หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 74 การตบหน้าของจริง (6)

ชื่อตอน : ตอนที่ 74 การตบหน้าของจริง (6)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.4k

ความคิดเห็น : 36

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ย. 2562 15:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 74 การตบหน้าของจริง (6)
แบบอักษร

เกาหลิงตบหน้ามู่อู่ซวงหลายทีเสียจนมือด้านชาเช่นเดียวกับหัวใจที่เจ็บปวดเสียจนแทบไร้ความรู้สึก ทว่าไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงพายุที่กำลังก่อตัวขึ้นภายใน... 

ครั้นได้เห็นสีหน้าที่ราบเรียบขึ้นทุกทีของเกาหลิง ใจมู่อู่ซวงก็ปลื้มปีติยิ่งกระทั่งลืมความเจ็บปวดบนใบหน้าไปได้ชั่วครู่ 

เพราะนางชนะพนันในครั้งนี้! 

มู่อู่ซวงเองก็เห็นแก่ตัวมิต่างจากเกาหลิง ที่นางรักใช่หัวใจแต่เป็นยศถาบรรดาศักดิ์! เช่นนี้เอง เกาหลิงจึงมิอาจมีความสำคัญมากเกินไปกว่าตัวมู่อู่ซวงเอง 

ที่นางรับลูกตบเหล่านี้ก็เพราะนางกำลังพนันอยู่! 

การที่อวิ๋นลั่วเฟิงเผยวิชาการแพทย์ของตนย่อมทำให้เกาหลิงเกิดความสนใจ ทว่านางจะปล่อยให้เกาหลิงมองสตรีอื่นได้อย่างไร นางจึงยอมให้เกาหลิงตบนาง ไม่เพียงแต่เกาหลิงจะยิ่งเคียดแค้นอวิ๋นลั่วเฟิง แต่ความรู้สึกผิดยังจะบ่มเพาะขึ้นในจิตใจเขาอีกด้วย! 

นางเชื่อว่านับแต่บัดนี้เป็นต้นไปไม่เพียงแต่เกาหลิงจะยิ่งหลงนาง แต่ยังจะยิ่งชังน้ำหน้าอวิ๋นลั่วเฟิงมากขึ้นไปด้วยเช่นกัน... 

“นี่ก็ค่ำมากแล้วหากข้าไม่กลับตาเฒ่าของข้าคงมารับข้ากลับเองเป็นแน่” อวิ๋นลั่วเฟิงแย้มยิ้มสายตากวาดผ่านมู่อู่ซวงที่บัดนี้ใบหน้าบวมดั่งสุกร “มู่อู่ซวง เจ้าจงกลับไปแจ้งมู่สิงโฉวเสียว่าหนี้ที่ติดตระกูลอวิ๋นข้าไว้ในอดีต ข้าจะค่อยๆ ตามไปชำระ” 

ความแค้นระหว่างตระกูลอวิ๋นและตระกูลมู่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องลับในแคว้นหลงหยวน ครั้นสิ้นวาจาอวิ๋นลั่วเฟิงทุกคนจึงพากันถอนใจอย่างไม่หยุดหย่อน 

จะอย่างไรก็ตาม อวิ๋นลั่วมิได้บ้าบิ่นพอจะป่าวประกาศถ้อยคำเหล่านี้ต่อหน้าธารกำนัลดังเช่นหลานสาว 

“แม่นางอวิ๋น” หนิงซินครั้นเห็นอวิ๋นลั่วเฟิงทำท่าจะจากไปก็รีบรั้งเอาไว้ “ท่านได้ช่วยชีวิตท่านปู่ข้า ข้าขอเลี้ยงอาหารท่านมื้อหนึ่งได้หรือไม่” 

อวิ๋นลั่วเฟิงหันหลังให้หนิงซินแล้วยักไหล่ “ข้าจำต้องกลับไปแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ตาเฒ่าของข้าพึงใจสักหน่อย ข้าเกรงว่าจะรับคำเชิญของเจ้ามิได้” 

“แล้วพรุ่งนี้เล่าท่านว่าอย่างไร” หนิงซินกะพริบตา “พรุ่งนี้ท่านพอมีเวลาหรือไม่” 

อวิ๋นลั่วเฟิงคิดพิจารณาครู่หนึ่งแล้วผงกศีรษะ “เจ้ารอข้าที่โรงเตี๊ยมหลงหยวนได้ ข้าจะไปพบเจ้าที่นั่นเองในวันพรุ่งนี้” 

กล่าวเช่นนั้นนางก็โบกมือเป็นเชิงอำลาให้แก่ผู้คนด้านหลังแล้วก้าวเดินลงจากเรือเชื่องช้า ค่อยๆ หายลับไปในความมืดมิด... 

เกาเส่าเฉินหรี่ดวงตามากเล่ห์จ้องเขม็งไปยังทางที่อวิ๋นลั่วเฟิงจากไปพลางยิ้มเยาะ “กระดูกจะแข็งเพียงใดสักวันก็ต้องมีวันอ่อน อวิ๋นลั่วเฟิงเอ๋ยข้าไม่เชื่อหรอกว่าองค์ชายผู้นี้จะไม่สามารถพาเจ้าขึ้นเตียงได้” 

ใต้ผืนนภายามราตรีนั้นจวนแม่ทัพสงบเงียบปลอดโปร่ง บุรุษผู้หนึ่งยืนอยู่ใต้นภาแห่งค่ำคืนนั้น เส้นผมสีดำประหนึ่งหมึกกระเพื่อมไหวแผ่วเบาอยู่ในสายลม อาภรณ์สีดำขับเน้นรูปร่างสูงโปร่งยืดตรง ทรงพลังและกำยำ ดวงหน้าเยือกเย็นหาผู้ใดเทียบ สง่างามสมบูรณ์แบบเสียจนเหล่าเทพยดาต้องริษยา 

ในมือชายหนุ่มถือหนังสือปกเหลือง คิ้วคมดั่งใบดาบขมวดเข้าหากันแน่น ดวงหน้ามีร่องรอยปั่นป่วน 

เมื่อหลินฉงนำ 'หนังสือภาพชุนกงถู' กลับมาก็ได้เตือนเขาไว้ว่าให้เรียนรู้ภาพประกอบในหนังสือปกเหลืองนี้กับอวิ๋นลั่วเฟิงจะดีกว่า มิฉะนั้นคงไม่เข้าใจอะไรต่อมิอะไรในภาพเหล่านี้อย่างถ่องแท้ 

เช่นนั้นเองเขาจึงยังไม่ได้เปิดหนังสือปกเหลืองในมืออ่านจนกระทั่งบัดนี้ 

ขณะสับสนว่าควรจะเปิดหนังสือหรือไม่อยู่นั้นเองก็ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วจากลานหน้าจวน แม้อยู่ไกลออกไปเขาก็ได้ยินเสียงนั้นอย่างชัดเจนดีทีเดียว... 

“ท่านแม่ทัพเจ้าคะ คุณหนูกลับมาแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่กลับมาแล้ว!” 

นางกลับมาแล้วงั้นรึ 

ครั้นชายหนุ่มได้ยินเสียงแหบแห้งของชิงเหยียนหญิงรับใช้ ดวงตาสีดำเย็นเยียบก็ทอประกายประหลาด... 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น