กรกากี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

chapter 35 สัจจะไม่มีในหมู่โจร

ชื่อตอน : chapter 35 สัจจะไม่มีในหมู่โจร

คำค้น : แอ็คชั่น ตื่นเต้น ระทึกขวัญ

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 142

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ย. 2562 20:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 35 สัจจะไม่มีในหมู่โจร
แบบอักษร

35...   สัจจะไม่มีในหมู่โจร 

สถานที่..โรงแรมซีซาร์พาเลซ ใจกลางย่านสตริป 

      หลังพระอาทิตย์ตกดิน                           

           ภาสกรนักล่าเงินรางวัลข้ามชาติเอารถตู้มารับคุณหญิงวิภานายจ้างเขา ออกจากโรงแรมมุ่งลงใต้ โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีรถเบ็นซ์ป้ายแดงของคริสสะกดรอยตามอยู่ห่างๆ

          พอเข้าเขตลอฟลิน เลยทะเลสาบโมแจฟไปไม่นาน ก็ถึงจุดหมายปลายทาง

           มันคือบ้านเช่าเก่าๆหลังหนึ่ง ตั้งอยู่ในทำเลเหมาะเจาะ ที่ทั้งรกร้างว่างเปล่า และห่างไกลผู้คน

         คุณหญิงวิภาหิ้วกระเป๋าเจมส์บอนด์ลงจากรถตามภาสกรเข้าไปในบ้าน ท่ามกลางสายตาวาวโรจน์ของคริสที่จอดรถแอบมองอยู่หลังแนวต้นไม้ใหญ่

               เจ้าหนวดสมุนมือขวาพาลูกน้องออกมาต้อนรับ แล้วพาลูกพี่กับแขกคนสำคัญไปนั่งที่โซฟาในห้องรับแขก

         พอหย่อนก้นลงนั่งคุณหญิงวิภาก็เปิดกระเป๋าเจมส์บอนด์ โชว์ปึกธนบัตรที่อัดแน่นอยู่ข้างใน ให้พวกนักล่าเสือหิวดูเป็นออเดิ้ฟ แล้วตีหน้าเครียดเจรจาเข้าประเด็น แบบไม่มีการอ้อมค้อมให้เสียเวลา

        “ นี่คือค่าเหนื่อยของพวกแกสองล้านเหรียญ แล้วไหนล่ะสิ่งที่ฉันต้องการ ? ”

              ภาสกรยิ้มแป้น รีบร้องสั่งไอ้หนวดที่ยืนน้ำลายยืด จ้องธนบัตรในกระเป๋าตาไม่กระพริบให้ไปพาวิชุดาซึ่งถูกขังไว้ในห้องหลังบ้านออกมา

         อึดใจต่อมา เจ้าหนวดกับสมุนก็ช่วยกันฉุดกระชากลากตัววิชุดาออกมายืนหน้าซีดตัวสั่นเบื้องหน้าภาสกรกับคุณหญิงวิภา

           ในขณะที่สองฝ่ายต่างมองกันไปมา ยังไม่ทันจะเปิดฉากเจรจา

                        ไอ้หนวดสมุนมือขวาของภาสกรก็เผยธาตุแท้ออกมา

        “ จัดการตามแผนได้ งานนี้พวกเรากระเป๋าตุงแน่ เร็วๆโว้ยอย่าร่ำไร ” มันประกาศกึกก้อง และยิ้มอย่างมีเลศนัย

                           พวกลิ่วล้อขานรับ และชักปืนออกมาอย่างพร้อมเพรียง

        “ เฮ้ย!พวกแกคิดจะทำบ้าอะไร ? ” ภาสกรเอ็ดตะโรลั่น เมื่อพบว่าปืนทุกกระบอกหันมาทางเขากับคุณหญิง       

                             ไอ้หนวดหัวเราะเสียงกร้าว

        “ ฮะ ฮะ ฮะ ก็จะฆ่าแกไง ลูกพี่โง่ๆอย่างแก อยู่ไปก็รกโลก ”

                        ภาสกรแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

      “ ไอ้หนวด ฉันมองคนผิดไปจริงๆ ฉันไม่คิดเลยว่าคนที่ฉันขุนมากับมืออย่างแก จะกล้าแว้งกัดฉันแบบนี้ ” เขากล่าวอย่างผิดหวัง

                              ไอ้หนวดเชิดหน้าลำพอง

    “ ทำไมจะไม่กล้า ทำดีไม่ได้ดีจะทำไปทำไม แกนั่นแหละบังคับให้ฉันต้องทำแบบนี้ ”

      “ ทำดีอะไร ? ฉันบังคับแกยังไง? ไหนบอกมาสิ ” ภาสกรข้องใจ

                            ไอ้หนวดขมวดคิ้วนิ่วหน้า

      “ ก็เรื่องที่มีคนมาสั่งจับตายนังนมโตนี่ไง เขาให้ตั้งสี่ล้าน ฉันมาบอกดีๆ แกกลับด่าฉันซะเสียคน อ้างสัจจะส้นตีนส้นมืออะไรไม่รู้ ถุย!สัจจะไม่มีในหมู่โจรหรอกโว้ย ”

                      ภาสกรชักเดือดตวาดลั่น

    “ อุวะ ทำการค้าก็ต้องมีสัจจะสิวะ ไม่ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ต่อไปใครเขาจะเชื่อถือ ”

                            ไอ้หนวดตวาดกลับ

    “ แต่สัจจะมันแดกไม่ได้โว้ย ลูกพี่พาจนแบบนี้ ไม่มีซะดีกว่า จริงมั้ยพวกเรา ? ”

               ประโยคหลัง มันหันไปหยั่งเสียงพวกปลายแถว และได้รับเสียงสนับสนุนอย่างล้นหลามเซ็งแซ่ เพราะต่างก็กิเลสหนา เห็นเงินเป็นพระเจ้าเช่นเดียวกับมันทุกคน

                ภาสกรคับแค้นใจสุดๆ รู้สึกอับอายขายหน้านายจ้างกับเหยื่อสาวที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์จนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี เขาคิดแลกชีวิตกับไอ้พวกทรยศล้างอาย แต่ก็ห่วงคุณหญิงวิภานายจ้าง จะโดนลูกหลงบาดเจ็บล้มตายไปด้วย

      “ ฉันมันโง่เองที่หลงเชื่อใจคนผิด นี่เป็นเรื่องภายในของพวกเรา จะฆ่าฉันก็ลงมือได้เลย แต่แกต้องปล่อยคุณหญิงไป เพราะท่านไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วย ” ภาสกรพยายามปกป้องนายจ้าง

                                   ไอ้หนวดเห็นเป็นเรื่องชวนหัว หัวเราะก๊าก

    “ ปล่อยให้โง่สิ รวยๆแบบนี้ต้องจับไว้เรียกค่าไถ่ คงต่อยอดเพิ่มค่าเหล้าได้อีกสักห้าหกล้านเป็นอย่างน้อย อิอิ ”        

   “ ฝันไปเถอะไอ้ลูกหมา ตายห่าซะเถอะมึง ” คุณหญิงพันธุ์ดุคำรามลั่น ชักปืนพกขนาดกะทัดรัดในกระเป๋าถือออกมาจะต่อสู้ แต่ถูกลูกกระจ๊อกตัวนึงที่คุมเชิงอยู่ด้านหลัง ฟาดคอต่อด้วยด้ามปืนจนล้มคว่ำตกเก้าอี้สลบเหมือด

                       ไอ้หนวดนึกสมน้ำหน้า แล้วหันมาคุกคามวิชุดา

     “ เวลาของแกหมดแล้วนังคนสวย เตรียมตัวตายได้ ” มันประกาศก้อง และยกปืนพกจ่อหัวเหยื่อสาว พร้อมกับง้างนกดังกริ๊ก

    “ ไหนๆฉันก็ต้องตายแล้ว ก่อนแกจะฆ่าฉัน บอกได้มั้ยว่าใครที่ต้องการชีวิตฉัน ขนาดยอมเสียเงินตั้งสี่ล้าน ? ” วิชุดากลัวตัวสั่น แต่อดสงสัยไม่ได้

  “ หุบปาก ไม่ต้องพูดมาก อยากรู้ไปถามยมบาลในนรกเองเถอะ ฮึ่ม ” เจ้าจอมทรยศไม่ยอมตอบคำถาม มุ่งมั่นจะเหนี่ยวไกลูกเดียว          

      “ นะ บอกฉันหน่อย ฉันขอร้อง นึกซะว่าเป็นคำขอครั้งสุดท้ายของนักโทษประหารก็แล้วกัน ” วิชุดานึกในใจตายเป็นตาย แต่ต้องรู้ตัวคนบงการให้ได้

                    ไอ้หนวดอึ้งแป๊บนึง แล้วยอมเปิดปากตัดความรำคาญ

     “ แกนี่มันเซ้าซี้น่ารำคาญจริงๆ เออๆ บอกให้ก็ได้ คนที่จ้างฉัน ก็คือ...? ”

       “ เพล้ง!!! โครม!!! ”

              บุรุษใส่สูทดำคนหนึ่ง พุ่งทะลุหน้าต่างห้องรับแขกเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ สร้างความตกใจแกมเซอร์ไพรส์ให้ทุกคนในห้อง จนต้องหันขวับไปมองเป็นตาเดียว

          ชายลึกลับคนนั้นโชว์ลีลาม้วนตัวตีลังกาสามตลบ แล้วสะบัดเศษกระจกที่ติดตามตัวร่วงกราวลงบนพื้น ก่อนเงยหน้าส่งรอยยิ้มกวนๆทักทายทุกคน ที่ส่วนใหญ่กำลังหันปากกระบอกปืนมาทางเขา

    “ จอห์นนี่ ! ”  วิชุดาร้องอุทานด้วยความดีใจ เพราะฮีโร่ที่พังหน้าต่างเข้ามาในลีลาเท่ห์ระเบิดคนนี้ก็คือ พ่อสุดหล่อจอห์นเบล็นนั่นเอง

        ภาสกรที่กำลังจนตรอกฉวยโอกาสช่วงชุลมุนชักปืนพกกล็อก18 แม็กยาว ซึ่งยิงรัวได้แบบปืนกล ออกมายิงกราดใส่เหล่าลูกน้อง ที่รวมหัวกันทรยศหักหลังเขาทันที

       “ ปังๆๆๆๆๆๆ ”

         พวกลูกกระจ๊อกล้มคว่ำคะมำหงายเลือดโชกไปตามๆกัน พอตั้งตัวได้ ก็ช่วยกันยิงสวนจนนายเก่าถูกกระสุนเลือดอาบล้มกลิ้งไปเช่นกัน

             การดวลปืนล้างบัญชีแค้นภายในแก๊งดำเนินไปอย่างดุเดือด เสียงปืนรัวถี่ยิบ ดังกึกก้องไปทั่ว

    “ ปังๆๆๆ โป้งๆๆๆๆ เปรี้ยงๆๆๆ ”

         ในเสี้ยวนาทีที่พวกคนชั่วมัวแต่หันไปห่ำหั่นกันเอง จอห์นฉวยโอกาสใช้ช่วงเวลาอันล้ำค่านี้ ชิงตัววิชุดาไปจากคนร้ายหน้าตาเฉย

        ไอ้หนวดโกรธจนตัวสั่น เมื่อเหลือบมาเห็นเงินหลายล้านกำลังจะลอยหลุดมือหนีไป มันรีบรัวกระสุนใส่ร่างเหยื่อสาวที่กำลังจะก้าวพ้นธรณีประตูบ้านแบบไม่นับ ด้วยสันดานอำมหิต

       “ ปังๆๆๆๆ เฟี้ยวววว ”

   เดชะบุญที่จอห์นใช้ความว่องไวผลักร่างเป้าหมายพ้นแนวกระสุนมรณะไปได้ แล้วยิงสวนถูกกลางกบาลไอ้นักล่าไร้จรรยาบรรณมันสมองทะลักตายคาที่ ก่อนจะแวบออกประตูหนีไปอย่างลอยนวล

      เสียงปืนในบ้านยังคงดังคำรามอย่างต่อเนื่อง

     ใครถูกใครผิดใครแพ้ใครชนะนักสืบหนุ่มไม่นำพา เขารีบพาตัววิชุดาตรงไปที่รถ เพื่อหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้โดยเร็วที่สุด เท่าที่จะเร็วได้

    “ โธ่เอ๊ย จอห์นนี่ ไอ้เลวนั่นกำลังจะบอกอยู่แล้ว ว่าใครเป็นคนจ้างมัน คุณไม่น่าพรวดพราด เข้ามาขัดจังหวะเลย ” วิชุดาจุ๊ปากจิ๊กจั๊กวิ่งไปบ่นไประหว่างที่ถูกจอห์นจูงมือลากถูลู่ถูกังไปในความมืด

                จอห์นอ้าปากหวอทำตาปะหลับปะเหลือก

 “ ใช่ผมมันเสือกไม่เข้าเรื่องเอง น่าจะรอให้คุณขึ้นอืดหนอนแทะก่อน แล้วค่อยเข้าไปเก็บศพ ” เขาแกล้งประชด

                 วิชุดาทำตาเขียวปั้ดยกมือทุบพลั่กเข้าให้

 “ นี่แน่ะหนอนแทะ แทะปากคุณสิ บ่นนิดบ่นหน่อยทำเป็นสะดิ้ง โธ่ เดี๋ยวแม่ซ้อมให้น่วมเลย นี่..นี่..นี่แน่ะ ๆ ” หล่อนว้ากลั่น และทุบกินเปล่าไปอีกหลายตุ้บ

  “ โอ๊ย..อู๊ย..ผมเจ็บนะ โอ๊ะ..โอ๊ย..นี่หลังคนนะ ไม่ใช่หนังกลอง อุ๊บ..อ๋อย..” จอห์นหลังแด้วิ่งหนีพลางร้องพลาง

                     วิชุดาวิ่งไล่ทุบจอห์นจนตัวเองเหนื่อย เธอผ่อนฝีเท้าลงและร้องถามเขา

   “ ทำไมคุณรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ คุณหาฉันเจอได้ไง ? ”

                          จอห์นหยุดวิ่งหันมายิ้ม

 “ ในล็อกเก็ตบนสร้อยที่คุณใส่ฝังชิฟส่งสัญญาณติดตามไว้ มันลิงค์ตำแหน่งกับเครือข่ายสามค่ายดาวเทียมหลัก ไม่ว่าคุณจะอยู่ซอกมุมไหนบนโลกนี้ แค่ผมเปิด GPS บนมือถือก็จะหาคุณพบทันที ” เขาบอกตามตรง

          “ มิน่าคุณถึงย้ำแล้วย้ำอีก ไม่ให้ฉันถอดสร้อยออกจากคอ แผนสูงจริงๆเลยนะ พ่อนักสืบคนเก่ง ฉันก็หลงปลื้มไปกับคำหวานคุณ ที่แท้ก็เป็นอย่างงี้นี่เอง เชอะ!” น้ำเสียงวิชุดาประชดประชัน ถึงจะเป็นความหวังดี แต่เธอก็อดเสียความรู้สึกไม่ได้ ความรักนี่มันช่างไร้เหตุผลจริงๆ

                 จอห์นรู้ตัวว่างานเข้า รีบจ้ำตามไปง้อหญิงสาวที่เร่งฝีเท้าเดินงอนตุ๊บป่องทิ้งห่างออกไป

        คนนึงกำลังงอน คนนึงกำลังง้อ จึงไม่มีใครระมัดระวังตัว พอทั้งสองผ่านต้นไม้ใหญ่ต้นนึง ก่อนถึงจุดที่รถจอด

            ไอ้โม่งดำซึ่งดักรอเหยื่ออยู่หลังโคนต้นไม้ต้นนั้น ก็ย่องออกมาใช้กิ่งไม้ดุ้นเบ้อเริ่มฟาดกบาลจอห์นเต็มรัก จนเขาล้มคว่ำลงไปสลบเหมือดอยู่บนพื้น  

           ไอ้โม่งไม่ปล่อยให้วิชุดาที่กำลังตกตะลึงได้ทันตั้งตัว มันเงื้อไม้ในมือขึ้นสุดแขนกะจะฟาดกบาลเหยื่อสาวให้หัวแบะสมองไหลตายห่าคาที่ไปเลยในไม้เดียว

              ทันใดนั้น เสียงปืนก็ดังคำรามขึ้นมาหลายนัด ทุกนัดถูกท่อนไม้ในมือคนร้ายหักกระเด็นเป็นหลายท่อน 

            ไอ้โม่งตกใจตาแหก รีบทิ้งไม้โกยอ้าวหายแวบไปในความมืดอย่างรวดเร็วราวกับภูตผี

          พอเห็นร่างโชกเลือดของภาสกร ถือปืนเดินโขยกเขยกออกมาจากหลังดงไม้หนาทึบ วิชุดาก็สะดุ้งเฮือก รีบเข้าไปลากจอห์นที่เพิ่งฟื้นคืนสติไปขึ้นรถ แล้วขับรถเผ่นแนบฝุ่นตะลบ หนีเตลิดเปิดเปิงไปแบบไม่คิดชีวิต...

                    *****

               วิชุดาขับรถฝ่าความมืดมิดของรัตติกาลย้อนขึ้นเหนือไปตามไฮเวย์ที่ 95 เลี้ยวซ้ายผ่านเฮนเดอร์สัน แล้วมุ่งตะวันตก จุดหมายคือบ้านคุณนายเลวิส

     “ หัวคุณเป็นไงบ้าง ? ” วิชุดาถามคนเจ็บด้วยความห่วงใย

                      จอห์นคลำหัวป้อยๆ แล้วฝืนยิ้ม

       “ แค่โนนิดน้อย ไม่เป็นไรครับ ”

                          วิชุดาฉุกคิดขึ้นได้ รีบกล่าวอย่างลุกลี้ลุกลน

      “ แย่แล้ว ตอนอยู่บนฮ.เลขาคุณถูกพวกนักล่าจับโป๊ะยาสลบเหมือนกัน ฉันฟื้นขึ้นมาก็ไม่เห็นหล่อนแล้ว ไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไงบ้าง คุณรู้มั้ยว่าตอนนี้หล่อนอยู่ที่ไหน ? ”

                           จอห์นผงกศีรษะ

        “ รู้ครับ ตอนนี้หล่อนปลอดภัยดี หล่อนเป็นคนโทรบอกผมว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ นี่ถ้าหล่อนโทรช้ากว่านี้นิดเดียว ต่อให้มีตัวช่วยไฮเทคแค่ไหน ผมก็อาจจะตามมาช่วยคุณไม่ทัน ”

        “ น่าแปลก ทำไมพวกมันถึงยอมปล่อยหล่อนไปง่ายๆแบบนี้ ” วิชุดารู้สึกแปลกใจ

                            จอห์นครุ่นคิด แล้วสรุปคร่าวๆ

           “ พวกนักล่าคงเห็นหล่อนไม่มีราคาค่าหัวจับไปก็เปลืองข้าวสุก ก็เลยเอาหล่อนไปทิ้งกลางทะเลทรายกะให้แดดเผาตาย โชคดีมีคนบังเอิญผ่านไปพบเข้า หล่อนถึงรอดชีวิตกลับมาโทรหาผมได้ ”

                  ทั้งสองสนทนากันอีกหลายประเด็น จนกระทั่งไปถึงจุดหมายปลายทาง

                หญิงสาวเลี้ยวรถเข้าประตูรั้วไปจอดหน้าบ้านแล้วปิดไฟดับเครื่อง

          เมื่อเห็นไฟในบ้านชั้นล่างยังเปิดอยู่ ทั้งสองก็รีบเตี๊ยมคำตอบเนียนๆ ไว้ตอบคนแก่ขี้สงสัยในบ้าน แล้วชวนกันลงจากรถไปกดกริ่งที่หน้าประตู

                 กดกริ่งอยู่ตั้งนานสองนาน ก็ไม่มีใครมาเปิดประตูซะที

         หมุ่มสาวทั้งสองรู้สึกผิดปกติชักใจคอไม่ค่อยดี ต่างตะโกนเรียกคุณนายเลวิสกันระงม แต่ข้างในก็ยังเงียบกริบ ไม่มีการตอบรับใดๆ

         วิชุดาร้อนใจเขย่าลูกบิดประตูที่ล็อกอยู่แทบพัง แล้วมองหน้าจอห์นส่งสายตาบอกให้เขาออกโรง

          พอจอห์นล้วงกุญแจผีออกมา ประตูที่ล็อกอยู่ก็ถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย

              วิชุดาจะบุกพรวดพราดเข้าไป แต่จอห์นรั้งไว้ พลางบุ้ยใบ้ให้ไปหลบอยู่ข้างหลังเขา

               นักสืบหนุ่มชักปืนพกออกมาขึ้นลำเตรียมพร้อม ก่อนจะผลักประตูเดินนำเข้าไปก่อนแบบไม่ประมาท

       ท่ามกลางแสงไฟสว่างไสว ทุกอย่างในบ้านดูเป็นปกติดี

          แต่พอไปถึงห้องรับแขกทั้งสองก็ตกใจถึงกับผงะ

          เมื่อพบร่างคุณนายเลวิสนอนคว่ำหน้าแน่นิ่งอยู่บนพื้นตรงเชิงบันได บริเวณศีรษะแตกเป็นบาดแผลฉกรรจ์เลือดไหลนองอาบใบหน้าแดงฉาน...

              

                       ******

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น