หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 83 ผู้เฒ่าหรงบันดาลโทสะ (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 83 ผู้เฒ่าหรงบันดาลโทสะ (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.7k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ย. 2562 12:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 83 ผู้เฒ่าหรงบันดาลโทสะ (1)
แบบอักษร

กว่าจิ่งหลินจะได้สติก็ใช้เวลานาน ซ้ำยังเพิ่งตระหนักได้ว่าตนถูกอวิ๋นลั่วเฟิงตบไปหลายทีท่ามกลางสายตาธารกำนัลนับไม่ถ้วน! ทันใดนั้นเขาก็บันดาลโทสะ “อวิ๋นลั่วเฟิง เจ้านี่ช่างกล้าดีทำตัวสามหาวกลางหอโอสถ! เจ้าจงคลานเข่าขอขมาข้าเดี๋ยวนี้มิเช่นนั้นข้าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!” 

อวิ๋นลั่วเฟิงรับผ้าเช็ดหน้าที่อวิ๋นเซียวมอบให้พลางบรรจงเช็ดมือที่ตนใช้ตบจิ่งหลินราวกับว่าใบหน้า จิ่งหลินมีเชื้อโรคปนเปื้อนมือนางอย่างไรอย่างนั้น 

“อวิ๋นลั่ว...” 

จิ่งหลินกำหมัดแน่นด้วยโทสะทว่าก่อนที่เขาจะได้ตำหนินางอีกครั้งด้วยความเกรี้ยวกราด น้ำเสียงเหลืออดของผู้เฒ่าหรงก็ดังมาจากด้านข้าง 

“เจ้ายังมัวชักช้าอะไรอยู่ บังอาจทำเรื่องไม่งามในหอโอสถข้าแล้วยังไม่รีบไสหัวออกไปอีก!” 

จิ่งหลินกลืนโทสะที่พุ่งพรวดขึ้นในลำคอ แล้วสายตาถือดีก็จรดลงบนกายงามสะกดใจของอวิ๋นลั่วเฟิงจากนั้นพ่นลมออกจมูกเย็นชา “วันนี้ข้าจะเห็นแก่ผู้เฒ่าหรงจึงจักปล่อยให้เจ้าไปเสีย เจ้ายังไม่ได้ยินผู้เฒ่าหรงอีกหรือ ไสหัวไป!” 

ยินดังนั้นอวิ๋นลั่วเฟิงก็ยังไม่ขยับ ดวงตาซุกซนมองไปยังจิ่งหลิน 

จิ่งหลินยิ่งชังน้ำหน้านางขึ้นกว่าเก่า คนหน้าด้านหน้าทนตนก็เคยพบอยู่หรอกทว่าไม่เคยมีใครไร้ยางอายถึงเพียงนี้! ถ้อยคำผู้เฒ่าหรงก็ชัดเจนดีนางยังหน้าไม่อายยืนอยู่อีก! สมแล้วที่เป็นหลานสาวอวิ๋นลั่ว ความหน้าด้านนี้หาใครเปรียบมิได้จริงๆ 

ก่อนจิ่งหลินจะทันสำทับต่อผู้เฒ่าหรงก็กล่าวขึ้นอีกครา “จิ่งหลิน ข้าบอกให้เจ้าไสหัวไป เจ้าไม่ได้ยินคำข้าหรอกรึ” 

จิ่งหลินทำท่าจะพูดบางสิ่งทว่าน้ำเสียงเหลืออดของผู้เฒ่าหรงก็ทำให้เขาสะอึกไปในทันใดพลันไอค่อกแค่กสองที ใบหน้าเฒ่ากลายเป็นสีแดงพลางจ้องมองผู้เฒ่าหรงด้วยดวงตาขุ่นมัว 

“ผู้เฒ่าหรง ท่านกำลังหมายถึงข้าหรือ” เขาชี้ตัวเองด้วยท่าทีข้องใจ 

ผู้เฒ่าหรงกล่าวเย็นชา “จะเป็นใครไปอีกเล่าหากไม่ใช่เจ้า ข้าผู้เฒ่าหรงมิเคยเห็นผู้ใดไร้ยางอายเช่นเจ้ามาก่อน ข้าบอกให้เจ้าไสหัวไปถึงสองครั้งสองคราเจ้าก็ยังหน้าด้านหน้าทนยืนอยู่ในหอโอสถของข้าอยู่อีก!” 

ถ้อยคำเหล่านี้จิ่งหลินได้ใช้กล่าวหาอวิ๋นลั่วเฟิงแท้ๆ ทว่าบัดนี้มันถูกส่งกลับมายังเขาโดยผู้เฒ่าหรง 

กายจิ่งหลินนิ่งงันไปดวงหน้าก็ซีดลงพลางละล่ำละลัก “ผู้เฒ่าหรง ผู้ที่มาก่อเรื่องยังหอโอสถนั้นคืออวิ๋นลั่วเฟิงชัดๆ ...” 

“ฮ่าๆ” ผู้เฒ่าหนิงหัวเราะเบา ดวงตาเฉยชาจับจ้องจิ่งหลินไม่วางตา “พวกเราสองผู้เฒ่าเห็นเพียงเจ้าใช้อำนาจบาตรใหญ่กลั่นแกล้งผู้คนและเด็กสาวผู้นั้น คราวนี้เจ้าถูกกำราบเข้าแล้วยังคิดจะให้หอโอสถยืนเคียงข้างเจ้าอีกหรือ ผู้เฒ่าหรงก็บอกเจ้าแล้วให้ไสหัวไปเสีย เจ้าก็ควรจะไสหัวไปจากหอโอสถแห่งนี้เสียที! มิเช่นนั้นต่อให้ผู้เฒ่าหรงมิลงมือทำการอันใด ตาเฒ่าผู้นี้ล่ะจะจัดการเอง!” 

ใบหน้าจิ่งหลินเปลี่ยนจากขาวเป็นเขียวและจากเขียวเป็นแดงอีกครา เขาสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วหัวเราะเสียงโหวง “ผู้เฒ่าหรงท่านคงเข้าใจผิดเป็นแน่ ข้ามิได้กลั่นแกล้งเด็กสาวผู้นั้นเช่นยักษ์สารกลั่นแกล้งมด แต่นางต่างหากที่ใช้ผู้อื่นมากลั่นแกล้งข้า! เช่นนั้นเองผู้ที่ก่อเรื่องหาใช่ข้าแต่เป็นนาง!” 

กระทั่งบัดนี้จิ่งหลินก็ยังไม่รู้เหนือรู้ใต้ จึงคิดเพียงแต่ว่าเพราะเห็นอวิ๋นลั่วเฟิงยังเยาว์นักผู้เฒ่าหรงจึงเชื่อว่าเขาเป็นผู้กลั่นแกล้งนาง! 

“ผู้เฒ่าหรง นางเด็กคนนี้ร้ายกาจมากเล่ห์นัก เมื่อค่ำที่ผ่านมานางพบชายเฒ่าผู้หนึ่งให้แกล้งทำเป็นป่วยเพื่อหลอกลวงธารกำนัลโดยสูญเปล่า! เคราะห์ดีที่ลูกศิษย์ข้ามีวิชาการแพทย์กล้าแข็งนางจึงได้รู้ว่าผู้เฒ่าผู้นั้นเพียงแค่เสแสร้ง ไม่เพียงแต่ลูกศิษย์ข้าจะมิปลุกให้ผู้เฒ่าตื่นขึ้นมา นางยังมิได้เปิดโปงอวิ๋นลั่วเฟิงเพราะเห็นแก่มิตรภาพเก่าแก่ระหว่างทั้งสอง” 

ความคิดเห็น