marcelen

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 33

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 808

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ย. 2562 22:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 33
แบบอักษร

 

 

 

Chapter 33: สิ่งที่หายไป

 

1 ปีต่อมา

 

“นายครับ นี่คือรายชื่อ และ ข้อมูลทั้งหมดของนางแบบที่ฝ่ายบอร์ดบริหารคัดมาครับ” ผมเงยหน้าขึ้นมองเอกสารกองโตที่ลูกน้องนำมากองตรงหน้าอย่างสนใจ...

“งั้นเหรอ...หมดเท่านี้ใช่ไหม” ผมถามขึ้นในขณะที่กำลังจะหยิบบางส่วนขึ้นมาอ่าน

“ครับ มียี่สิบคน แต่คนที่เด่นๆ และ ตรงตามความต้องการของนายมากที่สุดก็มีอยู่คนหนึ่งเธอเป็นนักแสดง แถมนางแบบชื่อดังของประเทศไทยครับ” คำพูดของไรอันทำให้ผมขมวดคิ้วอย่างสงสัยเล็กน้อย

“ใคร” ไรอันยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะค้นหาข้อมูลของเธอออกมาให้ผม....

“คนนี้ครับ...เธอชื่อ เจสชี่ ลี เป็นลูกครึ่งไทย-เกาหลี” ผมชะงักเล็กน้อยทันทีที่ได้ยินชื่อนี่ก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบเอกสารกับไรอันมา..

“เจสชี่....เจสชี่...เจสชี่งั้นเหรอ”...ผมพึมพำชื่อของเธอช้ำไปช้ำมาพร้อมกับนั่งดูรูปเธออย่างพินิจ...บางอย่างในใจผมกระตุกวูบเล็กน้อยผมนั่งจ้องรูปของเธอโดยไม่สนใจสิ่งที่ไรอันพูดสักนิด...ตอนนี้ในความรู้สึกเหมือนผมกำลังคิดถึงเธอแทบบ้า แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อผมไม่รู้จักเธอด้วยช้ำ...

“ว่าไงครับ ผมว่าความสามารถ และ หน้าตาของเธอตรงกับความต้องการของสินค้าของเรามากนะครับ” ไรอันพูดอีกครั้งผมจึงละสายตาออกจากรูปของเธอเงยหน้าขึ้นไปมองลูกน้องแต่ไม่ทันพูดอะไรจู่ๆไรอันก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง

“เอ๊ะ!! นายร้องไห้ทำไมครับ...”

“ห้ะ??? ฉันร้องไห้?? ฉันร้องไห้งั้นเหรอ” ผมถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจพร้อมกับรีบเอื้อมมือขึ้นมาจับหน้าตัวเองก็เห็นน้ำตาที่ไหลนองหน้าไม่ขาดสาย...นี่มันอะไรกัน...แล้วจู่ๆความรู้สึกเศร้า พร้อมกับความโหยหาก็เอ่อล้นมาทั่วใจ...

“เอิ่ม...คือ ผมเข้าใจนะครับว่าตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาตั้งแต่นายฟื้นจากอุบัติเหตุครั้งนั้น นายก็ไม่เคยยุ่งกับผู้หญิงคนไหนอีกเลยมันคงจะเป็นธรรมดาที่นายจะมีความต้องการผู้หญิงบ้างแต่ผมไม่นึกว่านายจะต้องการถึงขั้นร้องไห้แบบนี้...ผมช่างเป็นลูกน้องที่ไม่ได้เรื่องจริงๆืร่ปล่อยให้นายขาดแคลนจนเป็นแบบนี้” คำพูดของไรอันทำให้ความรู้สึกเมื่อกี้ผมหายไป ผมมองหน้ามันอย่างรำคาญสิ่งที่มันพูดให้ตายเถอะ!!! ผมไม่ได้ขาดแคลนผู้หญิงแต่ผมแค่ไม่สนใจก็เท่านั้น!!!! เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเมื่อ 1 ปีก่อนที่ผมไปประชุมที่ประเทศไทย แล้วผมเกิดอุบัติเหตุจนนอนโคม่าอยู่หลายเดือน พอผมฟื้นขึ้นมาผมก็ไม่รู้จะพูดยังไงเหมือนกันบางอย่างในชีวิตผมหายไป จากนั้นผมก็กลับมาใช้ชีวิตปกติที่ทำแต่งานโดยไม่สนใจผู้หญิงคนไหนไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม...แต่ที่รู้คือที่ผ่านมาผมรู้สึกแค่ว่าบางอย่างในชีวิตผมหายไป ผมไม่กล้าแม้แต่จะมีความสุขมากเพราะกลัวมันจะไม่กลับมาจนผมตัดสินใจทำแค่งานเท่านั้น....แต่วันนี้ผมกลับรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังจะถูกเติมเต็มเพราะผู้หญิงคนนี้...เจสชี่ ลี

“หุบปากไปเลย...ฉันไม่ได้เป็นอะไรแค่ฝุ่นเข้าตาแกรีบออกไปเลยฉันจะทำงาน!!! อ้อ!! แล้วก็ติดต่อไปทางผู้หญิงคนนี้ด้วยนะฉันอยากจะเจอเธอก่อนที่จะดึงเธอเข้ามาร่วมงานกับทางเรา” และ คำพูดของผมก็ทำให้ไอ้ลูกน้องตัวแสบยิ้มกริ่ม..

“หึ...ได้สิครับเดี๋ยวผมจะติดต่อเธอไปให้”

“โอเค ฝากด้วยละกันถ้าเธอตกลงแล้วก็เตรียมตัวบินไปที่ประเทศไทยทันที” ไอ้ลูกน้องแสนกวนมองหน้าผมอย่างยิ้มๆ

“ได้ครับ...งั้นผมขอตัวก่อนนะครับเชิญนายนั่งดูรูปเธอรอก่อนละกันฮึๆ” พูดจบมันก็ออกไปผมมองตามด้วยความหงุดหงิดให้ตายสิ!!!

“รู้ทันชะมัดไอ้บ้านี่!!!”

 

 

1 อาทิตย์ต่อมา

ประเทศไทย

กรุงเทพมหานคร

 

ณ คอนโดหรูใจกลางเมือง

 

 

“ฉันจะได้เจอเธอเมื่อไหร่” ผมถามขึ้นหลังจากที่ไอ้ลูกน้องตัวแสบรายงานมาว่าเธอตกลงที่จะเป็นพรีเซนเตอร์ให้บริษัทผม พอได้ยินดั่งนั้นผมจึงรีบบินมาที่นี่ทันทีเพราะตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาดันหมกมุ่นกับเธอราวกับคนบ้าที่วันๆไม่ทำอะไรนั่งหารูปเธอมาดูพร้อมกับเข้าไปติดตามเธอที่ไอจีดูไลฟสไตล์ชีวิตเธอแล้วก็นั่งยิ้มคนเดียวเหมือนคนบ้า!!!!

“ใจร้อนจังนะครับ...ตามที่ผมคุยกับผู้จัดการของเธอเห็นเขาบอกว่า ประมาณบ่ายสองครับ..รอสักชั่วโมงละกันนะครับนาย”

“งั้นเหรอ...โอเคฉันจะรอก็ได้” พูดจบผมก็ล้มตัวลงนั่งลงเก้าอี้ที่ห้องทำงานอย่างใช้ความคิด

“ครับเดี๋ยวถึงเวลาผมจะเข้ามาเรียกนะครับตอนนี้ก็ดูรูปของเธอไปก่อนละกัน” แต่ความคิดในหัวก็ต้องชะงักเพราะไอ้ลูกน้องเวรนี่!!!

“รีบไปไกลเลยไอ้บ้า” มันหัวเราะคิกคักกับคำด่าของผมก่อนจะก้มหัวลงแล้วออกไปอย่างอารมณ์ดี แต่คนที่อารมณ์เสียคือผม!!!!

“ให้ตายเถอะวุ่นวายจริงๆ...” ผมบ่นพึมพำคนเดียวก่อนจะหันเก้าอี้ไปทางกระจกด้านหลังที่สามารถมองเห็นวิวของที่นี่ได้...แต่จู่ๆก็มาภาพบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวของผม..

‘ฉันรักคุณนะคะ.คุณแอล..’

‘ฉันคิดถึงคุณ...’

ผมสะบัดหน้าเล็กน้อยอย่างสับสน เสียงหวานๆของผู้หญิงที่พูดว่ารักผมนั้นคือใครกัน...ความมืดบดบังใบหน้าของเธอมีเพียงเสียงหวานๆเท่านั้นที่ดังชัดในหัว...

“เมื่อกี้มันอะไรกัน....” ผมคิดอย่างไม่เข้าใจเพราะสิ่งที่เห็นมนหัวเมื่อกี้ตอนที่ได้ยินเธอคนนั้นบอกรักหัวใจผมมันเต้นระรัวด้วยความแรงแบบสุดๆ...

“เธอคนนั้นเป็นใครกัน...ใครกันแน่...” ผมนั่งมองวิวตรงหน้าพร้อมกับจมในความคิดของตัวเองอย่างสับสนมีภาพต่างๆที่จู่ๆผุดขึ้นมาในหัว...เหตุการณ์ไม่ได้ปะติดปะต่อกันแต่ทุกๆอย่างมันเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งที่บอกรักผม...

“โว้ยยย!!! ปวดหัวชะมัดไปเดินเล่นดีกว่าหัวจะได้โล่งสักหน่อย” ผมตัดสินใจลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรำคาญตัวเองที่คิดอะไรมากมาย ผมเดินออกมาจสกห้องทำงานตรงดิ่งไปที่ลิฟต์ด้วยความเร็ว พอมาถึงก็รีบกดลงชั้นล่างสุดเพราะตั้งใจจะลงไปเดินเล่นที่สวนหย่อมของที่นี่ เท่าที่จำได้คือผมรู้ว่าส่วนหย่อมของที่นี่สวยสุดๆไปเลยไงละ ไม่นานพอลิฟต์ลงมาถึงชั้นล่างผมก็เดินดุ่มๆออกไปทันทีจนมาโผล่ที่สวนหย่อมที่เงียบสงบของที่นี่

“ยังเหมือนเดิมเลยนะ...ที่นี่” ผมเดินสูดอากาศบริสุทธิ์ของที่นี่ไปอย่างสงบนิ่ง เพราะบรรยากาศตรงนี้ทำให้จิตใจผมเงียบสงบได้ไงละ...

“ถ้าจะไม่ผิด...เดินเลี้ยวขวาไปตรงนั้นจะมีสระว่ายน้ำสินะ” พอคิดได้ดั่งนั้นสองเท้าก็รีบเดินไปอย่างรวดเร็วทันทีจนไม่ทันระวังตัว ผมจึงชนเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่ง

ปึก! พรึบ!!

“โอ๊ย/โอ๊ย!!” ผมชนเข้ากับเธออย่างจังจนเธอเกือบจะกระเด็นล้มลงพื้นแต่ผมดึงเธอเข้ามาประชิดตัวก่อนนั่นจึงทำให้ผมเองที่เป็นคนล้มลง แล้วเธอก็ล้มลงมาทับตัวผม

“เอิ่ม...ขอโทษนะครับผมไม่ทัน....” ผมพูดขึ้นในขณะที่เธอกำลังลุกขึ้นจากตัวผม และ ผมก็ลุกตามเธอมาแต่คำพูดทุกอย่างของผมก็ถูกกลืนหายไปกับอากาศที่เข้ามาจุกที่คอจนหมด เพียงแค่เห็นหน้าของหญิงสาวตรงหน้านี้เท่านั้น....

“ไม่เป็น.....อะไรคะ” เธอก็เงยหน้าขึ้นมามองผมแต่เธอก็มองผมอย่างตกใจเหมือนกัน แววตาเธอสั่นระรัวแถมยังเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาอีกด้วย...อะไรกัน...ทำไมกันยิ่งได้มาเจอเธอคนนี้ตัวจริงผมยิ่งรู้สึกผูกพันกับเธอแบบสุดๆ...ความคิดถึง ความโหยหา นี่มันอะไรกัน....

“ผม...ผม...ผมไม่รู้ว่าเราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า...ผมขอโทษนะที่ต้องพูดแบบนี้แต่ผมรู้สึกเหมือนคุณเป็นสิ่งสำคัญของผม” คำพูดของผมทำให้น้ำตาของเธอเอ่อล้นออกมาอย่างไม่หยุดหย่อนก่อนที่เจ้าตัวจะยิ้มออกมาเล็กน้อย...

“ฉันก็คิดแบบนั้นกันค่ะ....” เสียงหวานๆของเธอดังเข้ามาในโสตประสาทของผมนั้นยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าผมเคยรู้จักเธอมาก่อนจริงๆเพราะน้ำเสียงนี่เป็นคนเดียวกับทีได้ยินเมื่อกี้นี่!!!!!

“ผมชื่อแอลฟ่า...คุณคงเป็นเจสชี่ ลี สินะ”

“ค่ะ...ฉัน เจสชี่ ลี”

 

 

 

อ่ะๆวันนี้มาแล้วจ้าาาา หลังจากที่นั่งคิดนอนคิดว่าจะจบตอนที่แล้วเลยหรือเปล่าก็ได้บทสรุปมาว่ายังคลี่คลายปมไม่หมดฮ่าๆเลยตัดสินใจมาทำให้เรื่องนี้มันสมบูรณ์มากกว่านี้...เอาละทั้งคู่จะลงเอยกันได้หรือเปล่าน๊าาา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น