หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 73 การตบหน้าของจริง (5)

ชื่อตอน : ตอนที่ 73 การตบหน้าของจริง (5)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.7k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ย. 2562 15:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 73 การตบหน้าของจริง (5)
แบบอักษร

ใจเกาหลิงเจ็บปวดยิ่งนัก “อู่ซวงเจ้าอย่าห่วงเลย ความอดสูที่เราสองประสบในวันนี้ ข้าจะเอาคืนนางกลับเป็นร้อยเท่า” 

เห็นมู่อู่ซวงแย้มยิ้มเจือไปด้วยความทุกข์ระทมยิ่งทำให้ในอกเกาหลิงรวดร้าว เช่นเดียวกับความชิงชังในตัวอวิ๋นลั่วเฟิงที่ยิ่งหยั่งรากลึกลงในจิตใจ 

เพียะ! 

เกาหลิงเงื้อมือสั่นระริกตบใบหน้ามู่อู่ซวงแผ่วเบาประหนึ่งปัดเศษฝุ่น ช่างไร้พลังสิ้นดี 

“ตบเบาเช่นนั้นเห็นทีท่านคงไม่ได้หยุดทั้งคืน” อวิ๋นลั่วเฟิงกล่าวเตือนเสียงนุ่ม 

ได้ยินถ้อยคำอวิ๋นลั่วเฟิงดังนั้นมู่อู่ซวงก็เม้มริมฝีปาก “องค์รัชทายาท ท่านไม่ต้องสงสารอู่ซวงหรอกเพคะ อู่ซวงมิหวั่นเกรงต่อความเจ็บปวดหรือการถูกหมิ่นเกียรติใดๆ ทั้งสิ้น” 

เกาหลิงใจสั่นสะท้าน เมื่อเผชิญกับความงดงามเช่นนี้ก็ยิ่งยากที่จะทำใจลงมือได้ 

“อู่ซวงโปรดอภัยข้าด้วย” 

เกาหลิงหรี่เนตรลงเล็กน้อย และยามเบิกตาขึ้นอีกครั้งความรู้สึกผิดก็พลุ่งพล่านขึ้นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เขาเงื้อมือขึ้นแล้วตบมู่อู่ซวงอย่างแรง 

เพียะ! 

เสียงมือกระทบใบหน้างามลั่นชัดทั่วถึงแหวกความเงียบสงัดบนเรือ 

แก้มซ้ายของมู่อู่ซวงพลันขึ้นสีชาดและบวมเต่ง เจ็บปวดเหลือแสนจนน้ำตาเล็ดทว่านางก็ดึงดันฝืนกลั้นเอาไว้ 

เป็นถึงบุตรสาวผู้เป็นที่รักแห่งจวนอัครมหาเสนาบดีแม้ปลายผมก็มิเคยมีใครได้แตะต้อง ไม่ต้องกล่าวถึงการถูกตบตี ทว่าบัดนี้เพราะอวิ๋นลั่วเฟิงแท้ๆ นางจึงต้องทนทุกข์กับการถูกหยามเกียรติต่อหน้าธารกำนัล นางจะไม่ลืมหนี้แค้นครั้งนี้เลยทีเดียว! 

แท้จริงแล้วมู่อู่ซวงมิได้มองการณ์ไกลเลย เพราะหากองค์รัชทายาทรักนางจริงยิ่งกว่าตัวเองแม้ต้องตกเป็นคนโกหกพกลมไม่รักษาคำพูดก็คงไม่เงื้อมือใส่นางแม้แต่ปลายก้อย! ทว่าท้ายที่สุดแล้วองค์รัชทายาทก็เลือกปกป้องตนเอง! 

เพียะ! 

เพียะ เพียะ เพียะ! 

เกาหลิงตบหน้ามู่อู่ซวงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งตบก็ยิ่งเหมือนตีเข้าที่หัวใจตนจนปวดแสบปวดร้อน ทว่าเมื่อคำนึงถึงชื่อเสียงตนแล้วจึงได้ตบหน้ามู่อู่ซวงต่อไปอย่างไร้เมตตา 

“การแสดงวันนี้น่าดูเสียจริง” เกาเส่าเฉินเผยยิ้มยั่วเย้าบนดวงหน้าอ่อนโยน “ลั่วเฟิง หากสักวันเราสองต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นวันนี้ข้าจะไม่แตะต้องเจ้าแม้แต่ปลายเส้นผม แม้ต้องผิดคำพูดก็ตาม” 

อวิ๋นลั่วเฟิงกอดอกเอนตัวพิงกรอบประตูเรือ ได้ยินคำเกาเส่าเฉินดังนั้นนางก็เพียงเลิกคิ้วแล้วเผยยิ้ม “เราสองคนรู้จักกันรึ” 

“โอ้” เกาเส่าเฉินยกมือถูคาง ดวงตามากเล่ห์ขยิบให้อวิ๋นลั่วเฟิง “หากเราสองคนไปอุ่นกันเสียหน่อยก็คงได้รู้จักมักคุ้นกันเป็นแน่ พรุ่งนี้เจ้าไม่ลองมาเยี่ยมเยียนตำหนักองค์ชายสี่เสียหน่อยเล่า เราจะได้ขึ้นไปอุ่นกันบนเตียงเพื่อทำความรู้จักกัน” 

“จากประตูตำหนักองค์ชาย เลี้ยวขวาเข้าตรอกไปท่านจะเจอซ่องมีชื่อที่สุดแห่งหลงหยวน หากท่านไปเยือนที่แห่งนั้นแล้วจะอุ่นตุ๋นต้มนึ่งกับผู้ใดก็เชิญท่านเถิด” อวิ๋นลั่วเฟิงเหลือบมองเกาเส่าเฉิน ไม่แสดงอารมณ์แต่อย่างใด นางไม่คาดคิดว่าบุรุษผู้อ่อนโยนประหนึ่งหยกเช่นนี้จะช่ำชองการเกี้ยวพาราสีไม่น้อย 

เทียบกันแล้วนางสนใจอวิ๋นเซียวผู้ยังอ่อนต่อโลกเสียมากกว่า... 

เกาเส่าเฉินเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ “สตรีอื่นพาขึ้นเตียงง่ายนักไม่เท่าไรข้าก็หน่ายเสียแล้ว พวกนางมิได้กระตุ้นเร้าข้าเช่นเจ้า ลั่วเฟิง เทียบกับเจ้าที่เคี้ยวยากแล้ว สตรีเหล่านั้นยังห่างชั้นกับเจ้าไกลลิบ” 

“ไม่เลวนี่ท่าน” อวิ๋นลั่วเฟิงกล่าวพลางพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย “ที่ท่านกล่าวมาก็ถูก สิ่งใดที่ขึ้นเตียงอุ่นง่ายนั้นมิเป็นที่ปรารถนาเท่าผู้ที่หนังเหนียวเคี้ยวยากสักเท่าไร ส่วนท่าน องค์ชายสี่ ท่านน่ะเปรียบดั่งกระดูกอ่อนตุ๋นนุ่มง่ายทีเดียว” 

ในที่สุดสีหน้าเกาเส่าเฉินก็ราบเรียบไป เพิ่งตระหนักได้เดี๋ยวนี้ว่าเขาขุดหลุมฝังตัวเองเสียแล้ว... 

ไม่มีใครล่วงรู้ว่าเกาหลิงตบหน้ามู่อู่ซวงไปแล้วกี่หน บัดนี้แก้มทั้งสองของนางบวมเป่งประหนึ่งหัวสุกรสิ้นแล้วซึ่งความงามสง่า ดวงตาคู่สวยปริ่มด้วยน้ำตาแลดูบอบบางบีบคั้นหัวใจมากทีเดียว 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น