คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทนำ: ผู้ชายนิสัยไม่ดี [2]

ชื่อตอน : บทนำ: ผู้ชายนิสัยไม่ดี [2]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2562 08:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ: ผู้ชายนิสัยไม่ดี [2]
แบบอักษร

 

 

 “หืม? ถึงแล้วเหรอ” 

ครางเสียงสูงในลำคอ ก่อนหญิงสาวคนดังกล่าวจะเอียงใบหน้ามองออกไปนอกตัวรถเห็นประตูทางเข้าสนามบิน รวมถึงภีมพล สามีของเพื่อนสนิทลากกระเป๋าไปยังทางเข้าสนามบิน ปาลิตาตกใจเล็กน้อยรีบลนลานถือกระเป๋าใบเล็กก้าวเท้าลงจากรถ 

“โทษทีนะอาย ปริมหลับสนิทไม่รู้ตัวเลย” 

“ไม่เป็นไรหรอก แค่หลับเอง” 

“จ้ะ” ปาลิตายิ้มรับ 

“ขอบคุณที่มาส่งนะคะลุง” 

“เดินทางปลอดภัยนะครับ คุณหนูอาย คุณภีม” 

“ค่ะ ไว้อายจะซื้อของฝากมาฝากนะคะ” 

“ขอบคุณมากๆ ครับ” 

“ป่ะ เราเข้าไปข้างในกันเถอะ” อารยาบอกลาลุงคนขับรถด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะจับมือเพื่อนสาวตามสามีหนุ่มเข้าไปข้างใน ตรงดิ่งไปยังเคาร์เตอร์เช็คอินของสายการบินแห่งหนึ่ง ทั้งสามกำลังจะเดินทางไปยังจังหวัดเชียงราย มีจุดประสงค์แตกต่างกัน ภีมพลกับอารยานั้นไปดูงาน ส่วนปาลิตานั้นกลับบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง 

“ยังพอมีเวลาอีกเกือบชั่วโมง สาวๆ หิวไหมครับ อยากกินอะไรรองท้องหรือเปล่า ชั้นสองมีร้านอาหารเพียบเลย” 

ภีมพลลดมือลงหลังจากดูเวลาเสร็จ เขาอยู่ในชุดไปรเวทสบายๆ แต่ดูหล่อเหลาในสายตาของอารยารวมถึงสาวๆ คนอื่น คอยมองมาอยู่ได้ ถูกภรรยาเด็กของเขาใช้สายตาจิกไปหลายคนแล้ว เขาเห็น แต่ไม่ได้ว่าอะไรเพราะไม่ชอบให้ผู้หญิงคนอื่นมองตนเองเหมือนกัน ไม่โสดแล้วครับ 

“อายหิวค่ะ อาภีมขา เราเข้าไปกินข้างในนะคะ” 

“ได้สิ ข้างในก็ดีเหมือนกัน” 

ภีมพลจุ๊บแก้มเมียเด็กแสนดื้อแสนงอนแสนขี้อ้อน เรียนจบปริญญาโทสมใจแล้วหมดเวลาบ่ายเบี่ยงเรื่องมีเจ้าตัวเล็กซะที เขาอยากมีลูกจะแย่ ออดอ้อนทุกวันอารยาก็ไม่คล้อยตามสักทีอ้างตลอดว่าตัวเองยังเด็ก ใช่ หล่อนยังเด็ก แต่เขาแก่แล้วนะ ปีนี้ก็สามสิบ เอ่อ... ชั่งเรื่องอายุเถอะ ยิ่งนับยิ่งรู้สึกว่าตัวเองแก่เกินกว่าจะเป็นสามีของแม่จอมดื้อแสนน่ารักคนนี้ 

ภาพตรงหน้าช่างหวานชื่น ตัดภาพมาที่หล่อนกับเมืองเหนือ เหมือนหนังคนละม้วนเลย ปาลิตาคอยลอบมองด้วยความอิจฉาก่อนจะเดินตามหลังสองคนเงียบๆ ผ่านจุดตรวจบัตรโดยสารเข้ามาข้างใน ผู้คนในช่วงเช้าวันเสาร์ค่อนข้างวุ่นวาย ถูกคนเดินตัดหน้าไปหลายคนแต่ปาลิตาไม่คิดมากเพราะตัวเองเป็นคนเดินช้าอยู่แล้ว ก็เลยได้แต่ส่งยิ้มให้ทุกคน แม้จะรู้ว่าเครื่องสแกน ไม่ส่งผลเสียอะไรต่อร่างกาย แต่ก็อดหวั่นๆ ไม่ได้ในช่วงที่เดินผ่าน นี่แหละคือสาเหตุว่าทำไมช่วงนี้อารมณ์ถึงไม่คงที่ หลับง่าย กินน้อย ร้องไห้บ่อย แถมยังเผลอไปแสดงความน้อยใจใส่เมืองเหนือตั้งหลายครั้ง ทำไปทำไมก็ไม่รู้ ทั้งที่แต่ไหนแต่ไรเขาก็ไม่เคยสนใจไยดี 

ดราม่านิดเดียวน้ำตาจะไหลอีกตามเคย ปาลิตารีบเช็ดมันออก ขอตัวไปเข้าห้องน้ำเพื่อซับน้ำตาและเติมหน้าเติมปากอีกนิด ไม่ให้ซีดเซียวเหมือนซากศพเดินได้ 

ผู้หญิงเราแม้ไม่สบาย แต่ก็ต้องสวยต้องทำตัวเองให้น่ามอง ทั้งสามเดินทางมาถึงสนามบินปลายทางในเวลาเที่ยงเศษๆ อารยาลดกระจกรถลงสูดกลิ่นความบริสุทธิ์ของอากาศทางภาคเหนือ ช่วงนี้หน้าฝน ถือเป็นโชคดีที่ไม่ค่อยมีแดด ไม่อย่างนั้นคงหมดสนุก 

รถเช่าจากสนามบินเคลื่อนขึ้นเหนือเรื่อยๆ มายังอาณาเขตไร่ชาแห่งหนึ่ง กว้างสุดลูกหูลูกตา ซึ่งเป็นบ้านของคนตระกูลเตชะราช เจ้าของคือคุณเปรม เตชะราช 

“อาย ชวนคุณภีมเข้ามาเที่ยวในบ้านก่อนสิ กินมื้อเที่ยงด้วยกัน อาหารที่บ้านอร่อยทุกอย่างเลยนะ แม่ครัวที่นี้ฝีมือดีมาก” 

“โฆษณาซะน่าลองเลยว่าจะอร่อยแค่ไหน แต่เราอยู่ตามคำชวนไม่ได้ ขอโทษด้วยนะ พอดีอาภีมมีนัดแล้วส่วนอายก็ต้องตามไปเกาะแข้งเกาะขา แต่ไว้ถ้ามีเวลาว่าง อายจะกลับมาเที่ยวบ้านปริมแน่นอน บรรยากาศข้างในไร่ดีขนาดนี้ ไม่พลาดหรอก” 

“เสียดายจังเลย โอกาสหน้าต้องมาแวะจริงๆ นะ บอกล่วงหน้าด้วย ปริมจะเข้าครัวทำอาหารให้อายชิมเองกับมือเลย” 

“ได้จ้ะ สัญญาสามนิ้วเลย” 

“เกี่ยวก้อย” สองสาวส่งยิ้มให้กันทีโลกสดใสขึ้นเยอะ 

ในสายตาภีมพลทั้งสองเล่นกันเป็นเด็กๆ แต่ก็เป็นเด็กที่น่ารักน่าเอ็นดู อารยากับปาลิตาเป็นเพื่อนเรียนปริญญาโทด้วยกัน ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันตลอดจนกระทั่งเรียนจบตามหลักสูตร ปาลิตาถือเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง เหมือนกับสมัยปริญญาตรีที่อารยาสนิทกับฟ้าใส 

“ปริมเข้าบ้านนะ เดินทางปลอดภัยจ้ะ” ปาลิตาส่งยิ้มหวานให้เพื่อนสาวคนน่ารัก ก่อนเลยผ่านไปส่งยิ้มให้หนุ่มหล่อคนขับรถ “ขอบคุณคุณภีมนะคะ ที่อุตส่าห์ขับรถมาส่งปริมถึงหน้าบ้าน” 

“ผมกับอาย เราสองคนเต็มใจครับ มาส่งน่ะดีแล้ว อายจะได้ไม่บ่นเป็นห่วงปริม” 

ภีมพลเว้นระยะห่างเสมอในการพูดคุยกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่แฟน เขามีความเป็นผู้ใหญ่สูงมาก วางตัวดี ไม่เคยทำให้อารยาเสียใจเลยสักครั้งหลังจากตกลงหมั้นหมายและแต่งงานกัน 

“โอกาสหน้า ปริมขอเลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทนนะคะ” 

“ขอบคุณมากครับ” 

“อาย ปริมไปแล้วนะ บ๊ายบายจ้ะ” 

โบกมือโบกไม้บอกลาเพื่อนสาวแสนน่ารัก รู้จักกันไม่นาน แต่ปาลิตาก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจของอารยา 

“จ้ะ บ๊ายบาย ไว้เจอกัน” 

โบกมือลากลับ มองกระทั่งเพื่อนลงจากรถเดินถือกระเป๋าเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ภายในไร่ชาเตชะราช มองตามกระทั่งลับสายตา สามีหนุ่มสุดหล่อจึงออกรถขับเคลื่อนช้าๆ ออกจากอาณาเขตบ้านทรงไทย 

  

ปาลิตากลายเป็นจุดสนใจของใครหลายคน โดยเฉพาะป้าแม่บ้านและคนใช้ทั้งหลาย ทุกคนต่างวิ่งกรูเข้ามาให้การต้อนรับ ดีอกดีใจใหญ่ เพราะนานกว่าสองปีที่หล่อนไม่ได้กลับมา ร้องวี้ดว้ายดีใจจนลืมแก่กันเกือบทุกคน เว้นเพียงคนใช้ชื่อดาว ที่ยืนนอบน้อมมองอยู่อีกมุม ไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ 

“คุณปริม! คุณปริมกลับมาทำไมไม่บอกก่อนคะ” 

“สวัสดีค่ะทุกคน คิดถึงจังเลย” 

หญิงสาวเข้าไปกอดทุกคนแน่นๆ อีกครั้ง ทุกคนต่างดีอกดีใจร้องโวยวายลั่นบ้าน เสียงนั้นดังไปถึงห้องทำงานของคุณเปรม ดังหลายนาทีจนท่านต้องละมือจากหนังสือพิมพ์ออกมาข้างนอก 

“เอะอะโวยวายอะไรกัน ดังลั่นไปถึงห้องนั่งเล่น” 

คุณเปรมส่งเสียงถามก่อนตัวจะมาถึง แต่เมื่อเห็นสาเหตุของการส่งเสียงดัง ดวงตาท่านก็เบิกกว้าง ระบายรอยยิ้มอ่อนๆ บนริมฝีปาก ทั้งดีใจและแปลกใจที่เห็นปาลิตามายืนตรงหน้า 

“สวัสดีค่ะคุณลุง หนูกลับบ้านแล้วค่ะ” 

“หนูปริม...” ท่านกางมือออกกว้างเชิงสั่งให้สาวสวยคราวลูกเข้ามาในอ้อมกอด จรดจมูกลงบนขมับบอบบางรับขวัญคนเก่ง 

“ทำไมไม่บอกก่อน” 

“มันกะทันหันน่ะค่ะ แล้วปริมก็อยากเซอร์ไพรส์ด้วย” 

“คนเก่งของลุง เดินทางมาไกลคงเหนื่อยแย่ มานั่งพักก่อนนะจ๊ะ” ท่านโอบไหล่ปาลิตามานั่งพักในห้องรับแขกละแวกนั้น สาวใช้ต่างพากันแยกย้ายตามระเบียบ ไม่อยากอยู่เป็นส่วนเกิน 

ปาลิตามีแม่คนเดียว หลังแม่เสียก็ไร้ที่พึ่งพิง คุณเปรมสงสารจึงรับหล่อนมาเลี้ยงดูปูเสื่อ ให้ย้ายเข้ามาอยู่บ้านเดียวกันตอนหล่อนสิบแปด ส่งเรียนปริญญาตรีมหาลัยชื่อดังในเชียงราย 

หลังจบการศึกษาก็ส่งให้เรียนปริญญาโทตามความฝันของหล่อน ในสายงานบริหาร เพื่อจะได้นำความรู้ความสามารถกลับมาพัฒนาดูแลธุรกิจของไร่เตชะราชร่วมกับเมืองเหนือ ลูกชายเพียงคนเดียวของท่าน เมืองเหนือไม่ค่อยคุยกับปาลิตาเท่าไหร่ ไม่ได้ทะเลาะ แต่ก็ไม่ได้คุย ท่านเห็นว่าทั้งคู่ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน จึงไม่ได้คิดอะไรมากมาย 

“เป็นยังไงบ้างจ๊ะ อยากเรียนต่ออีก อยากพักผ่อนนานเท่าไหร่ก่อนเริ่มทำงาน หรืออยากเที่ยวก่อน” 

“หนูอยากเรียนต่อปริญญาโท ด้านจิตวิทยาอีกสักใบค่ะ หวังว่าคุณลุงจะอนุญาตนะคะ” 

เกรงใจค่อนข้างมากเพราะตัวเองสนใจแค่เรื่องเรียน ยังไม่เข้ามาช่วยงานเมืองเหนือเต็มตัว ใจไม่แข็งเท่าเขา ที่เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นสามารถทำเหมือนไม่เคยคุยกันกับหล่อนได้ 

เขามันใจร้าย ทำกับหล่อนเหมือนเห็นหล่อนเป็นตัวตลก อยากจับวางไว้ตรงไหนก็วาง ไม่รัก ไม่ดูแล ไม่แคร์ ไม่สนใจ แต่ก็ไม่ทิ้งสักที คงคิดจะเก็บหล่อนไว้แก้ขัด จนหล่อนต้องตรอมใจตายประชดละมั้งถึงจะพอใจ คิดแล้วก็อดน้อยใจในตัวเขาไม่ได้ 

“อนุญาตสิ ทำไมจะไม่อนุญาต เรียนเยอะๆ ดีแล้วจ้ะ เผื่อวันข้างหน้าไม่มีลุงหนูจะได้สบาย หางานทำได้ง่าย มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีมากกว่าเดิม ส่วนเรื่องงานในไร่ก็ปล่อยให้พี่เหนือเขาจัดการไป หนูอยากทำก็ทำ ไม่อยากทำก็บอกตรงๆ ลุงอยากให้หนูมีความสุข” 

“อีกแล้วนะคะ พูดแบบนี้อีกแล้ว” 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น