เพียงน้ำหยดแรก
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

23 : มาส์กกระชากใจ!

ชื่อตอน : 23 : มาส์กกระชากใจ!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 838

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ย. 2562 21:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
23 : มาส์กกระชากใจ!
แบบอักษร

 

Rrrrrrrr

"เจมส์! โทรศัพท์!!"

ฉันที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงนอนภายในห้องของตัวเอง ตะโกนเรียกคนที่ยังอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำ เมื่อมีสายเข้าจากโทรศัพท์ของเขา ที่วางอยู่บนตู้ข้างๆหัวเตียง

"รับให้หน่อย!" เจมส์ตะโกนตอบออกมาจากในห้องน้ำ

ฉันลังเลเล็กน้อยว่าควรจะกดรับสายแทนเจ้าตัวเขาเลยดีหรือไม่ แต่สุดท้ายเมื่อคิดได้ว่าปลายสายอาจจะมีธุระด่วนอะไรกับเจมส์หรือเปล่า ก็ต้องจำใจเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่ยังคงแผดเสียงอยู่ข้างๆขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้

"อ๊ะ!...ตัดสายไปแล้ว"

เหมือนฝันนิ่วหน้า เมื่อนิ้วเรียวกำลังจะกดรับสาย หากแต่ว่าคนทางนั้นก็เกิดถอดใจกดตัดสายไปเสียก่อน เธอจึงส่ายหน้าน้อยๆก่อนจะวางโทรศัพท์ยี่ห้อดังเครื่องสีดำนั้นลงไว้ตรงที่เดิม

"งั้นก็รอให้เจ้าของเขามาโทรกลับเองก็แล้วกัน"

ฉันบ่นเบาๆ ถึงคนที่ยังคงอาบน้ำสบายใจเฉิบไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร พลันสมองก็เผลอนึกคิดย้อนไปถึงเหตุชุลมุนเมืาอตอนหัวค่ำแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์

กว่าที่ฉันจะห้ามทั้งโซ่และเจมส์ให้หยุดตีกันได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย จนถึงกับต้องล้มโต๊ะกันเลยทีเดียวแถมร้านฉันยังพังเละเทะไปเกือบครึ่งอีกต่างหาก พอแยกจากกันได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติอีกครั้ง ทั้งโซ่และเจมส์ต่างก็ได้รับบาดแผลช้ำๆกันไปคนละจุดสองจุด หางิ้วแตกบ้างล่ะปากแตกบ้างล่ะ จนคนสภาพขาไม่ปกติอย่างฉันต้องลำบากลำบนเดินกระเผลกโขยกเขยง ไปหยิบเอากล่องพยาบาลมาทำแผลให้ทั้งสองคนเสียเอง

พอทำแผลเสร็จก็ต้องมาเหนื่อยเกลี่ยกล่อมคล้ายๆไล่กลายๆให้โซ่ยอมกลับไปที่บ้านของเขาอยู่นานกว่าจะยอม ส่วนเจ้าตัวก่อเรื่องอย่างเจมส์ก็ต้องยอมให้เขาค้างที่นี่กับฉันไปก่อนเพราะยังหาที่พักที่ดีๆไม่ได้ เนื่องจากว่าเขามาไทยแบบกระทันหันเกินไป

แกร๊ก

เสียงลั่นกลอนประตูดังขึ้นทำให้ฉันเห็นมอง เห็นเจมส์ที่ทั้งตัวมีเสื้อผ้าสวมใส่ไว้แล้วอย่างเรียบร้อยเดินออกมาจากห้องน้ำ

"ใครโทรมาหรอ" เจมส์เลิกคิ้วถาม

"ไม่รู้สิ สายมันตัดไปก่อน"

ฉันยักไหล่ตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก เมื่อเจมส์เห็นดังนั้นก็พยักหน้ารับส่งๆอย่างไม่ใส่ใจเช่นกัน เขาเดินตรงไปที่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่หลายใบ ที่วางกองรวมกันไว้ที่มุมห้อง ก่อนจะย่อตัวลงนั่งยองๆ รื้อๆค้นๆหาของในกระเป๋านั้นสักพัก เมื่อได้ของที่ต้องการแล้วจึงเดินตรงมาหาฉันที่นั่งมองเขาอยู่บนเตียง แขนยาวๆของเขายื่นซองอะไรสักอย่างมาตรงหน้าฉันอย่างรวดเร็ว จนฉันถึงกับสะดุ้ง มองเขาอย่างเคืองๆ

"แปะให้หน่อยสิ"

เขาว่าพลางกระโดดขึ้นมานอนแผ่หราบนเตียงเดียวกัน พร้อมกับขยับหัวของเขาขึ้นมานอนหนุนตรงต้นขาของฉันที่นั่งเหยียดตรงอย่างถือวิสาสะ

"อะไรของนายเนี้ย"

ฉันบ่นส่วนมือก็ยื่นออกไปรับซองในมือเขามาถือไว้ ก่อนจะก้มลงมอง 'มาส์กโสมขาว' อย่างงงๆ นี่เจ้าเด็กนี่ถึงขนาดกว่าใช้ให้ฉันแปะแผ่นมาส์กหน้าให้แล้วหรอ?

"เร็วๆ แปะมาส์กให้เจมส์หน่อย"

"แต่หน้านายช้ำอยู่นะ" ฉันเอ่ยเตือน

"ไม่เป็นไรหรอก...ดีกว่าพรุ่งนี้หน้าเหี่ยวเยอะ"

เมื่อเขายืนยัน ฉันก็จำต้องตามใจฉีกซองพาสติกออก หยิบแผ่นมาส์กหน้าออกมาแล้วค่อยบรรจงแปะลงบนใบหน้าใสๆที่มีรอยช้ำอยู่นิดหน่อยของเขา

"อ่ะ เรียบร้อยละ" ฉันบอกเขา

"ขอบคุณครับ"

เขาพูดเสียงอู้อี้เพราะมีแผ่นมาส์กอยู่บนหน้า พร้อมกับยกมือขึ้นมาบีบแก้มฉันให้บู้บี้น่าเกลียด จนฉันต้องปัดมือเขาออกแรงๆอย่างไม่ชอบใจ และตีไปแรงๆที่มือของเขาอย่างต้องการเอาคืน

"เดี๋ยวเถอะนาย แกล้งพี่อีกแล้วนะ เดี๋ยวพี่จะฟ้องพี่สาวนายให้มาพาตัวกลับไปเลยดีไหม นี่ยังไม่รวมเรื่องของวันนี้อีกนะ อะไรกันมาวันแรกก็ดันก่อเรื่องซะแล้ว มีอย่างที่ไหน ไปกวนอารมณ์พูดจาไม่ดีกับคนที่ไม่ได้รู้จักกันแบบนั้นน่ะ หา!"

เมื่อได้โอกาส ฉันก็ทั้งด่า ทั้งตักเตือนน้องชายของเพื่อนสนิทไปเสียชุดใหญ่ นี่ที่ฉันกล้าพูดกับเขาแบบนี้เพราะเห็นว่าเป็นเหมือนน้องชายของฉันอีกคน จำได้ว่าตอนสมัยที่ฉันยังเรียนอยู่เจ้าเด็กนี่ยังตัวกระเปี๊ยกนึงอยู่เลย แถมยังติดฉันมากๆ เวลาทะเลาะหรือตีกับยัยเจสซี่เมื่อไหร่ และสู้พี่สาวตัวเองไม่ได้ เจมส์ก็จะรีบวิ่งแจ้นมาหาให้ฉันช่วยตลอด แล้วลองตัดภาพกลับมาดูตอนนี้สิ กลายเป็นนักเลงคอยพูดหาเรื่องคนไปเสียแล้ว

"ก็เจมส์ไม่ชอบเขานี่ เขาทำให้ฝันเจ็บนะ"

เขาพูดถึงโซ่อย่างไม่ค่อยชอบใจนัก เพราะรู้เรื่องราวระหว่างฉันกับโซ่เป็นอย่างดี เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันและเจมส์ก็โทรติดต่อหากันอยู่บ้างเป็นบางครั้ง เพราะเขาชอบโทรมาบ่นนู่นเล่านี่ลมฟ้าอากาศให้ฟัง โดยเฉพาะเรื่องของพี่สาวตัวเอง แล้วก็ชอบซักชอบถามฉันอยู่ตลอดว่าคบใครบ้างแล้วหรือยัง แต่ก็รู้แค่ผิวเผินว่าฉันและโซ่เคยคบกัน และเลิกกันแล้ว ส่วนเรื่องราวอื่นๆที่ลึกกว่านั้นฉันก็ไม่ได้เล่าอะไรให้เขาฟังมากมาย ก็อย่างที่บอกว่าทั้งฉันกับเขาก็แค่เคยติดต่อโทรคุยกันบ้างได้ยินแค่เสียง ก็แค่นั้นเพราะฉะนั้นตอนที่เห็นเด็กตัวสูงคนนี้มายืนอยู่ตรงหน้าตัวเป็นๆมันเลยทำให้ฉันตกใจ และจำไม่ได้ว่าเขาคือเจ้าเด็กเจมส์ตัวกระเปี๊ยกคนนั้นนั่นเอง

Rrrrrr

ฉันเตรียมที่จะบ่นเขาไปอีกชุด แต่ก็ต้องหยุดชะงักจำใจปิดปากเงียบเมื่อมีสายเข้าอีกครั้งที่โทรศัพท์เครื่องเดิมของเจมส์ ทำให้เขามีท่าทีเหมือนจะลุกขึ้นไปหยิบมากดรับ แต่ก็ไม่ทันฉันที่ไวกว่ารีบเอื้อมมือไปคว้ามันไว้ก่อนพร้อมกับต้องยอมเสียมารยาทกดรับแถมเปิดสปีกเกอร์โฟนอีก ด้วยความอยากรู้ที่พุ่งขึ้นสูงสุดขีด ว่านี่จะเป็นสายเดียวกับครั้งแรกหรือเปล่า

(ที่รัก!...ผมขอโทษ คุณอยู่ไหนกลับมาหาผมเถอะนะ!)

และทันทีที่กดรับเสียงทุ้มๆของผู้ชายที่พูดด้วยภาษาอังกฤษชัดเป๊ะ ก็ดังออกมาอย่างร้อนรน

"....." เจมส์ยังคงเงียบไม่ตอบ แต่ตวัดสายตามามองฉันอย่างเคืองๆแทน

(เฮ้! เจมส์กลับมาเถอะนะ ผมคิดถึงคุณจะบ้าแล้ว!...)

"..." ยังคงเงียบทั้งฉันและเจมส์

(เอางี้ ผมยอมคุณทุกอย่างเลย ผมจะไม่เที่ยวกลางคืนแล้ว จะอยู่กับคุณทั้งวันทั้งคืนเลยก็ได้ กลับมาเถอะนะ)

คนปลายสายพูดรัวเร็วด้วยความร้อนรนเมื่อเจมส์ยังคงเงียบไม่ตอบอะไรเขา

ฉันมองเจมส์ที่คลี่ยิ้มออกมาอย่างพอใจกับคำสัญญาของคนปลายสาย ก่อนที่เขาจะยอมอ้าปากตอบตกลงเสียงนุ่มไป

"โอเคไมค์ ผมจะกลับไปแน่ แต่ตอนนี้ต้องวางแล้ว กู๊ดไนท์ คิสๆเบบี้"

เขาบอกกดจะเอื้อมมือมาแย่งโทรศัพท์ในมือฉันไปแล้วกดตัดสายทิ้งไป

"ไงย๊ะเจมส์ สรุปที่บินมาหาพี่ที่อีกฟากซีกโลกหนึ่งนี่เพราะทะเลาะกับแฟนงี้?"

ฉันเลิกคิ้วเอ่ยแซวเจมส์กับแฟนหนุ่มของเขาอย่างหมั่นไส้ ชิ มีแฟนอยู่แล้วก็ยังจะมาทำตัวลุ่มล่ามจุ๊บข้อเท้าคนอื่นเขาไปทั่วอีกนะย๊ะ แต่ก็เข้าใจอ่ะนะว่าเพราะพวกเราสนิทกันเรื่องสกินชิพกันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เมื่อก่อนก็ทำบ่อย ยิ่งยัยเจสพี่สาวของเขานะ จะโดนเขาทั้งจุ๊บทั้งหอมหนักเลยล่ะ ฮ่าๆๆ เอ๊ะ!...นี่ฉันลืมบอกเรื่องสำคัญไปใช่มั้ยว่าจริงๆแล้วเจมส์เขาเป็นพวกที่ไม่ค่อยจะพิศวาทมนุษย์สปีชีส์ชะนีอย่างฉันหรือผู้หญิงหน้าไหนซักเท่าไหร่ เห็นทำตัวกวนๆต่อยตีได้แมนๆคุยกันและดูอบอุ่นแบบนี้ แต่จริงๆแล้วนางเป็นควีนนะเออ ควีนที่แปลว่าราชินี ราชินีที่ออกสาวๆหน่อยอ่ะค่ะ หรือถ้าจะเรียกแบบญี่ปุ่นๆหน่อยก็คือเคะดีๆนี่แหละค่ะ อ่า...สมัยนี้เขาไม่นิยมเคะตัวเล็กๆน่าฟัดกันแล้วนี่โน๊ะ อิอิ แต่จริงแล้วเจมส์นางก็ไม่ได้ตัวใหญ่ตัวหนาอะไรมากมายหรอก แค่สูงมากๆแค่นั้นเอง

"ก็ไม่เชิง จริงๆพี่เจสถีบส่งให้เจมส์มามากกว่า"

"อ้อออ" ฉันลากเสียงยาวอย่างไม่เชื่อ

"เรื่องจริงนะ อย่ามาทำเสียงแบบนี้สิ" เจมส์ถลึงตาบอกฉัน

"อ่ะๆ จะพยายามเชื่อนะ"

"มันก็ต้องอย่างงั้นอยู่แล้วสิ....แล้วนี่จะนอนได้หรือยังเนี้ย ดึกแล้วนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นมาแล้วหน้าเจมส์เหี่ยวจะโทษฟานี่เลยด้วย"

เขาพูดเสียงสะบัด จนฉันหลุดหัวเราะพรืดออกมาระลอกหนึ่ง

"อ่ะๆนอนๆ พรุ่งนี้พี่ก็ต้องตื่นมาทำขนมแต่เช้าเหมือนกัน"

ฉันบอกอย่างจำยอม เมื่อนึกได้ว่าพรุ่งนี้ยังมีงานที่ต้องทำอยู่ และตอนนี้ก็ควรจะต้องนอนพักเอาแรงได้แล้ว

เด็กหนุ่มนามว่าเจมส์พยักหน้าตอบรับ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงดึงแผ่นมาส์กหน้าออก แล้วเดินไปหยิบฟูกนอนนุ่มนิ่มที่เหมือนฝันเตรียมเอาไว้ให้ตั้งแต่ตอนที่เขาอาบน้ำอยู่ มาปูลงบนพื้นแล้วเดินตรงไปปิดไฟภายในห้อง จนทั้งห้องนี้มืดสนิท มีเพียงแสงสลัวจากดวงจันทร์สาดส่องรอดผ่านหน้าต่างเข้ามาเท่านั้น จึงกลับมาแล้วล้มตัวลงนอนในที่ของตนทันที โดนที่ไม่ลืมจะบอกฝันดีให้คนพี่ที่นอนอยู่ที่เตียงข้างบน และได้เสียงครางอื้อตอบรับมา เขาจึงหลับตาลงแล้วจมลงลึกสู่ห้วงนิทราทันที

 

 

.............................................................................

ฮื้ออออ สรุปแล้วชื่อตอนที่ว่า มาส์กกระชากใจนี่ไม่ใช่ใจใครเลย นอกจากหัวใจบางๆของเค้าที่พี่เจมส์คนแมนแกกระชากทิ้งไปพร้อมแผ่นมาส์กโสมขาวเรียบร้อย อือออ สรุปพี่เขาเป็นควีน ควีนอ่ะ ควี๊นนนนน(ล่าสุดเสียสติไปแล้วเด้ออ555)

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น