หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 82 จิ่งหลินสะบักสะบอม (4)

ชื่อตอน : ตอนที่ 82 จิ่งหลินสะบักสะบอม (4)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.9k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ย. 2562 16:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 82 จิ่งหลินสะบักสะบอม (4)
แบบอักษร

อวิ๋นลั่วเฟิงกอดอกกายเอนพิงอวิ๋นเซียวอย่างเกียจคร้าน เลิกคิ้วมองจิ่งหลินผู้บัดนี้ดวงหน้าปริ่มด้วยโทสะ 

“ผู้ที่ควรจะออกไปนั้นเป็นเจ้ามากกว่ากระมัง” 

“ฮ่าๆ!” จิ่งหลินเย้ย ดวงตาดูหมิ่นยิ่งแรงกล้า “ข้าคือแพทย์หลวงแห่งราชสำนักส่วนเจ้าเป็นเพียงเศษสวะที่ผู้คนต่างรังเกียจ ใครที่ไหนก็รู้ว่าที่ผู้เฒ่าหรงกำลังกล่าวถึงนั้นคือเจ้า! แล้วเจ้ายังหน้าทนยืนอยู่ตรงนี้อีกหรือ เจ้านี่มันไม่ต่างจากปู่ของเจ้าเลย! ครั้งนั้นข้าได้เตือนเขาแล้วว่าแพทย์หลวงอย่างพวกเราจะไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยอวิ๋นชิงหย่าเป็นอันขาด ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ยังคุกเข่าขอร้องเราอย่างหน้าไม่อาย! เฮอะ! คิดหรือว่าแค่คุกเข่าลงแล้วเราจะลดตัวลงไปช่วย ไม่มีทางเสียหรอก! ต่อให้เขาปลิดชีพตนต่อหน้า ข้าก็จะยืนเฉย!” 

อาจกล่าวได้ว่าเดิมทีใจอวิ๋นลั่วเฟิงยังสงบมิแยแสสิ่งใด ทว่าบัดนี้อกนางกระเพื่อมขึ้นลงไม่เป็นส่ำ 

เพียงคิดถึงภาพท่านปู่คุกเข่าลงอย่างสิ้นหวังเมื่อครั้งนั้นอกนางก็สุมไปด้วยความแค้น! อย่างไรก็ดีแม้ท่านปู่ยอมคุกเข่าลงถึงปานนั้นก็ยังมิได้รับการเหลียวแล ซ้ำร้ายยังต้องอับอายขายหน้ากว่าเก่า! 

จินตนาการได้ไหมเล่า ถึงภาพชายชราผมขาวคุกเข่าลงอย่างสิ้นหวังท่ามกลางสายลมหนาวเหน็บเพื่อช่วยชีวิตบุตรชาย แต่ผู้คนกลับเยาะเย้ยถากถาง! 

ช่างน่าเจ็บใจอะไรเช่นนี้ 

แม้ต้องประสบกับความอับอายก็ยังเทียบไม่ได้กับบาดแผลฉกรรจ์ของบุตรชาย! หากท่านอามิได้เคราะห์ดีรอดตายมา ชายชราคงไม่พ้นต้องเจ็บปวดกับการสูญเสียบุตรไปต่อหน้าอีกหน! 

สิ้นเสียงจิ่งหลินหอโอสถก็สงัดลง 

ทุกคนสัมผัสได้ถึงการปะทุของบรรยากาศหนักอึ้งราวกับว่าอากาศรอบตัวได้ถูกแช่แข็ง... 

“อวิ๋นเซียว” 

อวิ๋นลั่วเฟิงเอ่ยเชื่องช้าท่ามกลางบรรยากาศหนักอึ้งนั้น “เจ้าบอกว่าข้าจะต้องชำระแค้น! ต้องล้างแค้นให้ได้เท่านั้นใจข้าจึงจะเป็นสุข!” 

บัดนั้นเองไม่มีผู้ใดสัมผัสได้เว้นแต่อวิ๋นลั่วเฟิงที่สัมผัสได้ชัดเจนถึงจิตสังหารของอวิ๋นเซียว! 

นางรู้ดีว่าอวิ๋นเซียวมีจิตสังหารแรงกล้าอย่างไม่ต้องสงสัย! หากมิใช่ด้วยคำของนางแล้ว ศีรษะจิ่งหลินคงได้กระเด็นออกจากบ่าในวินาทีต่อมา! เพราะอย่างไรเสีย นี่คือสิ่งที่นางต้องการใช่หรือไม่ 

ไม่! 

นางไม่ต้องการให้เรื่องลงเอยเช่นนี้! 

จิ่งหลินภาคภูมิใจกับวิชาการแพทย์ของตนหนักหนา! จะให้เขาสิ้นหวังเจียนตายจักต้องย่ำยีวิชาของเขาเท่านั้น! 

“จิ่งหลินเอ๋ย เจ้าจะยืนมองคนๆ หนึ่งตายไปต่อหน้าเจ้าก็ไม่ผิด! แต่ที่เจ้าช่วยเหลือตระกูลมู่นั่นล่ะคือความผิดมหันต์ของเจ้า ทิ้งให้ใครตายข้ายังพออภัย แต่ยื่นมือช่วยเหลือตระกูลมู่นั้นข้าไม่ยอม!” 

ดวงตาอวิ๋นลั่วเฟิงสะกดใจยิ่งแลดูชอบธรรมขณะนางก้าวย่างเชื่องช้าไปยังจิ่งหลิน 

จิ่งหลินแสดงสีหน้าเย้ยหยัน ยกศีรษะขึ้นมองอวิ๋นลั่วเฟิง ครั้นสายตาประสานดวงเนตรสีนิลของเด็กสาว จิตใจก็พลันได้ยินเสียงอึกทึกราวกับว่าฌานได้รับการโจมตีหนักหน่วง กายมิอาจหยุดสั่นได้ 

เผียะ!  

จิ่งหลินถูกตบฉาดใหญ่ หูก็ได้ยินเสียงโอหังสะกดใจ 

“ตบนี้สำหรับเจ้า ชดใช้บิดามารดาข้าแทนตระกูลมู่!” 

เผียะ!  

ยังไม่พอ! 

จิตใจจิ่งหลินมึนชามิอาจตอบโต้ใดๆ 

“ตบนี้สำหรับท่านปู่ข้า! เจ้าจะมองดูใครตายก็ไม่เป็นไร แต่เจ้าไม่มีสิทธิ์ดูแคลนบิดาชราผู้ปรารถนาเพียงช่วยชีวิตลูกชาย!” 

เผียะ!  

จิ่งหลินถูกตบอีกฉาด คลองจักษุเห็นดาราสุกสกาว กายก็มึนชาไปทั่วร่าง 

“ดูท่าเจ้าจะยอมรับผิดจริงจึงได้มิหลบหน้า เช่นนี้ข้าจะให้รางวัลเจ้าด้วยลูกตบอีกสักสองสามฉาด” 

เป็นเช่นนั้นมิใช่หรือ 

ในสายตาของทุกคน เพราะจิ่งหลินอับอายกับความผิดตนจึงมิอาจหลบลูกตบอวิ๋นลั่วเฟิง อย่างไรก็ดี ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงแรงปะทะที่กำจายออกจากเบื้องลึกของฌานเขาในตอนนั้น... 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น