หลินหลิน / ศศิภา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 10 น า ง เ ป็ น เ พี ย ง แ ม ว ตั ว ห นึ่ ง 1

ชื่อตอน : บทที่ 10 น า ง เ ป็ น เ พี ย ง แ ม ว ตั ว ห นึ่ ง 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 256

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2562 13:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 น า ง เ ป็ น เ พี ย ง แ ม ว ตั ว ห นึ่ ง 1
แบบอักษร

หวงโม่โฉวนอนไม่หลับ ให้ข่มตาหลับอย่างไรก็ไม่อาจหลับได้ลง สุดท้ายได้แต่นอนตัวเกร็งสองตาจับจ้องเพดานอย่างอับจนปัญญา รู้สึกตนเองกลายเป็นคนโง่งมผู้หนึ่ง โทสะกรุ่นอยู่ในอก อัดแน่นจนอยากจะระบายออกมาเต็มที

              “ฮ่าวว...” เสี่ยวซีส่งเสียงหาว กลิ้งไปกลิ้งมาทั้งที่ยังหลับตา ท่าทางของนางเหมือนคนละเมอ ลุกขึ้นมาหาที่นอนเหมาะๆ เอาหัวเอาตัวถูไถ กระเถิบไปซ้ายบ้างขวาบ้าง จนในที่สุดนางก็นอนหมอบหันหลังให้เขา 

ลมหายใจของนางสม่ำเสมอ มีเพียงหางฟูๆ ของมันที่ยังขยับไปมาบนหน้า บนจมูก และบนริมฝีปากของเขา กลิ่นของนางอบอวลจนกำซาบในโสตนาสิก ติดตรึงอยู่ในนั้น ไม่แน่ว่าแม้ห่างกัน กลิ่นนางก็จะยังไม่เลือนหายไป

หวงโม่โฉวหายใจแผ่ว ตัวแข็งค้างจนกระดิกตัวไม่ได้ โทสะที่แทบจะระเบิดถูกนางปัดเป่าจนเหือดแห้งไปแล้ว เขาควรจะลุกนั่ง พลิกตัวนอนตะแคง หรือลุกไปจากตรงนี้ หากกลิ่นกายอันยั่วเย้าของนาง ขนนุ่มๆ ของนาง หางฟูๆ ของนาง ปากเย็นๆ ของนางเป็นดั่งตะปูเหล็กตอกตรึงเขาไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อนไปไหน บางอย่างในกายเขากำลังรุกเร้า เป็นอารมณ์ดิบเถื่อนที่ผ่านมายี่สิบหนาว กลับไม่เคยปลดปล่อยแม้แต่ครั้งเดียว

ว่ากันตามจริง หวงโม่โฉวเป็นชายหนุ่มเต็มตัว ร่างกายบึกบึนแข็งแรง ความต้องการตามธรรมชาติจึงมีมากล้น หากน่าเสียดาย เขาไม่เคยให้สตรีคนใดเข้าใกล้ ไม่ต้องพูดถึงแตะเนื้อต้องตัว แม้แต่กายเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์เขาก็แทบไม่เคยเห็น และถึงจะเคยไปหาความสนุกที่หอโคมเขียว ทว่า...สตรีที่เต็มใจมาปรนนิบัติปรนเปรอเขานั้นยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ด้วยชื่อเสียงอันเลื่องลือไปในทางร้าย ทั้งดวงตาที่แปลกประหลาด แม้ทรงเสน่ห์แต่ก็ลึกลับ ยามมีอารมณ์ ตาดำจัดแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ สตรีนางใดพบเห็นต่างกรีดร้องคว้าอาภรณ์วิ่งหนีออกจากห้องอยากไม่คิดหันกลับมา

ชีวิตของหวงโม่โฉวจึงไม่เคยสัมผัสใกล้ชิดกับสตรีคนใดอย่างล้ำลึก มีเพียงจินตนาการและหนังสือประโลมโลกที่บรรเทาอารมณ์ชนิดนั้นให้แก่เขา 

คืนนี้ ความรู้สึกชนิดนั้นขมวดเกร็งมากกว่าที่เคยเป็นถึงแปดส่วน ส่งความปวดร้าวไปยังท่อนกายเบื้องล่าง อึดอัดทรมานจนมันแข็งเกร็งผงาดขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามได้

              หวงโม่โฉวหลุบตามองส่วนล่างของตัวเองตะลึงงัน ลมหนาวยามดึกพัดโชยผ่านเข้ามา แทรกซึมเข้าไปในผิวเนื้อแต่ไม่อาจทำให้เหงื่อกาฬที่แตกพลั่กของเขาเหือดหายไปได้ ชายหนุ่มเด้งตัวลุกนั่ง คว้าเสื้อคลุมที่พาดไว้ตรงหัวเตียงคลี่คลุมตนเอง ผูกเชือกที่เอวหลวมๆ กำลังจะลุกยืน เสี่ยวซีก็กลิ้งหลุนๆ มาเกยคางกับตักของเขา ลมหายใจอุ่นๆ รินรดสิ่งนั้น รุกเร้าอารมณ์จนตัวเขาสั่นสะท้านไปทั้งกาย

              เขา...มิอาจทำสิ่งใด นอกจากส่งเสียงต่ำๆ

              “เสี่ยวซี”

              เรียกคำแรก นางยังคงส่งเสียงกรนเบาๆ 

              “เสี่ยวซี!” เขาเปล่งเสียงดังขึ้นอีกเล็กน้อย น้ำเสียงดุดันขึ้นอีกสามส่วนนางจึงส่งเสียงเมี้ยวอย่างเกียจคร้าน ผงกหัวขึ้นมองด้วยการปรือตาเพียงข้างเดียว

              “ที่นอนเจ้าอยู่ที่ใด”

              มือหนึ่งจับหลังคอของมันยกขึ้น อีกมือหนึ่งดึงเสื้อคลุมปิดบังท่อนล่างของตนเองไว้

              “เจ้าคงไม่คิดอยากนอนตักข้าทั้งคืนหรอกกระมัง”

              เขาวางนางลงบนเตียง ให้ห่างจากเขาสิบชุ่น นางนิ่วหน้า ดวงตากลมโตจ้องเขาอย่างไม่สบอารมณ์ ร้องเมี้ยวออกมาคำหนึ่งแล้วสะบัดตูดเดินหนีไป

              หวงโม่โฉวมองตามแล้วพ่นหายใจแรง ทั้งฉุน ทั้งโล่งใจ

              ครู่หนึ่ง ค่อยปรายตามองไปที่มุมเตียง ภาพที่เห็นคือแมวสีเทาตัวอวบนอนหลับอย่างสบายอารมณ์ หากภาพในหัวของเขากลับเป็นนาง...คุณหนูสามตระกูลหลี่ผู้ซึ่งไม่สวมอาภรณ์ใดๆ ปกคลุมเรือนร่าง ผิวกายเรียบลื่น ผมดำขลับคลอเคลียอยู่ด้านข้าง ล้อมกรอบใบหน้าอันละมุนละไม เขากัดฟันกรอด ก้มมองตัวเอง เห็นสิ่งนั้นยังผงาดเช่นเดิมถึงกับหลับตาอย่างปลงตก ก้าวลงจากเตียงด้วยสองขาสั่นระริก ต้องทุบๆ ต้นขาสองสามครั้งจึงค่อยเดินได้อย่างมั่นคง

ในใจเพียงพูดประโยคหนึ่งซ้ำไปมา...นางเป็นเพียงแมวตัวหนึ่ง เขาตอกย้ำกับตัวเองด้วยคำคำนี้ซ้ำไปซ้ำมา

กลางดึก เฉินหนานคงได้ยินเสียงเดินของเขาจึงมาเคาะประตู

“ท่านอ๋อง” พ่นออกมาได้คำเดียว ก็ถูกหวงโม่โฉวไล่ตะเพิดกลับไป

“ไสหัวไป”

เห็นได้ชัดว่าคืนนี้ท่านอ๋องไม่ปกติ เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น ทว่าเฉินหนานเป็นเพียงผู้ติดตามต่ำต้อยไหนเลยจะกล้าขัดใจท่านอ๋องได้ เขาได้แต่เดินกลับห้องด้วยความกังวลใจ

ภายในห้อง หวงโม่โฉวยังคงตั้งหน้าตั้งตาเดินต่อไป กระทั่งดวงตะวันเรื่อเรืองจางๆ ตรงขอบฟ้าทางทิศตะวันออก เขาจึงพรูลมออกจากปาก

              หวงโม่โฉว หยุดยืนอยู่กลางห้อง ท่าทางเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า

เสี่ยวซีส่งเสียงร้องสดชื่น และกระโดดลงจากเตียงกระปรี้กระเปร่าเพราะหลับเต็มอิ่มมาทั้งคืน นางเดินมาใกล้เขา ใช้หัวถูไถที่ข้อเท้าราวกับต้องการทักทาย

              ชายหนุ่มก้มหน้ามองสบตาเสี่ยวซี ดวงตากลมโตคู่นั้นแม้ไร้เดียงสาแต่กลับเย้ายวนยิ่ง หากเมื่อคืน มิใช่เพราะนางอยู่ในร่างแมว เขาคงไม่ปล่อยให้นางนอนเต็มอิ่มเช่นนั้นและเขาคงไม่ต้องฝืนเดินจนถึงเช้าเช่นนี้ 

              เสียงเฉินหนานดังขึ้นหน้าประตู

              หวงโม่โฉวหยุดความคิดฟุ้งซ่าน เดินไปที่ประตู เสี่ยวซีเดินตามหลังมาติดๆ

ความคิดเห็น