พลอยสีสมุทร
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่13

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 122

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ย. 2562 17:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่13
แบบอักษร

 

 

"ตาทามนั่นแกจะไปไหนอีก" เสียงกัมปนาทดังขึ้นก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินออกจากบ้านอย่างไม่รู้ไม่ชี้

 

"หึ ก็ไปทำงานสิครับ ใครมันจะว่างอยู่บ้านไม่ทำอะไรเหมือนคนแถวนี้ล่ะ" พูดแขวะหญิงสาวด้วยน้ำเสียงเย็นชาก่อนจะยักไหล่อย่างไม่สนใจเสียงดุๆของผู้เป็นบิดา

 

"ไอ้ทาม"

 

"คุณพ่อคะ ใจเย็นๆก่อนเถอะค่ะ" ค่อยๆประคองประมุขของบ้านให้นั่งลงกับโซฟาเช่นเดิมก่อนจะช้อนสายตามองชายหนุ่มอย่างตัดพ้อ

 

"เหอะ ทำไมรับความจริงไม่ได้รึไง"

 

"คุณธนาธรคะ เราจะพูดกันดีๆกันสักครั้งไม่ได้เหรอคะ อย่างน้อยก็เพื่อให้คุณพ่อคุณสบายใจ"

 

"เหอะ ผมจะแสร้งทำเป็นมีความสุขเพราะคนที่ทำให้ผมทุกข์มาตลอดทำไมล่ะ"

 

"คุณธนาธร"

 

"หึ คุณก็แค่ผู้หญิงที่มาเกาะผู้ชายไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงพวกนั้นหรอก"

 

"..."

 

"คุณจะไปเข้าใจอะไรล่ะ หึๆ" สะบัดแขนหญิงสาวออกก่อนจะรีบเดินออกจากบ้านไปทันที

 

"ไอทาม...ไอลูกคนนี้นี่มัน"

 

"คุณพ่อคะ...ใจเย็นๆก่อนเถอะค่ะ คุณธนาธรแค่อารมณ์ไม่ค่อยดี อย่าไปคิดมากอะไรเลยนะคะ"

 

"คุณธนาธร ทำไมเรียกเสียห่างเหินจัง"

 

"คะ...คือว่า..."

 

"อย่าบอกนะว่าไอทามมันให้หนูเรียกแบบนี้"

 

"..." ได้แต่พยักหน้าเบาๆแทนคำตอบ

 

"เห้อ...หนูไม่ต้องไปฟังมันหรอก หนูเป็นแม่ของลูกมัน จะให้เรียกห่างเหินแบบนั้นได้ยังไง"

 

"คุณพ่อ..." มองพ่อสามีด้วยแววตางุนงง

 

"ทีหลังหนูก็เรียกมันว่าพี่ทามละกัน ถ้ามันยังงี่เง่ากับแค่การเรียกชื่อพ่อก็จะจัดการมันเอง" ว่าพลางตบบ่าว่าที่ลูกสะไภ้อย่างเอ็นดู ก่อนจะหันไปสั่งคนรับใช้ให้ตักข้าวเพื่อที่จะทานอาหารเช้าด้วยกัน ใจจริงก็อยากให้ทานพร้อมกันทุกคนในครอบครัว แต่เจ้าลูกชายตัวดีกลับหายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว

 

...

 

"ติ้ดด...ติ้ดดด...ติ้ดดด.." เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังสั้นๆด้วยความถี่ต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอบ่งบอกว่าผู้ป่วยบนเตียงยังมีชีวิตอยู่หากแต่ไม่สามารถฟื้นขึ้นมาพูดคุยกับใครได้

 

"ฮึก...ทำไม...ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะ" แม้จะผ่านมาเกือบปีแล้วแต่ผู้เป็นแม่ก็ยังคงนั่งร่ำไหทุกวัน้เสมอเมื่อเห็นสภาพลูกชายผู้ไร้สติ นอนหลับไม่ไหวติง

 

"หวาน..." เสียงเรียกอันคุ้นเคยนั้นทำให้เธอหันไปมองทันที

 

"พี่พิสุทธ์" รีบโผกอดคนรักทันทีด้วยความคิดถึง

 

"หวาน...พี่ขอโทษนะ" ลูบผมที่เริ่มมีหงอกขึ้นมาด้วยความรักใคร่เบาๆ

 

"ฮึก...พี่พิสุทธ์ คงเพราะเวรกรรมลูกเราถึงได้เป็นแบบนี้" ว่าด้วยนัยต์ตาโศกเศร้าพลางมองลูกชายเพียงคนเดียวอย่างรู้สึกโหยหา

 

 

"มันผ่านไปแล้วนะหวาน อย่าไปคิดถึงมันเลย อีกอย่างมันไม่ใช่ความผิดของหวานเลย"

 

"ฮึกๆ แต่ถ้าวันนั้นหวานไม่เข้าไป เรื่องมันคงจะไม่..."

 

"ช่างเถอะหวาน อย่าคิดต่อไปอีกเลยนะตาภัทรต้องฟื้น แค่ตอนนี้ลูกเหนื่อยเลยหลับนานไปหน่อย"พูดอย่างให้กำลังใจภรรยาก่อนจะคว้าร่างเธอมากลอดอย่างปลอบโยน

 

...

 

"เหอะ เกะกะชะมัด" เสียงนั้นทำให้หญิงสาวชะงักก่อนจะก้มหน้าก้มตาล้างจานต่อ

 

"สงสัยคิดว่าเป็นสะใภ้คนรวย คงจะอยู่อย่างสุขสบาย"

 

"แต่ก็แค่สะใภ้ลูกเมียน้อยแหละน้า" เสียงข่อนแขวะยังคงดังต่อไป มือหญิงสาวกำแน่นอย่างคับแค้นใจหากแต่ก็พยายามระงับสติอารมณ์โดยสูดลมหายใจเข้าลึกๆเสมอ ตั้งแต่เธอย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่คนที่ดีกับเธอที่สุดก็เหมือนจะมีแต่พ่อสผู้เป็นสามี(ทางพฤตินัย) ส่วนคนอื่นก็มีแต่มองเธอด้วยสายตาดูถูกและรังเกียจ

 

"หึๆ หน้าคงจะโบกด้วยปูนหนาๆสินะ เหอะ คงจะเพราะแม่สอนให้โบกปูนกับหน้าแน่ๆ ชักจะอยากเห็นใบหน้าของแม่เธอจริงๆ หุหุ"

 

"ฮ่าๆ" หลังจากประโยคนั้นเหล่าสาวใช้และแม่บ้านคนอื่นๆต่างพลางพากันหัวเราะร่วนตามๆกัน

 

"แกรก...พวกคุณก็คงไม่ต่างอะไรกันหรอกค่ะ" หญิงสาวพูดออกไปไม่ดังมาก หากแต่ก็กังวานทัวทุกทิศสายตาหลายคู่มองเธอมาอย่างอึ้งๆระคนแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นเธอตรงหน้าตอกกลับมาแบบนี้เลย มีแต่ยอมตลอด

 

"หึ ปากดีแบบนี้คงจะได้แม่มาสินะ" สาวใช้ที่เพิ่งพูดข่อนแขวะหญิงสาวไปก้าวเท้าเข้ามาหาเธอด้วยท่าทีเอาเรื่อง

 

"เหอะ พวกคุณจะด่าจะว่าฉันยังไงฉันก็ยอมมาเสมอ แต่ตอนนี้พวกคุณลามปามถึงบุพการีฉัน ฉันไม่ยอม"

 

"ฮ่าๆ ไม่ยอมงั้นเหรอ ทุกคนดูสิทำตัวอย่งกับตัวเองเป็นนางเอก"

 

"คุณนี่น่าสงสารนะคะ" พูดด้วยเสียงเรียบไม่แสดงอารมณ์ฉุนเฉียวออกมา

 

"อะไรของแก"

 

"แม่คุณคงจะไม่สอนสินะคะว่าเกิดเป็นคนก็ทำตัวให้สมกับเป็นคน สัตว์ประเสริฐหน่อย"

 

"กะ...แก"

 

"เข้าใจคำว่าสัตว์ประเสริฐรึเปล่าคะ มีภาษา มีอารยธรรมของตนเอง ที่สำคัญมีนี่ สมอง..."

 

"..."

 

"คงไม่เคยสอนละสิท่าว่าอย่าลามปามถึงบุพการีคนอื่น"

 

"..."

 

"เดรัจฉานสื่อสารด้วยภาษาของมันมนุษย์ไม่อาจเข้าใจ มันสื่อสารตามสัญชาตญาณแบบไร้สมอง"

 

"..."

 

"อืมม แต่พวกคุณเนี่ยเป็นมนุษย์มีสมอง มีหัวใจแท้ๆ กลับทำตัวเหมือนไร้สมอง เดรัจฉานยังดูเป็นสัตว์ประเสริฐมากกว่าอีก" พูดจบก็เหยียดยิ้มออกมา ก่อนจะหันหลังเดินออกไปจากตรงนั้น ทิ้งให้เหล่าสาวใช้และแม่บ้านยืนครุ่นคิดงุนงงตาค้างอยู่

 

"ป้า มันด่าป้าน่ะ" เด็กสาววัยรุ้นพูดขึ้นหลังจากทบทวนคำพูดเหล่านั้นที่หญิงสาวพูดทิ้งท้ายก่อนเดินจากไป

 

"เหอะ ด่าฉันพูดมาได้ ด่าพวกแกด้วยนั่นแหละ ทำไมพวกแกไม่จัดการมันล่ะ" พูดอย่างหัวเสีย

 

"ทำอะไรกัน ไม่มีงานมีการทำรึไง"ประมุขของบ้านพูดด้วยเสียงเข้ม เหล่าแม่บ้านทั้งเก่าและใหม่แก่และสาวต่างพากันวงแตกกระเจิง

 

"เห้อ..." ได้แต่มองตามหลังเหล่าสาวใช้และแม่บ้านด้วยความรู้สึกละเหี่ยใจ ทุกคนในบ้านหลังนี้ไม่มีใครจะยอมรับและเข้าใจลูกชายคนเล็กของเขาเลย ได้แต่รูสึเกลียดตัวเองที่ทำให้ลูกตนต้องอยู่ในสภาพแบบนี้ สภาพที่กลับบ้านมาก็มีแต่คนเกลียดขี้หน้า ลูกสะไภ้ตนก็พลอยโดนเกลียดไปด้วยเช่นกัน แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นดาราดังแต่ก็ใช่ว่าจะมีคนรักคนชอบ เพราะความเจ้าชู้ทำให้เขานั้นมีแต่ข่าวฉาวจนไม่มีใครอยากจะร่วมงานด้วย แต่ที่ยังมีงานอยู่ในปัจจุบันก็เพราะตนได้แอบช่วยไว้ทั้งเรื่องข่าวและเรื่องงาน หากแต่ไม่ได้ให้ลูกชายรู้ก็เท่านั้น ถึงลูกจะทำตัวแย่แค่ไหน ยังไงก็ยังเป็นลูกเขา เขาก็ไม่ได้ลำเอียง หรือรังเกียจลูกคนนี้เลย เพียงแต่อคติที่ลูกคนเล็กของเขามีต่อเขามันมากเกินจนทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับลูกนั้นไม่ค่อยดีเท่าที่ควร

 

...

 

"แกรกกก..."

 

"โอ้กกก...อ้วกกก..." เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของตนชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงอาเจียนดังลั่นมาจากในห้องน้ำทันที

 

"นี่...อ้วกเยอะขนาดนี้เนี่ยเธอคงไม่ได้จะตายใช่มั้ย" ชายหนุ่มรู้สึกห่วงร่างบางขึ้นมาหากแต่จะพูดว่าไม่เป็นไรใช่มั้ย อะไรแบบนั้นก็กลัวจะเสียฟอร์ม ว่าพลางก็ชะโงกดูหญิงสาวที่ยังคงอาเจียนออกมาอยู่แต่ก็เห็นเพียงน้ำลายเหนียวๆกับใบหน้าที่ซีดเซียวจนน่าเป็นห่วงเท่านั้น

 

"คุณไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ ฉันไม่ตายในบ้านคะณหรอก" หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะตอบชายหนุ่มด้วยเสียงเรียบ

 

"หึ แบบนั้นก็ดีแล้วล่ะ ฉันจะได้ไม่ต้องเสียเงินให้หมอผีมาปัดเป่าสิ่งอัปมงคล" พูดจบก็เดินออกไปจากห้องน้ำทันทีโดยไม่สนใจร่างบางที่หน้าซีดลงเรื่อยๆ

 

"..." มองชายหนุ่มด้วยความรู้สึกเจ็บปวดหากแต่ก็ได้แค่นั้น ร่างบางค่อยๆพยุงตัวเองออกจากห้องน้ำด้วยความรู้สึกหนักอึ้งที่หัว เหมือนโลกจะหมุนเร็วไป เดอนไปไม่กี่ก้าวก็รู้สึกวูบจนพยุงร่างตัวเองไม่ไหว แตาก่อนจะดิ่งลงพื้นตามแรงโน้มถ่วงก็มีมือแกร่งคว้าเอวเธอไว้ก่อน

 

"ซุ่มซ่ามจริงๆ เป็นแม่คนแล้วยังจะทำตัวเป็นเด็กอีก"

 

"ขะ...ขอบคุณค่ะ" เมื่อรู้สึกว่าร่างเธอไม่ได้ดิ่งลงพื้นแต่อยู่ในอ้อมอกชายหนุ่มแทนจึงขอบคุณเขาเบาๆ

 

"อ้ะ..." อุทานออกมาอย่างตกใจเมื่อรู้สึกว่าตัวเธอลอยสูงขึ้นกลางอากาศโดยแขนแกร่งนั้นอุ้มเธอไว้ในท่าอุ้มเจ้าสาว

 

"นอนได้แล้ว เดินไปเดินมาเดี๋ยวซุ่มซ่ามอีก" ค่อยๆวางหญิงสาวลงบนเตียงนอนเบาๆก่อนจะนำผ้าห่มมาคลุมถึงระดับอก

 

"แต่ฉันยังไม่ง่วงทีนะคะคุณธนาธร"

 

"เหอะ เป็นแม่คนแล้วแต่ยังไม่รู้จักดูแลตัวเองอีก สามทุ่มก็ควรนอนได้แล้ว อีกอย่างนึงเลิกเรียกสักทีคุณธนาธร ฟังดูแล้วน่ารำคาญหู"

 

"เอ่อ..ละ..แล้วจะให้ฉันเรียกว่า..."

 

"เรียกทามเฉยๆก็พอ" พูดด้วยเสียงเรียบพลางมองท่าทางหญิงสาวที่ดูงงงวยด้วยหัวใจที่เต้นแปลกๆแต่เพราะทิฐิจึงได้เลิกคิดถึงอาการแปลกๆของตนแล้วหันไปมองทางอื่นแทน

 

"ค่ะ คุณทาม"

 

"อืม เธอก็นอนได้แล้ว ฉันจะไปเคลียร์งานที่ห้องทำงานก่อน"

 

"ค่ะ" ตอบเบาๆก่อนจะมองตามชายหนุ่มที่เดินออกไปจากห้องจนลับตา

 

"ตึกตักตึกตัก..." เสียงหัวใจของเธอเต้นระรัวจนมือบางต้องแนบตรงตำแหน่งนั้นอย่างพยายามระงับอาการให้หัวใจเต้นอย่างเป็นปกติ

 

"เขาคงจะแค่อารมณ์ดีล่ะมั้ง" นึกได้ดังนั้นจึงค่อยๆข่มตานอนอย่างยากลำบากในหัวก็คิดแต่การกระทำเหล่านั้นที่ดูอ่อนโยน ถึงแม้คำพูดคำจาเขาจะดูประชดประชันเหมือนเดิมแต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความห่วงใยนั้น หัวใจดวงน้อยๆของเธอที่เหี่ยวเฉาเหมือนมีน้ำทิพย์มาชะโลมเธอหวังว่าเขาคงจะเป็นแบบนี้ตลอด ไม่จำเป็นต้องพูดเพราะๆกับเธอแค่เขาไม่ใจร้ายและดีกับเธอแบบนี้เท่านี้เธอก็มีความสุขแล้ว

 

...

 

จบตอน

 

ขออภัยนะทุกคน ไรต์ผิดนัดมากจริงนะ อีกอย่างตอนนี้คอมพังซะด้วย แต่ไรต์ก็จะพยายามมาให้ตรงเวลานะคะ ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะทุกคน

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น