หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 69 การตบหน้าของจริง (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 69 การตบหน้าของจริง (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ย. 2562 15:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 69 การตบหน้าของจริง (1)
แบบอักษร

“อวิ๋นลั่วเฟิง!” เกาหลิงมิอาจอดกลั้น ตะเบ็งเสียงแข็งกำหมัดแน่นจนสั่นระริก “ข้าขอเตือนเจ้าว่าอย่าให้มันมากไปนัก! เรื่องนี้ข้าไม่ยอมเจ้าแน่!” 

อวิ๋นลั่วเฟิงกอดอกมองไปยังเกาหลิงผู้หน้าตาดำคล้ำเป็นเถ้าถ่านด้วยหางตาพลางหัวเราะคิกคัก “กล่าวเช่นนี้แสดงว่าองค์รัชทายาทเชื่อสินะว่าข้าจักรักษาผู้เฒ่าผู้นี้ได้แน่ มิฉะนั้นท่านจะกลัวเงื่อนไขของข้าไปทำไม” 

“เจ้า...” เส้นเลือดเกาหลิงปูดโปนออกจากขมับเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าองค์รัชทายาทใกล้จะบันดาลโทสะเต็มที 

ทันใดนั้นมืออุ่นประหนึ่งหยกก็คว้าเอากำปั้นองค์รัชทายาทไว้ ตามด้วยเสียงไพเราะหวานหูของมู่อู่ซวง 

“องค์รัชทายาทเพคะ ทรงรับคำท้านี้ไปก็มิเห็นจะเป็นไร อู่ซวงผู้นี้เชื่อว่านางไม่มีโอกาสทำให้องค์รัชทายาทเงื้อมือใส่ข้าเป็นแน่” อู่ซวงเผยยิ้มอ่อนโยนต่างจากยามปกติที่มักเย็นชาและรักษามาดผู้ดีอยู่เสมอ 

แม้นางเองไม่อาจช่วยเหลือผู้เฒ่าแต่อวิ๋นลั่วเฟิงผู้ยังอ่อนหัดนักก็คงไม่สามารถช่วยได้เช่นกัน เช่นนั้นเองต่อให้นางเอ่ยปากขอสิ่งใดตอนนี้นางก็จะได้ตบหน้าตัวเองในท้ายที่สุดนั่นล่ะ! 

“อู่ซวงเอ๋ย ในเมื่อเจ้ากล่าวเช่นนั้น องค์รัชทายาทผู้นี้ก็จะให้โอกาสนาง” เกาหลิงจับมือมู่อู่ซวงตอบ น้ำเสียงอ่อนโยน อย่างไรก็ดีเมื่อมองไปยังอวิ๋นลั่วเฟิงในดวงเนตรก็เปี่ยมล้นไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย ต่างจากความนุ่มนวลเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง “อวิ๋นลั่วเฟิง ข้ารู้นะว่าที่เจ้ามาก่อเหตุในวันนี้ก็เพื่อเรียกร้องความสนใจจากข้า เจ้าทำสำเร็จ! องค์รัชทายาทผู้นี้หันกลับมามองเจ้าจริง และข้ายิ่งรังเกียจเจ้ามากกว่าเดิม! อย่าได้หวังเลยว่าชาตินี้เจ้าจะได้หัวใจข้าไปครอง!” 

เกาหลิงยังคงไม่เชื่อว่าอวิ๋นลั่วเฟิงเป็นผู้ขอยุติการหมั้นหมาย ณ ท้องพระโรงเองเมื่อสิบกว่าวันที่ผ่านมา! นางอวิ๋นลั่วเฟิงผู้นี้รักเขาออกปานนั้นนางจะเต็มใจขอยุติการหมั้นหมายครั้งนี้ได้อย่างไร ต้องเป็นผู้เฒ่าแห่งตระกูลอวิ๋นเป็นแน่ คงสงสารหลานสาวจึงได้ตั้งใจยุติการหมั้นหมายเองสินะ 

“ฮ่าๆ” 

จิ้งจอกเกาเส่าเฉินหัวเราะลั่นจนทุกคนหันมามองโดยฉับพลัน 

“ท่านหัวเราะทำไม” ดวงเนตรเกาหลิงหม่นลงพลางถามเสียงเข้ม 

“ไม่มีอะไร องค์ชายผู้นี้เพียงสงสัยว่าเหตุใดโลกนี้จึงได้เต็มไปด้วยคนหน้าไม่อาย” เกาเส่าเฉินหัวเราะคิกคัก ขยิบตามากเล่ห์ราวจิ้งจอกให้อวิ๋นลั่วเฟิง “แม่นางอวิ๋น ข้ากล่าวถูกต้องหรือไม่” 

เกาหลิงรู้ดีว่าคนหน้าไม่อายที่ว่าคงไม่ได้หมายถึงอวิ๋นลั่วเฟิงเป็นแน่ พลางระลึกถึงความเกลียดชังที่อีกฝ่ายมีต่อตนมาพักใหญ่ ดวงหน้าของเขาเย็นชาขึ้นอย่างมิอาจกลั้นเช่นเดียวกับดวงตาที่ฉายแสงเย็นเยียบ 

“ท่านพี่ ท่านควรรู้จักสถานะตนเอาไว้บ้าง ท่านเป็นเพียงองค์ชายยังจะกล้าอวดดีต่อหน้าองค์รัชทายาทผู้นี้อีกรึ” 

องค์รัชทายาทแห่งหลงหยวนเป็นตำแหน่งที่สงวนไว้สำหรับบุตรในสมรสมาแต่ไหนแต่ไร หาใช่ผู้อาวุโสที่สุดไม่! แม้องค์ชายสี่จะมีพระชันษาแก่ปีกว่าเกาหลิง ยศก็ยังคงตกเป็นของเกาหลิงผู้ซึ่งยามนั้นเป็นองค์ชายห้า 

เหตุผลหรือก็มิพ้นความจริงที่ว่าองค์รัชทายาทคือโอรสของฮองเฮาที่สิ้นไปแล้ว 

ฟ้าขีดชะตาให้เขายิ่งใหญ่มาตั้งแต่ถือกำเนิด! ทุกคนบนโลกนี้เป็นเพียงมดปลวกให้เขาเหยียบย่ำเท่านั้น! 

ดวงเนตรเกาเส่าเฉินหม่นลงเล็กน้อยแล้วยิ้มเยาะ “การกลับชาติมาเกิดนี่เขาเรียกว่าวิชาจริงๆ สินะ ตราบใดที่กลับชาติมาเกิดดีความสามารถรึก็เป็นเพียงเรื่องรอง อย่างไรเสียผู้ที่ทิ้งไข่มุกสุกสกาวไปเอาตาปลาคงต้องเสียใจไปชั่วชีวิต” 

กล่าวเสร็จเกาเส่าเฉินก็มิได้ชายตามองเกาหลิงอีกต่อไป สายตาแฝงรอยยิ้มนั้นเผยให้แก่เด็กสาว ผู้งดงามหาใครเทียบซึ่งกำลังย่างเข้าไปหาผู้เฒ่า... 

“เจ้าช่วยหลีกทางได้หรือไม่” อวิ๋นลั่วเฟิงช้อนตาขึ้นมองเด็กสาวหน้าตาสะสวยที่ยืนขวางอยู่ “ข้าต้องใช้เข็ม”  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น