TAKE / หยงเอวี่ยน [永远]

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 [Rewrite]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.1k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2561 18:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 3,672
× 34,500
แชร์ :
ตอนที่ 17 [Rewrite]
แบบอักษร

ตอนที่ 17

แม็คระบายอารมณ์เต็มที่หลังจากที่กลับมาจากโรงยาบาล ทั้งข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างแทบไม่เหลือชิ้นดี ร่างสูงนั่งกุมขมับตัวเองเพราะความเครียดที่เกิดขึ้น ไม่เคยรักใครเลยไม่รู้ต้องทำยังไงถึงจะดี เหตุการณ์ในอดีต มันฝังใจจึงเลือกที่จะเป็นคนไร้หัวใจ เป็นคนที่รักใครไม่เป็น

คำพูดของคนที่ได้ชื่อว่าพ่อเป็นหนึ่งยังคงดังก้องอยู่ในหัว หลังจากที่ได้รับรู้ความจริงที่เกิดขึ้นคนที่คิดว่ากำลังจะแย่งเป็นหนึ่งไปกลับกลายเป็นพี่ชายของเป็นหนึ่งซะได้ พอคิดย้อนไปเมื่อวานที่ได้ทำร้ายร่างกายโดยแม้แต่จะไม่รับฟังความจริงจนแม็ครู้สึกผิด

“แม็ค มึงเป็นไรป่าววะ”

ขุนแผนมาหาแม็คคอนโดร้องเรียกให้อีกฝ่ายเปิดประตู แต่ดูเหมือนจะไม่เปิด แม็คขังตัวเองอยู่ภายในห้อง แม้ว่าจะเคาะเรียกกี่ครั้งก็ยังไม่ยอมตอบกลับจนรู้สึกเป็นห่วง

“แม็ค มึงออกมาคุยกับกูดิวะ เชี่ยแม็ค...มึงจะออกมาไหมเนี่ย กูโมโหแล้วนะเว้ย! แม่งมึงก็เป็นแบบนี้มีอะไรก็ปรึกษากูดิ มึงเคยเห็นใจกูบ้างไหมว่ากูเป็นยังไง กูเองก็เครียดไม่แพ้มึงเหมือนกัน เห็นมึงเป็นแบบนี้กูก็ใจไม่ดี”

ขุนแผนเริ่มระบายอารมณ์กับตัวเองรู้สึกโมโหไอ้เจ้าคนข้างในที่ไม่ยอมพูดอะไรออกมากับโมโหตัวเองที่ช่วยอะไรไม่ได้

ขุนแผนที่ได้ยินเสียงเปิดประตูก็เงยหน้าขึ้นไปมอง แม็คยืนอยู่หน้าประตูด้วยเพราะบานประตูที่เปิดออกกว้างทำให้เห็นสภาพของห้องที่เละไปด้วยฝีมือของคนตรงหน้า ทั้งหมอนและที่นอนกระจุยกระจายกับเศษแก้วและกระจกที่แตกแค่ดูก็รู้ว่าแม็คต้องการระบายแค่ไหน

“เฮ้ย ห้องมึงทำไมเป็นแบบนี้วะ”

“กูแค่จัดห้องใหม่”

“จัดห้องใหม่บ้านมึงดิ ถึงมีสภาพเป็นแบบเนี้ย”

แม็คยักคิ้วให้ร่างโปร่งแต่ไม่พูดอะไรออกมา เดินเลี่ยงไปนั่งที่โซฟาด้านนอกโดยมีขุนแผนเดินตามมาห่างๆ ร่างสูงนั่งไขว่ห้างเหมือนกับที่ทำประจำก่อนตัดสินใจที่จะลุกขึ้นไปหยิบแก้วมาสองใบพร้อมกับเหล้าชั้นดี รินใส่แก้วแล้วยกขึ้นมาดื่มจนหมดทำอย่างกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ขุนแผน มึงมากินเหล้าเป็นเพื่อนกูดิ”

“มึงเป็นเชี่ยไรเนี่ย”

“ถ้ามึงไม่กินมึงก็ออกไป”

ร่างสูงเลือกที่จะไม่ตอบ แต่กลับเบี่ยงเบนไปอีกเรื่อง ขุนแผนรู้ว่าแม็คพูดจริงจึงต้องนั่งกินเป็นเพื่อน จนเวลาผ่านไปได้นานพอสมควรแม็คเองก็ไม่มีท่าทีที่จะหยุด ทั้งบนโต๊ะและและพื้นเต็มไปด้วยขวดเหล้า ขุนแผนไม่รู้ว่าตัวเองกินไปเท่าไหร่แต่ก็รู้ว่าเมาพอสมควรแต่ก็ยังคงพอคุมสติตัวเองอยู่ได้ เหลือบมองไปที่ร่างสูงอีกคนที่เป็นหนักยิ่งกว่านอนเมามายไม่ได้สติอยู่บนโซฟาขนาดใหญ่ ละเมอเพ้อพกถึงใครอีกคน จนขุนแผนคิดไม่ถึงว่าแม็คจะเป็นหนักขนาดนี้

“ถ้ารักเขาทำไมไม่พูดออกไปตรงๆ วะ”

ขุนแผนพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่จะล้มตัวลงไปนอนที่โซฟาอีกข้าง เพราะรู้ว่าตัวเองก็เริ่มไม่ไหวเหมือนกัน ข่มตาให้หลับลงเพื่อเตรียมรอเผชิญหน้ากับวันพรุ่งนี้


*********************************


เป็นหนึ่งฟื้นขึ้นมาอีกครั้งก็พบครอบครัวอยู่แทนใครอีกคนที่ไม่อยากเจอหน้า หัวที่แตกถูกรักษาอย่างดีมีผ้าผันแผลพันไว้แน่น รู้สึกเบลอๆ กับภาพที่เห็นอาจเป็นเพราะฤทธิ์ยาสลบที่ยังคงอยู่กับอาการเจ็บจี๊ดที่หัว ทำให้มองภาพตรงหน้าไม่ชัด หรี่ตามองทีล่ะนิดเพื่อปรีบสภาพสายตา พบกับพ่อที่นั่งกุมมือไว้แน่นกับพี่ชายที่ยืนอยู่ข้างๆ ที่ดูมีอาการไม่ต่างกันกับพ่อสักเท่าไหร่

“เป็นหนึ่งเป็นยังไงบ้าง”

“พ่อ...ครับ ฮือ” ร่างบางร้องไห้ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เจอกับครอบครัวอีกครั้ง

คารอสมองลูกชายคนเล็กที่ฟื้นแล้วก็รู้สึกโล่งอก ไม่มีอาการทางจิตที่ทำให้ต้องเป็นห่วง เอื้อมมือไปลูบผมเป็นหนึ่งเบาๆ เพื่อเป็นการปลอบประโลม

“หมดทุกข์หมดโศกสักทีนะ...ไม่เป็นไรแล้ว”

“พี่แม็ค พี่แม็คล่ะครับพ่อ”

“แม็คเขาไปแล้ว พ่อคุยกับเขาเรียบร้อยแล้ว เป็นหนึ่งไม่ต้องห่วงนะลูก เขาจะไม่มายุ่งวุ่นวายกับลูกอีก”

เป็นหนึ่งพยักหน้ารับ รู้สึกโล่งใจที่ได้ฟังคำตอบ

“ผมอยากกลับบ้าน พาผมกลับได้ไหมครับ”

เป็นหนึ่งร้องขอ เขาไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว เขากลัวแม็ค...


แม็คมาหาเป็นหนึ่งที่โรงพยาบาลอีกครั้งในตอนบ่าย แต่พอไปถึงที่ห้องกลับพบแต่เพียงความว่างเปล่าจึงลองมาสอบถามประชาสัมพันธ์ที่โรงพยาบาลดู จึงรู้ว่าครอบครัวของเป็นหนึ่งได้พาออกจากโรงพยาบาลแล้วไปพักรักษาตัวที่บ้าน จึงได้ตามไป

แม็ครู้ว่าพ่อของเป็นหนึ่งเป็นนักธุรกิจใหญ่ การหาว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหนก็ไม่ใช่เรื่องยากด้วยเช่นกัน แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ยากที่สุดคือการที่แม็คไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ เขาเดินวนเวียนอยู่หลายครั้งก็ได้รับการปฏิเสธกลับมา

ถึงจะเป็นอย่างนั้นเขาก็ไม่ลดความพยายาม เขามาหาเป็นหนึ่งทุกวันไม่เคยลดละ ยืนรออยู่ด้านนอกตั้งแต่เช้าจรดเย็น ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุ จนผ่านไปหลายวันเข้า ร่างสูงที่เคยสมส่วน ผิวที่เคยเนียนเรียบ แต่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยแดดที่เผาไหม้

“คุณเป็นหนึ่ง ต้องการพูดสายด้วยค่ะ” แม่บ้านยื่นโทรศัพท์ผ่านประตูเหล็กไปให้ เธอเห็นแล้วก็อดสังเวชใจไม่ได้ เพราะความรักแท้ๆ ที่ทำให้ผู้ชายคนหนึ่งเป็นถึงขนาดนี้

ทันทีที่พูดถึงอีกคนที่รอคอยแม็คก็รีบปรี่เข้ามารับไปทันที เพียงแค่นี้ก็เหมือนโลกทั้งใบจะหยุดหมุน หัวใจของแม็คพองโตอย่างน่าประหลาด

“เป็นหนึ่ง...”

[...] ปลายสายเงียบกริบ

“ได้ยินพี่ไหม” แม็คพูดอีกครั้ง หัวใจเขาก็เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ

[พี่แม็ค]

เพียงแค่ได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นหู ก็ทำเอาแม็ครู้สึกว่ามือตัวเองกำลังสั่น เขาอยากเจอเป็นหนึ่งมากเหลือเกิน

“ทำไม ไม่ออกมาพบพี่ ออกมาเถอะนะ”

[พี่ทำแบบนี้ทำไม]

“พี่ขอโทษ...แต่พี่ปล่อยเป็นหนึ่งไปไม่ได้ กลับกับพี่เถอะนะ กลับบ้านเรานะเป็นหนึ่ง”

[พี่กลับไปเถอะครับ อย่ามายุ่งวุ่นวายกับผมอีก]

“เป็นหนึ่ง!”

เสียงปลายสายที่ดังรู้ทันทีว่าถูกตัดออกไป แม็คยื่นโทรศัพท์คืนไปให้แม่บ้านที่รออยู่ เธอรับด้วยมือสั่นๆ ก่อนที่จะเดินไปทันที แม็คที่ไม่โวยวายเพราะไม่มีแรงที่จะทำหัวสมองอื้ออึงจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อคนที่อยากเจอกลับบอกให้ไป

ไม่มีทาง!...

แม็คยังคงดื้อดึงไม่หยุด ไม่ยอมไปไหนด้วยซ้ำ ร่างสูงยืนตากแดดท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่เจิดจ้า เพียงเพื่อรอคอยให้ใครอีกคนออกมาพบ

จนกว่าจะได้พบกับเป็นหนึ่งเขาก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น!


“แม็ค...กูขอร้อง อย่าทำแบบนี้เลย”

ขุนแผนยังคงร้องขออ้อนวอนอยู่เหมือนเดิม ร่างโปร่งมาอยู่กับแม็คทุกวัน ภาพที่เห็นยังคงซ้ำเหมือนเดิม แม็คแทบจะไม่ยอมกินอะไรไม่แม้แต่จะคิดหยุดพักจนร่างกายเริ่มที่จะรับไม่ไหว อ่อนกำลังลงไปเรื่อยๆ ใบหน้าที่ดูหล่อเหลาเริ่มหมองคล้ำจนเห็นได้ชัด รู้สึกสงสารเพื่อนจับใจแต่ห้ามยังไงก็ห้ามไม่ได้

เหมือนกับฟ้าเล่นตลก ฝนที่โหมกระหน่ำเทลงมาตกลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แม้จะเปียกปอนไปด้วยสายฝนแต่แม็คก็ไม่คิดที่จะหนีหรือหลบแต่อย่างใด ขุนแผนพยายามฉุดร่างหนาให้ตามมาแต่กลับไม่มีผลเมื่ออีกฝ่ายไม่ให้ความร่วมมือ

“หลบฝนก่อนนะ เชื่อกูเถอะนะ”

“มึงเข้าไปหลบฝนเถอะขุนแผน กูจะยืนอยู่ตรงนี้” แม็คพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ก็ยังคงไม่หันมองหน้าร่างโปร่งเช่นเคย

“แม็ค...ไปกับกู มึงไม่สงสารกูเหรอ”

“กูเป็นห่วงมึง กูถึงบอกให้มึงเข้าไปหลบฝน มึงไม่ต้องห่วงกู กูอยู่ได้”

“ฮือ ถ้ามึงเป็นห่วงกู มึงก็ทำตามที่กูขอร้องดิวะ”

“ขุนแผนมึงกลับไปเถอะ อย่าเป็นห่วงกูเลย”

“จะให้กูทิ้งมึงได้ไง กูทิ้งมึงไม่ลง” ขุนแผนกอดแม็คตอบ ร้องไห้ออกมามากกว่าเดิมน้ำตาที่คลุกเคล้าไปกับน้ำฝนจนไม่รู้อะไรเป็นอะไร เปียกปอนไปทั่วทั้งตัว นึกเป็นห่วงเพื่อนรักมากกว่าเสื้อผ้าที่ชื้นแฉะ

แม็ครู้สึกหนาว จนต้องกอดตัวเองไว้แน่น เขามองไปยังบ้านตรงหน้าที่แม้แต่ขณะนี้ก็ยังไม่เปิดต้อนรับ เขากำลังหนาวจนสั่นเริ่มรู้สึกว่าร่างกายตัวเองแทบจะยืนไม่ไหว แต่ก็พยายามเก็บอารมณ์ไม่ให้แสดงออก จับไปหัวไหล่ทั้งสองข้างของร่างโปร่งก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า

“มึงก็รู้ดี ว่ากูไม่ยอมกลับง่ายๆ กู...จะ...รอ...เป็น...หนึ่ง”

คำพูดสุดท้ายที่แม็คเอ่ยออกมาพร้อมกับร่างกายที่ทรุดลงกับพื้น ขุนแผนปรี่เข้าไปช่วยรับไว้ทัน มองดูใบหน้าที่หล่อเหลากลับซีดเผือดจนแทบจะไม่เห็นเลือดฟาด มือทั้งมือกำลังสั่น เป็นห่วงกลัวว่าเพื่อนรักจะเป็นอะไรไป ร้องเรียกให้คนช่วยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา


เป็นหนึ่งร้องไห้ซบอกกับพี่ชายไม่อยากเห็นภาพที่มันบาดตาบาดใจ เสียงร่ำร้องที่บอกถึงความเศร้าและหดหู่ใจ

เคียวลูบไปที่ผมเป็นหนึ่งเชิงเป็นการปลอบประโลมไม่คิดว่าแม็คจะยังรอถึงขนาดนี้รู้สึกผิดคาด ความเกลียดยังคงอยู่ไม่จางหายและไม่คิดที่จะยกโทษให้ แต่ก็อดที่จะสงสารเป็นหนึ่งไม่ได้ที่ต้องทนร้องไห้และเจ็บปวดไปกับคนอย่างมัน

“ทำไม ฮึก พี่แม็ค ผมไม่เข้าใจ พี่แม็คเขาทำแบบนี้จะทรมานผมไปถึงไหน” เป็นหนึ่งรู้สึกปวดใจเหลือเกิน ฝนตกขนาดนี้แต่แม็คก็ยังไม่ยอมไปไหน

ทำไม...ต้องมายึดติดกับเขาด้วย...

“คุณเป็นหนึ่ง! แย่แล้วค่ะ”


โรงพยาบาล

“ขอบใจที่ช่วย”

เคียวพาแม็คมาส่งที่โรงพยาบาล นั่งลงข้างกายขุนแผนจับมือไว้แน่นเพื่อเป็นการปลอบใจ ถึงจะเกลียดมากขนาดไหนแต่สำหรับเคียวก็ยังไม่อยากให้แม็คตาย เพราะถ้าหากว่าเกิดอีกฝ่ายเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ คนที่เจ็บปวดที่สุดก็คงเป็นน้องของเขา

“เป็นหนึ่ง” ขุนแผนเอ่ยเป็นหนึ่งด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดอีกครั้ง “พี่อยากขอโทษกับสิ่งที่แม็คทำ “พี่อาจเห็นแก่ตัว แต่พี่อยากขอให้เป็นหนึ่งอย่าโกรธแม็คได้ไหม”

เขาทนไม่ได้อีกแล้วที่เห็นเพื่อนต้องทรมาน ขุนแผนไม่เคยเห็นแม็คเป็นแบบนี้มาก่อน

“ขุนแผนถ้าเป็นมึง มึงก็คงไม่ยกโทษให้ง่ายๆ เป็นมึงจะลืมได้ไหมล่ะ ว่ามันได้ทำอะไรกับมึง อย่าขอร้องในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้เลย ยังไงซะกูก็ไม่ให้เป็นหนึ่งกลับไปอยู่กับมัน” เคียวพูดแทรกขึ้น จ้องตาอีกฝ่ายที่เหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

ร่างโปร่งมองด้วยสายตาว่างเปล่าก่อนที่จะหลุบตาลงกับพื้น เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาอีกครั้ง

“เคียว...แม็คเป็นเพื่อนกู ทั้งกูและไรอันก็รักมันเหมือนกับครอบครัว กูไม่ได้ขอให้เป็นหนึ่งกลับไปอยู่กับแม็ค แต่กูอยากขอร้องให้เป็นหนึ่งยกโทษให้ กูอาจเป็นคนเห็นแก่ตัวที่รู้ว่าแม็คทำอะไรกับเป็นหนึ่งไว้บ้างยังหน้าด้านขอร้อง แต่กู...กูอยากจะขอร้องมึงาจริงๆ”

“...” เคียวเงียบ รอฟังขุนแผนพูดต่อ

“กูแค่ไม่อยากให้แม็คเป็นแบบนี้ ขอร้องเถอะ...ยกโทษให้แม็คได้ไหม”

เป็นหนึ่งลังเล เขาหันไปมองแม็คที่ยังนอนอยู่บนเตียง


*********************************


แม็คตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในโรงพยาบาลแล้ว เขาร้องเรียกจะไปหาเป็นหนึ่งที่บ้าน แต่ก็ถูกคนรอบข้างห้ามเอาไว้ ด้วยความเอาแต่ใจของตัวเองก็ไม่ยอม จนขุนแผนต้องเอ่ยปากบอกว่าเป็นหนึ่งมาเยี่ยมตอนที่แม็คยังหลับอยู่ถึงได้หยุด

“พ่อ...ผมจะกลับไปพักที่บ้าน พากลับบ้านที”

มอสนึกแปลกใจทันทีที่เห็นแม็คไม่อาละวาดเหมือนเคย มองหน้าลูกชายด้วยความรู้สึกหลายหลายเหมือนกับไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น ขุนแผนเองก็แปลกใจไม่น้อย ที่แม็คอารมณ์เย็นลงจนแทบไม่น่าเชื่อ ทันทีที่แม็คเอ่ยปากขอกลับบ้านแม้จะเป็นห่วงแต่อย่างน้อยให้กลับไปรักษาตัวที่บ้านก็ยังดีกว่าที่จะอาละวาดที่โรงพยาบาล เลยไม่คิดที่จะห้ามหรือทักท้วงแต่อย่างใด

“แม็ค...ได้ลูก พ่อจะพากลับบ้านเดี่ยวนี้”

ไม่ต้องรอให้แม็คพูดอีกครั้ง มอสก็รีบจัดการให้ทันที รู้สึกตื้นตันในอกเสียเหลือเกินไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ยินคำว่า ‘พ่อ’ อีก ถึงแม้บางครั้งจะเรียกขานแต่ทั้งหมดเป็นการประชดมากกว่าที่จะพูดออกมาจากใจ รู้สึกว่านานมากแล้วที่ไม่ได้ยินจนอดที่จะดีใจไม่ได้

ร่างสูงหันหน้ามองออกไปนอนหน้าต่าง ยังรู้สึกถึงกลิ่นกาย สัมผัส และคำพูดที่ดังอยู่ก้องหัวของเป็นหนึ่งได้ ความรู้สึกตอนที่กำลังเคลิ้มก่อนที่จะตื่นขึ้น ยกมือขึ้นมาแตะปากตัวเองเหมือนเป็นการย้ำเตือนว่าทุกอย่างที่รู้สึกได้มันไม่ใช่เป็นพียงแค่ความฝันที่รู้สึกไปเอง

“ขุนแผน มึงเล่าให้กูฟังหน่อย”

“ไอ้เชี่ยแม็ค มึงอย่ามากวน กูเล่าให้มึงฟังสามรอบแล้ว ยังจะมาถามอะไรอีกวะ”

ขุนแผนเอ่ยพูดอย่างอารมณ์เสียกับเพื่อนที่ยังนอนอยู่บนเตียงสีขาว นึกโทษตัวเองที่ไม่น่าพูดเรื่องเป็นหนึ่งออกมา นับจากที่แม็คร้องขอให้พากลับมาบ้าน ร่างสูงก็ขอให้เล่าว่ามันเกิดอะไรขึ้นกว่าจะออกจากโรงพยาบาล กว่าจะมาถึงบ้านร่างโปร่งก็เล่าไปสามรอบ จนเริ่มรู้สึกรำคาญปนกับรู้สึกหมั่นไส้กับอาการที่ดีใจออกหน้าออกตาจนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนแทบจะหุบไม่ลง

แม็คเห็นหน้าของขุนแผนก็ขำ นานแล้วที่เขาไม่ได้หัวเราะขนาดนี้ แม็คคิดว่าตัวเองจะรีบรักษาตัวให้หาย ก่อนที่จะไปรับเป็นหนึ่งกลับมาอยู่ด้วยอีกครั้ง


สนามบิน

เป็นหนึ่งอยู่ในห้องน้ำมือขวากำโทรศัพท์ไว้แน่น คิดถึงใครอีกคนที่ต้องจากลาแล้วก็รู้สึกเจ็บปวดจนอยากจะร้องไห้ออกมา มองดูหน้าจอโทรศัพท์ที่โชว์เบอร์ของแม็คอย่างชั่งใจ

‘พี่แม็ค’

แม้ว่าจะเกลียดแต่ก็รัก แต่เพราะกลัวที่จะกลับไปเป็นอย่างเดิมจึงไม่อาจอยู่ด้วยได้ไม่ใช่ว่าให้อภัยแต่เพราะไม่ต้องการที่จะแบกความเกลียดเอาไว้ อาจจะถูกมองว่าเป็นคนหนีปัญหา แต่มันคือทางออกที่ดีที่สุดแล้ว

เป็นหนึ่งหลับตาลงอีกครั้งก่อนที่จะตัดสินใจกดโทรออกไปยังปลายสาย

“พี่แม็ค”

[เป็นหนึ่ง!]

“พี่แม็คเป็นยังไงบ้างครับ”

[เป็นห่วงพี่เหรอ พี่หายแล้วนะ วันนี้พี่จะไปหาเป็นหนึ่ง...ไปรับกลับ เป็นหนึ่งกลับบ้านเราเถอะนะ]

เพียงแค่คำสั้นๆ ที่แม็คเอ่ยมาก็ทำเอาเป็นหนึ่งแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ดวงตาทั้งสองข้างเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาใช้มือซ้ายป้องปากไม่ให้มีเสียง พยายามเก็บน้ำเสียงที่สั่นเครือให้เป็นปกติ

“พี่แม็ค...อย่าทำแบบนี้เลย ผมขอร้อง...พี่แม็คดูแลตัวเองดีๆ นะครับ อย่าทำแบบนี้อีก”

[ไม่! ยังไงซะพี่ก็จะไม่ยอมเสียเป็นหนึ่งไป พี่ขอโทษที่เคยทำร้ายกลับมาอยู่กับพี่]

“คงไม่ได้ครับ...ผมแค่โทรมาลา...ลาก่อนครับพี่แม็ค”

พูดจบเป็นหนึ่งก็กดวางสายไปทันที

เป็นหนึ่งทรุดตัวลงกับพื้นอย่างคนหมดแรงร้องไห้ออกมาจนน้ำตาอาบไปทั่วแก้มสองมือปิดปากเพื่อกันเสียงร้องเล็ดลอด เพียงแค่อยากบอกลา เพียงแค่อยากได้ยินเสียง เพียงแค่อยากรู้ว่าอีกคนสบายดี แต่ก็ไม่อาจอยู่ด้วยได้

‘พี่แม็ค ฮือ ฮือ ผมอยู่กับพี่ไม่ได้จริงๆ’

เป็นหนึ่งลุกขึ้นยืนเช็ดน้ำตา เขามองไปที่กระจก มันสะท้อนตัวตนที่อ่อนแอของเขา เป็นหนึ่งหันหลังเดินออกมาตัดสินใจทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ พอแล้วกับการทุกข์ทรมานและฝันร้ายที่คอยตามหลอกหลอน

ลาก่อนความทรงจำที่โหดร้าย...

ลาก่อนอดีตที่ไม่น่าจดจำ...

ลาก่อน...พี่แม็ค...

ความคิดเห็น