หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 81 จิ่งหลินสะบักสะบอม (3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 81 จิ่งหลินสะบักสะบอม (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 9k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ย. 2562 16:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 81 จิ่งหลินสะบักสะบอม (3)
แบบอักษร

ชายหนุ่มไม่พูดอะไรแล้วย่างสามขุมไปยังจิ่งหลินเงียบงัน มือใหญ่คว้าชายเฒ่าผู้นอนกองอยู่กับพื้นประหนึ่งว่ากำลังหยิบจับลูกเจี๊ยบแล้วโยนเขาไปด้านข้างอย่างไร้ความปราณี! 

ตุ้บ! 

ร่างชรากระแทกกับประตูจนลำคอเหนียวข้นในบัดดล เลือดสดสาดกระเซ็นออกเต็มปากดวงหน้าดำคล้ำไปด้วยโทสะ 

“อวิ๋นลั่วเฟิง!” ชายเฒ่าคำรามลั่นจ้องไปยังอวิ๋นลั่วเฟิงอย่างอาฆาต 

บัดนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นทำลายบรรยากาศมุ่งร้ายลงสิ้น 

“ผู้เฒ่าหรงจะไม่พบผู้ใดทั้งสิ้นในวันนี้ ดังนั้น…” 

หลินเซี่ยวกำลังจะไล่ให้ผู้มาเยือนทั้งหมดออกไปก็เห็นอวิ๋นลั่วเฟิงยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนแล้วก็อดตกตะลึงมิได้ 

จิ่งหลินมิได้ล่วงรู้เลยถึงความผิดปกตินี้แล้วตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน มือใหญ่ลูบแผลบนอก ดวงหน้าบิดเบี้ยวจนดูมิได้ “ผู้ดูแลหลิน มีคนมาก่อเรื่องถึงหอโอสถของท่าน ท่านจะนิ่งดูดายอยู่อย่างนั้นหรือ” 

หลินเซี่ยวขมวดคิ้ว สายตาเลื่อนลอยแลไปยังอวิ๋นลั่วเฟิงผู้กำลังยืนกอดอก 

ดวงหน้าอวิ๋นลั่วเฟิงลึกล้ำยากหยั่งถึงยามจ้องหลินเซี่ยวด้วยแววตาซุกซน 

หลินเซี่ยวหัวเราะเบาอย่างขมขื่น ท่าทีของผู้เฒ่าหรงต่อแม่นางอวิ๋นนั้นชัดเจน ต่อให้พวกตนจะต้องตัดขาดกับราชสำนัก ก็จะปกป้องนางให้คลาดแคล้วจากภัยให้จงได้! อย่างไรก็ดี เขามิอาจคาดเดาทางของแม่นางอวิ๋นได้เลย หากนางมิปรารถนาเปิดเผยยอดวิชาแพทย์ของนางแล้วเขาปากโป้งเล่า นางคงต้องบันดาลโทสะแก่เขาเป็นแน่ 

ช่างน่าเศร้าใจ หลินเซี่ยวมิได้ล่วงรู้เลยว่าวิชาแพทย์ของอวิ๋นลั่วเฟิงเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนตั้งแต่เมื่อคืนวานแล้ว… 

“เรื่องนี้หอโอสถเราจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง” 

หลินเซี่ยวขมวดคิ้วแน่น ปรารถนาเพียงให้จิ่งหลินออกไปให้พ้นหน้า เรื่องอื่นนั้นมิใช่กงการที่เขาจะเข้าไปยุ่มย่าม 

“แน่อยู่แล้วว่าข้าเชื่อฝีมือหอโอสถพวกท่าน” ครั้นจิ่งหลินยินถ้อยคำดังนั้นก็ไพล่คิดไปว่าหอโอสถจักต้องให้ความยุติธรรมแก่ตน ชายเฒ่าก็มิอาจกลบความยินดีที่เผยออกมา “ทว่านางอวิ๋นลั่วเฟิงนี้มิเพียงแต่จะเป็นคนขี้ปดโอหัง นางยังเจ้าเล่ห์เพทุบาย ข้าเกรงว่าหอโอสถของท่านจะถูกนางแหกตาเข้าสักวัน ดังเช่นวานนี้ นางได้จ้างผู้เฒ่าผู้หนึ่งให้แสร้งทำเป็นป่วยแล้วออกตัวรักษา ผู้คนจึงได้หลงเชื่อว่านางมีวิชาการแพทย์กล้าแข็ง ทว่าแท้จริงแล้วนางก็ยังเป็นเพียงสวะคนเดิม!” 

มุมปากอวิ๋นลั่วเฟิงยกยิ้ม มิได้คิดว่าจิ่งหลินจะเลยเถิดถึงขั้นกล่าวหาว่าท่านผู้เฒ่าแกล้งป่วยเพียงเพื่อจะบอกว่านางไม่สามารถรักษาผู้เฒ่าผู้นั้นได้จริง! 

“หลินเซี่ยว!” บัดนั้นก็ได้ยินเสียงชรากังวานมาจากด้านหลังหลินเซี่ยว 

ม่านกั้นส่วนในของหอโอสถแหวกออกปรากฏสองผู้เฒ่าก้าวออกมา 

หนึ่งในผู้เฒ่าอยู่ในชุดอาภรณ์เสื้อคลุมขาวแลดูคล้ายเซียนผู้เป็นอมตะทรงวิทยายุทธ์แข็งกล้า ส่วนอีกหนึ่งอยู่ในชุดอาภรณ์เสื้อคลุมฟ้า ดวงหน้าชราแลดูป่วยไข้ ข้างกายมีเด็กสาวหน้าตาสะสวยยืนขนาบคอยพยุงให้ผู้เฒ่าก้าวเดินเชื่องช้า 

“ผู้เฒ่าหรง ผู้เฒ่าหนิง” 

หลินเซี่ยวหันไปยังสองผู้เฒ่า มือก็ยกขึ้นคารวะ 

“เฮอะ! ข้าไม่รู้หรอกนะว่าใครมันกล้าดีก่อเรื่องในหอโอสถแห่งนี้! แต่จงหยุดเสีย!” อารมณ์ ผู้เฒ่าหรงเปลี่ยนกระแสรุนแรง สายตากวาดไปยังทุกผู้ทุกนานในโถงกลางจนกระทั่งหยุดลงที่จิ่งหลิน 

จิ่งหลินก็มิได้รู้ความเลยว่าที่ผู้เฒ่าหรงกำลังกล่าวถึงนั้นคือตน ยังไพล่คิดไปว่าผู้เฒ่ากำลังตำหนิอวิ๋นลั่วเฟิง ดวงตาเขาฉายแววพึงใจจากนั้นจึงคำรามใส่อวิ๋นลั่วเฟิงว่า “อวิ๋นลั่วเฟิง เจ้าได้ยินผู้เฒ่าหรงไหมเล่า เจ้าจงออกไปจากหอโอสถเดี๋ยวนี้ หอโอสถมิต้อนรับบุคคลโอหังเช่นเจ้า!” 

ความคิดเห็น