอนให้ฉันเข้าไป...ในตัวเธอ”

เพียะ!

ประโยคที่แสนร้ายกาจทำให้ร่างกายฝืนความอ่อนแรง มือที่ไร้น้ำหนักยกขึ้นมาฟาดแก้มสากเท่าที่มีแรงอยู่ แม้ไม่อาจทำให้ใบหน้าคมขยับแต่ก็เกิดเสียงพอให้รู้ว่าแรงตบนั้นไม่เบานัก

เฟิงหลงนิ่งงันเพราะไม่คิดว่าเด็กนี่จะกล้าทำแบบนี้

“ถ้า...คุณไม่ออก ผมไปเอง”

ลี่ชิงสะบัดหน้าออก ร่างกายตะเกียกตะกายจะลงจากเตียง สุดท้ายก็กลิ้งตกพื้นไม่เป็นท่า ความเจ็บอันมากมายกระแทกใส่ร่างจนเหมือนคนกำลังจะตาย คนมองซึ่งจะขยับไปช่วยรับหยุดตัวเอง มือกำแน่น

เฟิงหลงอยากตอบโต้มากกว่านั้น ทว่าสภาพของลี่ชิงทำให้ได้แต่สะกดกลั้นความโมโหแล้วก้าวออกจากห้องดั่งพายุ

ปัง!!!

สิ้นเสียงปิดประตูที่ดังสนั่น ลี่ชิงก็ปล่อยเสียงร้องไห้ออกมาสุดเสียง

--

เพล้ง!

แก้วบรั่นดีแตกคามือหนาพร้อมกับเลือดที่หยดลงบนพื้นช้าๆ

เฟิงหลงกัดฟันกรอด ในหัวมีเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ตอนลี่ชิงฮีตจนกระทั่งถึงเหตุการณ์ในห้องนอนเมื่อสามชั่วโมงที่แล้ว

ทั้งหมดกินเวลาถึงหนึ่งสัปดาห์...

สัมพันธ์ทางกายเกิดขึ้นถึงสองวัน และอีกคนป่วยมาแล้วห้าวัน

ทุกเวลาที่ลี่ชิงตื่นขึ้นมาแบบสะลึมสะลือเขาไม่อาจฝืนความต้องการของสัญชาตญาณดิบ มันเกิดขึ้นทุกครั้งที่เข้าใกล้ร่างหอมกรุ่น กว่าทุกอย่างจะสิ้นสุดลงตัวลี่ชิงก็ร้อนผ่าวจนต้องโทรเรียกหมอ

“คุณคิดที่จะพูดดีๆ กับผมเหมือนที่พูดกับคนอื่นไหม” 

อยู่ดีๆ ประโยคหนึ่งก็ดังขึ้นในหัว

เฟิงหลงผู้ไม่เคยอ่อนข้อให้ใครตะโกนปฏิเสธ แต่ความรู้สึกหน่วงๆ ในตอนที่เพื่อนซึ่งเป็นหมอมาดูอาการของลี่ชิงยังติดตรึงในความรู้สึก

“ไข้ลดลงเรื่อยๆ แต่ก็ยังสูงอยู่ การที่ไม่ได้สติหลังจากฮีตถึงสามวันไม่ใช่เรื่องปกติ” 

“…” 

“ร่างกายคนป่วยอ่อนแอมาก มากกว่าคนทั่วไป” 

แม้จะถูกซักถามรายละเอียดอยู่ตลอดสามวันที่มาดูอาการคนป่วย ทว่าคนเป็นหมอก็บอกได้เท่านั้นเพราะไม่อาจตรวจอะไรให้แน่ชัดกว่านี้ได้ ถึงอย่างนั้นข้อเท็จจริงที่ว่าความรุนแรงของตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของการเจ็บป่วยก็ทำให้เฟิงหลงรู้สึกผิด ก่อนที่ความรู้สึกผิดนั้นจะถูกกลบด้วยความกรุ่นโกรธจากการถูกไล่ออกจากห้อง ความแสบเล็กๆ บนแก้มกำเริบขึ้นอีกครั้ง

ปึก

แต่ถึงจะโกรธแค่ไหนก็ปัดเป่าความเป็นห่วงออกไปไม่ได้สักที

“เธอทำอะไรกับฉัน หวังลี่ชิง”

เฟิงหลงเค้นเสียงราวกับอีกคนอยู่ตรงหน้า

--

ลี่ชิงตื่นขึ้นมาบนเตียงกว้าง สมองลืมเลือนเหตุการณ์ก่อนหน้า ความอ่อนล้าและปวดร้าวทางกายดีขึ้นกว่าตอนตื่นครั้งแรกแต่ทางใจยังคงเดิม

ฮึก

น้ำตาที่ไหลรินลงบนแก้มถูกพยายามเช็ดออก พลันความเจ็บตรงหลังมือทำให้ชะงัก

ลี่ชิงสูดน้ำมูก กะพริบตาไล่หยดน้ำ เพ่งมองรอยเล็กๆ สองสามรอยบนหลังมือตัวเองอยู่หลายนาที

รอยเข็มงั้นเหรอ...

สมองพยายามครุ่นคิดหาที่มา แล้วสาเหตุที่เป็นไปได้ที่สุดก็ส่งผลให้ใจรู้สึกแบบที่ไม่สมควรจะรู้สึก

หรือคนใจร้ายจะเรียกหมอมาดูแล

การกระทำเพียงน้อยนิดส่งผลต่อคนที่รู้สึกมากมายได้อย่างมหาศาล

แกร๊ก

ลี่ชิงหลับตาลงเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู นอนตัวแข็งทื่อ รับรู้ความเคลื่อนไหวผ่านทางหู สักพักก็รู้สึกได้ว่าเตียงยวบลง ผ้าชื้นแฉะวางลงบนแก้ม

กำลังถูกเช็ดตัวให้งั้นหรือ...

ลี่ชิงต้องแสร้งทำเป็นนิ่งแม้จะถูกเช็ดตัวให้ถึงไหนต่อไหน ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างเนิ่นนานในความรู้สึก เมื่อเสร็จสิ้นผ้าห่มก็ถูกรั้งมาให้ถึงบนอก จากนั้นเสียงเปิดปิดประตูก็ดังขึ้น

น้ำตาอุ่นร้อนไหลลงบนแก้มเนียนช้าๆ

คุณเฟิงยอมดูแลเขาอย่างนั้นหรือ...

“ก่อนหน้าไม่เห็นจะไล่แบบนี้” 

“...” 

“มีแต่อ้อนวอนให้ฉันเข้าไป...ในตัวเธอ” 

ประโยคที่แสนใจร้ายดังขึ้นให้เกิดความสับสน เปลือกตาสีอ่อนปรือเปิดช้าๆ ครุ่นคิดถึงการกระทำและคำพูดของอีกคนจนปวดหัวตุบ

--

แกร๊ก

“ผมต้องการรู้ถึงสาเหตุที่คุณโทรมาแคนเซิลงานลี่ชิงต่ออีกหนึ่งสัปดาห์!”

ประตูห้องทำงานของจางเฟิงหลงถูกเปิดพรวดเข้ามา จากนั้นคนที่มาเร็วและแรงดั่งพายุก็เอ่ยพูดด้วยสีหน้าจริงจัง เปิดประเด็นโดยไม่กล่าวคำทักทายใด ดวงตาสีชมพูจ้องมองดวงตาสีเข้มราบเรียบอย่างต้องการคำตอบ

เฉินที่ยืนอยู่ไม่ห่างค้อมศีรษะลงให้เจ้านายทั้งสองแล้วก็เดินออกจากห้องไป

เฟิงหลงมองหน้าคนที่มีความสัมพันธ์ฉันมิตรกันมาอย่างยาวนาน ก่อนปากกาในมือจะถูกวางลง

“เพราะเด็กนั่นป่วยหนัก” คำตอบนั้นถูกเอ่ยอย่างราบเรียบทั้งสีหน้าและน้ำเสียง

“ป่วยหนัก? ...คุณทำอะไรลี่ชิงกันแน่” แกเรนถามกลับทันทีพลางเหลือบมองมือหนาข้างขวาที่ยังมีผ้าพันแผล ขณะที่คนถูกถามนิ่งงันไปชั่วครู่จนคนรอฟังขมวดคิ้ว

“ก็ทำแบบที่ทำให้นายมีสองแฝดออกมา”

“เฟิง!” เสียงร้องด้วยความตกใจดังขึ้น แม้แต่ดวงตาสีสวยยังเบิกกว้าง

มันเป็นความตกใจ ทว่ากลับไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่นักเพราะการคาดเดาที่มีมาก่อนแล้ว

เพียงแต่ก็ไม่คิดว่าทั้งสองจะลึกซึ้งถึงขั้นที่ลี่ชิงป่วยหนักแบบนี้

“...” คนถูกเรียกไม่ได้มีสีหน้าเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย ต่างจากแกเรนที่จับต้นชนปลายแทบไม่ถูก

“นี่คุณกับลี่ชิง...มันเกิดขึ้นได้ยังไง ลี่ชิงฮีตหรือเปล่า” แกเรนกลั้นหายใจเมื่อสายตาของเฟิงหลงบอกว่าใช่ “แล้วคุณรัทงั้นเหรอ” คำถามต่อมาถูกเอ่ยอย่างเชื่องช้า

“อืม”

มือของแกเรนเย็นเยียบ ประโยคสุดท้ายซึ่งสำคัญที่สุดถูกถามออกไปโดยที่ก็เหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว

“แล้ว...นอตด้วยไหม”

หากอัลฟ่ารัทนั่นหมายความว่าจะนอตด้วยเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์

“...” และการพยักหน้ารับก็เป็นคำตอบที่ชัดเจน

“ให้ตาย! ให้ตายสิ จางเฟิงหลง! คุณจะทำให้นายแบบคนเดียวในโมเดลลิ่งผมท้องไม่ได้!” แกเรนยกมือเสยผมอย่างหัวเสีย หากไม่ติดเรื่องอายุคงยืนกระทืบเท้าเพื่อระบายความอึดอัดของปัญหานี้

“ก็ทำไปแล้ว”

ยังมีหน้ามาพูด!

“กว่าผมจะหาลี่ชิงเจอมันยากแค่ไหนรู้บ้างไหม” เฟิงหลงมีสีหน้าไม่สะทกสะท้านจนรู้สึกเหมือนจะทนไม่ไหว “อาร์เธอร์ จาง!”

“มันเกิดขึ้นแล้วแกเรน สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วคือแก้ไขไม่ได้”

เสียงทุ้มที่เอ่ยความสัตย์จริงให้ได้รู้เจือความรู้สึกผิดที่พอจะทำให้แกเรนเย็นลงได้บ้าง แต่ก็เพียงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงผลที่จะตามมา และปัญหาเรื่องงานอย่างมหาศาล

“โมเดลลิ่งของผมเพิ่งจะเปิดได้ไม่กี่เดือนเท่านั้น มันกำลังไปได้ดี ทั้งโมเดลลิ่งและตัวลี่ชิง” แกเรนพูดด้วยน้ำเสียงหมดเรี่ยวแรง

“มันอยู่เหนือการควบคุม”

คนฟังชะงัก คิ้วขมวดมุ่น ความสนใจเปลี่ยนไปที่อย่างอื่น

“คุณควบคุมมันไม่ได้งั้นเหรอ” คนถูกถามไม่ตอบ คำถามนั้นเหมือนจะทำให้เฟิงหลงเพิ่งคิดได้เช่นเดียวกัน “ปกติอัลฟ่าชั้นสูงจะควบคุมมันได้ดีกว่าทุกคน การที่คุณควบคุมไม่ได้แบบนี้มันหมายความว่า...”

ประโยคท้ายถูกเว้นวรรคไปเล็กน้อย

“คุณรู้สึกกับลี่ชิงมาก” 

“ฉันไม่ได้รู้สึกมาก!” เฟิงหลงเอ่ยปฏิเสธทันควัน

“แต่สัญชาตญาณของคุณมันตอบสนองการฮีตของลี่ชิงอย่างรุนแรง...สัญชาตญาณคือสิ่งที่ไม่โกหก”

เฟิงหลงเถียงไม่ออก สองสายตามองสบกันด้วยความคิดและความรู้สึกที่แตกต่าง ก่อนแกเรนจะกดเก็บความหนักใจทั้งหมดเอาไว้แล้วเอ่ยบอก

“ถ้าลี่ชิงดีขึ้นแล้วก็ให้ติดต่อหาผมด้วย”

พายุมาเร็วแล้วก็ไปเร็ว แต่ก็ทิ้งบางอย่างเอาไว้ให้คนในห้องได้คิดทบทวน

สัญชาตญาณคือสิ่งที่ไม่โกหกงั้นหรือ 

--

“ลูกโอเคแน่นะ?”

“อื้ม” ลี่ชิงรับคำคนปลายสาย

เรื่องราวทั้งหมดถูกเล่าให้คนเป็นแม่ฟังคร่าวๆ ตั้งแต่วันที่พอมีแรง สารภาพความผิดของตัวเองที่ตั้งใจฮีตทำให้ถูกตักเตือนอย่างยาวเหยียด ก่อนจะจบลงที่แม่ให้แก้ปัญหาทั้งหมดด้วยตัวเอง

“การพูดจาร้ายๆ หรือมีท่าทีร้ายๆ ใส่กันมันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นนะลูก”

“...” ลี่ชิงได้แต่เงียบยามฟังคำแม่สอน

“ลองอดทน ตอบโต้กลับด้วยความน่ารักและความดี เชื่อสิว่าไม่มีใครปฏิเสธได้”

“จะ...จะลองดู”

“ถ้าไม่ไหวหรืออยากกลับบ้านก็บอกแม่นะ”

“อื้ม”

ลี่ชิงวางสายโทรศัพท์พลางหลับตาลงเพื่อปัดเป่าความว้าวุ่นข้างใน

เขาทำเป็นหลับทุกครั้งที่อีกคนเข้ามาในห้อง ตลอดสามวันนี้จึงพบว่าคนใจร้ายดูแลดีเพียงใด

เช็ดตัว วัดไข้...เอาอาหารและยามาวางไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียงทุกเช้า เที่ยง เย็น

ทั้งที่สาดคำพูดร้ายกาจใส่ แต่การกระทำเหมือนจะไม่ได้เป็นไปทางนั้นทั้งหมด

แกร๊ก

คราวนี้ลี่ชิงไม่ได้ล้มตัวลงนอนเมื่อประตูห้องถูกเปิดเข้ามา พาให้คนที่คิดว่าคนบนเตียงคงหลับอยู่เช่นทุกวันชะงัก บทสนทนาครั้งสุดท้ายทำให้ทั้งสองฝ่ายเบือนหน้าหนีไปคนละทาง

“คุณเฟิง”

กึก

คนที่ตั้งท่าจะหมุนตัวกลับหยุดอยู่นิ่งทันที สองสายตาประสานกัน

“ช่วยพา...ชิงชิงไปเข้าห้องน้ำหน่อยได้ไหม”

สรรพนามที่แม่มักเรียกถูกยกขึ้นมาใช้ สองมือบางกำเข้าหากันแน่นระหว่างรอดูท่าทีของร่างสูงใหญ่

ปัง!!!

แต่แล้วก็ต้องตกใจเพราะอีกคนก้าวออกจากห้องแล้วปิดประตูลงจนเกิดเสียงดังสนั่น

ยังโกรธที่โดนตบหน้าอยู่อย่างนั้นหรือ

แกร๊ก!

ลี่ชิงสะดุ้งเพราะประตูห้องถูกเปิดเข้ามาอีกครั้ง ใครบางคนสาวเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว รู้ตัวอีกทีร่างกายก็ถูกวงแขนแข็งแกร่งช้อนขึ้น ขายาวก้าวฉับๆ ไปทางห้องน้ำแล้ววางเขาลงบนชักโครก จากนั้นก็ก้าวออกไปให้อยู่ในห้องน้ำเพียงคนเดียวอย่างรวดเร็ว

ท่าทีแบบนี้คืออะไรกัน

ลี่ชิงครุ่นคิดอย่างไม่เข้าใจ

คนป่วยที่เริ่มมีเรี่ยวแรงใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำหลายนาที เมื่อทำธุระส่วนตัวเสร็จก็ค่อยๆ เดินออกไป เมื่อไปถึงเตียงก็ได้เห็นถาดอาหารวางอยู่ พร้อมด้วยใครบางคนที่ยืนนิ่ง ใบหน้าหันไปอีกทาง

“กินซะ”

ร่างเพรียวค่อยๆ ทรุดตัวนั่งลงบนเตียง เหลือบมองใบหน้าคร้ามคมแล้วก็ค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบช้อน

แกร๊ง

เพราะไม่ทันระวังช้อนจึงหลุดออกจากมือ ทว่ายังไม่ทันจะเอื้อมไปหยิบมันก็ถูกฉกฉวยไป

“ให้กินเองวันนี้คงไม่เสร็จ” น้ำเสียงและคำพูดเหมือนจะค่อนขอดแต่การกระทำกลับไม่เป็นอย่างนั้น

เฟิงหลงโน้มตัวลงไปตักอาหารป้อนให้ถึงปากบางซีดเซียวอย่างไม่เข้าใจในการกระทำของตัวเอง

เพียงแค่ได้ยินคำว่าชิงชิงทุกอย่างก็พลิกผันไปหมด ให้ตาย!

สีหน้าคนป้อนราบเรียบ คล้ายไม่เต็มใจจะทำให้จนลี่ชิงที่เผลอดีใจแค่นยิ้มให้กับตัวเอง

คงทำให้เพราะสงสารมากกว่าจะเป็นความรู้สึกที่อ่อนหวาน

ลี่ชิงค่อยๆ อ้าปากรับ ทว่าข้าวต้มที่ไร้การเป่าก็ร้อนจนเผลอส่งเสียงร้อง

“อ๊ะ” 

มือหนาถอยกลับทันใดขณะที่สายตาคมก็มองข้าวต้มในถ้วยอย่างไม่พอใจ

เฟิงหลงที่เพิ่งนึกได้ว่าต้องเป่าก่อนค่อยๆ ตักอาหารขึ้นมาใหม่ ด้วยเพราะกลัวมันจะร้อนจึงเป่าจนแน่ใจ

คราวนี้ลี่ชิงรู้สึกได้ถึงความเย็นชืด แต่ละคำรอนานจนกินไปไม่กี่คำก็อิ่ม

“กินอีก” เสียงทุ้มเอ่ยสั่ง คิ้วเข้มขมวดมุ่นเมื่ออีกคนเบือนหน้าหนี

คนถูกสั่งหันมาทำหน้าเง้างอนใส่จนเฟิงหลงยิ่งขมวดคิ้วหนัก ใจรู้สึกวูบโหวงโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ถึงอย่างนั้นมือก็ยังตักข้าวต้มป้อน กระทั่งคนป่วยส่ายหน้าไปมา ทำหน้าเหยเกเป็นสัญญาณว่าไม่ไหวแล้วจริงๆ จึงหยุดมือ

มือหนาหยิบแก้วน้ำมาป้อน ตามด้วยยาที่หยิบมาจ่อถึงปาก

ดวงตาเรียวช้อนขึ้นมองใบหน้าคร้ามคม หัวใจที่หนาวเหน็บรู้สึกอุ่นขึ้นมา ก่อนจะค่อยๆ อ้าปากรับเม็ดยา ตามด้วยการดื่มน้ำ

เสร็จเรียบร้อยร่างสูงก็เอาถาดอาหารไปเก็บ ลี่ชิงมองตามคนที่เดินออกจากห้องไปพลางครุ่นคิดถึงเรื่องราวอันหนักหนาที่เกิดขึ้น

เสียงเปิดประตูรอบที่นับไม่ได้เรียกความสนใจให้หันไปมอง แล้วก็ได้เห็นร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาอีกครั้ง จากนั้นก็เดินเลยไปยังห้องน้ำ สักพักก็กลับออกมาพร้อมผ้าขนหนูผืนเล็กในมือ

“เช็ดตัว” เฟิงหลงพูดเพียงสั้นๆ พลางนั่งลงบนเตียง ชายผ้าห่มถูกตลบออกไป

“อือ” เสียงร้องดังขึ้นพร้อมกับมือที่ตะครุบชายเสื้อซึ่งกำลังจะถูกเลิกขึ้นเอาไว้

“ไม่ถอดเสื้อแล้วจะเช็ดตัวยังไง”

“...” ลี่ชิงไม่ตอบโดยที่มือก็ยังกำชายเสื้อเอาไว้แน่น

“ปล่อยมือ” เสียงทุ้มเอ่ยสั่งช้าๆ ชัดๆ “มากกว่านี้ก็เห็นมาแล้ว”

มือบางถูกปัดออก ก่อนเสื้อจะถูกถอดออกไปทางหัวให้ร่างขาวเนียนเปิดเปลือยส่วนบน สองแขนรีบกอดตัวเองเอาไว้ หัวใจเต้นถี่เพราะความกระดากอายทั้งที่ร่างกายยังคงอ่อนแรง

ความขาวเนียนซึ่งปะทะเข้ากับสายตาทำให้เฟิงหลงชะงักเช่นทุกครั้ง บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองมีเพียงความเงียบ ทว่ามีแต่เจ้าตัวที่รู้ว่าตัวเองกำลังคิดอะไร

คนหนึ่งกระดากอาย

คนหนึ่งกำลังอดทนอย่างยิ่งยวด

เรียวขาส่วนที่พ้นจากกางเกงขาสั้นก็ถูกเช็ดให้ เมื่อเสร็จเรียบร้อยเสื้อก็ถูกสวมลงตามเดิม

เฟิงหลงเอาอ่างใบเล็กและผ้าไปเก็บในห้องน้ำ ขณะกำลังจะเดินผ่านเตียงดวงตาคมก็จับจ้องคนบนเตียงเล็กน้อย จากนั้นจึงเดินออกจากห้องโดยไม่ได้กลับเข้ามาอีก

--

เพราะร่างกายที่อ่อนแอมาตั้งแต่เกิด อาการไข้จึงกินเวลาไปหลายสัปดาห์ ลี่ชิงเป็นกังวลเรื่องงานจนต้องไปพบแกเรนทั้งที่ยังไม่หายดีนัก

“ผมรู้สาเหตุที่คุณป่วย...พูดตามตรงนะลี่ชิง ผมต้องเตรียมตัวแคนเซิลงานทั้งหมดของคุณเพราะคุณกำลังจะท้องใช่ไหม”

ลี่ชิงเม้มปากเข้าหากัน กระอักกระอ่วนกับบทสนทนาตรงหน้า แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องเอ่ยถามออกไป

“คุณรู้ได้ยังไง”

“แน่นอนว่าคนทำมาสารภาพเพราะเราต้องแคนเซิลงานไปไม่น้อย”

“คุณเฟิง...บอกคุณงั้นหรือ”

แกเรนกดหน้าลงเป็นคำตอบ ขณะที่ลี่ชิงก็หน้าร้อนวูบ จัดการกับความขัดเขินและความรู้สึกวุ่นวายทางใจอยู่สักพัก

“เฟิงไม่ได้พูดอะไรมากมายหรอก เขาให้เกียรติคุณมากพอ แต่สื่อสารให้พอได้รู้”

คำว่าให้เกียรติทำให้คนฟังกัดริมฝีปาก

“...เรื่องท้อง มันคงไม่เกิดขึ้น”

แกเรนขมวดคิ้วน้อยๆ

“หมายความว่ายังไง”

ดวงตาเรียวช้อนขึ้นมองคนถาม ความเศร้าจากสิ่งที่รู้ดีอยู่แล้วถูกซ่อนเอาไว้ในส่วนลึก

“โอกาสที่ผมจะท้องมันน้อยมาก มากจนแทบไม่มีเลย”

เขาตั้งใจฮีตเพราะรู้ว่าจะไม่มีผลอะไรตามมา

ตั้งใจ...เพื่ออยากลึกซึ้งและเรียกร้องความสนใจจากอีกคน

อยากเป็นคนที่คุณเฟิงหลงให้ความสนใจบ้าง

“แต่เฟิงหลงบอกว่า...”

“ร่างกายผมไม่เหมือนคนอื่น...โอกาสมันมีแค่ศูนย์จุดหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง”

แกเรนชะงัก มองคนตรงหน้าที่มีกลิ่นอายความเศร้าสร้อยโอบรอบตัวไว้จางๆ พลางนึกถึงแก้วตาดวงใจของตัวเอง

การมีลูกมันเป็นสิ่งที่วิเศษ ต่อให้ระหว่างนั้นต้องพบเจอกับความเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม

“แล้วถ้ามันเกิดขึ้นล่ะ” แต่ถึงอย่างนั้นกรณีที่จะส่งผลกระทบกับงานที่สุดก็ยังไม่ถูกปล่อยผ่าน แม้มีโอกาสเพียงศูนย์จุดหนึ่งเปอร์เซ็นต์แต่แกเรนก็ยังไม่วางใจ

“ถ้าคุณกังวล วันศุกร์นี้ผมจะไปหาหมอ แล้วจะเอาเอกสารรายงานผลมาให้ดู”

แกเรนถอนใจออกมาพร้อมทั้งยกมือคลึงขมับ

“งั้นเราก็ต้องมาลุ้นกันแล้วละ”

“คุณแกเรน”

“หืม?”

“เรื่องนี้ผมขอให้เป็นเรื่องส่วนตัว ทุกอย่างที่เกี่ยวกับผมจะต้องไม่ถูกเล่าออกไปให้คุณเฟิงหลงฟัง...ทุกอย่าง” ลี่ชิงย้ำคำว่าทุกอย่างให้ชัดเจนเจือด้วยเสียงเว้าวอน

“เชื่อใจผมได้ลี่ชิง”

แกเรนให้คำสัญญา

--

เฟิงหลงตรงกลับไปยังเพนต์เฮาส์ทันทีที่เลิกงานเมื่อได้รับรายงานว่าลี่ชิงออกไปที่สตูดิโอ ในอกร้อนระอุเพราะความกรุ่นโกรธ ใบหน้าคร้ามคมถมึงทึง

อวดเก่งและไม่เคยเจียมตัว!

นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เขารู้สึกโมโห

“ฉันบอกว่าอย่าออกไปไหนไม่ใช่หรือไง” เฟิงหลงเอ่ยขึ้นทันทีที่เจอหน้าอีกคน

“ผมดีขึ้นพอที่จะออกไปข้างนอกได้แล้ว” ลี่ชิงเอ่ยตอบพร้อมทั้งเอากล่องอาหารที่แม่ทำมาให้เข้าไมโครเวฟ ท่าทางไม่สนใจจนฝ่ามือหนาดึงต้นแขนเรียวให้เจ้าของหันมาเผชิญหน้า

“สภาพนี้น่ะเหรอที่ว่าดีขึ้น...มีแต่จะทำให้คนอื่นลำบากกันไปหมด”

ดวงตาเรียววูบไหวกับคำพูดที่เหมือนถูกหาว่าเป็นตัวภาระ

“ถ้ามันลำบากคุณนัก ผมจะกลับบ้าน” ลี่ชิงใช้มือดันอกกว้าง แม้เรี่ยวแรงที่มีจะไม่ทำให้อีกคนสะทกสะท้านแต่ก็ทำเพื่อเป็นการบอกให้ปล่อย

“อวดเก่ง!”

ใบหน้าเรียวเชิดขึ้น เก็บความเสียใจเอาไว้ให้ลึก เป็นลี่ชิงคนเดิมแบบที่เคยเป็น

“ผมจะกลับบ้าน” ยืนยันเจตนารมณ์ช้าๆ ชัดๆ

“อยากกลับนักก็กลับ”

ก่อนร่างกายจะเซไปเล็กน้อยเพราะมือหนาปล่อยออกโดยไม่ทันให้ตั้งตัว ลี่ชิงเหลือบมองหน้าคนใจร้าย จากนั้นก็ก้าวออกจากห้องครัวไปเก็บของ พร้อมทั้งโทรหาแม่ให้มารับ

“ไหนว่าจะลองทำตัวน่ารักไง” ลลิตาถามขึ้นพร้อมรอยยิ้มอ่อนใจ

คนหนึ่งปากแข็ง คนหนึ่งก็แสนจะดื้อรั้น

“เขาบอกว่าผมเป็นภาระ บอกว่าทำให้คนอื่นลำบากไปหมด” ลี่ชิงฟ้องคนเป็นแม่ น้ำเสียงมีความเง้างอนน้อยใจ

“แล้วทำไมเฟิงหลงถึงพูดแบบนั้น”

“ผมแค่ออกไปข้างนอก”

“เฟิงหลงอาจจะเป็นห่วง”

กึก

ลี่ชิงมองหน้าแม่ตาปริบๆ ทวนประโยคที่ได้ยินอีกครั้ง แล้วก็ส่ายหน้าไปมาช้าๆ

“ไม่จริง”

ความเป็นห่วงเป็นผลมาจากความรักหรือความรู้สึกพิเศษบางอย่าง...แล้วมันจะเป็นไปได้อย่างไร

“แม่มีอะไรจะบอก”

“อะไร”

“แม่ไปหาลูกที่เพนต์เฮาส์ตั้งแต่วันที่สามที่ลูกเงียบหายไป”

ลลิตานึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในวันนั้น

“มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมลี่ชิงถึงได้ป่วย” 

“เพราะผมเอง” 

“เฟิงหลงไม่ได้ทำร้ายลี่ชิงใช่ไหม” เธอถามอย่างเป็นกังวล ขณะที่คิ้วเข้มก็ขมวดมุ่นทันทีที่ได้ยินคำถามนั้น

“ถ้าหมายถึงตบตี...ผมไม่ได้ทำ ไม่มีวันทำ” 

“...” เธอยืนเงียบ ค้นหาความรู้สึกบางอย่างจากดวงตาราบเรียบ พลันประโยคที่ถูกเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังก็ดังขึ้น

“ผมจะดูแลลี่ชิงเอง” 

มันเป็นคำสัญญาที่ถูกเอ่ยด้วยน้ำเสียงและแววตาอันหนักแน่นจนเธอปล่อยให้คนพูดดูแลลี่ชิงโดยไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว

“เฟิงหลงบอกว่าทำให้ลูกป่วย ที่สำคัญเขาพูดกับแม่ว่าจะดูแลลูกเอง”

คนที่เพิ่งรู้เรื่องราวจับจ้องคนเป็นแม่อย่างไม่อยากเชื่อ ดวงตาไหวสั่น ร่างกายชาหนึบ

อีกคนพูดแบบนั้นจริงๆ หรือ

“แล้วเฟิงหลงดูแลลูกดีอย่างที่พูดหรือเปล่า”

“...” คนถูกถามนิ่งงัน นึกย้อนไปถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา

ก็ใช่...แม้จะไม่มีคำพูดอ่อนโยนแต่ก็ดูแลไม่เคยขาด

“เขา...เป็นห่วงจริงเหรอ”

“ถ้าอยากรู้ ลูกก็ลองเรียกร้องความสนใจดูสิ”

ลี่ชิงเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัยในคำแนะนำของคนเป็นแม่

เรียกร้องความสนใจงั้นเหรอ

--

“...เรียกร้องความสนใจแบบที่ไม่ใช่การประชดประชัน” 

ลี่ชิงนั่งมองโทรศัพท์ที่เปิดหน้าแอคเคานต์อินสตาแกรมของตัวเองอย่างนิ่งงัน ปกติจะอัปเดตเพียงเรื่องงาน วันนี้กลับมีความคิดที่จะอัปเดตเรื่องส่วนตัว

“คุณลี่ชิง เชิญค่ะ” 

ลี่ชิงลุกขึ้นพร้อมแม่แล้วเดินตามพยาบาลเข้าไป

“เป็นยังไงบ้าง”

“ก็...เวลาทำงานเยอะหรือพักผ่อนน้อยก็มีเหนื่อยมากหน่อย”

“อือฮึ เดี๋ยวมาดูผลตรวจเลือดกันอีกทีว่าเดือนนี้จะปรับยาลงอีกได้ไหม”

“หมอ”

“หืม?” คนถูกเรียกขานรับ

“คือ...”

“?” เห็นสีหน้าลำบากใจระคนเขินอายของคนไข้แล้วคุณหมอก็รอฟังอย่างใจเย็น

ลี่ชิงเหลือบมองหน้าแม่ตัวเองสลับกับมองหน้าคนเป็นหมอ ผ่านไปเกือบนาทีจึงค่อยๆ พูดมันออกมา

“ช่วงที่ฮีต ผมไม่ได้กินยาต้าน...แล้วก็....ได้ใกล้ชิดกับ...คู่หมั้น...เขา...นอต...มันมีโอกาส...จะท้องไหม”

กว่าจะเอ่ยจนจบประโยคคนฟังก็แทบปะติดปะต่อไม่ถูกเพราะเว้นคำนานจนเกือบลืม อีกทั้งเสียงยังแผ่วเบาอยู่ในลำคอ

คุณหมอมองหน้าคนเป็นแม่พลางระบายยิ้มอย่างเอ็นดู

“ลี่ชิงก็รู้อยู่แล้วว่ายาที่เรากินมาตลอดมันส่งผลต่อการตั้งครรภ์ ถ้าให้หมอพูดคือโอกาสแทบจะไม่มีเลยเพราะเราไม่ได้กินยากระตุ้น จริงอยู่ที่การนอตทำให้โอเมก้ามีโอกาสตั้งท้องสูง แต่กับลี่ชิงมันไม่ได้เป็นแบบนั้น...ถ้าเราอยากท้องจะต้องเตรียมตัวอีกเยอะมาก แม้แต่การเตรียมตัวนั้นยังบอกผลที่แน่นอนไม่ได้เลย”

“ก็คือไม่ท้องแน่ๆ ใช่ไหม” ลี่ชิงถามเสียงแผ่ว รู้สึกวูบโหวงกับคำว่าแทบจะไม่มีโอกาสเลยอยู่ไม่น้อย

“หมอไม่อยากคอนเฟิร์มเพราะคำพูดคือสิ่งที่ไร้น้ำหนัก เพราะงั้นถ้าอยากมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ เดือนหน้าลี่ชิงสามารถมาตรวจได้”

“...”

“หมอยังบอกเหมือนเดิมว่าถ้าช่วงฮีตอยู่กับอัลฟ่า ยิ่งเป็นคู่หมั้นแล้วก็ยิ่งจำเป็นต้องกินยาต้าน เพราะการรัทของอัลฟ่านั้นค่อนข้างรุนแรง หลังจากอาการฮีตสงบลงร่างกายของลี่ชิงจะอ่อนแอมาก...ครั้งที่แล้วเป็นยังไงบ้าง”

“...ก็ไข้ขึ้นอยู่เป็นสัปดาห์ๆ”

“นั่นแหละ เพราะฉะนั้นถ้าอยากร่วมรักกันก็มีตามปกติดีกว่าจะให้ลี่ชิงฮีตนะ แต่ถ้าอยากท้องก็ค่อยมาคุยกันตรงนี้อีกที”

คำว่าร่วมรักทำให้ลี่ชิงเผลอนึกถึงภาพความร้อนแรงที่ฝังแน่นอยู่ในความทรงจำ ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน ร่างกายร้อนวูบวาบขึ้นมาเหมือนไข้จะกลับ

ร่วมรัก...มันเป็นคำที่ลึกซึ้งและแฝงด้วยความอ่อนหวาน

“ผมอยากนอนเล่นที่โรงพยาบาลสักคืนได้ไหม” 

TBC. 

 

มีการเฉลยเรื่องการป่วยกับการท้องของลี่ชิงแล้วววว 

แล้วก็ได้รู้แล้วน้าว่าจริงๆ คนปากร้ายเป็นห่วงชิงชิงขนาดไหน 

ต้องบอกว่ามันเป็นนิสัยของคุณเฟิงนะคะ...พูดจาร้ายๆ ไม่ยอมรับใจตัวเองทั้งที่รู้สึกกับเขามากขนาดนั้น 

จะให้แก้ก็ยากแล้วอะเนอะ เขาก็แสดงออกในแบบของเขานะคะ 

แต่คราวนี้ต้องมาลุ้นกันว่าการต่อสู้กันทางความรู้สึกครั้งนี้ใครจะแพ้ คริคริ 

บอกเลยว่าลี่ชิงเจ้าเล่ห์ไม่น้อยเลยล่ะ^^ 

คอมเมนต์ และพูดคุยที่แท็ก #มังกรซ่อนเพชร ได้นะคะ 

ขอกำลังใจให้ลี่ชิงหน่อยน้า>< 

ตอนนี้เข้าสู่ช่วงสิ้นเดือนแล้ว ใครยังไม่สู่ขอชิงชิงต้องรีบแล้น 

บอกเลยว่ารอบพรีคุ้มมากงับ พลาดแล้วเสียดายแน่นอน 

ลิงก์ > http://www.facainovels.com 

ความคิดเห็น