Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 19 100%

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 19 100%

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.3k

ความคิดเห็น : 90

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ย. 2562 21:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 19 100%
แบบอักษร

 

พี่ชายเพื่อน 19 

 

 

 

ระหว่างที่นั่งทำงานในช่วงบ่าย โทรศัพท์ของเขมินท์ก็ขึ้นแจ้งเตือนข้อความที่ตั้งเตือนไว้ พอเขมินท์จับโทรศัพท์มาดูก็พบว่าวันนี้เป็นวันครบรอบที่จะต้องไปหาหมอเพื่อไปตรวจดูเจ้าตัวน้อยในท้อง เขมินท์คงต้องแวะไปตรวจหลังเลิกงานก่อนกลับเข้าบ้าน และก็โชคดีที่วันนี้ขับรถมาเองเขมินท์เลยไม่ต้องกังวลว่าเตชิตจะรู้เรื่องที่ตนเองท้อง 

 

“คุณแม่ปวดท้องเหรอครับ จับท้องทำไม” โมเดลที่กลับมาพร้อมขนมเต็มถุงที่ลุงบอสพาไปซื้อมา พอเปิดประตูห้องเข้ามาก็เห็นคุณแม่นั่งลูปท้องก็คิดว่าคุณแม่ปวดท้องเลยถามออกไปด้วยความสงสัย 

 

“ไม่ได้ปวดท้องครับ คุณแม่กำลังคุยกับน้องอยู่” 

 

“น้องเหรอครับ โมเดลไม่เห็นมีใครเลย คุณแม่โกหกอีกแล้ว” โมเดลทำหน้างอลงเล็กน้อยเพราะคิดว่าคุณแม่โกหกตนเอง โมเดลไม่เห็นน้องที่คุณแม่บอกเลย คุณแม่โกหกโมเดลทำไม 

 

“น้องอยู่ในนี้ครับโมเดล มาทักทายน้องนะครับ” เขมินท์เรียกโมเดลให้เดินเข้ามาใกล้ๆ ก่อนจะจับมือน้อยๆของโมเดลมาแนบที่ท้องของเขมินท์ที่ยื่นออกมาเหมือนมีพุงน้อยๆโผล่มาเท่านั้น 

 

“น้องอยู่ในท้องเหรอครับ งั้นโมเดลก็ท้องสิครับคุณแม่โมเดลก็มีพุงแบบคุณแม่” โมเดลบอกพร้อมกับเอามือตนเองมาจับเสื้อเปิดพุงน้อยๆโชว์คุณแม่ว่าโมเดลก็มีน้องเหมือนกัน 

 

“นั่นพุงนะครับโมเดล แต่ในท้องคุณแม่จะมีน้องของโมเดล อีกไม่กี่เดือนท้องคุณแม่ก็จะใหญ่ขึ้นและสักพักคุณแม่ก็จะมีน้องมาเป็นเพื่อนของโมเดลไงครับ” 

 

“น้องจะเล่นกับคุณพ่อด้วยมั้ยครับคุณแม่” 

 

“นั่นน่ะสิ เรื่องนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับคุณพ่อ แต่ว่าคุณแม่มีเรื่องอยากให้โมเดลรับปากกับคุณแม่ก่อนครับ เรื่องของน้องในท้องของคุณแม่ โมเดลจะไม่บอกคุณพ่อได้มั้ยครับ” 

 

“ทำไมล่ะครับ” 

 

“อืม… น้องของโมเดลอยากเล่นซ่อนหากับคุณพ่อครับ” 

 

“ก็ได้ครับ งั้นโมเดลจะเล่นด้วย!” เขมินท์ส่งยิ้มให้ลูกชายพร้อมยกมือลูบหัวโมเดลด้วยเบาๆอย่างเอ็นดู แม้เขมินท์จะเหมือนหลอกใช้ลูกชายก็เถอะ แต่เขมินท์ยังไม่ได้อยากบอกเตชิตถึงเรื่องนี้ ถึงช่วงนี้อีกคนจะทำตัวดีขึ้นมากแต่ก็ยังไว้ใจไม่ได้ ให้เขมินท์มั่นใจมากกว่านี้ก็อาจจะบอกเพราะยังไงท้องก็ต้องโตขึ้นทุกวันคงปิดไว้ได้ไม่นาน 

 

หลังจากที่เคลียร์งานของวันนี้เสร็จ เขมินท์ก็ขับรถไปที่โรงพยาบาลก่อนจะยื่นบัตรประชาชนเพื่อเข้าพบคุณหมอประจำตัวที่ฝากครรภ์ และพอเข้ามาพบคุณหมอ เขมินท์ก็ต้องขึ้นไปนอนบนเตียงเพื่ออัลตร้าซาวด์เช็คดูลูกน้อยในท้อง โมเดลที่เข้ามาด้วยก็เกาะขอบเตียงมองรูปในจอที่มีอะไรไม่รู้ขยับอยู่ก็ร้องว้าวขึ้นมาอย่างตื่นเต้น คุณหมอก็อธิบายไปเรื่อยๆ พร้อมกับชี้จุดให้ทั้งคุณแม่และคุณลูกที่กำลังรับฟังอยู่ไปพร้อมๆกัน เมื่อเช็คเสร็จก็มานั่งตรวจร่างกายส่วนอื่นๆต่อ ก่อนจะนำรูปถ่ายของวันนี้และให้พยาบาลนำยาบำรุงมาให้ 

 

“เด็กในครรภ์แข็งแรงมากก็จริงนะครับ แต่หมออยากให้คุณเขมินท์ทำงานให้น้อยลงหน่อย ความเครียดจากงานและการนั่งทำงานนานๆจะส่งผลถึงเด็กในท้องนะครับ” 

 

“จะพยายามนะครับ ช่วงนี้ก็เริ่มเคลียร์งานแล้วเหมือนกัน ช่วงเดือนที่เจ็ดคงหยุดทำงานแล้วครับ” 

 

“ดีแล้วครับ แล้วนี่ยาครับฟังจากคุณเขมินท์ที่คุณเตชิตมีอาการแปลกๆคงยังไม่หายแพ้ท้องแทน ยังไงเอายาบำรุงร่างกายถุงนี้ให้คุณเตชิตกินนะครับ ส่วนอีกถุงเป็นของคุณเขมินท์” 

 

“ขอบคุณมากครับ โมเดลครับเราจะกลับกันแล้วสวัสดีคุณหมอก่อนครับ” 

 

“สวัสดีครับคุณหมอ” 

 

 

 

 

หลังจากหาหมอเสร็จเรียบร้อย เขมินท์ก็พาลูกชายขับรถกลับบ้านที่ป่านนี้คงมีคนนั่งหน้าบูดรอเพราะตอนนี้ก็เกือบจะสองทุ่มแล้ว ตอนออกมาจากโรงพยาบาลรถค่อนข้างติดหนักด้วย แถมโทรศัพท์ของเขมินท์ก็แบตหมดลืมเอาสายชาร์ตในรถกลับมาไว้อีกเพราะเตชิตนั่นแหละมาเอาสายชาร์ตสำหรับในรถของเขมินท์ไปครอง พอแบตหมดแบบนี้ก็ทำอะไรไม่ได้  และทำให้พอกลับมาถึงบ้านก็เจอคนหน้าบูดหน้างอนั่งรออยู่บนโซฟาพร้อมหมอนของเขมินท์ที่จำได้ว่าเมื่อเช้าเขมินท์เอาไปซ่อนแล้ว 

 

“ทำไมกลับช้า นี่มันกี่โมงแล้ว” เตชิตถามเสียงดุทันทีที่เห็นเขมินท์เดินเข้ามาในบ้าน 

 

“รถติดครับ ทานข้าวเย็นรึยังครับ” 

 

“ยัง” 

 

“งั้นไปทานข้าวกันนะครับ โมเดลหิวแล้ว เรื่องอื่นเราค่อยคุยกัน” เขมินท์พยายามเกลี่ยกล่อมคนตรงหน้าที่หน้าบูดหน้างอเหมือนเด็กๆ ซึ่งเตชิตก็ยอมทำตามเพราะมองไปที่โมเดลก็เหมือนว่าเจ้าลูกชายสุดที่รักนั้นดูล่องลอยแปลกๆ คงจะหิวข้าวมากเป็นแน่ เรื่องอื่นค่อยคุยกันตอนอยู่ในห้องก็ได้ หึ! 

 

“โมเดลหิวเหมือนคนใกล้ตายแล้วครับคุณแม่” 

 

“ครับๆ ไปรอที่โต๊ะเลยนะครับ คุณเตชิตครับลุกไปทานข้าวครับแล้วเอาหมอนวางไว้ตรงนี้ก่อนเดี๋ยวติดกลิ่นอาหาร” 

 

“รู้แล้ว ฉันไม่ใช่เด็กๆสักหน่อย” เตชิตบอกก่อนจะยอมวางหมอนลงและเดินตามเขมินท์ไปที่ห้องทานอาหาร ส่วนคนงานในบ้านก็แอบมองแล้วก็ได้แต่แอบซุบซิบนินทาเจ้านายผู้เป็นเจ้าของบ้านว่าติดเมียก่อนจะแอบหัวเราะออกมากัน 

 

 

 

หลังจากที่อาหารมื้อเย็นจบลงและส่งลูกเข้านอนแล้วเขมินท์กับเตชิตก็นั่งมองหน้ากันบนเตียง เตชิตนั้นมองด้วยแววตาดุๆเหมือนเดิม ส่วนเขมินท์นั้นมองเตชิตด้วยแววตากระอักกระอวนไม่น้อยเป็นเพราะเจ้าแหวนที่นิ้วมือนี่แหละเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขมินท์สบตาของอีกคนไม่ค่อยจะได้ 

 

“ทำไมกลับบ้านเย็น ฉันโทรหาก็ไม่ติด” 

 

“โทรศัพท์แบตหมดครับ แล้วก็เคลียร์งานอยู่” 

 

“นายมีอะไรจะบอกฉันรึเปล่า เรากำลังจะแต่งงานกัน ฉันไม่อยากให้นายมีเรื่องอะไรที่ปิดบังฉันอยู่” เตชิตถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้นและจ้องมองเขมินท์ที่เกร็งร่างกายเล็กน้อยเมื่อเตชิตถามออกไป เป็นที่เตชิตเองที่ร้อนใจจนต้องถามออกมา เพราะตอนเขมินท์กำลังอาบน้ำเตชิตก็แอบค้นกระเป๋าที่วางไว้อยู่ของเขมินท์จนเจอรูปถ่ายที่เป็นรูปอัลตร้าซาว์ดของวันนี้ ทำให้รู้ว่าวันนี้เขมินท์ไปตรวจครรภ์มาโดยไม่บอกเตชิต ทั้งๆที่เตชิตก็อยากจะทำตัวเป็นพ่อที่ดีบ้าง ตอนโมเดลตนเองไม่ได้แม้แต่จะดูแลแต่สำหรับเด็กที่อยู่ในท้องของเขมินท์ตอนนี้เตชิตอยากดูแลแม้ว่าเขมินท์จะไม่ต้องการก็เถอะ 

 

“ถามอะไรครับ ผมจะมีอะไรปิดบังคนอย่างคุณได้ ฮะๆ แล้วเรื่องแต่งงานผมก็ยังไม่ได้ตกลงสักหน่อย” เขมินท์หลบสายตาเตชิตและเผลอเอามือลูบท้องอย่างลืมตัวเมื่อตอบคำถามของอีกคน 

 

“เขมครับ เรากลับมาคุยกันดีๆได้มั้ย เขมจะบอกเรื่องของลูกอีกคนกับพี่เมื่อไร พี่รู้ว่าสิ่งที่เราทั้งสองคนทำใส่กันมันร้ายแรงมากและพี่ก็ทำรุนแรงเกินกว่าที่เขมจะให้อภัยง่ายๆได้ แต่ตอนนี้เรามีลูกด้วยกันสองคนแล้วนะครับ พี่อยากดูแลเขมกับลูก” น้ำเสียงที่เคยแข็งกระด้างและดุดันแปรเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงที่มีแต่ความอ่อนโยนและอ้อนวอน เขมินท์ที่ได้ยินคำพูดที่คุ้นเคยในอดีตก็อดไม่ได้ที่น้ำตาจะไหลออกมาก่อนจะหลบสายตาหนี มือก็กุมท้องและขยับกายให้ออกห่างจากอีกคนมากที่สุด เรื่องราวที่ผ่านมาในอดีตถูกฉายขึ้นมาอีกครั้งแม้กระทั่งคืนที่อีกคนทำร้ายร่างกายของเขมินท์และใบเซ็นเช็กเงินสดที่ถูกโยนใส่หน้า มาตอนนี้แม้เขมินท์จะลืมเลือนไปบ้างแต่ก็ใช่จะลืมสิ้นทั้งหมดง่ายๆ 

 

“ยะ หยุดพูดแบบนั้นนะครับ คุณกับผมเราไม่ควรพูดดีกันแบบนี้” 

 

“พี่ขอโทษกับสิ่งที่พี่ทำ เขมให้อภัยพี่ได้มั้ย” 

 

“มะ ไม่… เราแค่ทำหน้าที่ของพ่อและแม่ก็พอ นอกเหนือจากนั้นเราไม่ย้อนกลับไปอีก” เขมินท์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นๆ อดมองอีกคนอย่างหวาดระแวงไม่ได้ ตอนเข้ามาหาเรื่องโมเดลทำไมไม่เข้าหาเขมินท์ดีๆและเอ่ยคำขอโทษตั้งแต่ตอนนั้น มาพูดดีอะไรเอาตอนนี้เพราะลูกอีกคนที่กำลังจะเกิดมาเหรอ ทำไมถึงเป็นคนที่ใจร้ายได้เสมอต้นเสมอปลายขนาดนี้กัน 

 

“พี่ขอโทษ และพี่จะไม่ปล่อยเราไป ในเมื่อพี่กลับมาพูดดีๆและเขมไม่ยอมแบบนี้ พี่ก็จะทำทุกวิถีทางให้เขมอยู่กับพี่ เรื่องวันนั้นพี่ขอโทษที่พูดจาร้ายกาจใส่และทำไม่ดีกับเรา นั่นก็เพราะเขมเป็นคนเริ่มเอง” 

 

“เลิกโทษคนอื่นได้มั้ยครับ ที่เรื่องมันเป็นแบบนี้ นั่นก็เป็นเพราะพี่ไม่ฟังอะไรแล้วจะให้เขมหอบลูกมารับผิดชอบรึไง คนแบบพี่ก็ไม่เคยผิดอะไรอยู่แล้วเป็นเขมเองที่ต้องผิดทุกอย่าง ฮึก…” เขมินท์เถียงกลับอย่างลืมตัวและพูดคำพูดเป็นกันเองกับเตชิตเหมือนในอดีตที่ตนเองเคยพูดและอดไม่ได้ที่จะตัดเพ้อออกมา  

 

เรื่องวันนั้นเขมินท์ไม่ได้ติดใจหรอกกับสิ่งที่เกิดขึ้น มันคงผิดที่เราทั้งคู่ แต่การที่จะให้เขมินท์หอบลูกมาให้รับผิดชอบทั้งๆที่อีกคนบอกว่าเขมินท์เป็นคนเห็นแก่เงิน เขมินท์ทำไม่ได้หรอก และพอเรากลับมาเจอกันอีกครั้งเตชิตก็ตามมาพูดและทำตัวไม่ดีใส่ เขมินท์ก็เจ็บเป็นนะแล้วเขมินท์จะทำตัวเฉยชาตอบกลับบ้างไม่ได้เลยเหรอ… 

 

“พี่ขอโทษ หยุดร้องเถอะนะ เดี๋ยวจะกระทบกระเทือนถึงลูก” 

 

“ลูกของเขมพี่จะมายุ่งทำไม โมเดลเขมยังเลี้ยงมาด้วยตัวเองได้ แค่เลี้ยงเพิ่มอีกคนเขมเลี้ยงได้อยู่แล้ว” 

 

“โอเค พี่รู้แล้ว หยุดขยับถอยหลังได้แล้วเดี๋ยวตกเตียง” 

 

“งั้นก็เลิกคุยเรื่องนี้กันได้แล้ว เรื่องของเราสองคนมันผ่านมานานมากแล้ว รื้อฟื้นก็ไม่ได้ทำให้เขมรู้สึกดีกับพี่ดีขึ้นหรอก” 

 

“รู้สึกดีหรือไม่ดีคิดว่าพี่สนเหรอ เราเป็นของพี่ลูกก็เป็นของพี่ พี่ไม่มีวันปล่อยเขมไปอีกครั้งหรอก นอนได้แล้ววันนี้เราร้องไห้จนเหนื่อยแล้วพี่ไม่ทำอะไรหรอก และพรุ่งนี้พี่หวังว่าเขมจะเลิกพูดเหมือนเราเป็นคนนอกกันได้แล้ว เพราะพี่หมดความอดทนแล้วและจะไม่ทนอีกต่อไป” เตชิตบอกก่อนจะดึงเขมินท์ให้นอนลงเบาๆ เตชิตเองก็รู้ทั้งรู้ว่าถ้าเริ่มพูดเรื่องนี้มันคงไม่ได้ทำอะไรให้มันง่ายขึ้น แต่ถ้าไม่พูดออกมาเขมินท์ก็จะยังคงปิดบังเรื่องลูกในท้องเรื่อยๆ พระเอกที่แสนดีอะไรกันเตชิตเป็นได้ไม่นานหรอก เพราะถ้าดีแล้วเรื่องมันไม่ดีขึ้นก็คิดว่าทำตัวร้ายกาจแล้วได้ครอบครองสิ่งที่ควรจะเป็นของตนเองมาตั้งนานจะไม่ดีกว่าเหรอ เพราะตั้งแต่ที่ตัดสินใจทวงสิทธิ์ความเป็นผัวและพ่อของลูก เตชิตก็ไม่คิดจะปล่อยเขมินท์ไปแม้เรื่องราวในอดีตมันจะผิดที่ตนเองก็ตาม แต่แล้วยังไงในเมื่อมันกลับไปแก้ไขมันได้ในปัจจุบันและอนาคตก็แค่อย่าให้มันผิดพลาดอีกก็เป็นพอ! 

 

 

...........................................................70%.................................................................... 

 

 

 

เขมินท์ตื่นนอนขึ้นมาด้วยสภาพตาบวมแถมยังตกอยู่ในอ้อมกอดของเตชิตที่กอดไว้จนแน่นอีก และพอนึกถึงเรื่องเมื่อคืนก็อดที่จะใช้มือหยิกท่อนแขนของคนที่กอดตนเองไว้ไม่ได้

 

ทำไมเป็นคนเอาแต่ใจ นิสัยแย่เสมอต้นเสมอปลายอย่างนี้กันนะ!

 

“ตื่นแล้วก็อย่าหาเรื่องพี่นะเขม”

 

“ปล่อยนะครับ ห้ามกอด เหม็น!” เขมินท์บอกพร้อมขยับกายออกห่างเตชิตให้ได้มากที่สุด วันนี้ตื่นขึ้นมาก็เริ่มจะเหม็นขี้หน้าอีกฝ่ายมากกว่าปกติ แค่เห็นหน้าก็จะอาเจียนแล้วนี่ยังมากอดเขมินท์อีกเดี๋ยวก็อ้วกใส่หน้าซะเลย

 

“ปล่อยเขมนะครับ เหม็นขี้หน้า”

 

“ทำไมพูดจาไม่ดี พูดใหม่เดี๋ยวนี้นะเขม”

 

“พี่เตปล่อยเขมนะ เขมจะอ้วกอยู่แล้ว ปล่อยเร็วๆ อึก.. แหวะ” และก็เป็นตามที่พูดออกมา เขมินท์เหม็นขี้หน้าเตชิตจนอาเจียนใส่อีกคนและเลอะเตียงนอน เตชิตเห็นแบบนั้นก็สะกดอารมณ์หงุดหงิดลงและท่องในใจว่าอีกคนท้องคงจะมีอาการแพ้ท้องอยู่

 

“ให้ตายสิ ทำไมอยู่ๆมาแพ้ท้องขึ้นมาได้อีกนะ” เตชิตบ่นพร้อมกับอุ้มเขมินท์เข้าไปในห้องอาบแต่ก็โดนเขมินท์ไล่ออกมาเพราะจะอาบเอง แล้วเตชิตจะทำอะไรได้นอกจากยอมออกมาแต่โดยดี ก่อนจะก็ออกไปสั่งให้คนมายกที่นอนและผ้าปูออกไปจากห้องแล้วถึงกดโทรศัพท์สั่งให้ชัชวาลหาเตียงใหม่มาแทนที่เตียงเดิม

 

“ทำไมหน้าซีดแบบนี้คะหนูเขม พี่เตทำอะไรน้องรึเปล่าคะ!” คุณหญิงรวีวรรณถามขึ้นเมื่อเห็นลูกสะใภ้นั่งหน้าซีดพร้อมลูกชายของเธอที่นั่งอีกฝั่งและค่อนข้างไกลจากตัวของหนูเขม

 

เจ้าลูกชายตัวดีต้องแกล้งลูกสะใภ้เธอแน่ๆ มันน่าหยิกให้ตัวเขียวจริงๆ

 

“ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยครับ เขมแค่แพ้ท้องครับคุณแม่”

 

“ท้องเหรอคะ หนูเขมท้องเหรอลูก โอ๊ยยย คุณแม่ดีใจจนจะเป็นลม แล้วแบบนี้วันแต่งงานคงต้องเร่งให้เร็วขึ้น จริงๆเลยนะพี่เตทำน้องท้องก่อนแต่งมาสองคนแล้วนะคะ น่าตีจริงๆเลย”

 

“คนนิสัยไม่ดีก็แบบนี้แหละครับคุณแม่ บ่นไปก็ไม่ได้ดีขึ้นหรอกครับ” เขมินท์เอ่ยแซะอีกคนออกมาทั้งๆที่ยังตักข้าวต้มกินช้าๆ

 

“คุณแม่ก็ว่าแบบนั้นแหละคะ แล้วนี่น้องโมเดลยังไม่ตื่นเหรอคะ พี่เตไปดูลูกหน่อยสิคะ ทำไมตอนนี้ยังไม่ลงมาเลย เป็นอะไรรึเปล่า”

 

“ครับๆคุณแม่และคุณเมีย” เตชิตรับคำก่อนจะลุกขึ้นไปดูลูกชายที่วันนี้ยังไม่ตื่น และพอเปิดประตูห้องของลูกชายเข้ามาก็พบว่าเด็กน้อยโมเดลนอนคว่ำหน้าก้นโด่งอยู่บนเตียง

 

“โมเดลครับ สายแล้วนะ ตื่นเร็วครับ” เตชิตใช้นิ้วจิ้มไปที่ก้นลูกชายเบาๆ ซึ่งพอทำแบบนั้นโมเดลก็พลิกตัวหนีและมุดเข้าไปอยู่ในผ้าห่ม

 

“โมเดลครับ ไม่ตื่นแบบนี้เดี๋ยวคุณแม่เราขึ้นมาดุนะ”

 

“ฮื่อออ โมเดลไม่ลุกครับ โมเดลอยากนอน”

 

“นอนได้ครับ แต่ต้องลุกมาทานข้าวเช้าก่อน เดี๋ยวแม่เราก็กลายร่างเป็นหมูยักษ์หรอกครับ”

 

“คุณพ่อไม่น่ารักเลย ว่าคุณแม่อีกแล้ว โมเดลจะบอกคุณแม่” โมเดลลืมตาขึ้นมาพร้อมพลิกตัวนอนหงายและทำปากงุบงิบๆ เตชิตเห็นแบบนั้นก็ใช้มือจับขาลูกชายทั้งสองข้างขึ้นก่อนจะยกขึ้นจนโมเดลหัวห้อยลงพื้น และถ้าหากเขมินท์มาเห็นเตชิตทำแบบนี้คงได้หัวใจวายเป็นแน่

 

“คุณพ่อปล่อยโมเดลนะครับ ฮ่าๆ” นอกจากจะไม่กลัวและยังชอบใจ ลับหลังคุณแม่คุณพ่อก็ทำแบบนี้กับโมเดลตลอดแหละ โมเดลเองก็ชอบด้วยเพราะรู้สึกสนุก!

 

“ออกกำลังกายไงตัวแสบ ดูพุงเราสิใหญ่ขึ้นอีกแล้ว”

 

“โมเดลไม่อ้วนสักหน่อยครับ แต่โมเดลยอมไปอาบน้ำกินข้าวแล้วครับ ปล่อยโมเดลได้แล้ววววว”

 

“ดีมาก เร็วๆเลยครับ แม่กับคุณย่ารออยู่” เตชิตปล่อยลูกชายลงบนเตียงพร้อมกับนั่งรอ โมเดลก็วิ่งดุกดิกไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันภายในห้านาที ความจริงคงจะต้องบอกว่าวิ่งผ่านน้ำมากกว่า และถ้าเขมินท์รู้เรื่องนี้เพิ่มอีกเรื่องคงจะบ่นจนหูของเตชิตได้ชาไปข้างอีกเรื่องเป็นแน่!

 

เขมินท์มองลูกชายที่เดินนำหน้าผู้เป็นพ่อเข้ามาในห้องทานข้าวอย่างสงสัยอย่างสงสัยว่าทำไมถึงเร็วกว่าปกติที่เขมินท์เข้าไปปลุก ทุกทีถ้าเขมินท์เข้าไปปลุก ลูกชายจะต้องอาบน้ำแต่งตัวนานกว่านี้ แต่นี่ไม่ถึงสิบนาทีเลยด้วยซ้ำ เฮ้อ….

 

“โมเดลไม่อยากกินข้าวต้มครับ อยากกินไส้กรอก” พอเห็นข้าวต้มเด็กน้อยก็ทำหน้างอลงเล็กน้อย โมเดลอยากกินไส้กรอกมากกว่า ไม่อยากกินข้าวต้มสักนิด

 

“งั้นเดี๋ยวคุณย่าให้คนไปทำให้นะคะ”

 

“ไม่ต้องหรอกครับคุณแม่ โมเดลครับไหนลองบอกคุณแม่สิครับว่าถ้าโมเดลไม่กินข้าวต้มถ้วยนี้แล้วใครจะกิน ไส้กรอกไว้กินตอนเที่ยงก็ได้นะครับ อย่าทิ้งขว้างอาหารคุณแม่ไม่เคยสอนนะครับแบบนี้ แต่ถ้าโมเดลไม่กินข้าวต้มคุณแม่ก็จะไม่ให้กินแต่ก็ไม่ให้กินไส้กรอกด้วยเหมือนกัน”

 

“งื้อออ คุณแม่”

 

“เลือกครับ จะกินหรือไม่กินเลยสักอย่าง” เขมินท์มองลูกชายที่ส่งสายตาอ้อนวอนให้แต่เขมินท์ก็ไม่ใจอ่อน เพราะอยู่กับผู้เป็นพ่อมากเลยเลยเริ่มจะนิสัยเหมือนกันเข้าทุกวัน ถ้าไม่ดุเสียบ้างก็จะนิสัยเสียมากกว่านี้

 

“กินข้าวต้มก็ได้ครับ”

 

“ดีมากครับคนเก่ง” และเมื่อลูกชายเข้าใจสิ่งที่เขมินท์สอน เขมินท์ก็ส่งมือไปลูบหัวเบาๆอย่างปลอบโยนเป็นการปลอบขวัญที่ถูกดุและก็ไม่ลืมส่งสายตาคาดโทษไปยังผู้เป็นพ่อที่ยักไหล่ใส่เขมินท์ว่าตนเองไม่เกี่ยวอยู่ท้ายโต๊ะ

 

เขมินท์ล่ะอยากจะอ้วกใส่คนนิสัยเสียอีกสักครั้งจริงๆเลย!

 

 

 

เตชิตมองคนแพ้ท้องนอนเอนตัวทำงานอยู่ในสวนหลังบ้านก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ที่ต้องมามองจากที่ไกลๆแบบนี้ก็เพราะเขมินท์มีอาการเหม็นหน้าของตนจนถึงที่ว่าเข้าใกล้แค่แปปเดียวอ้วกก็พุ่งออกมา แล้วพอเตชิตจะคุยถึงเรื่องที่ค้างไว้ต่อจากเมื่อคืนเขมินท์ก็สะบัดหน้าใส่เป็นอันรู้ว่าไม่อยากพูดถึงและไม่อยากจะฟัง

 

“โธ่ๆ พี่เตของแม่ ทำไมมานั่งหงอยแบบนี้คะ น่าสงสารจัง”

 

“ถ้าคุณแม่สงสารผมจริง คุณแม่คงไม่หัวเราะแบบนี้หรอกครับ”

 

“แหมๆ ก็คุณแม่รู้สึกสะใจพี่เตนี่คะ คุณแม่บอกตั้งแต่แรกแล้วนะคะอย่าพูดจาร้ายกาจกับน้องแต่พี่เตก็ยังทำ เป็นไงล่ะพอน้องโกรธขึ้นมาก็ง้อยากแล้วไหนจะชอบทำร้ายร่างกายน้องอีก ข่มเหงน้องมาตั้งเท่าไรคุณแม่ไม่หาสามีใหม่ให้หนูเขมก็ดีแค่ไหนแล้ว”

 

“คุณแม่ก็ลองดูสิครับ จะได้รู้ว่ามีลูกชายเป็นฆาตกรเป็นยังไง”

 

“จ้าๆ พอตอนนี้ล่ะหึงเค้าดีจัง ตอนง้อไม่เห็นปากเก่งแบบนี้เลย เฮ้อ… เดี๋ยวคุณแม่ต้องโทรบอกน้องตาสักหน่อยแล้วว่าพี่เตโดนหนูเขมอ้วกใส่แถมยังโดนเหม็นหน้าจนเข้าใกล้ไม่ได้”

 

“ครับๆ เชิญตามสบาย ผมก็ลืมไปแล้วว่ายัยตาน่ะน้องผม”

 

“เรื่องนี้คุณแม่ขอสมน้ำหน้านะคะ ก็เราไปข่มเหงเพื่อนน้องแถมยังทำตัวไม่ดีอีก น้องโกรธจนไม่อยากจะกลับบ้านมาเจอหน้าจะโทษใครได้”

 

“ครับๆ ผมผิดเอง คุณแม่เลิกซ้ำเติมผมเถอะ”

 

“งั้นคุณแม่ไม่อยู่ซ้ำเติมแล้วค่ะ เพราะเดี๋ยวจะออกไปดูสถานที่จัดงานแต่งแล้วก็ดูการ์ดกับของชำร่วยด้วย เดี๋ยวคุณแม่จะเลือกแบบมาให้ดูนะคะ คุณแม่ไปก่อนดีกว่าเดี๋ยวจะเสร็จช้าแล้วไม่ทันไปดูเครื่องเพชรชุดใหม่ที่คุณอรเพิ่งนำมาวางขายที่ร้าน” คุณหญิงรวีวรรณเมื่อซ้ำเติมลูกชายเสร็จก็รีบออกไปทำธุระต่อ ทำให้วันนี้ทั้งบ้านมีโมเดลคอยวิ่งมากวนคุณแม่และสักพักก็วิ่งมากวนคุณพ่อ เป็นแบบนั้นทั้งวัน แถมยังไปป่วนห้องครัวทั้งพ่อทั้งลูกเพราะไปคั้นน้ำส้มมาให้เขมินท์ดื่มแก้คลื่นไส้ที่วันนี้มีอาการแพ้ท้องทั้งวัน สงสัยเจ้าตัวเล็กในท้องของเขมินท์รู้ว่าคุณพ่อตัวดีรู้เรื่องท้องแล้ว เจ้าตัวเล็กในท้องเลยเริ่มแผงฤทธิ์ออกมาหนักขึ้นกว่าทุกวัน แถมคนแพ้ท้องวันนี้ยังเป็นเขมินท์อีก เฮ้อออออออ

 

 

“พี่เตไปนอนกับลูกเลยนะครับ เขมเหม็นขี้หน้าอย่ามาเข้าใกล้” พอช่วงเข้านอนเขมินท์ก็บ่นคนเป็นสามีพร้อมกับโยนหมอนและผ้าห่มผืนใหม่ใส่หน้าและไล่ให้ไปนอนกับลูกชาย

 

ก็ทำยังไงได้ล่ะ เขมินท์เหม็นขี้หน้าเตชิตจริงๆนี่นา…..

 

“เขมแกล้งพี่รึเปล่า นี่คือการเอาคืนเหรอ” ตั้งแต่เมื่อคืนคำพูดคำจาก็เปลี่ยนไปไม่มีฉันและนายเหมือนทุกครั้งแต่แปรเปลี่ยนพี่และเขมตามที่เคยพูดกันเหมือนดั่งในอดีตแทน

 

“ไม่ได้แกล้งครับ เหม็นจริงๆ สงสัยลูกคนนี้จะไม่ชอบหน้าพี่เหมือนเขม ก็อย่างว่าแหละครับลูกของเขมก็ต้องเหมือนเขม”

 

“เดี๋ยวออกมาก็รู้ว่าจะเหมือนใคร”

 

“เขมไม่อยากเถียงกับพี่เตแล้ว ไปไกลๆเขมเลยนะไม่งั้นจะอ้วกใส่หน้าจริงๆด้วย”

 

“ฝากไว้ก่อนเถอะ เดี๋ยวคนนี้ออกมา คนที่สามจะตามมาติดๆ”

 

“พี่เตครับ! ไปไกลๆเลยนะ ออกไปนอนกับลูกเลยเหม็นขี้หน้า” เขมินท์บอกก่อนจะล้มตัวหันหลังลงอย่างหงุดหงิด

 

คอยดูนะลูกคนนี้ออกมาเมื่อไรจะต้องมาช่วยเขมินท์ปราบคนนิสัยเสียอย่างเตชิตให้แพ้ราบคาบเลย เอาคืนสิบปียังไม่สาย เหอะ!

 

 

..................................................100%...................................................

ปากเก่งจังเลยยยยย ลับหลังเมียเนี่ยยยยย นังพี่เต 555555555

ความคิดเห็น