Punmile09

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ

ชื่อตอน : CHAPTER T W E L V E

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.8k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ย. 2562 16:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER T W E L V E
แบบอักษร

_________________________________ 

 

 

 

“โอ๊ย!”

“…”

“ฮานะ...อย่ากดแรงสิครับ”

นัยน์ตาสวยก้มลงมองคนที่นั่งร้องโอดโอยอยู่บนโซฟาก่อนที่จะกดสำลีชุบยาลงไปบนบริเวณปากแผลข้างคิ้วและมุมปากที่ปริแตก ดูท่าว่าคงต้องใช้เวลาสักพักเพื่อให้บาดแผลสมานตัว

หลังจากที่เดินทางกลับมาจากภูเก็ตเขาก็ได้รับสายตรงจากคุณแกเรนเรื่องของพีทกับอเล็กซ์ที่ก่อเหตุวิวาทกัน เรื่องนี้ไม่ได้ถูกหยิบมาเป็นประเด็นสำคัญสักเท่าไหร่นักเพราะทางผู้ใหญ่มองว่าทั้งคู่คงขาดสติจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แกเรนเลยไม่นึกติดใจเอาความแต่อย่างใด ทำเพียงแค่ว่ากล่าวตักเตือนทั้งคู่เอาไว้ว่าอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

...ถึงจะว่าอย่างนั้นก็เถอะ ลึกๆ แล้วเขาสัมผัสได้ว่าพีทไม่ใช่คนที่ใช้อารมณ์วู่วามมาทำร้ายคนอื่นอย่างแน่นอน

...แต่เพราะคู่กรณีเป็นอเล็กซ์นี่สิ..

แต่สุดท้ายไม่ว่ายังไงคนที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นเจ้านายจะลำเอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้เพราะอย่างนั้นจึงต้องลงโทษให้เท่ากันโดยการหักเปอร์เซ็นต์จากการทำงานครั้งนี้เข้างบกลางของบริษัท

“เจ็บสิดี...จะได้จำ” นัยน์ตาสวยมองดุไปเป็นหนที่สิบของวัน

เมื่อคืนนี้ตอนที่มีอะไรกันเพราะอารมณ์มันพาไปเขาเลยไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าพีทมีแผลที่ใบหน้า มันเพิ่งจะมาขึ้นจ้ำช้ำเอาเมื่อตอนสายๆ ที่ผ่านมานี่เอง…หลังจากที่มีอะไรกันเสร็จช่วงบ่ายฮานะก็ลงไปขออุปกรณ์ปฐมพยาบาลจากทางโรงแรมขึ้นมาล้างแผลให้เมื่อเห็นว่าบริเวณแผลที่ปริแตกมันเริ่มมีเลือดซึมออกมา

“..ขอโทษครับ” เด็กหนุ่มมองกลับอย่างสำนึกผิดก่อนจะคว้าเอาหลังมืออีกฝ่ายมาจรดจูบอย่างออดอ้อน

“คราวหลังห้ามทำแบบนี้อีกนะรู้ไหม” ฮานะถอนหายใจออกมาอย่างปลงตกก่อนจะลูบผ่านรอยฟกช้ำบริเวณแก้มแผ่วเบา

“…”

“แล้วพรุ่งนี้ต้องกลับบ้านด้วย...จะตอบแม่ว่ายังไง” เมื่อช่วงเย็นเขาตกลงกับพีทเอาไว้ว่าจะออกเดินทางเช้าหน่อยเพราะกลัวว่ารถจะติด ฮานะเป็นคนเสนอให้ขับรถไปเพราะมีเวลาหยุดยาวติดกันสามวันจึงถือโอกาสนี้เที่ยวพักผ่อนไปในตัวหลังจากที่โหมงานหนักต่อกันมาตั้งแต่ต้นปี ตอนแรกพีทไม่เห็นด้วยเพราะกลัวว่าเขาจะเหนื่อยจากการเดินทางแต่พอยืนยันว่าอยากขับไปเองฝ่ายนั้นก็ไม่คิดจะแย้งพร้อมรับปากว่าจะช่วยขับอีกแรง

“บอกว่า...เดินชนประตูครับ” เด็กหนุ่มคลี่ยิ้มออกมาเมื่อถูกมองค้อนก่อนจะต้องร้องเสียงหลงตอนที่ฮานะกดสำลีลงมาที่ข้างมุมปากอย่างจัง “โอ๊ย- ฮานะ...เบาๆ ครับ”

“เดี๋ยวเถอะ” คนอายุมากกว่าขู่ฟ่อ ก่อนจะแกะมือปลาหมึกที่เกาะหนึบอยู่ช่วงเอวออกแล้วเก็บขวดยาลงกล่องเพื่อนำไปเก็บเข้าที่ชั้น

เข็มนาฬิกาบนหน้าปัดบ่งบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่มครึ่งเข้าไปแล้ว หลังจากที่ทานมื้อเย็นไปตอนหัวค่ำพวกเขาก็จัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางในวันพรุ่งนี้เป็นที่เรียบร้อย เรียกได้ว่าตอนนี้ในห้องชุดของฮานะนั้นไม่ได้มีเพียงข้าวของเครื่องใช้ของเขาเพียงคนเดียวอีกต่อไปเพราะตั้งแต่มีใครอีกคนมาค้างด้วยกันบ่อยๆ ห้องที่เคยกว้างและเงียบเหงากลับถูกเติมเต็มจนพอดี

...ความรู้สึกโดดเดี่ยวและอ้างว้างเหมือนอย่างที่ผ่านมานั้นไม่มีอีกแล้ว..

“คิดอะไรอยู่ครับ” สัมผัสนุ่มนวลโอบกอดลงบนเอวพร้อมกับลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดลงมาบนผิวแก้ม ฮานะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายก่อนจะยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอเอาไว้

“กำลังคิดว่า...” แววตาซุกซนประกายเจ้าเล่ห์ออกมา “บนโลกใบนี้ยังมีอัลฟ่าแบบเธออยู่อีกหรือเปล่านะ”

ฮานะยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าเจ้าเด็กตัวโตตีหน้ามึนงงก่อนจะยกมือขึ้นบีบเข้าที่ปลายคางของอีกฝ่ายแล้วพูดเสียงเนิบ “รู้อะไรไหมพีท...ผู้คนที่ฉันเคยรู้จักมาทั้งชีวิต...ไม่มีใครเหมือนเธอ”

ตลอดทั้งชีวิตที่ผ่านมาสังคมต่างทำให้ชนชั้นสูงสุดของห่วงโซ่อาหารนั้นเป็นชนชั้นที่สมบูรณ์แบบและสูงส่งกว่าคนทั่วไปเพียงเพราะมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและส่วนใหญ่มักเป็นผู้มีอิทธิพลจึงทำให้มีการแบ่งแยกชนชั้นอย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าในโลกปัจจุบันจะเริ่มมีการรณรงค์เรื่องสิทธิมนุษยชนความเท่าเทียมแล้วก็ตาม แต่ในความเป็นจริงกลับยากที่จะปฏิเสธได้ว่า

อัลฟ่าคือนาย เบต้าคือบ่าว

...ส่วนโอเมก้า...

แทบจะไม่ได้เห็นการได้รับเกียรติอย่างจริงจังใจจากคนในสังคม...ยิ่งเป็นโอเมก้าที่เกิดมาในครอบครัวที่ไม่ได้เพียบพร้อมด้วยแล้วก็ยิ่งโดนดูถูกเหยียดหยาม

เพราะแบบนี้จึงทำให้ฮานะต้องตะเกียกตะกายและพยายามอย่างหนักเพื่อให้หลุดพ้นจากสถานะด้อยค่า

...ถึงแม้ว่าความเป็นจริงจะศูนย์เปล่า...แต่คนตรงหน้ากลับทำให้เขารู้สึกได้ถึงคุณค่าของตัวเองอีกครั้ง

“เธอดีกับฉันมาก...จนบางทีก็อดที่จะตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้ว่าฉันโชคดีเกินไปหรือเปล่านะ” ฮานะมองลึกเข้าไปในตาคู่นั้น

“…” เด็กหนุ่มก้มมองคนที่อยู่ในอ้อมกอดก่อนความรู้สึกหนักอึ้งจะบีบเคล้นในอกข้างซ้ายเมื่อเห็นแววตาคู่นั้นสั่นไหว...ดอกไม้ที่เคยแตกสลายไร้ที่พักพิงกำลังอ้อนวอนให้ทุกสิ่งไม่ได้เป็นเพียงภาพฝัน

“บางครั้งฉันยังแอบนึกอิจฉาความโชคดีของตัวเองเลยรู้ไหม...ตลกชะมัด” ใบหน้าสวยพยายามกลั้นขำแต่ในจิตใจนั้นวูบโหวง เพราะลึกๆ แล้วยังรู้สึกกลัวว่าความสัมพันธ์ทางกายที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งคู่นั้นจะเป็นเพียงแค่เรื่องฉาบฉวย

…เพราะตั้งแต่ที่พีทได้ก้าวเข้ามาในชีวิต 

...เขาก็ไม่เคยคิดอยากให้เรื่องคู่แห่งโชคชะตาเป็นเรื่องไร้สาระแม้แต่วินาทีทีเดียว.. 

“ฮานะ” เด็กหนุ่มกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเพื่อย้ำเตือนว่าเขายังอยู่ตรงนี้ไม่ได้ไปไหน “..ทุกอย่างที่ผมทำก็เพื่อคุณ” เสียงทุ้มต่ำพร่ำบอกอย่างมั่นคง

“…”

“ทั้งหมดนั้นไม่ใช่เพราะคุณโชคดี” พีทมองลึกเข้าไปในตาคู่สวยและย้ำให้รู้ว่าคนตรงหน้านั้นมีค่าสำหรับเขามากแค่ไหน “...มันเป็นสิ่งที่คุณสมควรจะได้รับ” ความหมายแฝงเร้นที่เอ่ยบอกทำให้คนตรงหน้าเบิกตามองมาก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นสั่นไหวอย่างรุนแรง ฮานะกำมือที่สั่นเทาเข้ากับชายเสื้อเขาจนยับย่นก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่น...และวินาทีต่อมาเด็กหนุ่มก็ถูกอีกฝ่ายสวมกอดเอาไว้จนตัวเซไปด้านหลังด้วยกันทั้งคู่

...ความอุ่นชื้นที่ค่อยๆ ตีวงกว้างบนแผ่นอกทำให้ได้รู้ว่า...

..ฮานะกำลังร้องไห้...

“ที่ผ่านมา...ทำไมไม่เป็นเธอ...” ฝ่ายนั้นซุกหน้าลงกับอกเขาและพูดเสียงอู้อี้แต่กลับดังชัดในความรู้สึกของคนฟัง “…เรา ฮึก น่าจะเจอกันเร็วกว่านี้” คิดแล้วก็น่าขำ...ถึงจะย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อนพีทก็เป็นแค่เด็กชายอายุสิบสองเท่านั้นเอง

“ไม่เป็นไรครับ” เด็กหนุ่มยิ้มบางเบา กระชับอ้อมกอดแน่นก่อนจะซบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มแล้วหลับตาซึมซับช่วงเวลานี้เอาไว้ให้ได้มากที่สุด

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน เสียงสะอื้นเริ่มจางหาย จังหวะการหายใจของคนในอ้อมกอดกลับมาเป็นปกติ เจ้าตัวสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากันด้วยตาที่บวมและจมูกขึ้นสีแดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก พีทก้มลงจูบซับบริเวณหน้าผากก่อนจะช้อนตัวอีกฝ่ายขึ้นอุ้มไปวางไว้บนโซฟาเพื่อที่เขาจะได้ไปเอาน้ำมาให้ฮานะได้ดื่มเพราะร้องไห้ติดต่อกันนานคงจะคอแห้ง

ตลอดเวลาที่เคลื่อนไหวจากห้องรับแขกไปครัว จากครัวกลับมาห้องรับแขกฮานะมองตามเขาตลอดเวลาจนความอดทนที่มีพังทลายต้องลงไปนั่งด้วยกันแล้วดึงอีกฝ่ายขึ้นมานั่งตัก ฮานะซบลงบนแผ่นอกกว้างก่อนจะเริ่มเผยเรื่องราวในอดีตออกมา

สิ่งที่พีทอยากรู้มาตลอด...แต่เป็นเขาเองที่พยายามปิดบัง

อดีตของรอยแผลเหวอะหวะที่ตอนนี้เริ่มตกสะเก็ดและจางหายเหลือไว้เพียงแค่แผลเป็นเพื่อย้ำเตือนความทรงจำ

“...อเล็กซ์กับฉัน เราเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเข้าเรียนมหาลัย”

“…” เพียงแค่ได้ยินชื่อของบุคคลที่สามจากใบหน้าที่เคยอ่อนโยนกลับฉายความเครียดขมึงออกมาอย่างเห็นได้ชัด มือที่กอบกุมกันอยู่เผลอออกแรงกำแน่นจนฮานะต้องยืดตัวขึ้นไปจูบข้างสันกรามเพื่อให้อีกฝ่ายใจเย็นลง

“เขาเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่ฉันสนิทด้วยเพราะในตอนนั้นครอบครัวฉันย้ายกลับไปอยู่ที่ญี่ปุ่นหมดทุกคน มีแค่ฉันเพียงคนเดียวที่ดึงดันจะอยู่ที่นี่ต่อ...ส่วนอเล็กซ์...พ่อกับแม่เขาเพิ่งหย่าร้างกันช่วงที่ขึ้นมหาลัยพอดีเลยทำให้พวกเราตัวติดกันตลอดเวลา...ในเวลานั้นเราเข้ากันได้ดีเลยล่ะ” ฮานะกุมฝ่ามือใหญ่เอาไว้แน่นก่อนรอยยิ้มบางเบาจะปรากฏขึ้นเมื่อนึกถึงอดีต

“...”

“จนวันหนึ่งที่ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปเพราะฉันเองที่รู้สึกเกินเลยมากกว่าเพื่อน แล้วหลังจากนั้นระยะห่างของพวกเราทั้งคู่ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มห่างและไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยหลังจากที่เรียนจบ...แล้วเราก็ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ตอนนั้นฉันเพิ่งได้เข้าทำงานที่โมเดลลิ่งกับคุณแกเรนส่วนอเล็กซ์เป็นนายแบบโนเนมไร้สังกัดไม่มีชื่อเสียง” ฮานะหลับตาลงและซบหน้าลงแผ่นอกอุ่น “…ในเวลานั้น เพราะยังรู้สึกกับเขาอยู่ฉันเลยร้องขอให้คุณแกเรนลองติดต่ออเล็กซ์ไปเพราะทางโมเดลลิ่งกำลังอยากได้นายแบบที่มีคาแรคเตอร์ตรงกับเขาอยู่พอดี”

“แล้วหลังจากนั้นพวกคุณก็มีความสัมพันธ์แบบนั้นมาโดยตลอดเหรอครับ” แม้น้ำเสียงที่ถามจะทำให้รู้สึกเย็นเยียบแต่สายตาที่ก้มลงมามองกลับอบอุ่นจนเขากล้าที่จะเล่าต่อ

“ก็ไม่เชิง...การกลับมาเจอกันครั้งนั้นทำให้ฉันรู้สึกว่าอเล็กซ์ไม่ใช่คนเดิมเมื่อสมัยเรียน...เขาดูแปลกไปและทำตัวเสเพลหนักขึ้นทุกวัน...ยิ่งมีชื่อเสียงมากเท่าไหร่ข่าวด้านที่ไม่ดีของเขาก็มีมากขึ้นเท่านั้น ฉันไม่รู้ว่าช่วงที่พวกเราห่างกัน อะไรที่ทำให้เขาเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนได้ขนาดนี้” เขายังจำอเล็กซ์คนเดิมได้ดี...คนที่ไม่ได้นิสัยโมโหร้ายและเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจเหมือนอย่างตอนนี้ “...แล้วพวกเราก็เผลอมีความสัมพันธ์ที่ถลำลึกจนกู่ไม่กลับ...ในตอนนั้นฉันหยิบยื่นโอกาสชื่อเสียงและทุกอย่างที่เขาอยากได้โดยมีข้อแลกเปลี่ยนเพียงอย่างเดียวคือเขาห้ามไปนอนกับใคร”

“…”

“แต่ที่ผ่านมาเขาก็ทำมันมาโดยตลอด...เป็นฉันเองที่แกล้งโง่ทำเป็นมองไม่เห็น ทั้งถูกเหยียดหยามและดูถูกสารพัดแต่ก็ยังทนที่จะอยู่” ...คิดย้อนกลับไปแล้วตัวเขามันช่างโง่เง่าสิ้นดี...เพราะมัวแต่ติดอยู่กับอดีตของคนที่แสนดีในความทรงจำจนลืมที่จะมองว่าปัจจุบันอเล็กซ์คนเก่านั้นได้ตายไปแล้ว

“…แล้วรอยที่ผมเคยถามในวันนั้น” พีทเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก...ยิ่งนึกถึงร่องรอยโหดร้ายที่ปรากฏอยู่บนผิวของฮานะวันนั้นก็ยิ่งโมโหจนแทบคลั่ง

“…”

“มันเป็นคนทำร้ายคุณใช่ไหม”

แทนคำตอบฮานะก็พยักหน้ายอมรับ เพียงเท่านั้นก็ได้ยินเสียงทุ้มสบถคำหยาบขึ้นมา เขามองตามอย่างแปลกใจเพราะตั้งแต่รู้จักกันมาพีทไม่เคยพูดคำหยาบให้ได้ยินแม้แต่นิดเดียว เด็กหนุ่มหันหน้าหนีออกไปอีกทางเป็นสัญญาณบอกว่าความอดทนเริ่มหมดลง

“พีท” ฮานะลุกขึ้นนั่งตัวตรงเมื่อฝ่ายนั้นหันหน้าหนี ฝ่ามือใหญ่ที่คอยกอบกุมกันผละออกไปกำแน่นจนสันหมัดขึ้น “พีท..” ลองเอ่ยเรียกอีกครั้ง เมื่อไม่ได้ผลฮานะจึงเปลี่ยนท่าเป็นนั่งคร่อมตักอีกฝ่ายเอาไว้ก่อนจะยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอพร้อมกับช้อนตาขึ้นมองอย่างออดอ้อน

“…ครับ” เสียงถอนหายใจหนักดังติดกันยาวเหยียดก่อนที่ทั้งร่างจะถูกวงแขนแกร่งโอบกอดเอาไว้ดังเดิม

“อันที่จริง...ฉันตั้งใจว่าจะขอลาออกเพื่อกลับไปทำงานกับครอบครัวที่ญี่ปุ่น เพราะไม่อยากจะเจอหน้าเขา” ฮานะแนบแก้มเข้ากับฝ่ายนั้น พร้อมกับพูดเสียงเนิบนาบเมื่อสัมผัสได้ถึงสัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือที่บีบเคล้นลงบนช่วงสะโพก “…แต่คุณแกเรนขอร้องเอาไว้...ก็เลยทำให้ฉันได้มาเป็นผู้จัดการของเด็กแถวนี้แทนซะนี่”

“…” มาถึงตรงนี้ รอยยิ้มก็เริ่มกลับมาบนใบหน้า...ทำให้ฮานะใจชื้นขึ้นเยอะ

“วันที่พวกเราเดินชนกัน...นั่นคือวันที่ฉันไปขอลาออกเลยนะ รู้รึเปล่า” ฮานะมองลึกเข้าไปในตาคู่นั้นและนึกถึงความรู้สึกแรกตั้งแต่ที่ได้พบกัน “…คนอะไรตัวใหญ่ชะมัด...นั่นคือความรู้สึกแรกพบของฉันเลย” เขาพยายามที่จะเปลี่ยนบรรยากาศเพราะไม่อยากให้พีทต้องเครียดไปกับเรื่องราวในอดีต...แล้วก็ได้ผลเมื่อฝ่ายนั้นหลุมยิ้มออกมากว้างขึ้น

“คุณตัวเล็กเองต่างหากครับ” พีทก้มลงมองคนในอ้อมกอด...ตอนแรกแค่เห็นก็รู้สึกได้แล้วว่าตัวเล็กแบบนี้กอดทีคงจมหายลงไปในอก...พอได้กอดจริงกลับยิ่งไม่อยากปล่อยให้ห่างไปไหนไกล

“ฮื่อ ก็เธอเป็นลูกครึ่งนี่” ฮานะยู่หน้าใส่อย่างไม่ยอมแพ้...มีเรื่องนี้เรื่องเดียวเลยที่เขาเสียเปรียบ ทุกวันนี้ยังแอบคิดอยู่เลยว่าถ้าได้ส่วนสูงมาเพิ่มอีกสักยี่สิบเซ็นต์คงไม่ต้องเงยหน้าคุยกับเจ้าเด็กตัวโตจนปวดคอแบบนี้

“ฮานะก็ลูกครึ่งนี่ครับ” เด็กหนุ่มตอบกลับพร้อมกับนั่งเอนหลังมองลูกแมวตัวเล็กบนตักขู่จนขนพอง...ถ้าจับฟัดตอนนี้จะโดนข่วนเลือดซิบหรือเปล่านะ...

“ฉันเอเชียแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก” จู่ๆ หัวข้อสนทนามันกลับกลายมาเป็นเรื่องเชื้อชาติกันได้ยังไงกันล่ะเนี่ย...

“ผมก็เอเชีย...ครึ่งหนึ่ง” เจ้าเด็กนี่!

“แต่อีกครึ่งเธอเป็นฝรั่ง” ฮานะขู่ฟ่อพร้อมกับบีบเข้าที่ปลายคางได้รูปจนหน้ายู่...หนวดเจ้าโกลเดนท์เริ่มขึ้นเป็นตอแล้วแฮะ สงสัยคงจะต้องจับโกนออกให้เกลี้ยง

แทนคำตอบฝ่ายนั้นก็ยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้ก่อนจะส่ายหน้าและหัวเราะออกมาด้วยแววตาที่ดูยังไงก็แสนจะเอ็นดูเขาซะเหลือเกิน

...ชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วสิว่าใครกันแน่ที่อายุมากกว่ากัน..

“หัวเราะอะไร” ฮานะหรี่ตามองอย่างจ้องจับผิด

“เปล่าครับ” เด็กหนุ่มส่ายหน้าปฏิเสธก่อนจะโอบลงบนช่วงเอวคอดแล้วมองไปยังใบหน้าของคนที่นั่งอยู่บนตัก “…ฮานะ”

“หืม”

“ให้ผมได้ดูแลฮานะเถอะนะครับ” มือเรียวเล็กถูกคว้าขึ้นไปกุม ความอบอุ่นแผ่ซ่านผ่านผิวเนื้อ

“จะขอฉันคบรึไง” แต่แล้วเจ้าตัวกลับยิงคำถามเถรตรงใส่โดยไม่คิดจะอ้อมค้อมให้เสียเวลา

...ก็อายุขนาดนี้แล้วน่ะนะ...

“...ได้ไหมครับ” พีทไม่แสดงท่าทีอะไรออกมามากกว่าที่เป็นอยู่ แต่เพราะอยู่ในระยะที่ใกล้จึงสังเกตเห็นได้ว่าเจ้าเด็กตัวโตนั้นกำลังใบหน้าขึ้นสี

“อืม...ไม่รู้สิ” และก่อนที่จะถูกคว้ามือไปจูบฮานะก็แกล้งดึงออกก่อนจะลุกขึ้นยืนที่พื้นทั้งที่เอวยังถูกฝ่ายนั้นกอดเอาไว้ไม่ยอมปล่อย “คงต้องดูๆ กันไปก่อนน่ะนะ”

ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นตามมาก่อนจะสวมกอดเข้าที่ด้านหลัง ใบหน้าคมเข้มวางคางลงบนไหล่เล็กพร้อมกับพึมพำเสียงเบา “...สถานะไหนก็ได้ครับ” ริมฝีปากร้อนจัดแตะลงข้างซอกคอขาว “แค่ได้กอดคุณเอาไว้แบบนี้ก็พอแล้ว”

“ได้สิ” ฮานะยกมือขึ้นแนบข้างใบหน้าก่อนจะเอี้ยวตัวกลับไปจูบที่ข้างแก้มแล้วใช้ฟันขบเข้าที่ปลายคางของอีกฝ่ายอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาสวยช้อนขึ้นมองระหว่างที่พูด “แค่กอดอย่างเดียวน่ะ…ได้อยู่แล้ว” แววตาซุกซนประกายวาบไหวล้อกับแสงของหลอดไฟ

“ฮานะ” พีทพูดเสียงดุเมื่อรู้สึกได้ว่าคนในอ้อมกอดเริ่มอยู่ไม่สุข...ฮานะลูบมือไปตามต้นขา สัมผัสที่ลากไล้ผ่านเนื้อผ้าสร้างความปั่นป่วนให้เขาจนหน้าท้องหดเกร็ง เมื่อเด็กหนุ่มตั้งท่าจะรุกกลับก็ถูกฝ่ายนั้นใช้นิ้วดันปลายคางเอาไว้

“ห้ามซน” รอยยิ้มยั่วเย้าถูกส่งมาให้ รู้ตัวอีกทีก็ถูกดันให้ลงไปนั่งบนโซฟาตัวเดิมซะแล้ว “ไหนบอกแค่ได้กอดก็พอแล้วไง”

“โธ่...” พีทพยายามรวบร่างขาวนวลเข้ามาไว้ในอ้อมกอดแต่กลับช้ากว่าใครบางคนที่ย่อตัวลงไปคุกเข่าตรงหน้าเขาแล้วเป็นที่เรียบร้อย “เดี๋ยวครับ-” โดยไม่ทันได้ออกปากห้ามก็ต้องนั่งตัวเกร็งจนลมหายใจสะดุดเมื่อจู่ๆ ฝ่ายนั้นก็ก้มหน้าลงที่หว่างขาและใช้ริมฝีปากรูดซิปกางเกงลงส่วนมือก็ปลดกระดุมออกจากรังดุม

“อยู่เฉยๆ นะ” ออกปากสั่งไว้แค่นั้นก็ก้มลงไปพรมจูบบริเวณส่วนกลางกายใต้ชั้นในสีเข้มก่อนจะใช้ปากขบไปตามความยาวจนเริ่มสัมผัสได้ถึงการตื่นตัวขึ้นมาทีละนิด

“ฮานะ...ไม่ต้อง- อา..” ถ้อยคำทั้งหลายกลับกลืนหายเข้าไปในลำคอเมื่อแผ่นท้องถูกริมฝีปากนุ่มนิ่มพรมจูบ บริเวณกลางกายมีมือเล็กข้างหนึ่งนวดคลึงมันอย่างเนิบนาบผ่านเนื้อผ้าจนเขาเริ่มรู้สึกปวดร้าวขึ้นมา พีทขมวดคิ้วแน่นเมื่อถูกปรนเปรอในแบบที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน...เพียงแค่ถูกลมหายใจอุ่นร้อนและริมฝีปากเล็กเฉียดเข้าใกล้เขาก็แทบจะถึงฝั่งฝันโดยที่ฮานะไม่ได้สัมผัสมันเสียด้วยซ้ำไป

“ทำตัวตามสบาย” ฮานะช้อนตาขึ้นมองในระหว่างที่นำส่วนร้อนจัดออกมานอกชั้นใน...ขนาดที่ใหญ่โตเกินวัยทำให้คนอายุมากกว่าต้องลอบกลืนน้ำลายด้วยลำคอที่แห้งผากเมื่อนึกย้อนไปถึงความเจ็บปวดที่แร่นริ้วขึ้นมาเล่นงานในตอนที่เจ้าสิ่งนี้เข้าไปอยู่ในตัวเขาทั้งหมด “..เด็กดี”

...แต่ก็อดที่จะยอมรับไม่ได้เลยว่าในตอนที่ร่างกายถูกพีทเข้ามาเติมเต็มนั้นมันรู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน..

“ฮานะครับ...” เด็กหนุ่มกลั้นเสียงไว้ในลำคอเมื่อเห็นว่าอุ้งมือเล็กเริ่มขยับไปมาอย่างเนิบนาบ ความเสียวซ่านพุ่งเข้ามาโจมตีจนต้องพิงศีรษะไปกับพนักพิงโซฟาแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างใช้สมาธิ

จังหวะรูดรั้งเริ่มเร็วขึ้นจนส่วนปลายนั้นชุ่มฉ่ำ ฮานะลอบกัดริมฝีปากล่างเมื่อความรู้สึกบางอย่างแล่นเข้ามาเล่นงานจนรู้สึกร้อนไปทั้งร่างลามไปถึงบริเวณปากทางที่เริ่มมีน้ำหล่อลื่นไหลออกมาจนเหนียวเหนอะที่ร่องสะโพก

กลิ่นอายบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวของพีททำให้เขารู้สึกร้อนจัด....และมีอารมณ์ร่วมอย่างรุนแรง...

“ฮานะ อย่า...มันสกปรกครับ” พีทร้องห้ามเมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นแลบลิ้นเลียลงที่ส่วนปลาย เขากำมือแน่นจนเส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบ ยิ่งได้เห็นว่าลิ้นสีสดกำลังไล้ขึ้นลงไปตามความยาวก็ยิ่งรู้สึกหดเกร็งที่หน้าท้องอย่างรุนแรง

เด็กหนุ่มครางเสียงต่ำเมื่อส่วนกลางกายถูกอีกฝ่ายรับเข้าไปในโพรงปากอุ่น ฮานะดูดกลืนมันอย่างไม่นึกรังเกียจจนเกิดเสียงเฉอะแฉะดังคลอขึ้นในระหว่างการขยับเคลื่อนไหว เรียวคิ้วขมวดมุ่นเมื่อส่วนอ่อนไหวถูกปรนเปรออย่างเอาอกเอาใจ ฝ่ายนั้นรับมันเข้าไปได้เพียงแค่ครึ่งเดียวก่อนจะสำลักและไอจนใบหน้าแดงก่ำ

“ฮานะ” พีทมองลงมาอย่างนึกเป็นห่วง นัยน์ตาฉายแววกังวลชัดเจน แต่คนที่อยู่ด้านล่างกลับไม่คิดยอมแพ้เมื่อสูดหายใจเข้าปอดได้ที่ก็ก้มลงไปจัดการกับบางส่วนที่ตั้งชูชันแผ่ไอร้อนระอุออกมาต่อ คราวนี้ฮานะกดคอลึกลงมาจึงทำให้รับตัวตนเขาเข้าไปได้ทั้งหมด

เรียวลิ้นห่อรัดรอบกายใหญ่อย่างช่ำชองจนคนถูกกระทำแทบนั่งไม่ติดโซฟา

จังหวะดูดดุนและขยับเคลื่อนไหวนั้นค่อยๆ เป็นไปอย่างเนิบนาบ ฮานะจัดการมันราวกับว่ากำลังกินไอศกรีมแท่งโปรดอยู่อย่างเอร็ดอร่อย ใบหน้าสวยแดงก่ำเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำแห่งอารมณ์

“พอแล้วครับ” พีทคำรามเสียงต่ำเมื่อใกล้หมดความอดทน เขาพยายามดันตัวอีกฝ่ายออกแต่ฮานะกลับดื้อรั้นกดปากลงมาแน่นกว่าเดิม “ฮานะ! ..อา” ไม่ทันขาดคำร่างสูงใหญ่ก็เกร็งสะท้านก่อนจะปลดปล่อยความกดดันทั้งหมดที่มีออกมาอย่างรุนแรงจนผู้รองรับสำลักหน้าแดง ฮานะสูดลมหายใจเข้าลึกในตอนที่บางส่วนถอนออกไป บริเวณมุมปากนั้นฉ่ำเยิ้มเลอะคราบคาวจนหยดย้อยลงไปตามลำคอขาวเนียนเขายกหลังมือขึ้นเช็ดคำความสะอาดและส่งบางนิ้วเข้าไปในปากเพื่อลิ้มลองรสชาติของบุรุษเพศ

“อื้อ!” แต่ในระหว่างที่กำลังพักเหนื่อยอยู่นั้น จู่ๆ กลับถูกรวบตัวขึ้นอุ้มจนตัวลอยรู้ตัวอีกทีก็มานั่งอยู่บนหน้าตักของใครอีกคนแล้ว พีทยังคงหอบหายใจหนักเพื่อปรับสภาพร่างกาย นัยน์ตาคมดุคู่นั้นมองลงมาเรียบนิ่ง แต่มือกลับเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดทำความสะอาดใบหน้าและฝ่ามือของเขาด้วยความอ่อนโยน

“ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลยครับ” เด็กหนุ่มมองริมมีปากเล็กที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงจัด

“...เธอไม่ชอบเหรอ” ฮานะเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่เข้าใจ...เพราะที่ผ่านมาเขาเข้าใจมาโดยตลอดว่าการเอาใจแบบนี้จะทำให้พวกผู้ชายสุขสม...เมื่อก่อนเขาถูกอเล็กซ์บังคับให้ทำอยู่บ่อยๆ ตอนแรกที่ยังไม่ชินนั้นอาการหนักจนถึงขั้นอาเจียนออกมาเลยก็มีเพราะรสน้ำกามคาวเฝื่อนที่อีกฝ่ายปล่อยทิ้งเอาไว้ในโพรงปาก

แต่พอเริ่มจับจุดได้ก็เริ่มที่จะปรนเปรอได้อย่างช่ำชอง...แม้แต่กับอเล็กซ์เอง ในตอนที่เขาใช้ปากให้ฝ่ายนั้นจะดูอ่อนข้อลงเป็นพิเศษ

...แล้วทำไมกับพีทมันถึงใช้ไม่ได้ผล..

...หรือเพราะเขาทำไม่เก่งพอ..

เด็กหนุ่มก้มลงมองคนในอ้อมกอดก่อนจะถอนหายใจออกมา “คุณไม่จำเป็นต้องทำด้วยซ้ำ”

“ตอบมาก่อนสิ” จู่ๆ ความวูบไหวบางอย่างก็ทำให้ความมั่นใจลดลง

...ลึกๆ แล้วเขาก็แค่รู้สึกกลัว...กลัวว่าหากวันใดวันหนึ่งถูกเบื่อขึ้นมา

...อย่างน้อยๆ ถ้าสามารถทำให้พีทพึงพอใจในเรื่องนี้ได้...ก็คงจะดี..

“ฮานะ” พีทขมวดคิ้วมุ่น มองลึกเข้าไปในแววตาที่กำลังสับสน...เขามองลึกเลยผ่านไปยังต้นเหตุที่ทำให้คนในอ้อมกอดมีตรรกะความคิดที่ผิดเพี้ยน “...ไม่มีผู้ชายคนไหนไม่ชอบหรอกนะครับ” ฝ่ามือใหญ่แนบลงข้างแก้มขาวก่อนจะเกลี่ยปลายนิ้วไปมาอย่างทะนุถนอม

“แล้ว...ทำไม..” ฮานะเม้มปากแน่น

“แต่ถ้าความสุขของผมมันทำให้ฮานะรู้สึกแย่หรือเจ็บตัว...ผมไม่ต้องการ” เขาพูดตามที่รู้สึก ความฉาบฉวยจากอารมณ์เบื้องต่ำเพียงชั่วคราวนั้นมันเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกของฮานะ

“ฉันเปล่า” ฝ่ายนั้นส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันไม่ได้รู้สึกแย่สักนิด”

ตอนที่ทำแบบนี้ให้อเล็กซ์ความรู้สึกมันต่างกันราวฟ้ากับเหว กับฝ่ายนั้นเขารู้สึกเพียงแค่ว่าอยากทำให้มันจบๆ ไปเพื่อให้เจ้าตัวพอใจจะได้ไม่ลงมือรุนแรง

...แต่กับพีท ทุกอย่างมันเกิดขึ้นจากความรู้สึกตามธรรมชาติและความเต็มใจที่จะทำโดยที่เด็กหนุ่มไม่เคยเอ่ยปากขอ ไร้ซึ่งการบังคับข่มขู่และยัดเยียดให้เขาต้องทำ

ฮานะรู้เพียงแค่ว่าอยากจะเอาใจและทำให้พีทมีความสุขที่สุด

ริมฝีปากสีอ่อนขบเม้มเข้าหากันเมื่อรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่น่าละอาย

...แค่อยากให้พีทรู้สึกต้องการและลุ่มหลงในตัวเขา...ก็เท่านั้นเอง.. 

“ฉันเต็มใจที่จะทำมันนะ” ฮานะจ้องมองตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ “แต่...ถ้าทำได้ไม่ดีพอหรือทำให้เธอต้องรู้สึกแย่ ครั้งต่อไปฉันจ-” ถ้อยคำที่พรั่งพรูกลืนหายลงไปในลำคอเมื่อริมฝีปากถูกประกบจูบแนบแน่น ลมหายใจร้อนระอุที่รินรดลงมาบนผิวแก้มทำให้ทั้งกายสะท้านไหว ลิ้นร้อนบุกรุกเข้ามากวาดต้อนอย่างช่ำชองจนเป็นเขาเองที่เริ่มจะหายใจไม่ทัน

“อื้อ” ฮานะร้องประท้วงเมื่อถูกฟันคมขบกัดเข้าที่ริมฝีปากล่าง

มัดกล้ามเนื้อตึงแน่นใต้เนื้อผ้าแผ่กลิ่นอายร้อนระอุโอบล้อมคนในอ้อมกอดจนแทบหลอมละลายไปกับวงแขน พีทดันร่างที่เล็กกว่าลงไปนอนราบกับเบาะโซฟาก่อนจะตามลงไปทาบทับไม่เว้นที่ว่างให้อากาศได้เข้ามาแทรกแซงระหว่างเขากับฮานะ

ร่างสูงใหญ่ผละออกห่างก่อนจะจัดการดึงเอาเสื้อยืดที่อีกฝ่ายสวมใส่อยู่ออกตามด้วยของตัวเอง แผ่นอกกำยำแนบชิดกับผิวเนื้อนวลเนียนจนสามารถส่งผ่านไอร้อนของร่างกายให้แก่กัน

ฮานะยกแขนขึ้นโอบรัดรอบแผ่นหลัง

..เรียกร้องให้เขาจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า...

“ให้ตายสิ” เสียงทุ้มพร่าสบถในลำคอเมื่อรู้สึกได้ว่าส่วนกลางกายของตนเองตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้งในตอนที่ได้กลิ่นของผิวเนื้อเนียนละเอียด

...แค่ได้สัมผัสตัวฮานะ สติเขาก็พร้อมที่จะแตกซ่านได้ทุกเมื่ออยู่แล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องปรนเปรออะไรให้มากมายเสียด้วยซ้ำไป..

จะมีก็แค่คนตัวเล็กแต่ความคิดใหญ่โตที่นอนตัวอ่อนอยู่ใต้ร่างนี่ต่างหากที่คิดไปเองเป็นตุเป็นตะ...

..ต่อให้ฮานะจะไม่ยอมให้เขาได้ทำอะไรเกินเลยยนอกจากกอดก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว

“อื้อ...พีท” ริมฝีปากสีอ่อนเผยอขึ้นอย่างเรียกร้องตอนที่เขาผละลงมาพรมจูบบริเวณลาดไหล่ “พีท”

“ครับผม”

“…อยากจูบ”

เด็กหนุ่มสบถในลำคอไปเป็นหนที่สองก่อนจะยืดตัวไปป้อนจูบตามที่อีกฝ่ายต้องการ “ฮานะ...ไม่อ้อนแล้วครับ” เสียงทุ้มพึมพำในตอนที่ริมฝีปากผละห่าง ก่อนจะประกบลงไปใหม่อีกครั้ง “แค่นี้ผมก็หลงคุณแทบแย่แล้ว..” เขาสารภาพ

เสียงครางอื้ออึงในลำคอขาวผ่องตอบรับอย่างพอใจ เรียวแขนเล็กโอบรอบลำคอเอาไว้แน่นไม่ยอมให้เขาได้ถอนใบหน้าออกไปไหนไกล

ยิ่งฮานะอ้อนเท่าไหร่ ความยับยั้งชั่งใจที่มีมันก็เริ่มลดน้อยลงทุกที

...อยากจะครอบครองและเป็นเจ้าของให้รู้แล้วรู้รอด..

“ฮื่อ...หลงสิ” ริมฝีปากที่บดเบียดแนบชิดสัมผัสอย่างอ้อยอิ่ง “หลงเยอะๆ เลย”

เสียงคำรามทุ้มต่ำดังขึ้นในลำคออย่างอดทนอดกลั้น เด็กหนุ่มตัดสินใจทิ้งตัวลงนอนซ้อนแผ่นหลังก่อนจะดึงอีกฝ่ายเข้ามาไว้ในอ้อมกอดจนแผ่นหลังเปลือยสัมผัสกับแผ่นอกของเขา

...จังหวะชีพจรที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันเป็นสัญญาณที่ดี..

“อย่าแกล้งกันเลย...นะครับ” พีทขังร่างขาวนวลไว้ในอ้อมแขนก่อนจะซุกหน้าลงกับซอกคออีกฝ่าย “...ผมไม่อยากเอาเปรียบคุณไปมากกว่านี้แล้ว”

เสียงทุ้มพึมพำเนิบนาบในระยะประชิดทำให้คนที่ถูกโอบกอดไม่สามารถกลั้นยิ้มเอาไว้ได้

“เอาเปรียบยังไง”

ฮานะวางมือทับลงไปบนท่อนแขนแข็งแรง ก่อนจะถูกอีกฝ่ายกุมเอาไว้แล้วไล้ข้อนิ้วเล่นไปมาอย่างเพลิดเพลิน

“ฮานะก็ตัวแค่นี้” หลังมือถูกยกขึ้นจรดจูบอย่างอ่อนโยน “...ผมไม่อยากทำให้ฮานะเจ็บ”

“ไม่ต้องถนอมฉันนักก็ได้” ฮานะหลับตาลงเมื่อถูกไออุ่นจากร่างสูงใหญ่โอบล้อมจนเริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมา “ฉันไม่แตกสลายง่ายๆ หรอกน่า”

“…ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ” พีทกดจูบลงบนแก้มนุ่มก่อนจะหลับตาตามพร้อมกระชับอ้อมแขนแน่น “อย่าบอกให้ผมทำ ทั้งที่คุณก็รู้ว่าผมไม่มีทางทำได้”

ฮานะพยายามข่มความรู้สึกบางอย่างที่ปะทุขึ้นมาจนร้อนไปถึงใบหู...แค่แหย่เล่นหน่อยเดียวไม่เห็นต้องจริงจังขนาดนี้เลยนี่นา

ท่ามกลางความเงียบมีเพียงเสียงของเครื่องปรับอากาศและลมหายใจที่ดังขึ้นสม่ำเสมอ แสงไฟจากภายนอกส่องผ่านม่านโปร่งแสงบริเวณระเบียงเข้ามากระทบกับร่างสองร่างที่นอนกอดกันอยู่บนโซฟาคับแคบ

...ความอบอุ่นส่งผ่านเข้าไปในความฝันจนเผลอหลุดยิ้มขึ้นมาในความมืดมิด

 

________________________________

 

น้องพีทท กลับมาหาแม่ลูกกก T ____________ T

ขอบคุณทุกๆฟีดแบ็กและกำลังใจมากเลยนะคะ ดีใจมากๆเลย

ฝาก #ดอกไม้ของพีท ด้วยนะคะ > <

ความคิดเห็น