ยอนิม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 15 [100%]

ชื่อตอน : Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 15 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 47.4k

ความคิดเห็น : 287

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2562 23:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 15,900
× 0
× 0
แชร์ :
Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 15 [100%]
แบบอักษร

 

Why? ทำไมต้องร้าย ทำไมต้องรัก ภาค 2 ...ตอนที่ 15 

Author : 여 님 (ยอนิม) 

                         

                

 

 

 

“ไปอาบน้ำก่อนไป เดี๋ยวค่อยมานอนพัก” นันพูดขึ้น เมื่อพาแม็คกลับมาที่บ้านพักของโอมแล้ว และไม่ต้องรอให้นันพูดซ้ำ แม็ครีบเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที แม็คใส่กางเกงขาสั้นสบายๆ กับเสื้อยืด เพื่อใส่นอนพัก นันเองก็เข้าไปอาบน้ำบ้าง ออกมาอีกทีก็เห็นแม็คนอนคว่ำหน้าเล่นมือถืออยู่  

 

“ยังปวดสะโพกอยู่รึเปล่า” นันถามขึ้น พร้อมกับเดินเข้ามาหาแม็ค 

 

“อืม” แม็คตอบรับ พร้อมเล่นเกมในมือถือไปด้วย นันเลยนั่งลงที่ขอบเตียง ก่อนจะใช้มือกดนวดสะโพกของแม็คให้ แม็คหันมามองหน้านันทันที 

 

“ก็มึงขอให้นวดให้ กูก็นวดให้นี่ไง สงสัยอะไร” นันถามขึ้น 

 

“มึงโคตรแปลก” แม็คพูดออกมา แต่ก็ยอมนอนนิ่งๆให้นันนวดให้ 

 

“แปลกยังไง” นันถามกลับไป 

 

“ปกติมึงเอาใจกูขนาดนี้ที่ไหน” แม็คถามกลับไปอีก  

 

“อ่อ กูสร้างภาพ” นันตอบกลับพร้อมรอยยิ้มกวนๆ  

 

“มึงจะสร้างภาพให้ใครดู มีมึงอยู่กับกูสองคนเนี่ย” แม็คเถียงกลับไปอย่างนึกขำ  

 

“ก็สร้างให้มึงดู” นันบอกออกมาอีก ทำให้แม็คมองอย่างงงๆ  

“ดูว่าได้กูเป็นผัวเนี่ย มันดีแค่ไหน” นันพูดก่อนจะตีบั้นท้ายของแม็คอย่างมันเขี้ยว 

 

เพียะ.. 

“โอ๊ย แม่ง ตีลงมาได้” แม็คโวยออกมา พร้อมกับเอี้ยวตัวมาตีไหล่นันด้วยเช่นเดียวกัน 

 

“หึหึ ถ้าจะให้นวดก็นอนเฉยๆ ไม่ต้องพูด ไม่ต้องสงสัยมากนักหรอก ว่ากูทำไมถึงได้เอาใจมึงนัก” นันพูดด้วยน้ำเสียงปกติและจริงจัง แม็คเบะปากใส่นันเล็กน้อย แต่ก็ยอมนอนอยู่นิ่งๆให้นันนวดตามแผ่นหลังและสะโพกอยู่สักพัก 

 

“กลับพรุ่งนี้แล้วใช่ป่ะ” แม็คถามขึ้น 

 

“ใช่ เพราะมะรืนเช้ากูต้องไปประมูลรถอีก” นันตอบกลับ ก่อนจะหยุดนวด แล้วล้มตัวลงนอนข้างๆแม็ค 

 

“กูว่าจะเข้าไปที่ออฟฟิศสักหน่อย” แม็คบอกออกมาบ้าง  

 

“อืม ก็ดี เข้าไปช่วยงานพ่อมึงบ้าง เค้าก็เหนื่อยแหละ แต่ไม่อยากพูดให้มึงกับกูรู้” นันพูดขึ้นมา แล้วก็คุยเรื่องงานในออฟฟิศและโรงงานกันเรื่อยๆ อย่างเป็นการเป็นงาน ก่อนที่แม็คจะหลับไปด้วยความเพลีย โดยมีนันนอนเคียงข้างอยู่ตลอด 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

 

“พี่แม็คกลับแล้วเหรอครับ เสียดายจัง” อ้อนพูดขึ้นในช่วงสายของวัน เมื่อแม็คกับนันกำลังเตรียมตัวจะกลับกรุงเทพฯ 

 

“ครับ ไว้เจอกันใหม่นะ” แม็คตอบรับยิ้มๆ เมื่อวานพอตื่นขึ้นมา ก็ไม่ได้ทำอะไรต่อ นันก็นั่งดื่มกับโอม โดยมีแม็คนั่งคุยเรื่องต่างๆด้วยกัน แม็คไม่แตะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลย ดื่มแค่น้ำอัดลม พอตกดึกก็เข้านอน โดยที่นันเองก็ไม่ทำอะไร เพราะอยากให้แม็คนอนพัก  

 

“กลับดีๆนะมึง พรุ่งนี้บ่ายกูอาจจะเข้าไปหา” โอมพูดขึ้น ขณะยืนส่งเพื่อนทั้งสองที่หน้าบ้าน นันกำลังใส่ถุงมือขี่รถอยู่ 

 

“เออ เข้าไปหากูที่ออฟฟิศก็ได้นะมึง เผื่อไปกินข้าวเย็นด้วยกัน” แม็คบอกออกไป โอมก็พยักหน้ารับ แล้วหันไปหานันที่ส่งหมวกกันน็อคให้แม็คสวม 

 

“ขี่รถปลอดภัยนะเว้ย” โอมพูดกับนันบ้าง นันก็พยักหน้ารับ 

 

“กะว่าจะพามันยกล้อแถวๆนี้สักหน่อย” นันแกล้งพูดออกมา แม็คส่งเสียงหึในลำคอ ก่อนที่นันจะก้าวไปคร่อมรถเอาไว้ ออฟกับอ้อนยกมือไหว้ทั้งนันกับแม็คอีกครั้ง แม็คขึ้นซ้อนท้ายนัน เมื่อเห็นว่าเรียบร้อยแล้ว นันพยักหน้าให้โอมอีกครั้ง ก่อนจะขี่รถออกมาทันที โดยมีแม็คนั่งกอดเอวอยู่ด้านหลัง  

 

“นันๆ ขากลับแวะซื้อบะหมี่โหน่งกลับไปฝากพวกไอ้ไวกัน” แม็คตะโกนบอกนัน ที่กำลังขี่รถอยู่ นันเปิดกระจกหมวกกันน็อคออกเล็กน้อย 

 

“มึงอยากกินเองมากกว่ามั้ง” นันตะโกนบอกกลับมา แม็คยิ้มขำนิดๆ แต่นันก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาขี่รถไปต่อทันที แม็คก็มองวิวข้างถนนไปเรื่อย นันขี่รถความเร็ว 80-90 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง บางช่วงก็อาจจะบิดถึงร้อยบ้าง ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของท้องถนนในตอนนั้น และจังหวะที่ขี่อยู่นั้น จู่ๆนันก็เห็นรถยนต์คันหนึ่งพุ่งออกมาจากซอยซอยหนึ่ง โดยไม่ดูว่ามีรถขี่มาหรือไม่ ทำให้นันชะงัก เพราะเขามาค่อนข้างเร็ว จังหวะนั้นนันโยกรถเบี่ยงไปริมถนน เพื่อให้พ้นระยะของรถยนต์ดังกล่าว ไม่อย่างนั้นเขาจะต้องชนกลางคันแน่นอน  แต่ถึงแม้ว่านันจะมีปฏิกิริยาไวแค่ไหน แต่เขาก็ไปเฉี่ยวเข้ากับท้ายรถของอีกฝ่ายอยู่ดี  

 

ครืดด! 

รถมอเตอร์ไซค์สะบัดทันที แต่นันก็แข็งพอที่จะบังคับไม่ให้รถล้ม ส่วนแม็คเองก็ตกใจร้องเฮ้ยออกมาเสียงดัง พร้อมกับกอดเอวนันเอาไว้แน่น รถยนต์คันดังกล่าวจอดนิ่งอยู่กับที่ นันเองก็ชะลอรถจอดข้างถนนทันที เขารู้ว่าขาของเขาเฉี่ยวกับท้ายรถอีกฝ่าย เลยเป็นห่วงแม็คว่าจะโดนด้วยหรือไม่ นันเปิดกระจกหมวกกันน็อคทันที 

“เป็นอะไรมั้ยมึง” นันถามด้วยความเป็นห่วง แล้วช่วยรั้งตัวแม็คให้ลงจากรถ แม็คตัวสั่นเล็กน้อย เพราะตกใจ นันรีบสำรวจร่างกายคนรักทันที  

“เจ็บตรงไหนรึเปล่าแม็ค” นันถามเสียงเครียด ตอนนี้เขาหงุดหงิดเป็นอย่างมาก 

 

“ขี่รถประสาอะไร ทำไมไม่ระวังเลย” เสียงโวยวายของชายคนหนึ่งดังขึ้น ทำให้นันกับแม็คหันไปมองทันที ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว ลงมาดูท้ายรถของตัวเองที่นันเฉี่ยวเมื่อสักครู่ นันถึงกับฉุนกึกเมื่อได้ยิน เขาเดินตรงเข้าไปหาอีกฝ่ายทันที 

 

“ประโยคนี้กูต้องเป็นคนพูด! กูขับรถมาทางตรงมึงจะออกจากซอย ทำไมไม่ดูวะ!” นันตวาดเสียงกร้าว ลำพังตัวเขาเองเจ็บ เขาจะไม่แคร์เลย แต่นี่เขามีแม็คซ้อนท้ายมาด้วย  

 

“กูก็ออกของกูมาปกติ” อีกฝ่ายแถอย่างไม่ยอม นันถอดหมวกกันน็อคออก แล้วเสยผมด้วยความโกรธ 

 

“ปกติพ่อมึงสิ สัด! ถ้ากูหลบไม่ทัน กูชนกลางคันมึงแน่ ผิดแล้วยังจะปากดีอีกเหรอวะ” นันตวาดใส่อีกครั้ง ทำให้อีกฝ่ายผงะด้วยความหวั่นใจนิดๆ เพราะสีหน้าของนันดูโกรธมาก  

 

“แล้วใครใช้ให้ขี่เร็วนักล่ะ” เสียงภรรยาของคู่กรณีโวยขึ้นมาบ้าง เหมือนว่าทั้งสองไม่ยอมรับผิด 

 

“นัน ใจเย็น” แม็คเองก็โกรธอีกฝ่ายเหมือนกัน แต่เวลานี้เขาคิดว่าควรปรามอารมณ์ของคนรักตัวเองมากกว่า 

 

“เย็นเหี้ยอะไร ถ้ากูไม่หลบ มึงเจ็บตัวแน่” นันว่าแม็คกลับไป เวลานี้คนที่เขาห่วงที่สุดก็คือแม็ค มันทำให้นึกถึงเรื่องราวของเดย์ทันที เขาไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนั้นกับเขาสองคน 

 

“เรียกประกันมาคุยก็ได้” แม็คบอกออกมาบ้าง  

 

“เสียเวลา พวกคุณทำรถผมเป็นรอย จ่ายค่าทำสีมา 5 พัน เรื่องจะได้จบๆ” ชายคนดังกล่าวพูดขึ้นมา ทำให้นันหัวเสียอีกครั้ง แม็คเองก็ไม่พอใจเหมือนกัน ที่อีกฝ่ายพูดเหมือนเขาสองคนผิด 

 

“พวกมึงลืมหยิบต่อมสามัญสำนึกออกมาจากบ้านรึไงวะ!” นันสบถออกมาอย่างหงุดหงิด 

 

“ดูเอานะคะ ผู้ชายคนนี้เฉี่ยวรถเราไม่พอ ยังจะมาด่าเราเสียๆหายๆอีก” เสียงของภรรยาอีกฝ่ายดังขึ้น ทำให้นันกับแม็คหันไปมอง ก็เห็นว่ากำลังเอามือถือขึ้นมาอัดคลิป 

 

“สมกันจริง ผีเน่ากับโลงผุ สัด” นันสบถออกมาอีก ก่อนจะมีคนเดินเข้ามาหา 

 

“น้อง เป็นอะไรรึเปล่า” เสียงชายวัยกลางคนถามนันกับแม็ค นันมองอีกฝ่ายทันที 

 

“คุณมายุ่งอะไรด้วย” ชายเจ้าของรถยนต์ที่นันเฉี่ยวถามคนที่เข้ามาใหม่ด้วยความไม่พอใจ 

 

“ผมขี่รถตามน้องสองคนนี้มา รถผมมีกล้องหน้ารถ มันบันทึกภาพไว้หมดแล้ว ว่าคุณน่ะ ขับรถตัดหน้ามอเตอร์ไซค์ของน้องเค้า” อีกฝ่ายพูดขึ้น ทำให้สองสามีภรรยาหน้าเสียทันที 

 

“มาเสือกอะไรด้วย มันเฉี่ยวรถผม มันก็ต้องชดใช้สิ” ชายคนดังกล่าวไม่ยอมรับผิด นันลูบหน้าอย่างหงุดหงิด  

 

“มึงจะเล่นแบบนี้ใช่มั้ย ได้ กูจะโทรตามตำรวจให้มาเคลีย กูไม่เรียกแล้วประกันน่ะ  พี่ครับ พี่บันทึกภาพไว้หมดเลยใช่มั้ย ตอนที่หมอนี่มันตัดหน้าผม” นันหันไปถามอีกคนทันที 

 

“ใช่ พี่เป็นพยานให้ น้องไม่ต้องห่วง” ชายที่มีกล้องหน้ารถพูดออกมาเสียงจริงจัง สองสามีภรรยาเลิ่กลั่กเล็กน้อย 

 

“เออ ไม่เอาค่าเสียหายก็ได้วะ คุณไปเถอะ เสียเวลาฉิบ” เมื่อรู้ว่าไม่อาจจะเอาผิดนันได้ สองสามีภรรยาก็ชักชวนกันขึ้นรถ แล้วรีบขับออกไปทันที แม็คถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อเรื่องไม่ยืดเยื้อมากนัก  

 

“ขอบคุณพี่มากนะครับ ที่เข้ามาช่วย” นันหันไปพูดกับชายวัยกลางคน ตอนนี้พวกเขายืนกันอยู่ข้างถนน มีชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆ ยืนดูอยู่ห่างๆตั้งแต่ตอนแรก แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่ง 

 

“ไม่เป็นไร คนพวกนี้ไม่มีหลักฐานก็ยังแถไม่เลิก คนสมัยนี้วุฒิภาวะทางจิตสำนึกไม่ค่อยมีกันเท่าไร” อีกฝ่ายบอกกลับมาอย่างเข้าใจ ก่อนจะหยิบนามบัตรส่งมาให้กับนัน 

“นี่นามบัตรพี่ เผื่อน้องจำเป็นต้องใช้คลิป โทรมาบอกพี่ได้เลย คนแบบนั้นมันพาล เห็นมันอัดคลิปตอนทะเลาะกับน้องไปด้วย เชื่อเอะ มันต้องไปตัดคลิปอัพลงโซเชียลให้คนมองว่าน้องผิดแน่ๆ” อีกฝ่ายพูดอย่างคาดเดา ซึ่งนันเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน เขาจำทะเบียนรถอีกฝ่ายได้อย่างแจ่มชัด เผื่อมีปัญหา เขาจะได้จัดการได้ 

 

“ขอบคุณครับพี่” นันกับแม็คยกมือไหว้อีกฝ่ายทันที ก่อนจะรับนามบัตรมา 

 

“แล้วทั้งสองคนเจ็บตรงไหนรึเปล่า” อีกฝ่ายถามอย่างเป็นห่วง นันหันมามองแม็คเล็กน้อย 

 

“เท่าที่ดูคร่าวๆตอนนี้ไม่มีครับ ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับ” นันบอกอีกครั้ง ก่อนที่ชายวัยกลางคนที่มาช่วย จะขอตัวกลับขึ้นรถ นันเองก็พาแม็คเดินกลับมาที่มอเตอร์ไซค์ของเขาเช่นเดียวกัน  

“เจ็บตรงไหนมั้ย” นันถามแม็คเสียงเครียด 

 

“ตรงเข่า แต่คิดว่าน่าจะกระแทก ไม่รุนแรงเท่าไรหรอก” แม็คบอกออกมา นันสบถอย่างหงุดหงิด 

 

“เดี๋ยวไปแวะที่บะหมี่โหน่ง แล้วค่อยดูอีกที” นันบอกกลับมา แล้วเขาทั้งสองคนกฌขึ้นคร่อมรถ นันก็ขี่พากแม็คตรงไปยังร้านบะหมี่ในทันที นันเดินไปสั่งรายการที่จะเอาไปฝากคนอื่นๆ แล้วมานั่งที่โต๊ะเพื่อรอ  

“ถกขากางเกงขึ้นได้มั้ย” นันถามขึ้น แม็คส่ายหน้าไปมา เพราะเขาใส่กางเกงยีนส์ค่อนข้างรัดขา เลยรั้งขากางเกงขึ้นยาก นันส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างหงุดหงิด 

 

“ตอนแรกกูนึกว่ามึงจะพุ่งไปต่อยเค้าแล้ว” แม็คพูดติดขำนิดๆ เพราะอยากให้นันคลายความหงุดหงิดลงบ้าง 

 

“ถ้าไม่มีมึงมาด้วย กูกระทืบแม่งละ กูไม่สนหัวใครทั้งนั้นแหละ จะแจ้งความจับกู กูก็ไม่สนเหมือนกัน คนเหี้ยอะไรแม่ง ผิดแล้วไม่ยอมรับผิด” นันบ่นออกมายาวเหยียด จนแม็คต้องยกมือไปลูบแขนแกร่งเบาๆ 

 

“ใจเย็น มึงเองก็ไม่เจ็บตรงไหนใช่มั้ย” แม็คถามออกมาบ้าง นันพยักหน้ารับ เขารู้อาการตัวเองดี ว่าเข่าไปเฉี่ยวกับท้ายรถเหมือนกัน แต่ไม่เป็นอะไรมาก 

 

“กูแม่ง เข้าใจเฮียเดย์ขึ้นมาวูบหนึ่งเลย ว่าทำไมเฮียถึงไม่อยากให้อิฐมันขี่มอเตอร์ไซค์” นันพูดขึ้น  

“เวลามันเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นแบบเมื่อกี้ คนที่ปลอดภัยที่สุด คือคนที่นั่งในรถยนต์” นันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

“เนื้อหุ้มเหล็กกับเหล็กหุ้มเนื้อมันต่างกันจริงๆ” นันบอกออกมาอีก  

 

“ไม่เห็นจะต่างกันเลย มันอยู่ที่เราขับเราขี่มากกว่า ที่มึงพูดมันก็ถูกแหละ ที่รถมอเตอร์ไซค์เหมือนจะอันตรายมากกว่า แต่มึงนึกถึงเฮียมึงตอนรถคว่ำแล้วความจำเสื่อมครั้งก่อนสิ เฮียมึงก็ขับรถยนต์นะเว้ย” แม็คค้านกลับไป นันถอนหายใจออกมาเบาๆ 

 

“กูก็รู้” นันตอบกลับ 

 

“มึงพูดเหมือนไม่อยากพากูขี่มอเตอร์ไซค์อีกแล้ว” แม็คพูดหยั่งเชิงออกมา นันเลิกคิ้วนิดๆ 

 

“ใครจะไม่พาขี่อีก กูแค่พูดถึงเฉยๆ กูไม่เลิกพามึงซ้อนหรอกน่า” นันตอบกลับ ทำให้แม็คยิ้มขำนิดๆ เพราะนันยังไงก็คือนัน 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++ 50% +++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

“แล้วมึงเจ็บตรงไหนรึเปล่า” แม็คถามคนรักกลับไปบ้าง

 

“ไกลหัวใจ” นันตอบอย่างไม่ใส่ใจ เพราะเขาไม่ได้เจ็บอะไรมาก แต่ก็มั่นใจว่ามันต้องช้ำแน่นอน แม็คถอนหายใจออกมาเบาๆ สักพักอาหารที่สั่งไว้ก็เสร็จเรียบร้อย นันกับแม็คจึงพากันขึ้นรถแล้วขี่กลับบ้านในทันที คราวนี้นันระวังเป็นพิเศษ เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบก่อนหน้านี้อีก จนมาถึงบ้าน แม็คก็ลงจากรถพร้อมกับถอดหมวกกันน็อคออกด้วยตัวเอง

 

“เป็นไงบ้างเฮีย” ไวเดินเข้ามาทัก พร้อมกับช่วยรับของจากนันที่ส่งมาให้

 

“ก็ดี นี่กูซื้อมาฝากพวกมึง เอาไปแบ่งกัน” นันพูดขึ้น

“มึงเอาของไปให้พวกนั้นก่อน เดี๋ยวเอากล่องปฐมพยาบาลตามกูขึ้นไปบนห้องนอนที” นันบอกออกมาอีก ไวทำหน้างง

 

“เกิดอะไรขึ้นเหรอเฮีย” ไวถามกลับ

 

“เจออุบัติเหตุรถเฉี่ยวกันนิดหน่อย” นันบอกด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ไวรู้ว่านันกำลังหงุดหงิด อยู่พอสมควร ไวจึงเดินแยกเอาของกินไปให้ทุกคนก่อน ส่วนนันก็พาแม็คเข้าไปในบ้าน และตรงขึ้นห้องนอนทันที แม็คเองก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร เพราะรู้ว่านันอารมณ์ไม่ดีเท่าไร

“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เดี๋ยวมาให้กูดูขาหน่อย” นันพูดขึ้นทันทีเมื่อเดินเข้ามาในห้อง

“มึงด้วย” แม็คย้อนกลับไป เพราะเขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าคนรักเจ็บตรงไหนหรือไม่ นันเลยเดินล็อคคอแม็คให้เปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมกันเลย

“ซี๊ดด ทำไมมันแสบวะ” แม็คร้องออกมา ขณะที่กำลังถอดกางเกงยีนส์ เขารู้สึกเหมือนผ้าไปเสียดสีบางอย่างที่ขาของเขา จนรู้สึกแสบขึ้นมา นันพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วลากเก้าอี้ให้แม็คนั่ง ส่วนนันก็ช่วยถอดกางเกงของแม็คออกอย่างช้าๆ และเบามือ จนกางเกงของแม็คหลุดออกจากช่วงล่าง เหลือบ็อคเซอร์ที่แม็คใส่อยู่เอาไว้ แม็คก้มมองขาตัวเองทันที

“ทำไมมันถลอกแบบนี้วะ ทั้งๆที่กางเกงก็ไม่ได้ขาดอะไรเลย” แม็คบ่นออกมา เมื่อเห็นรอยถลอกแดงที่ขา และรอยช้ำที่เข่าของตัวเอง

“มันเสียดสีกับท้ายรถไอ้เหี้ยนั่นน่ะสิ” นันพูดออกมาเสียงขุ่นๆ เขายอมรับว่าหงุดหงิดมาก ที่เห็นแผลบนขาของแม็ค

“แล้วขามึงอ่ะ” แม็คถามกลับไปบ้าง นันถอดกางเกงยีนส์ตัวเองออกอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้ห่วงเลยว่าจะมีแผลตรงไหนบ้าง แม็คมองที่ขาของนันก็เห็นว่ามีรอยช้ำเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน แต่ไม่มีรอยถลอกตรงไหน

“มึงนี่หนังหนาดีเนอะ ไม่มีรอยถลอกเลย มีแต่รอยช้ำ” แม็คแกล้งแซวคนรักตัวเองกลับไปอย่างขำๆ เพื่อให้นันคลายความหงุดหงิดลงบ้าง

“เดี๋ยวจะโดน อารมณ์ยิ่งไม่ดีอยู่” นันว่ากลับไป แต่ไม่จริงจังนัก เพราะเขาก็มองเจตนาของคนรักออก

“มึงเคยทำให้กูเจ็บมากกว่านี้อีกนะ แผลแค่นี้เล็กน้อยวะ” แม็คพูดขึ้นยิ้มๆ

“กูทำมึงเจ็บได้ คนอื่นห้าม รอยบนตัวมึง กูมีสิทธิ์ทำได้คนเดียว เข้าใจมั้ยเมียยย” นันจับคางของแม็คแล้วส่ายไปมาอย่างมันเขี้ยว ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดังขึ้น นันจึงเดินไปเปิด ก็เห็นว่าเป็นไว

“เข้ามา” นันบอกให้ไวเข้ามาในห้องได้

“มึงมานั่งตรงนี้” นันหันมาเรียกคนรักของตัวเองบ้าง แม็คก็ลุกมานั่งที่ปลายเตียงแต่โดยดี

“เกิดอะไรขึ้นน่ะเฮีย” ไวถามออกมาอีก นันเลยเล่าให้ฟัง พร้อมกับเปิดกระเป๋ายา แล้วค่อยๆทำความสะอาดแผลให้กับแม็ค ถึงแม้จะไม่ได้เป็นแผลอะไรมากมายใหญ่โตนัก แต่นันก็ไม่พอใจอยู่ดีที่แม็คได้แผลแบบนี้

“ถ้ามันเอาคลิปไปลงละเฮีย” ไวถามต่อ

“กูไม่รู้หรอกนะ ว่ามันจะเอาคลิปไปลงมั้ย แต่คนอย่างกู ไม่รอให้มันได้เอาลงหรอก” นันพูดเสียงจริงจัง

“มึงจะทำอะไร” แม็คถามขึ้นทันที นันยกยิ้มมุมปากนิดๆ

“กูจะให้ไอ้กาจ มันหาข้อมูลจากทะเบียนรถ ว่าบ้านสองคนผัวเมียนั่นอยู่ตรงไหน” นันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ ทำเอาแม็คอึ้งไปทันทีเมื่อได้ยิน

“ใจเย็นมึง มันคงไม่มีอะไรหรอกมั้ง” แม็คบอกกลับ

“กูไม่คิดจะมาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุหรอกนะ เมื่อรู้ว่าต้นเหตุมันคืออะไร อีกอย่างมึงไม่ต้องห่วงหรอก กูไม่ได้จะทำอะไรรุนแรง” นันพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แม็คหรี่ตามองนันเล็กน้อย เพราะไม่อยากจะเชื่อที่นันพูดสักเท่าไร นันหัวเราะในลำคอเบาๆ เมื่อเห็นสายตาของแม็ค

“กูไม่ได้ป่าเถื่อนทุกเรื่องนะมึง” นันแกล้งผลักหัวแม็คเบาๆ

“ทำไมผมจะต้องมานั่งดูเฮียหยอกเมีย” เสียงของไวดังขึ้น ก่อนจะโดนนันเอาเท้าสะกิดไป 1 ที ไวหัวเราะขำออกมาไม่ได้ตกใจหรือกลัวอะไร เพราะรู้ว่านันเตะเขาเล่นๆเท่านั้น

“กูว่าทั้งมึงทั้งเฮียมึงอ่ะ โรคจิตทั้งคู่ โดนเตะยังจะหัวเราะได้อีก” แม็คว่าออกมาอย่างเอือมๆ

“ไม่งั้นกูจะทำงานอยู่กับเฮียได้ไง” ไวพูดขึ้นยิ้มๆ อนที่นันจะเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดแผลลงกล่องเหมือนเดิม แล้วให้ไวเอาไปเก็บ พร้อมกับกำชับว่าถ้าไม่มีเรื่องด่วนอะไร ไม่ต้องมาเรียก เพราะนันจะนอนพักกับแม็ค ไวก็รับคำในทันที

“พรุ่งนี้กูไปส่งที่ออฟฟิศพ่อมึงนะ แล้วเดี๋ยวกูไปประมูลรถต่อ เสร็จตอนไหนจะเข้าไปหา” นันบอกออกมา แม็คพยักหน้ารับ ก่อนที่ทั้งสองคนจะพากันนอนพักบนเตียงกว้างด้วยกัน

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

วันรุ่งขึ้น

เมื่อทานข้าวเช้าเสร็จแล้วนันก็พาแม็คออกไปส่งที่ออฟฟิศของพ่อแม็ค เพื่อให้แม็คอยู่ช่วยทำงานบ้าง

“กูไม่ลงไปส่งนะ ฝากสวัสดีพ่อด้วย เดี๋ยวรถจะติด” นันบอกออกมา เมื่อมาจอดรถที่หน้าออฟฟิศ

“แล้วกลางวันจะมากินข้าวกับกูมั้ย” แม็คถามต่อ

“ไม่แน่ใจ เดี๋ยวโทรบอกอีกที ตกลงว่าไอ้โอมมันจะมาหาใช่มั้ย” นันถามอีกครั้ง เพราะจำได้ว่าโอมบอกว่าจะเข้ามาหาแม็คที่ออฟฟิศวันนี้

“เดี๋ยวโทรถามมันอีกที มึงก็ขับรถดีๆล่ะ” แม็คบอกนันส่งท้าย ก่อนจะลงจากรถไป แล้วเดินเข้าไปในออฟฟิศตนเอง แม็คทักทายพนักงานทุกคนด้วยรอยยิ้ม แล้วเข้าไปหาพ่อในห้องทำงาน

“ไปเที่ยวมาเป็นไงบ้าง” พ่อของแม็คถามขึ้น

“ก็ดีครับ ธรรมชาติทั้งนั้น” แม็คตอบกลับ เขาไม่อยากเล่าเรื่องที่เกิดอุบัติเหตุให้พ่อตนเองฟัง เพราะกลัวว่าท่านจะเป็นกังวล แล้วกลัวว่าพ่อจะหาว่านันดูแลแม็คไม่ดี

“วันนี้มีงานอะไรให้ผมช่วยมั้ย” แม็คถามกลับไป พ่อของแม็คเลยมอบหมายงานให้ไปทำ แม็คก็เดินเอาไปทำที่ห้องทำงานตนเองทันที

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น ก่อนที่จะถูกเปิดเข้ามา แม็คพยักหน้าทักทายเพื่อนตนเอง

“มาเร็วเหมือนกันนี่หว่า กูว่าจะโทรไปหามึงเหมือนกัน ว่าจะมาตอนไหน” แม็คถามขึ้น

“กูมาส่งไอ้สองแสบ เลยตรงมาหามึงเลย” โอมตอบกลับ แล้วนั่งลงที่โซฟาในห้องทำงานของแม็ค

“มึง เมื่อวานมีเรื่องนิดหน่อย” แม็คเล่าเรื่องอุบัติเหตุให้โอมฟัง โอมก็บ่นว่าทำไมไม่โทรตาม จะได้ออกมาหา แล้วถามเรื่องแผลอีกนิดหน่อย

“ตกลงว่าไอ้นันมันจะมากินข้าวกลางวันกับมึงมั้ย กูจะอาศัยเกาะกินด้วยคน” โอมพูดออกมาอย่างขำๆ

“ไม่แน่ใจว่ะ แต่ถ้าให้เดา คงไม่ได้มาหรอก ว่าแต่มึงเหอะ เดี๋ยวต้องกลับไปที่นครนายกอีกมั้ย” แม็คถามเพื่อนกลับไป

“เดี๋ยวกลับช่วงเย็นๆหน่อย” โอมตอบกลับ แม็คก็พยักหน้ารับ

“งั้นมึงก็นั่งเล่นในห้องทำงานกูไปเรื่อยๆก่อนก็ได้ พอเที่ยงค่อยไปหาข้าวกินกัน” แม็คเสนออกมา โอมเลยถือวิสาสะนั่งเล่นรอบนโซฟา

ตึ้ดดด ตึ้ดดด

เสียงโทรศัพท์ภายในที่อยู่บนโต๊ะทำงานของแม็คดังขึ้น แม็คดูเบอร์ที่โทรเข้ามาก็รู้ว่เป็นเบอร์พนักงานประชาสัมพันธ์ด้านหน้าออฟฟิศ

“ครับ” แม็คยกหูโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย

(“คุณแม็คคะ พอดีว่ามีเด็กคนหนึ่งมาหาคุณแม็คน่ะค่ะ บอกว่าชื่ออรรณพ”) พนักงานพูดขึ้น แม็คทำหน้างงทันที เพราะเขาไม่เคยรู้จักใครชื่อนี้มาก่อน

(“เค้ามีนามบัตรคุณแม็คน่ะค่ะ เห็นว่าได้มาตอนเจอคุณแม็คที่โรงแรม..”) พนักงานสาวบอกกลับมาอีกครั้ง แม็คนิ่งคิด ก่อนจะจำได้ว่าคือใคร

“ครับๆ ให้เค้ารอผมตรงนั้นก่อนนะครับ เดี๋ยวผมออกไป” แม็คพูดขึ้น เมือ่อีกฝ่ารับคำ แม็คก็วางสายไปทันที

“อะไรวะ” โอมถามขึ้น เมื่อเห็นแม็คลุกจากเก้าอี้ทำงาน

“เดี๋ยวกูมา มึงรอนี่แหละ” แม็คพูดขึ้น ก่อนจะลุกเดินออกไปจากห้องทำงานทันที แม็คเดินตรงไปยังตรงที่นั่งรอแขก ก็เห็นเด็กหนุ่มรูปร่างผอม ใบหน้าโศกนั่งอยู่ด้วยท่าทีเครียดๆ พอเห็นแม็คเดินมา ก็รีบลุกมายกมือไหว้ทันที

“สวัสดีครับ” เด็กหนุ่มพูดขึ้น แม็คพยักหน้ารับ

“โทษที วันนั้นลืมถามชื่อ เลยไม่รู้ว่าเป็นใครที่มาหา” แม็คบอกออกมา เด็กหนุ่มเม้มปากนิดๆ เหมือนคนลำบากใจ

“แล้วทำไมไม่โทรมาหาพี่ก่อนล่ะ” แม็คถามกลับไป เขาคุยกับเด็กหนุ่มอย่างเป็นกันเอง

“คือ..ผมไม่กล้าโทรน่ะครับ” เด็กหนุ่มตอบเสียงอ้อมแอ้ม เพราะคิดว่ามาหาตรงๆเลยน่าจะดีกว่า

“ไปคุยกับพี่ในห้องทำงานละกัน ตามมาสิ” แม็คเอ่ยชวน เพราะคิดว่าน่าจะมีเรื่องคุยกันอีกสักพักแน่ๆ

“คือ..ผม” เด็กหนุ่มมีสีหน้าลังเลใจและเกรงใจ

“ไม่เป็นไรหรอก มาเถอะ เรามาหาพี่ถึงนี่แล้ว ก็แปลว่าคิดดีแล้ว” แม็คบอกออกมาอีก เด็กหนุ่มพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะเดินตามแม็คไปที่ห้องทำงาน แม็คเปิดประตูพาเด็กหนุ่มเข้ามาในห้องทำงาน โดยมีโอมมองอย่างสงสัย

“นี่เพื่อนพี่ชื่อโอม” แม็คแนะนำให้เด็กหนุ่มรับรู้ เด็กหนุ่มรีบยกมือไหว้โอมทันที โอมก็พยักหน้ารับไหว้อย่างงงๆ

“มึงแอบเลี้ยงเด็กเหรอวะ” โอมถามขึ้น

“เลี้ยงบ้านมึงสิ น้องมีธุระกับกู เราอย่าไปฟังเพื่อนพี่พูดนักเลย” แม็คพูดว่าโอมเสร็จก็หันมาพูดกับเด็กหนุ่มต่อ

“นั่งลงสิ เรามาแนะนำตัวกันหน่อยดีกว่า” แม็คบอกออกมา ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ทำงานตัวเอง เด็กหนุ่มก็นั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะอย่างหมิ่นๆ เหมือนกลัวว่าจะทำให้เก้าอี้เป็นรอย โดยมีโอมนั่งมองอยู่ พร้อมกับส่ายหน้าไปมา

“นั่งแบบนั้นเดี๋ยวก็ตกเก้าอี้หรอก นั่งให้มันเต็มๆก้นๆหน่อย” โอมพูดขึ้น เด็หนุ่มเลยรีบขยับตามที่โอมบอกทันที

“เราชื่ออะไร” แม็คถามกลับไป

“ชื่ออรรณพครับ เรียกผมว่าอันก็ได้ครับ” อรรณพตอบกลับ

“อืม พี่ชื่อแม็คนะ เรียกพี่แม็คก็ได้ แล้วที่เรามาหาพี่ถึงที่นี่ เพราะมีปัญหาที่โรงแรมรึเปล่า” แม็คถามขึ้น อรรณพตาแดงเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับ ทำให้แม็คขมวดคิ้วเข้าหากันทันที

“เกิดอะไรขึ้น เล่ามาสิ” แม็คถามออกมาอีก เด็กหนุ่มกัดปากตัวเอง เหมือนกล้าๆกลัวๆที่จะเล่า

“นายอยู่ที่นี่กับพวกเรา นายจะกลัวอะไร เล่ามาเหอะ” โอมพูดขึ้นมาบ้าง อรรณพหายใจเข้าลึกๆ

“ผมโดนไล่ออกน่ะครับ คุณคนนั้นที่เคยไปกับคุณแม็ค เค้าไปบอกให้เจ้าของโรงแรมไล่ผมออก พี่เอกเค้าช่วยพูดแล้ว แต่ก็ช่วยไม่ได้” เด็กหนุ่มพูดเสียงสั่น ทำให้แม็ครู้สึกเหมือนหัวตัวเองจะร้อนขึ้นมา

“ไอ้พี่เท็นมันเป็นบ้าอะไรของมันวะ แม่ง” แม็คสบถออกมา

“อะไรวะ”โอมถามด้วยความอยากรู้ แม็คเลยเล่าถึงเหตุการณ์วันนั้นให้โอมฟัง

“เรื่องแค่นี้เนี่ยนะ บ้าเปล่าวะ” โอมเองยังรู้สึกว่าเกินไปด้วยซ้ำ เมื่อฟังแม็คเล่าจบ

“เออน่ะสิ ถ้าไม่ติดว่าเป็นลูกเพื่อนพ่อกูนะ กูจะถีบหน้าแม่ง” แม็คบ่นออกมาอย่างหัวเสีย อรรณพยิ้มแห้งๆออกมา

“แต่ดีแล้ว ไม่ต้องไปทำที่นั่นหรอก เจ้าของโรงแรมใจแคบแบบนั้น ออกมาก็ดีแล้ว” แม็คพูดขึ้น

“แปลว่าตอนนี้เราไม่มีงานทำใช่มั้ย” แม็คถามต่อ เด็กหนุ่มพยักหน้ารับช้าๆ มือทั้งสองข้างก็บีบเข้าหากันด้วยความรู้สึกกังวล

“รีบไปไหนรึเปล่า” แม็คถามต่อ

“มีช่วงเย็นครับ ที่ต้องรีบไปช่วยแม่เก็บร้านไส้กรอกย่าง” อรรณพตอบกลับ

“งั้นรอก่อน พี่ขอปรึกษาอีกคนก่อนนะ” แม็คพูดถึงนัน เพราะเขาอยากให้นันช่วยหาทางออกให้กับเด็กหนุ่มด้วย แม็คหยิบมือถือ แล้วกดโทรหาคนรักทันที

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++ 100% ++++++++++++++++++++++++++++++++

 

2 Be Con

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สปอยเลยว่า ไม่ต้องกลัวว่าจะมีดราม่าเพราะน้องอันนะคะ

น้องอันเป็นเด็กดีจ้า

ไม่รู้จะทอล์คอะไร เอาเป็นว่า ให้ดาวยอนิมได้นะคะ ฮ่าๆๆ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น