หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 70 การตบหน้าของจริง (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 70 การตบหน้าของจริง (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.4k

ความคิดเห็น : 48

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ย. 2562 15:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 70 การตบหน้าของจริง (2)
แบบอักษร

เด็กสาวหน้าตาสะสวยนิ่งไป สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวหลีกทางให้แก่อวิ๋นลั่วเฟิง 

“อวิ๋นลั่วเฟิงเอ๋ย” มู่อู่ซวงขมวดคิ้วแน่น “ในเมื่อเจ้าคิดอยากช่วยเหลือคนแล้ว พวกข้าก็จะไม่ขัดข้อง อย่างไรเสีย ในเมื่อท่านปู่เราทั้งสองต่างก็เป็นคนของราชสำนัก ข้าขอบอกอะไรเจ้าอย่างสองอย่างแล้วกัน เวลาเจ้าทำการรักษา เจ้าต้องตรวจสัญญาณชีพของคนไข้ก่อน ถ้าเจ้าไม่รู้วิธีข้าจักสอนให้เจ้าเดี๋ยวนี้เลยก็ย่อมได้” 

ถ้อยคำเหล่านี้ฟังดูก็คล้ายว่านางจะสอนวิชาให้แก่อวิ๋นลั่วเฟิงอยู่หรอก ทว่าแท้จริงนางตั้งใจป่าวประกาศว่าอวิ๋นลั่วเฟิงคือสวะผู้ไม้รู้แม้กระทั่งวิธีการตรวจสัญญาณชีพ! สวะไร้ค่าเช่นนี้รักษาใครไปก็คงมีแต่ตายกับตาย! 

“แม่นางน้อย เจ้าคงไม่ล่วงรู้ถึงกิตติศัพท์ของอวิ๋นลั่วเฟิงสินะ นางคือสวะผู้ฉาวโฉ่ที่สุดแห่งแว่นแคว้นหลงหยวนแห่งนี้ เจ้าแน่ใจแล้วรึว่าจะฝากชีวิตท่านปู่ของเจ้าไว้กับนาง แค่ตรวจหาสัญญาณชีพยังทำไม่ได้ นับประสาอะไรกับการรักษาผู้อื่น” กวนหลินหัวเราะคิกคัก วาจาจิกกัดอาบความรังเกียจเดียดฉันท์ 

อวิ๋นลั่วเฟิงเลิกคิ้วชำเลืองไปด้านหลังที่ซึ่งกวนหลินยืนอยู่อย่างไม่ใส่ใจนัก 

สายตานางประหนึ่งเจือจางไปด้วยการล้อเลียน ความยโสโอหังแรงกล้าและเจ้าเล่ห์ร้ายกาจซึ่งทำให้กวนหลินต้องหุบปากลงทันควัน ใบหน้าเขาตกตะลึงอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะได้สติเนื้อตัวสั่นเทา 

นางสวะนี่ก็ยังเป็นคนเดิมแต่เหตุใดสายตาจึงได้น่าเกรงขามเช่นนี้ 

“ข้าให้โอกาสเจ้าเพียงครั้งเดียวเท่านั้น” อวิ๋นลั่วเฟิงละสายตาสีนิลมายังเด็กสาวหน้าตาสะสวยผู้กำลังลังเลกับวาจาของกวนหลิน “เจ้าจะช่วยหรือไม่ช่วยท่านปู่เจ้านั้นขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเองแล้ว! อย่างไรก็ดีขอให้ข้าได้บอกอะไรเจ้าสักอย่างเถิด หากท่านปู่เจ้ายังคงสิ้นสติอยู่แบบนี้ข้าเกรงว่าเขาคงไม่รอดถึงวันพรุ่งนี้เป็นแน่” 

ดวงหน้าเด็กสาวเผยแววคิดหนัก ที่สุดแล้วนางก็กัดฟันอย่างปลงตก “แม่นางโปรดช่วยท่านปู่ข้าด้วยเถิด!” 

ระหว่างการเดินทางอาการท่านปู่ก็ยิ่งทรุดหนัก หากยังคงเป็นเช่นนี้เกรงว่าท่านปู่คงไม่พ้นต้องสิ้นลมก่อนสิ้นคืนนี้ ตอนนี้นางทำได้เพียงดิ้นรนเป็นหนสุดท้ายเท่านั้น! 

สิ้นวาจาเด็กสาวอวิ๋นลั่วเฟิงก็ดึงห่อผ้าออกจากแขนเสื้อแล้วบรรจงเปิดออกหยิบเอาเข็มสีเงินเงาวับเป็นประกายที่เก็บอยู่ภายในออกมา 

ปลายนิ้วนางบรรจงหยิบเข็มเงินแล้วเล็งไปยังจุดป่ายฮุ่ย [1] ของชายชรา ค่อยๆ ดันเข็มเงินเข้าไปในศีรษะเฒ่า พอหยิบเข็มขึ้นมาแล้วสีหน้าอวิ๋นลั่วเฟิงก็เปลี่ยนไปจากท่าทีสบายๆ เป็นเคร่งขรึมขึ้นมาทันที 

ไม่มีใครทันสังเกตว่าหลังเข็มเสียบเข้าไปในจุดป่ายฮุ่ยของชายชราแล้วก็ปรากฏฌานสีขาวลอยเป็นสายจากเข็มค่อยๆ ไหลเข้าสู่ร่างของผู้เฒ่าอย่างสม่ำเสมอ 

ตามคัมภีร์เซียนโอสถว่าไว้ ยามแพทย์ทำการรักษาผู้ป่วยจะสามารถผนวกวิชาเข้ากับพลังฌานได้ การรักษาจึงเป็นไปอย่างรวดและให้ผลดีกว่าถึงสองเท่า อย่างไรก็ดีวิชานี้ได้สูญหายไปเป็นเวลานานแล้ว มิต้องกล่าวถึงว่ามันต้องสิ้นเปลืองพลังฌานมหาศาล ในยุคนี้จึงหาผู้รักษาด้วยวิธีดังกล่าวได้ยากเย็นนัก 

ทว่าอวิ๋นลั่วเฟิงนั้นไม่เหมือนใคร! 

ด้วยคัมภีร์เซียนโอสถ นางจึงสามารถเติมพลังฌานที่สูญเสียไปได้! 

เช่นนี้เองนางจึงมิต้องกังวลว่าจะหมดพลังกะทันหันระหว่างการรักษาหรือการสู้รบ 

มู่อู่ซวงส่ายศีรษะถอนหายใจเหนื่อยอ่อน “องค์รัชทายาทเพคะ นางอวิ๋นลั่วเฟิงนี่ยังไม่ได้ตรวจดูอาการด้วยซ้ำแต่กลับเสี่ยงทำการฝังเข็มเสียแล้ว ซ้ำจุดที่ทำการฝังเข็มยังเป็นจุดป่ายฮุ่ย ดูเท่านี้ก็รู้แล้วว่าผิด หากปล่อยไว้เช่นเดิมท่านอาจารย์ข้าคงทำการรักษาให้ได้ แต่น่าเสียดาย...” 

วาจานางแฝงความหมายว่าหากถึงมือจิ่งหลินชายชราผู้นี้คงหายดี ทว่าเพราะอวิ่นลั่วเฟิงเข้ามายุ่มย่ามเห็นทีเขาคงจะไม่รอดเสียแล้ว! 

“ข้าบอกแล้วว่าอวิ๋นลั่วเฟิงไร้ความสามารถอันใด ทำได้แค่หลอกคนเขาไปวันๆ เท่านั้น” 

 

------

[1] จุดฝังเข็มสำคัญ อยู่บริเวณกลางกระหม่อม 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น