Duble R.
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 ความโก๊ะเป็นเหตุ

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ความโก๊ะเป็นเหตุ

คำค้น : เฮียปาร์ค,ปาร์ค,อัญชัน,อัญโก๊ะ,แพ้ทาง,คนมีเกียร์,ผู้ชายสายดุ,วิศะ,เกียร์,พระเอกเย็นชา,นางเอกโก๊ะ,นิยายรักวัยรุ่น,ไม่เน้นดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.8k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ย. 2562 16:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ความโก๊ะเป็นเหตุ
แบบอักษร

เสียงกระทบกันของตะหลิวและกระทะดังสนั่นไปทั่วร้านอาหารเล็กๆ แห่งหนึ่งที่มีลูกค้าอยู่แน่นขนัด เพราะเป็นร้านที่เปิดมานาน ราคากับปริมาณเหมาะสม แถมยังรสชาติดีถูกปากหลายต่อหลายคนทำให้ร้านนี้เป็นร้านประจำของหลายคน

"อัญไปส่งข้าวให้แม่ที" อัญญา หญิงวัยประมาณสี่สิบร้องเรียกลูกสาวที่กำลังยืนจดรายการอาหารอยู่ที่โต๊ะลูกค้าโต๊ะหนึ่งหลังจากที่จัดการเอาข้าวกล่องใส่ถุงเตรียมไว้จนเสร็จ เมื่อได้ยินเสียงของคนเป็นแม่อัญชันก็รีบเดินกึ่งวิ่งเข้ามาทางครัวก่อนจะสะดุดขาของตัวเองเกือบล้มหน้าทิ่ม ดีที่อัญญาออกมาแล้วจับเอาไว้ทันได้อย่างรู้ทันนิสัยของลูกสาวดีว่าซุ่มซ่ามแค่ไหน "ตลอดเลยลูกคนนี้ ระวังหน่อยสิ"

อัญชันได้แค่ยิ้มเก้อเพราะตัวเองซุ่มซ่ามเองจริงๆ แล้วรับเอาถุงข้าวจากแม่มาถือเอาไว้ "ที่เดิมนะคะ"

"อย่าขับเร็วล่ะ" อัญญาย้ำกับลูกสาวแล้วมองตามออกไปที่หน้าร้านด้วยความเป็นห่วง แม้ว่าอัญชันจะไปส่งข้าวให้ลูกค้าประจำแต่เพราะเป็นค่ำแล้วทำให้รู้สึกเป็นห่วงลูกสาวไม่น้อย

แม้จะเป็นร้านเล็กๆ แต่ว่าก็มีลูกค้าประจำหลายเจ้า เหมือนกันเจ้านี้ที่จะสั่งข้าวทีละเป็นสิบๆ กล่องแล้วให้ไปส่งเป็นเวลา ผูกตายโดยเฉพาะมื้อค่ำที่จะสั่งทุกวันไม่เคยขาด ถ้าหากว่าร้านจะหยุดวันไหนจะต้องแจ้งก่อนล่วงหน้าเพื่อให้ลูกค้าได้เตรียมตัวหาข้าวจากร้านอื่นกิน ส่วนมื้ออื่นๆ อย่างมื้อเช้าและมื้อเที่ยงจะสั่งบ้างไม่สั่งบ้าง และปริมาณก็ไม่เท่ากันแล้วแต่วัน ตั้งแต่ที่พ่อล้มป่วยจนไม่สามารถขับรถไปส่งอาหารให้ลูกค้าได้อัญชันก็รับหน้าที่นี้แทน

อัญชันขึ้นรถมอเตอร์ไซค์คู่กายขับออกจากร้านไปพร้อมกับฮัมเพลงไปด้วยอย่างอารมณ์ดี ตรงไปตามถนนที่เคยขับอยู่ทุกวันด้วยความเคยชิน แล้วความซวยก็มาเยือนเมื่อถึงสี่แยกวัดใจ อัญชันดันใจลอยจนลืมดูรถพุ่งออกจากซอยไปเพื่อเลี้ยวซ้ายอย่างลืมตัวทำให้เกือบโดนรถกระทะที่ขับมาทางตรงเกือบชน รถกระบะหักหลบรถของอัญชันแบบกระทันหัน ส่วนอัญชันก็ตกใจรถเสียหลักไปชนกับฟุตบาทข้างทางจนล้ม

"เป็นเรื่องจนได้" อัญชันลุกขึ้นทันทีหลังจากที่รถล้ม ความสนใจของเธออยู่ที่ข้าวกล่องในถุง ขนาดตอนที่รถจะล้มเธอยังห่วงถุงข้าวกล่องยิ่งกว่าตัวเองซะอีก "ดีนะที่ไม่เป็นอะไร"

ขณะเดียวกันร่างสูงเจ้าของรถกระบะที่หักหลบแทบไม่ทันในตอนที่อัญชันพุ่งออกมานั้นก็โล่งใจที่อย่างนั้นก็ไม่ได้ชนเข้า ปาร์คสูดลมหายใจเข้าแล้วปล่อยออกช้าๆ เพื่อตั้งสติก่อนจะเปิดประตูลงจากรถไปดูคู่กรณี "เป็นอะไรรึเปล่า"

อัญชันหันกลับมามองที่ต้นเสียงเย็นชาทางด้านหลัง เหมือนโดนมนต์สะกดเมื่อตอนที่ได้เห็นหน้าของปาร์ค ร่างสูงสง่า ใบหน้าหล่อเหลาภายใต้แสงไฟยามค่ำคืนที่สาดส่องมาจากข้างทางแต่กลับมีเสน่ห์เหลือล้นจนหัวใจของอัญชันแทบจะหยุดเต้น แม้ว่าน้ำเสียงของเขาจะดูคุ้นๆ เหมือนได้เคยได้ยินที่ไหนมาก่อนแต่ก็นึกไม่ออก

"ว่ายังไง"

อัญชันได้สติรีบตอบคำถามที่ชายหนุ่มพึ่งจะถามย้ำด้วยน้ำเสียงเย็นชาไม่เปลี่ยน "อ่อ ออ มะ ไม่เป็นไรค่ะ ขอโทษนะคะฉันไม่ดูทางเอง"

ปาร์คมองดูอัญชันนิ่ง เธอบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรแต่ที่แขนของเธอกลับมีเลือกออก ที่ขาก็ด้วย นี่เธอไม่รู้สึกตัวเลยรึไงว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บ แต่คนอย่างปาร์คก็ไม่ได้ใจดีถึงขนาดที่จะไปสนใจใคร และครั้งนี้เขาก็ไม่ได้เป็นฝ่ายผิดด้วย ในเมื่ออีกฝ่ายบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรก็ไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องเซ้าซี้เพื่อรับผิดชอบ "ไม่เป็นไรก็ดี"

"คนอะไร หล่อเป็นบ้าเลย แต่ว่าทำไมเสียงคุ้นๆ นะ" อัญชันมองตามปาร์คเดินมาเอารถมอเตอร์ไซค์ของเธอที่ล้มอยู่ขึ้นให้แล้วเดินกลับไปขึ้นรถขับออกไปไม่วางตา พอรู้ตัวว่าต้องไปส่งข้าวก็รีบหันกลับมาที่รถขับออกไป

"เห้ยน้อง ทำไมสภาพเป็นอย่างนี้เนี่ย" เข้มตกใจเมื่อเห็นสภาพของอัญชันที่เอาข้าวมาส่ง พอรู้ว่าเกิดอุบัติเหตุก็จะให้คนพาไปโรงพยาบาลแต่อัญชันไม่ยอมไป เข้มเลยทำอะไรไม่ได้

"มีอะไร"

น้ำเสียงอันเย็นชาจากร่างสูงทำให้เข้มที่มองตามอัญชันไปด้วยความเป็นห่วงที่เห็นเธอบาดเจ็บหันขวับกลับมาทางเจ้าของเสียง "อ้อ เด็กส่งข้าวน่ะคร้บ น้องเขาเกิดอุบัติเหตุตอนจะมาส่งข้าวแต่ก็ยังเอาข้าวมาส่ง ผมเห็นมีแผลตามตัวคงจะเจ็บไม่น้อยจะให้คนพาไปหาหมอก็ไม่ไป ไม่รู้ว่าจะกลับถึงร้านรึเปล่าสภาพแบบนั้น"

"เอาข้าวมานี่สิ" พอได้ฟังที่เข้มบอกปาร์คก็รู้สึกเอ๊ะใจเลยเปิดกล่องข้าวดู "ใช่จริงๆ ด้วย"

"ใช่อะไรหรอลูกพี่?" เข้มอยากรู้แต่พอเห็นสายตาที่ปาร์คส่งมาก็เลิกสงสัยทันที "ผมว่าผมเอาข้าวไปให้ไอ้พวกนั้นก่อนดีกว่า"

สภาพของข้าวกล่องในมือของปาร์คไม่ปกติ อีกทั้งถุงยังมีรอยขาดเล็กๆ ที่ก้น จำนวนข้าวกล่องที่สั่งมากับจำนวนข้าวกล่องที่ปาร์คเห็นตอนเกือบชนกับอัญชันทำให้ชายหนุ่มมั่นใจว่าเป็นคนเดียวกัน

อัญชันเดินกลับไปที่รถด้วยความทุลักทุเล ผ่านไปพักใหญ่เธอถึงได้รู้สึกเจ็บแผลและปวดตามตัว พอยกแขนขึ้นมาแล้วก้มดูถึงรู้ตัวว่าตัวเองบาดเจ็บไม่น้อย รอยถลอกจนได้เลือดเป็นวงกว้างไม่น้อยคงจะทำให้เธอต้องลำบากไปหลายวันแน่ มือเล็กเปิดเบาะรถเพื่อหยิบเอาเสื้อแขนยาวผืนบางที่เอาติดรถไว้ออกมาใส่เพื่อปกปิดรอยแผลของตัวเองก่อนที่จะกลับไปที่ร้าน เสียงเรียกชื่อของเธอจากอีกด้านทำให้เธอต้องเลิกสนใจแผลที่แขนแล้วหันไปมอง

"หมิว?" เพื่อนใหม่ของอัญชันที่ไม่ได้สนิทอะไรกันมากมายแต่ว่ารู้จักกันเพราะเรียนอยู่คณะเดียวกัน คราวที่แล้วอัญชันก็เจอกับเธอที่นี่โดยบังเอิญตอนที่มาส่งข้าวและหมิวก็ชวนอัญชันให้ไปดูเพื่อนชายของเธอแข่งรถ

"โชคดีจังที่เจอเธอ" หมิวยิ้มให้กับอัญชันแล้วเดินเข้ามาหาอย่างเร่งรีบ "มาส่งข้าวเหรอ?"

"อืม กำลังจะกลับแล้วล่ะ" อัญชันบอกออกไปหมิวเลยขอกลับพร้อมกับอัญชันเพราะเพื่อนของเธอยังไม่กลับแต่เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายเลยอยากจะกลับก่อน อัญชันรับปากหมิวเลยขอกลับไปเอากระเป๋าอัญชันเลยยืนรอหมิวอยู่ที่รถของเธอ แต่หมิวไปได้แค่ครู่เดียวกลับมาผู้ชายกลุ่มหนึ่งเข้ามาหาเธอแทน อัญชันมองไปยังกลุ่มวัยรุ่นชายสี่คนด้วยสายตาระแวง

"ทำยืนทำอะไรอยู่ตรงนี้คนเดียวหรอครับน้องสาว"

หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นชายที่เข้ามาเอ่ยขึ้นและมองอัญชันด้วยสายตาแทะโลมจนอัญชันรู้สึกขนลุกและไม่ปลอดภัยคิดจะสตาร์ทรถแล้วขับออกไปแต่ก็กลัวว่าหมิวมาแล้วจะไม่เจอเลยเปลี่ยนต้องเปลี่ยนใจคิดหาวิธีเอาตัวรอดในสถานการณ์แบบนี้

'ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี' แผลก็เจ็บ ท้องก็หิว สมองก็ต้องคิดหาทางรอดจากพวกเสือสิงห์กระทิง ก่อนที่สายตาที่หลุกหลิกอยู่นั้นจะเหลือบไปเห็นตัวช่วยที่ฟ้าประทานมาให้ตอนนี้ ปาร์คกำลังเดินหน้าตายมาทางเธอพอดี ร่างเล็กโพล่งออกไปทันทีเมื่อสมองสั่งการ "มารอแฟนน่ะ นั่นไงแฟนฉัน"

คนที่ถูกอ้างว่าเป็นแฟนทั้งที่ยังไม่รู้จักแม้แต่ชื่อได้ยินสิ่งที่อัญชันพูดแว่วๆ ก็หางตะกระตุก แต่พอเห็นร่างเล็กเดินออกห่างจากกลุ่มผู้ชายสี่คนมาทางตัวเองอีกทั้งสายตายังเหมือนกำลังขอความช่วยเหลือจากเขาอยู่กลายๆ ร่างสูงเลยจำต้องทำเป็นไม่ได้ยินในสิ่งที่เธอพูด เมื่ออัญชันเดินมาถึงก็เกาะเข้าที่แขนของร่างสูงอย่างถือวิสาสะทั้งยังจับแขนของเขาที่กำลังจะสะบัดแขนออกจากมือของเธอเอาไว้แน่น

"ช่วยฉันทีค่ะ ได้โปรด" อัญชันกระซิบเสียงเบาเพื่อให้ปาร์คได้ยินคนเดียว อย่างน้อยเธอก็เคยเจอเขามาก่อน และเขาก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะคิดไม่ดีไม่ร้ายกับเธอเลย

ทั้งๆ ที่แค่คิดว่าจะเดินออกมาดูว่าเธอไม่ได้มาเป็นอะไรในสนามแข่งของเขาเท่านั้นไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ แม้เขาจะไม่ได้รู้จักกับเธอแต่ว่าเขาก็ไม่ได้ต้องการให้เธอมาเป็นอะไรในสนามแข่งของเขาจนต้องมาเรื่องยุ่งยากตามมา อีกทั้งอัญชันยังไม่มีท่าทีว่าจะกลัวเขาเลยสักนิดยามที่เขามองเธอด้วยสายตาเย็นยะเยือกที่เธอกล้ามาแตะต้องตัวเขา หรือว่าเขาน่ากลัวน้อยกว่าไอ้พวกนั้นอย่างนั้นหรอ ปาร์คหลับตาลงเลิกสนใจเรื่องที่อัญชันจับแขนของเขาอยู่ตอนนี้แล้วลืมตาขึ้นอีกครั้งมองไปทางกลุ่มวัยรุ่นชายสี่คนที่ยืนอยู่ไม่ห่างนักด้วยสายตาเรียบนิ่ง

"อะ เอ่อ ขอโทษครับ พวกผมไม่รู้จริงๆ ว่าเธอเป็นแฟนเฮีย" กลุ่มวัยรุ่นชายสี่คนละล่ำละลักบอกก่อนจะรีบลนลานแผ่นหายไปแทบไม่ทันทั้งที่ปาร์คยังไม่ได้พูดอะไรเลยด้วยซ้ำ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น