หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 67 เงื่อนไข (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 67 เงื่อนไข (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.6k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ย. 2562 15:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 67 เงื่อนไข (1)
แบบอักษร

ยามสายัณห์เริ่มโรยตัวลงรอบเรือขณะมู่อู่ซวงก้าวอย่างสง่างามไปทางผู้เฒ่าผู้ล้มลงกองกับพื้น ดวงหน้าเผยรอยยิ้มอ่อนจาง ดวงตางดงามสะท้อนแสงเป็นประกาย นางกระซิบกับเด็กสาวหน้าตาสะสวยว่า “แม่นางน้อยข้ารบกวนเจ้ากระเถิบไปนิดหนึ่งได้หรือไม่ ข้าจะได้ตรวจดูอาการท่านปู่เจ้า” 

เด็กสาวพยักหน้าแข็งขันดวงตาสะท้อนแสงแห่งความหวัง 

ด้วยเหตุฉุกเฉิกเช่นนี้นางจึงมิได้ตรวจสอบเบื้องหลังของมู่อู่ซวงอย่างรอบคอบ ซ้ำกลับเร่งรัดให้นางรักษาท่านปู่ 

มู่อู่ซวงคุกเข่าลงข้างชายชราปลายนิ้วสัมผัสสัญญาณชีพ คิ้วได้รูปของนางขมวดน้อยๆ “แม่นาง อาการท่านปู่เจ้านั้นซับซ้อนอยู่ ข้าเกรงว่าจะต้องปรึกษาท่านอาจารย์” 

วาจาของนางรอบคอบดีแท้ หาได้แจ้งว่ารักษาได้หรือมิได้ ปล่อยให้ผู้ฟังงุ่นง่านขบคิดกันเอาเอง 

“ท่านอาจารย์ของท่านงั้นรึ” 

ดวงตาของเด็กสาวที่เริ่มหมองลงหลังได้ยินวาจาครึ่งแรกของมู่อู่ซวงก็พลันสว่างขึ้นอีกครั้งอย่างมิอาจควบคุม นางกังวลหนักคว้าไหล่มู่อู่ซวงพลางวิงวอน “แม่นางรีบนำข้าไปพบท่านอาจารย์ท่านทีเถิด ตราบใดที่ท่านรักษาท่านปู่ได้ จะให้ข้าทำอะไรข้ายอมทั้งนั้น” 

“เรื่องนี้...” มู่อู่ซวงขมวดคิ้วได้รูปแน่นดวงหน้ากระอักกระอ่วน “ท่านอาจารย์ข้าใช่ว่าใครก็จะให้ท่านรักษาได้ หากข้านำพาผู้ใดกลับไปเองโดยไม่ปรึกษา ข้าเกรงว่าจะโดนตำหนิติเตียนหนักทีเดียว” 

ดวงตาเด็กสาวหมองลง มือที่กำไหล่มู่อู่ซวงไว้ก็พลันหมดเรี่ยวแรง 

เป็นความจริงตามนั้น เหตุใดแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคจะต้องลำบากรักษาคนแปลกหน้าโดยปราศจากเงื่อนไขกันเล่า เห็นทีท่านปู่นางคงสิ้นวาสนาแล้วเป็นแน่ 

“แล้วอย่างนี้ล่ะเจ้าว่าอย่างไร” สายตามู่อู่ซวงเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ข้าจะกลับไปก้มหัวขอร้องท่านอาจารย์เอง และหากท่านไม่ว่าอะไรข้าจะกลับมาแจ้งเจ้า เจ้าคิดว่า...” 

นางกล่าวยังไม่ทันขาดคำก็มีเสียงหัวเราะดังขัดขึ้น 

มู่อู่ซวงขมวดคิ้วได้รูปแน่น ดวงตางดงามกวาดหาเด็กสาวผู้เลอโฉมหาผู้ใดเทียบซึ่งกำลังยืนพิงกรอบประตูเรือพลางตำหนิเสียงเข้ม “อวิ๋นลั่วเฟิง ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ยอมเสียหน้ามาปรึกษาหารือวิชากับข้า แต่ยามที่ข้าทำการรักษา ข้าไม่ปล่อยให้คนไข้ไปไหนก็เพราะข้าอยากให้เจ้าเรียนรู้อะไรเอาไว้บ้าง! ทำไมเจ้าจึงไม่เข้าใจความปรารถนาดีอันแรงกล้าของข้ากันนะ” 

น้ำเสียงนางคือน้ำเสียงอาจารย์สั่งสอนศิษย์โดยแท้! หากผู้ใดมิได้ล่วงรู้ความจริงคงปฏิบัติกับอวิ๋นลั่วเฟิงเช่นศิษย์ดื้อด้านเป็นแน่! 

“มู่อู่ซวงเอ๋ย” อวิ๋นลั่วเฟิงยืดกายตนเชื่องช้า รอยยิ้มเกียจคร้านสะกดใจยิ่ง “ว่ากันตามตรง ข้าเริ่มนับถือเจ้าขึ้นมาเสียแล้วสิ” 

มู่อู่ซวงยิ้มสง่า ก็เป็นปกติอยู่แล้วที่สวะเช่นอวิ๋นลั่วเฟิงจะต้องเคารพนาง 

อย่างไรก็ดี ถ้อยคำต่อมาของอวิ๋นลั่วเฟิงทำให้นางต้องนิ่งไป... 

“เจ้าไม่รู้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังสองปู่หลานจึงคิดจะหลอกพวกนางกลับไปศึกษาประวัติก่อนสินะ หากพวกนางเป็นพวกไร้หัวนอนปลายเท้าเจ้าก็สามารถช่วงชิงโสมพันปีได้อย่างสบายใจ แต่หากพวกนางเป็นผู้ดีสูงส่งเจ้าก็จะกล่าวกับพวกนางว่ากระทั่งท่านอาจารย์ก็มิอาจหาหนทางรักษาชายชราผู้นี้ได้ ด้วยเหตุนี้ข้าจึงเคารพนับถือเจ้ายิ่งนัก” 

มิต้องสงสัยเลยว่าอวิ๋นลั่วเฟิงพูดอย่างที่ใจมู่อู่ซวงคิดทุกประการ ดวงหน้านางจึงมิอาจฝืนกลั้นจำต้องแสดงอารมณ์ 

“อวิ๋นลั่วเฟิงเอ๋ยข้ารู้เจ้าเกลียดข้า ทว่าเจ้าไม่มีสิทธิ์มาปรามาสข้าอย่างไร้เหตุผลเช่นนี้! ข้าเพียงแต่สงสารจึงได้ปรารถนาที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยพวกนาง หากข้ามิอาจรักษาชายชราผู้นี้ได้ความผิดก็ไม่ตกอยู่กับตัวข้าอยู่ดี!” มู่อู่ซวงปรับสีหน้า “กระทั่งท่านอาจารย์ข้าเองแม้วิชาแก่กล้าเพียงใดก็มิอาจรักษาโรคร้ายได้ทุกโรค” 

ความหมายของนางก็คือแม้การรักษาคราวนี้จะล้มเหลวนางก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอันใด! 

“อวิ๋นลั่วเฟิง!” 

เห็นสตรีผู้เป็นที่รักถูกกลั่นแกล้งดังนั้นเกาหลิงก็บันดาลโทสะโดยพลัน “เจ้ามีความเกลียดชังอันใดกับมู่อู่ซวงหนักหนาจึงได้ตั้งเป้าโจมตีนางเช่นนี้ แพทย์มิใช่เซียนอมตะจะได้รักษาโรคได้ทุกโรค! หากเจ้าเก่งนักก็ลงมือรักษาเองดูสิ มิเช่นนั้นก็จงหุบปากเสีย!” 

ความคิดเห็น