Ex-SoulL

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : : Black Diamond : 11

คำค้น : Omegaverse,BlackDiamond,มังกรซ่อนเพชร

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.6k

ความคิดเห็น : 85

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2562 20:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
: Black Diamond : 11
แบบอักษร

 

11. 

ใช่ว่าลี่ชิงไม่รู้สึกผิดที่พูดกับผู้ให้กำเนิดไปแบบนั้น เมื่อนึกย้อนไปความเสียใจก็ไหลวนอยู่ในอก แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่ไม่เสียใจเลยคือการออกมาจากบ้าน

บางครั้งระยะห่างที่เหมาะสมก็ทำให้ทุกฝ่ายต่างสบายใจมากกว่า

ไม่อยู่ใกล้กัน ก็ไม่ทะเลาะกัน

แกร๊ก

ประตูเพนต์เฮาส์สุดหรูถูกเปิดเข้าไปอย่างแผ่วเบา ความเย็นที่ปะทะเข้ากับร่างกายคือสิ่งที่บอกว่าใครอีกคนมาถึงก่อนแล้ว

ลี่ชิงเดินช้าๆ พยายามทำทุกอย่างไม่ให้มีเสียงเพราะตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะเที่ยงคืน

บริเวณชั้นหนึ่งมีไฟเปิดแค่เพียงบางดวง เมื่อสำรวจโดยรอบว่าอีกคนไม่อยู่จึงปิดมันทั้งหมดแล้วเดินขึ้นไปยังห้องนอน แล้วก็ได้พบกับร่างสูงที่นั่งทำงานบนไอแพดอยู่ตรงมุมนั่งเล่น เพราะไม่รู้จะทักทายยังไงจึงเดินเลยไปยังห้องน้ำเพื่อล้างหน้าที่ยังคงมีเครื่องสำอางจากการทำงานและอาบน้ำให้เรียบร้อย

“คุณจะนอนหรือยัง” ลี่ชิงถามคนที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม

“ยัง” อีกฝ่ายตอบโดยไม่ละสายตาจากไอแพด

“งั้นผมนอนแล้วนะ” มีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมา “ฝันดีครับ”

ลี่ชิงไม่ได้เซ้าซี้หรือคาดหวังคำตอบกลับ ทำเพียงหมุนตัวไปทางเตียงนอน ปล่อยให้ร่างสูงทำงานโดยไม่รบกวน จากนั้นก็นอนลง ปล่อยให้ความเหนื่อยล้าจากทุกเรื่องถูกเยียวยาด้วยห้วงนิทรา

ขณะที่เฟิงหลงก็ถอนใจอย่างไม่สบอารมณ์ ทอดมองร่างบนเตียงด้วยความขุ่นเคืองที่ยังคั่งค้าง แม้จะถามตัวเองถึงที่มาแต่ก็ยังไม่ได้คำตอบที่น่าพึงพอใจ

เขาแค่ไม่พอใจเพราะยังไงลี่ชิงก็ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่หมั้น เป็นคนของตระกูลจางแล้วครึ่งหนึ่ง

ใจที่ร้อนรุ่มเย็นลงเล็กน้อยเมื่อสาเหตุที่เข้าท่าที่สุดแวบเข้ามาในหัว

ไอแพดในมือถูกปิดแล้ววางลงอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นจึงขยับขึ้นเตียง ปิดไฟทุกดวงแล้วนอนหันหลังให้อีกคนเช่นเดียวกัน

--

ลี่ชิงรู้สึกราวกับว่าบรรยากาศระหว่างกันมันแปลกไป มีความเครียดขึ้งอึดอัด แม้ปกติบรรยากาศจะไม่ได้ดีมากแต่ก็ไม่ใช่แบบนี้ สองวันที่ผ่านมาเหมือนต่างฝ่ายต่างไม่มีตัวตน ทว่าก็พยายามบอกตัวเองว่าคงคิดมากเกินไป

ความไม่สบายใจจากเรื่องพ่อถูกบรรเทาลงด้วยการทำงาน พอได้เจอผู้คนและไม่ได้อยู่นิ่งก็ไม่มีเวลาคิด

“เป็นยังไงบ้าง หืม?”

จางผิงถามขึ้นเมื่อลี่ชิงแวะมาหาในช่วงบ่ายของวันพุธ

“งานยุ่งนิดหน่อย แต่ก็สบายดีครับ”

“แล้วอยู่กับเฟิงหลงล่ะ เป็นยังไงบ้าง”

คนถูกถามนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยสีหน้าปกติ

“ก็..ปกติครับ”

“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยเหรอ”

“...” ลี่ชิงเงียบเมื่อไม่แน่ใจว่าคำว่าเกิดอะไรขึ้นหมายถึงอะไรแน่

“หรือว่าหลานชายฉันจะตายด้าน”

แล้วก็ได้รู้ชัดในประโยคต่อมา

“คุณยายครับ” เสียงเรียกอ่อนอ่อยดังขึ้นเพราะความกระดากอาย สายตาของคนแก่ทำให้แก้มค่อยๆ เห่อร้อน เมื่อหันไปหาคนเป็นแม่เพื่อขอให้ช่วยก็พบว่าแม่กำลังยิ้มกรุ้มกริ่มไม่ต่างจากคุณยาย

เห็นท่าทางของเด็กน้อยแล้ว จางผิงก็เลิกเย้าแหย่แล้วพูดถึงเรื่องอื่น

“ช่วงนี้เฟิงหลงเองก็ยุ่ง อาทิตย์หน้าก็ต้องบินไปฮ่องกง เสาร์อาทิตย์ของพวกเธอก็คงไม่ได้อยู่ด้วยกัน”

ลี่ชิงเปลี่ยนอารมณ์ตามอย่างกะทันหัน ใจเกิดความวูบโหวงกับสิ่งที่ได้ยิน

“...ครับ”

“เอาไว้ว่างๆ ก็ไปเที่ยวกันดีไหม จะได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น” จางผิงเสนอ ขณะที่ลี่ชิงก็ใจพองโตกับความคิดนั้น แต่แล้วก็ต้องห่อเหี่ยวลงเมื่อนึกถึงตารางงานที่แน่นไปจนถึงเดือนหน้า

“ยังไงก็คงไม่ใช่เร็วๆ นี้”

“เอาไว้ฉันจะดูตารางของเฟิงหลงให้ จะได้ถือโอกาสไปพักผ่อนกันด้วย”

“ครับ”

ใบหน้าเรียวพยักรับ จากนั้นก็อยู่พูดคุยกับคุณยายผิงต่ออีกสักพักแล้วไปทำงานตอนเย็นต่อ

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้นในตอนที่ลี่ชิงกำลังจะก้าวขึ้นเตียง ร่างเพรียวจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนทิศทาง สาวเท้าเดินตรงไปทางประตูแล้วเปิดออก

“แม่มีเรื่องจะคุยกับลูกหน่อย”

คนเป็นลูกพยักหน้ารับพลางขยับให้แม่เดินเข้ามา ก่อนจะปิดประตูลง

“ลี่ชิงมานั่งนี่มา”

ลี่ชิงเดินไปนั่งลงบนเตียงตามคำเรียกของแม่

“พอคุณยายผิงพูดวันนี้แม่ก็เพิ่งนึกขึ้นได้”

“?”

“เดือนที่แล้วลูกเริ่มมีอาการฮีตอ่อนๆ แล้ว แม่ว่าเดือนนี้ควรจะกินยาต้านเอาไว้เลย เพราะถ้าฮีตตอนอยู่กับเฟิงหลงขึ้นมาก็อาจจะมีโอกาสท้องได้”

เมื่อรู้ว่าแม่มาเพื่อพูดคุยเรื่องอะไรลี่ชิงก็หน้าร้อนผ่าว ประโยคยาวเหยียดของแม่มีบางจุดที่ทำให้เผลอจินตนาการตาม ดวงตาเรียวมองไปทางอื่นอย่างไม่กล้ามองหน้าผู้ให้กำเนิด

“ก็ระวังแค่ช่วงฮีต เพราะเวลาอื่นนั้นไม่มีโอกาสที่จะท้อง”

“แม่...” ได้แต่เรียกแม่เสียงแผ่วโดยไม่รู้จะพูดอะไรต่อจากนั้น

“ไม่ต้องอายหรอกนะ มันเป็นเรื่องธรรมชาติ” ลลิตาพูดกับลูกพร้อมรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า

“ถ้าไม่ถูกกระตุ้นด้วยการฮีต เขาก็คงไม่ทำอะไรแบบนั้น”

“คนสองคนอยู่ด้วยกัน อะไรก็เกิดขึ้นได้”

ลี่ชิงนึกไปถึงท่าทีของอีกคนที่ได้อยู่ด้วยกันมาสองครั้ง แล้วริมฝีปากก็คลี่ออกเป็นยิ้มขื่นขมให้กับตัวเอง

“เขา...ไม่ได้มีทีท่าจะทำอะไรแบบนั้นเลย”

“ไม่มีท่าทีใช่ว่าจะไม่คิด หรือลูกจะปฏิเสธว่าไม่ได้คิดเรื่องแบบนั้นกับเฟิงหลง”

“...” คนถูกถามได้แต่เงียบเพราะไม่อาจปฏิเสธ ก่อนจะเอ่ยแย้งเพราะความรู้สึกที่ต่างกัน “มันไม่เหมือนกัน ลูกรู้สึกกับเขา แต่เขาไม่ได้รู้สึกอะไร”

“แต่ก็ยังเกิดจูบนั้นขึ้น”

ลี่ชิงชะงักกึก ภาพเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นถึงสองครั้งไหลย้อนเข้ามาในหัว

“อารมณ์อ่อนไหวของคนเรามันเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีความรู้สึกลึกซึ้งอะไรมากมาย” ลลิตาพูดต่อ

“...แค่ความต้องการทางร่างกายสินะ” ปากเล็กขยับเอ่ยพึมพำ

ต่อให้มันเกิดขึ้นจริงก็คงเป็นเพียงเท่านั้นสำหรับอีกคน ไม่มีความรู้สึกลึกซึ้งใดๆ อย่างที่แม่บอกว่าสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องรู้สึกลึกซึ้งมากมาย

“แม่มาเตือนแค่นี้ ลูกพักผ่อนเถอะ” มือบางวางลงบนหัวลี่ชิงแล้วลูบไล้ไปมา จากนั้นคนเป็นแม่ก็ลุกขึ้นยืน

“ฝันดีครับ”

“ฝันดีจ้ะ”

--

ลี่ชิงยังคงทำงานทุกวัน วันที่รู้ว่าอีกคนจะบินไปฮ่องกงก็ส่งข้อความไปหาว่าขอให้เดินทางปลอดภัย แต่ก็ไม่ได้รับข้อความใดตอบกลับมา ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ถือสา เพราะเพียงคำว่า read ก็ทำให้ใจสั่นไหวได้มากแล้ว

ขณะที่คนไปทำงานก็อยู่ในอารมณ์เคร่งเครียดจนแม้แต่ผู้เป็นพี่ชายยังทัก

“เอาโกโก้กลิ่นกุหลาบมาให้หน่อย” เฟิงหลงบอกคนสนิทเป็นภาษาจีนเมื่อกลับมาถึงบ้าน

“อะไรคือโกโก้กลิ่นกุหลาบ?”

เสียงทุ้มดังขึ้น จากนั้นร่างสูงใหญ่ของชางหลงก็เดินมานั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้าม

“นายยังไม่นอนอีกหรือไง” คนเป็นน้องถามกลับโดยไม่ได้ตอบคำถามก่อนหน้า

“อืม สองแสบเพิ่งหลับ...ไวน์สักหน่อยไหม”

เฟิงหลงนิ่งคิดไม่กี่วินาทีก็ตอบตกลง

“ก็ดีเหมือนกัน”

สองพี่น้องเดินไปยังบาร์เครื่องดื่มที่มีไวน์ดีๆ อยู่หลายขวด ชางหลงเป็นคนเลือกแล้วหยิบแก้วออกมารินไวน์ให้ทั้งตัวเองและน้องชาย

“เครียดเรื่องงานหรือว่าเรื่องอะไร”

“งาน”

ชางหลงแค่นยิ้มเมื่อรู้ว่าเฟิงหลงไม่ได้ตอบความจริง 

การกลับบ้านมาครั้งนี้ดวงตาที่คล้ายคลึงกับเขามีบางอย่างเปลี่ยนไป ท่าทีงุ่นง่านแตกต่างจากเรื่องของงานแบบที่เจ้าตัวคงไม่รู้

“เห็นว่าลี่ชิงกำลังดังที่นั่นเลยหรือ”

ชางหลงลองหย่อนเบ็ด รอดูท่าทีว่าเฟิงหลงจะติดกับเมื่อไหร่

“...”

“ดูเหมือนทางนี้ก็จะเริ่มสนใจแล้วเหมือนกัน อาจจะได้มาทำงานที่จีนเร็วๆ นี้”

“แล้วยังไง”

คำถามแสดงออกถึงความไม่แยแส แต่สีหน้าและน้ำเสียงกลับขุ่นมัวราวกับโกรธใครมา

“ก็ไม่ยังไง แค่เล่าให้ฟัง”

“โกโก้กลิ่นกุหลาบครับ”

บทสนทนาถูกขัดด้วยเฉินที่เดินเข้ามาพร้อมถาดเครื่องดื่มสีเข้ม

“ไม่เห็นหรือไงว่าฉันดื่มไวน์แล้ว”

แม้แต่คนสนิทยังโดนหางเลขไปด้วย

ชางหลงโคลงศีรษะพลางส่งสัญญาณให้เฉินเอาโกโก้แก้วนั้นออกไป ไวน์ในแก้วของเฟิงหลงที่พร่องไปอย่างรวดเร็วถูกเติมอีกครั้ง

“ไหน่ไนส่งภาพลี่ชิงมาให้ดูตลอด...คนที่นายเรียกว่าเด็กก็มีความสามารถไม่เบา การเป็นนายแบบมันยากตรงที่ไม่มีคำพูด ไม่มีเสียง มีเพียงสายตากับร่างกายที่สื่อสารให้คนอื่นเข้าใจ...ภาพที่ลี่ชิงใส่ปลอกคอเส้นเดียวยังติดตาฉันอยู่เลย”

ปึก

“นายมีครอบครัวแล้ว และคนที่นายพูดถึงก็คือคู่หมั้นของน้องชายตัวเอง” 

มือวางแก้วแรงจนมันแทบแตก ก่อนจะตามด้วยคำพูดที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ ดวงตาคนพูดวาวโรจน์

“หึ” ชางหลงมองอาการของคนเป็นน้องแล้วหลุดหัวเราะในลำคอ “รู้ไหมเฟิง ว่าตอนนี้นายเสียอาการแค่ไหน”

“...” คนที่เพิ่งรู้ตัวชะงักเมื่อเห็นสีหน้าและได้ยินคำพูดของชางหลง ไอร้อนที่เกิดขึ้นในหัวครอบงำทุกอย่างจนพูดออกไปตามอารมณ์ทั้งหมด

“นายลืมแม้กระทั่งว่าคนที่เก็บอารมณ์ไว้ไม่ได้คือคนที่จะพลาด” ชางหลงพูดถึงคำสอนของผู้เป็นปู่ที่ปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก และเฟิงหลงก็ทำได้ดีมาตลอด ยกเว้นเวลานี้ “นายติดกับฉันง่ายดายอย่างไม่สมเป็นเฟิงหลงเลย...รู้ตัวหรือยังว่าจริงๆ แล้วตัวเองไม่ได้เครียดเรื่องงาน”

ได้เตือนสติน้องชายให้รู้ตัวแล้วร่างสูงใหญ่ก็ผุดลุกขึ้น จากนั้นก็เดินขึ้นห้องนอนไปอย่างอารมณ์ดี

ต่างจากคนที่นั่งตรงบาร์ซึ่งกำลังนิ่งอยู่อย่างไม่อยากยอมรับ

เขาคิดอะไรกับเด็กนั่นจริงๆ หรือ

แก้วไวน์ในมือถูกกระดกครั้งแล้วครั้งเล่า เกิดคำถามทั้งที่ในหัวมีแต่ภาพของใครบางคน

--

“ลี่ชิงยังโอเคนะ”

เกรซที่ทำหน้าที่มาดูแลลี่ชิงด้านหลังเวทีเดินแบบถามขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าเรียวซีดเซียว

วันนี้ลี่ชิงมีงานถึงสองงาน อีกทั้งตอนเช้ายังไปออกกำลังกายที่ฟิตเนส ร่างกายจึงค่อนข้างอ่อนล้า

“อืม” ลี่ชิงรับคำในลำคอ รอบข้างมีนายแบบคนอื่นๆ เดินวนเวียนไปมาตลอดเวลา

“เอาของหวานหรือว่าอะไรไหม”

“ไม่เป็นไร”

“ถ้าไม่ไหวต้องรีบบอกเลยนะ”

ลี่ชิงพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม ไม่นานนักทีมงานก็มาเรียกให้ไปเตรียมตัว ร่างเพรียวซวนเซเล็กน้อยยามยืนขึ้น เกรซที่อยู่ใกล้เลยช่วยพยุงเอาไว้พร้อมกับถามย้ำอีกครั้ง แต่ก็ได้รับคำตอบเหมือนเดิม

งานในวันนี้คืองานเดินแบบเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่ของแบรนด์หรู มีนายแบบและนางแบบมากหน้าหลายตา ระยะเวลางานจึงกินเวลาหลายชั่วโมง

เกรซคอยมองลี่ชิงอย่างเป็นห่วง หลังจากที่งานจบลงก็ปราดเข้าไปหาทันที

ลี่ชิงคว้าแขนเล็กเอาไว้มั่น เหมือนพลังเฮือกสุดท้ายได้ใช้ไปบนเวทีทั้งหมดแล้ว

“ลี่ชิงเป็นอะไรหรือเปล่า” เพื่อนนายแบบที่อยู่แถวนั้นขยับมาถามไถ่

“วันนี้งานเยอะก็เลยเพลียน่ะ”

อีกฝ่ายรีบขยับมาช่วยพยุงให้ไปนั่ง ขณะที่คนอื่นๆ ก็หาพัดและน้ำมาให้ โดยที่ลี่ชิงได้แต่หลับตาลงพลางกล่าวขอบคุณทุกคนด้วยเสียงอันแผ่วเบา

นั่งสักพักค่อยเริ่มมีแรง เกรซจึงพาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและไปส่งที่บ้านอย่างรวดเร็ว

แม้จะเหนื่อยแค่ไหนแต่ตอนเช้าลี่ชิงก็ต้องตื่นมากินข้าวให้ตรงเวลา จากนั้นจึงนอนต่อและตื่นในตอนสาย อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็เดินทางไปทำงาน กินข้าวเที่ยงที่แม่เตรียมไว้ให้บนรถ

“อันนี้เป็นสคริปต์ที่เกรซส่งมาให้”

ลี่ชิงเอนหน้าไปดูหน้าจอไอแพดที่แม่ถือไว้ให้ ดวงตาเรียวรีกวาดอ่านและจดจำข้อมูลสำคัญ ขณะที่ปากก็เคี้ยวอาหารไปด้วยช้าๆ

“ลูกต้องอัปรูปลงอินสตาแกรมด้วยนะ”

คนฟังพยักหน้ารับเพราะเป็นสิ่งที่ทำจนเคยชิน

การเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ไม่เพียงแต่ถ่ายโฆษณาหรือพรีเซนต์สินค้า แต่ต้องทำให้คนอื่นเห็นว่าตัวตนและชีวิตประจำวันของเรามีสินค้านั้นเกี่ยวข้องอยู่จริงๆ

เดี๋ยวนี้ลี่ชิงใส่ปลอกคอของ xxx แทบจะตลอดเวลา ทั้งด้วยหน้าที่และด้วยเรื่องของสุขภาพ

“วันนี้วันที่ยี่สิบสองงั้นเหรอ”

ลี่ชิงพึมพำกับตัวเองเมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะถ่ายรูปแล้วเห็นวันที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ

“ใช่ วันที่ยี่สิบสอง มีอะไรหรือเปล่า หืม?”

“คุณเฟิง...กลับมาเมื่อคืน”

ตารางงานของเมื่อวานแน่นตั้งแต่เช้าถึงเย็นทำให้ลืมว่าคนที่ไปฮ่องกงหนึ่งสัปดาห์จะกลับมา แต่แม้จะนึกได้ก็เท่านั้น ไม่มีผลอะไร ลี่ชิงจึงเลิกสนใจเรื่องวันที่แล้วกดเข้าแอปกล้องถ่ายรูป

เสร็จจากงานอีเวนต์ก็ต้องไปออกกำลังกายแล้วก็เข้าสตูดิโอเพื่อคุยรายละเอียดงานที่ติดต่อเข้ามากับเกรซและแกเรน

“เดี๋ยวเกรซส่งข้อมูลให้ลี่ชิงอีกทีนะ...ผมมีธุระต้องรีบไป”

แกเรนเอ่ยสั่งงานกับผู้ช่วยพลางลุกขึ้นเก็บของ

“แล้วไม่ให้ไปส่งเหรอ วันนี้ไม่ได้เอารถมานี่”

“ไม่เป็นไร เฟิงมารับน่ะ”

กึก

ลี่ชิงเลื่อนสายตาไปมองคนพูดทันใด ก่อนสายตาจะประสานเข้ากับดวงตาสีชมพูที่เหลือบมองมาเช่นเดียวกัน

“ไปนะ” ลี่ชิงยิ้มอย่างจืดเจื่อนรับคำบอกลานั้น สองมือกำแน่นเข้าหากัน หัวใจวูบโหวงด้วยความน้อยใจ

คนที่เขามาหาทันทีที่กลับมาคือแกเรน ไม่ใช่คู่หมั้นที่นั่งอยู่ตรงนี้

ว่าไปแล้วจะแปลกอะไร ในเมื่อ Scent Model Agency ก็เป็นเงินที่อีกฝ่ายลงทุนให้แกเรนทั้งหมด

นั่นสินะ...

“งั้นเราก็กลับกันเถอะลี่ชิง”

เกรซพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริง พร้อมทั้งลอบมองท่าทีของลี่ชิงอยู่เงียบๆ

ด้านลลิตาก็มองลูกอย่างเป็นห่วง การพากลับบ้านเป็นทางออกที่ดีที่สุดจึงรีบเดินออกจากห้องไปพร้อมเกรซ

“อ้าว จะไปไหน” เกรซร้องทักเมื่อเจอแกเรนเปิดประตูบริษัทเข้ามาอย่างรีบร้อน

“ฉันลืมโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะทำงาน” คนที่กำลังรีบเอ่ยตอบ จากนั้นก็วิ่งตรงไปยังบันไดให้คนเป็นผู้ช่วยได้แต่ส่ายหัวไปมา

คนอื่นอาจกำลังสนใจแกเรน ทว่าลี่ชิงกลับสนใจรถคันหรูที่จอดอยู่ตรงหน้า ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเพื่อกลืนก้อนแห่งความน้อยใจลงไป

“คราวนี้ไม่ลืมอะไรแล้วนะ”

ได้ยินเสียงเกรซแต่ลี่ชิงจับใจความประโยคนั้นไม่ได้ สายตาจับจ้องเพียงประตูรถที่เปิดออก แกเรนแทรกตัวเข้าไปนั่งข้างใน ก่อนที่มันจะเคลื่อนออกไปพร้อมกับใจที่เจ็บปวด

...กับเขา แม้แต่ข้อความยังไม่ตอบกลับเลย

--

เย็นวันศุกร์ที่เคยรอคอยกลับเป็นช่วงเวลาที่ลี่ชิงบอกความรู้สึกไม่ถูก ทุกอย่างหนักอึ้งมาตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ความเหนื่อยล้าทางกายส่งผลกระทบมาถึงใจจนไม่อาจลบภาพที่แกเรนขึ้นรถของใครบางคนไปได้

แกร๊ก

เสียงเปิดประตูดังแผ่วเพราะแรงที่อ่อนล้า ความเย็นที่กระทบกายคือสิ่งที่บอกว่ามีคนมาถึงก่อน

ร่างสูงนั่งอยู่บนโซฟาหน้าโทรทัศน์ เพียงแค่เห็นหน้าและสายตาประสานกันความเจ็บแปลบก็ถาโถมเข้ามาในอกอีกครั้ง

ลี่ชิงจึงทำเพียงเดินเลี่ยงไปขึ้นห้องนอนเพื่ออาบน้ำอย่างหวังว่าสายน้ำจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น

“ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”

“...” ลี่ชิงรอฟังคนที่ถึงกับมายืนรอที่หน้าประตูห้องน้ำ

“ความจริงก็ไม่อยากจะพูดหรอกนะ แต่บางครั้งก็อยากให้คิดบ้างเวลารับงาน ไม่ว่ายังไงตอนนี้เธอก็เป็นคนของตระกูลจางแล้วครึ่งหนึ่ง”

พอได้รู้เรื่องที่อีกฝ่ายตั้งใจจะคุยด้วย ความเจ็บปวดจากคำพูดของพ่อก็ไหลย้อนกลับมาซ้อนทับกัน

สุดท้ายสิ่งที่ทุกคนสนใจก็คือชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล ไม่ได้สนใจว่าเขาจะรู้สึกยังไงเลยแม้แต่น้อย

“มันคืองาน ไม่ได้มีอะไรเสียหาย”

“ไอ้ที่แทบจะแก้ผ้านี่น่ะเหรอที่บอกว่าไม่เสียหาย”

ดวงตาที่จับจ้องอยู่บนใบหน้าคร้ามคมสั่นไหวไปในเสี้ยววินาทีที่ไม่อาจควบคุมความเสียใจเอาไว้ได้

“นี่คือเรื่องที่คุณจะพูดสำหรับการเจอกันครั้งแรกในรอบสองสัปดาห์ของเราเหรอ”ในน้ำเสียงราบเรียบมีทั้งความเสียใจและน้อยใจเจืออยู่แบบที่คนฟังคงไม่คิดจะสังเกต

เฟิงหลงขมวดคิ้วให้กับประโยคนั้นก่อนจะถามกลับ

“แล้วจะให้ฉันพูดอะไร”

“คุณคิดที่จะพูดดีๆ กับผมเหมือนที่พูดกับคนอื่นไหม” คำว่าคนอื่นมีภาพของใครบางคนอยู่ในหัว มีการคุยโทรศัพท์ด้วยสรรพนามสนิทสนม มีภาพรถคันหรูที่มาจอดรอรับ

ทั้งหมดคือสิ่งที่ลี่ชิงไม่เคยได้รับอย่างเต็มใจจากอีกฝ่าย

“แล้วเธอล่ะ เวลาทำงาน คิดถึงหน้าฉันบ้างไหมว่าถ้าคนอื่นรู้ว่าเป็นคู่หมั้นของฉัน มันจะเป็นยังไง”

“แล้วคนอื่นจะรู้ได้ยังไง ในเมื่อคุณไม่เคยคิดบอกใครต่อใครว่าผมเป็นคู่หมั้น”

“...” เฟิงหลงพูดไม่ออกเมื่อถูกสวนกลับทันควัน

“เพราะฉะนั้นต่อให้ผมจะแก้ผ้าทำอะไรต่อมิอะไรมันก็ไม่มีผลกระทบกับคุณอยู่แล้ว”

“ลี่ชิง!” ประโยคนั้นสร้างความไม่พอใจให้กับคนฟังจนเสียงเรียกชื่อดังลั่น ท่อนขาก้าวไปประชิดตัว มือยกขึ้นบีบแขนเล็กเอาไว้ด้วยความโมโห

เฟิงหลงคิดภาพตาม คำว่าแก้ผ้าทำอะไรต่อมิอะไรทำให้รู้สึกเหมือนควันออกหู

ก่อนจะได้พูดอะไรต่อก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นกับกลิ่นหอมจากลี่ชิงที่เหมือนจะรุนแรงขึ้น ร่างเพรียวตรงหน้าเริ่มไร้เรี่ยวแรงจนยืนโงนเงน กลิ่นนั้นกระตุ้นความต้องการขึ้นมาตามสัญชาตญาณ

เฟิงหลงปล่อยมือราวกับจับของร้อน แล้วอีกคนก็หันไปจับขอบประตูห้องน้ำเอาไว้เพื่อทรงตัว

คำพูดที่ลั่นวาจาเอาไว้ดังย้อนเข้ามาในหัว

“อย่าบอกนะว่า...” เสียงทุ้มเริ่มแหบพร่า “เธอตั้งใจฮีตใส่ฉัน”

ลี่ชิงบิดยิ้มทั้งที่ร่างกายร้อนผ่าวไร้เรี่ยวแรง ปลายเล็บจิกขอบประตูจนแทบหักเมื่อกลิ่นของอีกคนหอมหวนยั่วเย้าให้อยากใกล้ชิด

มันเป็นอาการฮีตอ่อนๆ เลยไม่ถึงกับไร้สติ ยังพอรู้สึกตัว เพียงแต่ควบคุมตัวเองได้ไม่ดีนัก

“ใช่...ให้คุณรัท...กับคนที่คุณเกลียดเป็นไง...แล้วผม...ก็จะท้อง...มีลูก...เพื่อกอบโกยสมบัติ...จากพวกคุณ” เสียงที่เอ่ยพูดดังกระท่อนกระแท่น ก่อนร่างกายจะค่อยๆ ครูดลงกับประตู

ขณะที่เฟิงหลงเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่ ร่างกายกำลังเกิดอาการรัทที่ไม่อาจควบคุม ใจอยากจะถอยห่างไม่อยากเข้าใกล้ แต่ร่างกายกลับเคลื่อนไหวสวนทาง

การต่อสู้ระหว่างความคิดกับความรู้สึกเกิดขึ้นอย่างหนักหน่วง แล้วเสียงคำรามด้วยความทรมานก็ดังก้อง สุดท้ายก็ไม่อาจต่อต้านสัญชาตญาณได้

ฝ่ามือหนาลากข้อเท้าเรียวให้ลี่ชิงขยับมาใกล้ ชุดนอนบนร่างเพรียวถูกฉีกทึ้ง บ้างก็บาดผิวเนียนจนขึ้นริ้วแดง

ณ นาทีนั้นเฟิงหลงไม่สนใจ จัดการเสื้อผ้าอีกคนแล้วก็จัดการกับเสื้อผ้าตัวเอง จากนั้นริมฝีปากได้รูปก็ฉกวูบลงไปบดขยี้ปากบาง ฝ่ามือลูบไล้ฟอนเฟ้นไปตามร่างกาย

“อื้อ!” เสียงร้องด้วยความเจ็บดังขึ้น กลิ่นเลือดคละคลุ้งอยู่ในปาก พยายามตอบสนองสัมผัสของคนด้านบนแต่กลับเหมือนไม่ทันใจอีกฝ่าย

อาการรัทของอัลฟ่ามันรุนแรงแค่ไหน ลี่ชิงเพิ่งได้รู้ในวันนี้

ลมหายใจดังต่ำคล้ายมีเสียงคำรามเป็นระยะ ทุกสัมผัสหนักมือจนผิวเป็นรอย ปลอกคอที่มีระบบล็อกแน่นหนาถูกกัดอย่างไม่พอใจ เมื่อทำอะไรไม่ได้กลีบปากร้อนก็เลื่อนลงไปยังเม็ดกลางอก ดูดดึง ขบกัด ไม่ออมแรง

“อะ...อ๊า” แผ่นอกบางแอ่นขึ้นทั้งเพราะความเจ็บแปลบและความเสียว ร่างกายลี่ชิงบิดเร่า สองขาถูไถกันไปมา

ลมหายใจร้อนลามไล้ไปทั่วแผ่นอก ฝ่ามือที่ฟอนเฟ้นอยู่แถวสะโพกเลื่อนไปดันขาเรียวให้แยกออกจากกัน นิ้วแกร่งจับตรงนั้นตรงนี้สะเปะสะปะ เมื่อเจอทางเข้าก็แทรกนิ้วเข้าไปทันใด

“อึก!” ลี่ชิงหายใจสะดุดเมื่อนิ้วเรียวยาวสอดเข้าไปรวดเดียวแล้วเริ่มต้นเคลื่อนไหวทันใด

ปลายเล็บสั้นครูดกับพื้นจนเกิดเสียงเพื่อระบายความอึดอัด ขาขยับอ้าออกโดยอัตโนมัติ ขณะที่ส่วนบนก็แอ่นเข้าหาริมฝีปากได้รูป ให้ความร่วมมือในทุกสัมผัส

นิ้วเรียวถูกเพิ่มเป็นสองในไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงขยับมือดังรัวเร็ว คละเคล้ากับเสียงครางที่ไม่อาจทานทน

ความรู้สึกและสัมผัสที่ไม่เคยพานพบหลอกล่อให้ลุ่มหลง มันเป็นความทรมานที่แฝงด้วยความสุข ยิ่งเมื่อรู้ดีว่าคนที่กำลังกระทำอยู่คือคู่แห่งโชคชะตา หัวใจยิ่งอิ่มเอม

ไม่ว่าหลังจากอาการฮีตสงบลงแล้วจะต้องเจอกับอะไร ลี่ชิงก็ขอตักตวงความสุขในวินาทีนี้เอาไว้ก่อน

เปลือกตาสีอ่อนปิดลงเพื่อซึมซับความรู้สึกที่ยังพอรับรู้ แม้วินาทีที่นิ้วผละออกจะเกิดความหวั่นกลัวกับเหตุการณ์ต่อจากนั้นก็ยังพยายามผ่อนคลาย

ถึงอย่างนั้นร่างกายของคนที่ไม่เคยก็เกร็งขึ้นเมื่อร่างหนาขยับมานั่งแทรกตรงกลางกาย ฝ่ามือใหญ่ช้อนสองขาให้ตั้งชัน ก่อนที่ส่วนใหญ่โตร้อนผ่าวจะรุกรานเข้ามาในคราเดียว

“ฮึก อะ...อ๊า!”

“ฮึ่ม”

ลี่ชิงจุกจนหูอื้อ ได้ยินเสียงครางต่ำดังอยู่แสนใกล้ ถึงร่างกายจะถูกออกแบบมาเพื่อรองรับ มีความยืดหยุ่น มีน้ำมาหล่อลื่น ทว่ามันก็ยังยากลำบากสำหรับครั้งแรกกับสิ่งที่ใหญ่โตขนาดนี้

ปึก ปึก ปึก

เฟิงหลงตอกตรึงกายโดยไม่ออมแรง ไม่อาจอ่อนโยนเพราะความต้องการอยู่เหนือการควบคุม ช่องทางอุ่นนุ่มตอดรัดบีบเคล้นราวกับยั่วเย้าให้ต้องตอบโต้กลับไปรุนแรงกว่า

ยิ่งตอด ยิ่งกระแทกกระทั้น

ฝ่ามือที่ดันอยู่กับพื้นขยับไปข้างหน้า พาข้อพับทั้งสองข้างที่อยู่บนท่อนแขนไปด้วยกันจนส่งผลให้สะโพกบางโก้งโค้งขึ้น รองรับการสวนกายได้อย่างลึกซึ้ง

“อะ...อา” ลี่ชิงเสียวจนรู้สึกเหมือนขนลุกชัน ใบหน้าส่ายสะบัดไปมา รู้สึกว่าส่วนของอีกคนที่อยู่ในร่างกายขยับด้วยจังหวะรัวเร็ว ตอกตรึงส่วนลึกสุดอย่างเน้นหนักจนตัวสั่นคลอน

มือบางเลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอ กอดเกี่ยวอย่างโหยหาความอบอุ่นจากกายหนา ร่างกายที่เปลือยเปล่าแนบชิด ถูไถกันเพราะแรงกระแทกกระทั้นเบื้องล่าง

เสียงครางหวานดังสลับกับเสียงครางต่ำ วินาทีที่ความเสียวซ่านเกินต้านทานถาโถมเข้าหาลี่ชิงก็เผลอจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้าง ระบายความรู้สึกที่รับไม่ไหวออกไป

“ดะ...ได้โปรด...”

“อยากได้อะไร”

ลี่ชิงสะอื้นเพราะความเสียวที่มากเกินไป

“คุณ...คุณ...ได้โปรด...อีกนิด”

คนฟังยกยิ้ม ช่องทางแคบตอดรัดแท่งร้อนถี่รัวเป็นสัญญาณของการปลดปล่อย เฟิงหลงเสือกกายเข้าหาคนใต้ร่าง ให้ในสิ่งที่อีกคนกำลังไขว่คว้าและร้องขอ ก่อนที่เสียงหวีดร้องจะดังขึ้นข้างหู สะโพกบางเกร็งกระตุก หน้าท้องรู้สึกถึงบางอย่างที่รินรด

คนที่เพิ่งปลดปล่อยรู้สึกเหมือนหูอื้อ สมองขาวโพลนว่างเปล่า หลายวินาทีกว่าจะค่อยๆ รับรู้ถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า

“อ๊ะ” ลี่ชิงหลุดเสียงร้องเมื่อขาถูกเบี่ยงมาอยู่ทางเดียวกัน จากนั้นก็ถูกจับขึ้นพาดบ่ากว้าง สะโพกยังคงเคลื่อนไหวโดยไม่ลดความเร็วลงเลยแม้แต่น้อย

“อื้ออออ” ลี่ชิงรู้สึกถึงการเคลื่อนไหว ทุกการเสียดสีแนบชิดถูกตรึงอยู่ในความรู้สึก เปลือกตาที่ปิดอยู่ปรือเปิดขึ้น แล้วก็ได้เห็นใบหน้าคร้ามคมชื้นเหงื่อที่บิดเบ้น้อยๆ เพราะแรงอารมณ์ ส่วนบนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเป็นมันเลื่อม

การขยับกายราวกับมังกรที่กำลังวาดลวดลาย...

ภาพนั้นทำให้อารมณ์ที่มอดดับไปค่อยๆ ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ชั่ววินาทีที่อีกคนเลื่อนสายตามาประสานกันก็คล้ายกับส่วนที่อยู่ในกายจะเสือกสนรุนแรงขึ้น

รุนแรงจนการมองเห็นพร่าเลือน ความเสียดเสียวก่อตัวในช่องท้อง

“อา”

สะโพกบางบิดเร่า เริ่มต้นรองรับความเสียวซ่านระลอกใหม่อีกครั้ง...และอีกครั้ง กระทั่งร่างกายทนรับไม่ไหวอีกต่อไป

เฟิงหลงทอดมองคนใต้ร่างที่สลบทั้งที่ตัวเองยังไม่ปลดปล่อย มองใบหน้าของคนที่หลับใหล ความคิดมากมายตีกันอยู่ในหัว ทว่าก็ไม่อาจเอาชนะความต้องการทางกาย

เสียงคำรามดังก้องไปทั่วห้องเมื่อปลายทางใกล้มาถึง ร่างหนาโน้มลงไปกัดแผ่นอกบาง ดวงตาคมที่จ้องมองปลอกคอนั้นวาวโรจน์ราวกับมันเป็นศัตรูคู่แค้น

“ฮึ่มมม” เฟิงหลงใช้ฟันกัด ออกแรงหวังให้มันแตกออกจากกันแต่ก็ไม่เป็นผล ความรู้สึกอยากกัดซอกคอขาวกรุ่นอยู่ในหัว

เสียงร้องอย่างขัดใจดังพอๆ กับเสียงตอกตรึงกาย ก่อนลมหายใจจะหอบกระชั้น สะโพกเกร็งกระตุกหยัดค้างเพราะถูกล็อกเข้าตำแหน่ง ยึดติดคนสองคนเอาไว้จนต่อให้ลี่ชิงลุกขึ้นมาดิ้นหนีตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้

วินาทีนั้นแท่งร้อนเหมือนจะขยายขึ้นอีกเพื่อไม่ให้ทุกหยาดหยดไหลออกมาให้เสียเปล่าแม้แต่หยดเดียว มันฉีดพ่นน้ำสีขุ่นออกไปอย่างยาวนาน

เขานอตเข้าแล้ว

ความรู้สึกกับการนอตครั้งแรกคือสิ่งที่อธิบายไม่ถูก แปลกใหม่แต่ไม่แปลกใจ ความอุ่นนุ่มที่โอบรัดให้ความรู้สึกสบายราวกับได้อยู่ในที่ที่เหมาะสม

เฟิงหลงหลับตาลงเมื่อเริ่มได้สติและคาดเดาถึงสิ่งที่อาจจะตามมาจากการนอตที่ผ่านไปถึงสี่สิบห้านาที

การนอตของอัลฟ่าจะมีโอกาสทำให้โอเมก้าท้องสูง และสำหรับเขาที่นอตยาวนานขนาดนี้คือลี่ชิงมีโอกาสตั้งท้องเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์

“อือ” เสียงครางด้วยความไม่สบายตัวดังขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นลี่ชิงก็ยังไม่ตื่น

อาการนอตสิ้นสุดลงพร้อมๆ กับความร้อนรุ่มในกาย กลิ่นหอมฟุ้งจากกายขาวเนียนหลงเหลือเป็นเพียงกลิ่นอ่อนๆ แบบที่เคยได้กลิ่น

“...แล้วผมก็จะท้อง มีลูกเพื่อกอบโกยสมบัติจากพวกคุณ” 

ประโยคก่อนหน้านี้ดังเข้ามาในหัว กรามบดแน่นเข้าหากันยามทอดมองคนพูดที่นอนไม่รู้สึกตัว

ทั้งที่คราวนี้มันออกมาจากปากของลี่ชิงเอง แต่เฟิงหลงกลับไม่รู้สึกเชื่อเลยแม้แต่น้อย

กึก

สงบนิ่งไปได้ไม่เท่าไหร่กลิ่นหอมอ่อนๆ ของลี่ชิงก็กระตุ้นให้รู้สึกขึ้นมาอีกครั้ง ร่างหนาเกร็งสั่น ส่วนที่ยังไม่ถูกรั้งออกมีปฏิกิริยาอย่างรวดเร็ว

การถูกกระตุ้นด้วยการฮีตมันรุนแรงเสมอ และมันไม่สนใจว่าอีกคนจะสลบอยู่แต่อย่างใด 

TBC. 

 

จริงๆ สิ่งที่ทุกคนอยากอ่านที่สุดมันคือตอนต่อไปหลังจากNC ต่างหากใช่ไหมล้า~ 

ส่งกำลังใจมาให้ลี่ชิงเยอะๆ แล้วตอนต่อไปจะมาเร็วขึ้นนะคะ อิอิ 

ตอนนี้อนุญาตให้ฟาดคุณเฟิงได้ ไปลงที่คุณเฟิงคนเดียวเลยยย>< 

อยากอุ้มลี่ชิงมาหอมหัวสุดๆๆๆๆ 

ฮื่อ ทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้นน้า 

ฝากแท็ก #มังกรซ่อนเพชร ด้วยนะคะะะ 

เรื่องนี้เปิดจองรอบพรีออเดอร์อยู่นะงับ ลิงก์> http://www.facainovels.com 

ความคิดเห็น