winterandwhite

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 19

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 35

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ย. 2562 16:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19
แบบอักษร

“สวัสดีค่ะพี่เดือน คุณ เอ่อ ฝนอยู่บ้านหรือเปล่าคะ”

“น้องคือ น้องเบธ ที่ไปกับฝนที่โรงพยาบาลวันนั้นใช่มั้ย”

“ใช่ค่ะ”

“ฝนอยู่ห้องสมุด เห็นว่ามีงานพิเศษน่ะ วันนี้ก็เลยไม่ได้หยุด”

“อ่อ ค่ะ เอ่อ แล้วก็ คือเบธซื้อขนมมาฝากค่ะ” เบธว่า พร้อมยื่นถุงขนมให้

“ไม่น่าลำบากเลย ขอบใจนะจ๊ะ”

“เอ่อ พี่เดือนคะ ถ้าเบธจะรบกวนอะไรอีกสักนิด คือ เบธขอเบอร์มือถือของฝนเค้า ได้มั้ยคะ”

เดือนลดากะพริบตาปริบๆ มองหน้าเบธ แล้วมองขนมในมือ กำลังสงสัยว่า ขนมนี่น้ำใจ หรือ เครื่องบรรณาการกันแน่

“เอ่อ ขนมนี่เบธตั้งใจซื้อมาฝากจริงๆ นะคะ ส่วนเรื่องเบอร์ ถือว่า เบธขอร้อง หรืออ้อนวอนก็ได้ค่ะ เบธพยายามขอจากเจ้าตัวแล้ว แต่เค้าก็ใจแข็งเหลือเกิน”

หญิงสาวที่ค่อนข้างจะหวาดระแวงคน มองเบธแล้วก็ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง

“สัญญากับพี่ได้มั้ย ว่าจะไม่ทำให้ฝนเสียใจ”

เป็นคำถามที่ง่าย และน่าจะตอบได้ทันควัน แต่กลับทำให้เบธอึ้งไปชั่วขณะ

เบธหายใจยาวๆ สองสามที แล้วจึงค่อยตอบ

“ฝน คือคนที่เบธอยากให้มีความสุขมากที่สุด คือคนที่เบธไม่อยากเห็นเค้ามีความทุกข์แม้แต่น้อย และเค้าก็คือคนที่มีผลต่อความสุข ความทุกข์ของเบธมากที่สุด เบธอยากจะสัญญากับพี่เดือนว่า เบธจะไม่ทำให้ฝนเสียใจ โดยการตั้งใจ ส่วนเรื่องที่เบธไม่ตั้งใจ เบธไม่อาจรับปากจริงๆ”

เบธตอบออกไปจากความคิด และความรู้สึกที่ทบทวนมาเป็นอย่างดี แม้มันอาจจะมีผลให้เบธไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่อย่างน้อย มันคือ เรื่องจริง คือความจริงใจที่เบธมีและพร้อมจะมอบให้ฝนและครอบครัว

“เอามือถือมาให้พี่”

เบธล้วงมือถือในกระเป๋ากางเกง ปดล็อคหน้าจอ และยื่นให้ เดือนลดารับไปและบันทึกเบอร์โทรของฝนต้นเมษาให้ทันที

“จะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวนะ ที่พี่จะทำแบบนี้ หากวันหลัง ฝนเปลี่ยนเบอร์ขึ้นมา คนที่จะให้เบอร์กับเบธ รับรองว่าไม่ใช่พี่แน่นอน”

เดือนลดาคืนมือถือให้เบธ ทำหน้าดุขู่นิดหน่อย แล้วก็เดินเข้าบ้านไป เบธอมยิ้มบางๆ แล้วก็ขึ้นรถ ขับไปหาฝนต้นเมษาที่ห้องสมุด

 

เมื่อไปถึงหน้าห้องสมุด ประตูทางเข้าก็ถูกล็อคเอาไว้จากทางด้านใน ตามที่เบธคิดเอาไว้ไม่มีผิด เบธก็เลยโทรเข้ามือถือของคุณบรรณารักษ์คนขยัน

ครืดๆ

“หืม”

เมื่อคนปลายทางได้รับสัญญาณจากเบธ ชื่อ คุณทหาร ก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอมือถือ นั่นทำให้เธอแปลกใจนิดหน่อยแต่สุดท้ายแล้ว เธอก็ไม่ใจร้าย ให้คนต้นทางต้องรอนาน

ฝนต้นเมษากดปิดเครื่องดูดฝุ่น และดึงผ้าปิดจมูกออก ก่อนจะกดรับสาย

“สวัสดีค่ะ” ฝนต้นเมษากล่าวทักทาย

“เอ่อ คุณฝน รบกวนเปิดประตูให้เบธหน่อยนะคะ เบธอยู่หน้าห้องสมุดแล้ว”

“คุณมีธุระอะไรกับฝนคะ คือ ฝนกำลังทำความสะอาดอยู่ แล้วเนื้อตัวฝนก็เลอะเทอะไปหมด คือถ้าคุณไม่...”

“เบธรีบค่ะ เบธมีเรื่องสำคัญ และจำเป็นต้องพบคุณตอนนี้ จริงๆ”

“รอฝนครู่หนึ่งนะคะ”

บรรณารักษ์ในคราบแม่บ้าน เดินออกจากห้องโถงใหญ่ของชั้นที่สาม ลงมาถึงชั้นที่สองก็ถอดผ้ากันเปื้อนออก ถือไว้ในมือ ลงมายังชั้นล่าง ขณะที่เดินผ่านตู้กระจก เธอพบว่า สภาพตัวเองในตอนนี้ดูไม่จืดเลย ผมเผ้ารุงรัง เหงื่อท่วมตัว มีฝุ่นเกาะอยู่ตามเสื้อผ้าที่ผ้ากันเปื้อนคลุมไม่มิด ในจังหวะแรก เธอนึกจะเดินเข้าไปล้างหน้าหวีผมในห้องน้ำ แต่สุดท้าย เธอก็ตัดสินใจออกไปพบเบธในสภาพแบบนั้น เธอก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าในวันที่เธอไม่สวย เบธจะทำยังไงกับเธอ

แกร็ก

เมื่อประตูถูกปลดล็อค หญิงสาวข้างในก้าวเท้าออกมา เธอก็พบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เธองอน และผู้หญิงคนนั้นก็งอนเธอยืนตัวตรงอยู่ตรงหน้า 

“คุณ เอ่อ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”

ฝนต้นเมษาเป็นฝ่ายพูดออกมาก่อน เมื่อเห็นว่า เบธแม้จะยืนหล่อๆ อยู่ตรงหน้า แต่ก็มีสีหน้าเศร้าหมอง ตาแดงก่ำ แล้วน้ำตาก็ไหลออกมา

“เบธคิดถึงคุณ”

เบธพูดด้วยน้ำเสียงสั่นและเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่ก็ยังพอให้ฝนต้นเมษาได้ยินและเข้าใจในความหมาย ใครจะไปคิดว่า สองสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่เบธทำเป็นสนใจแต่เรื่องงาน ทำเป็นไม่สนเรื่องความรักอีกต่อไป แต่ทั้งหมดนั้น มันฝืนความรู้สึกตัวเองมากที่สุด กระทั่ง ตัวเองทนไม่ไหว และโกหกตัวเองไม่ได้อีกต่อไป 

เบธดึงฝนต้นเมษาเข้าไปกอดเอาไว้โดยไม่ขอ และไม่รอให้อนุญาต

ถ้าไม่กอดไว้แบบนี้ เบธก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าจะต้องทำอย่างไร

“คุณเบธ”

“คุณจะโกรธเบธมั้ย แต่อย่าโกรธเบธเลย คุณไม่โกรธเบธได้มั้ย”

เบธพูดทั้งน้ำตา แล้วก็กอดฝนต้นเมษาแน่นขึ้นกว่าเดิม

ฝนต้นเมษาน้ำตาคลอด้วยความดีใจ ไม่ใช่แค่เบธ แต่คนที่เหมือนจะใจแข็งใจกระด้างแบบเธอ ก็ทรมานจนหัวใจจะขาดไม่ต่างกัน

“ถ้าคุณแค่คิดถึงฝน คุณอย่าร้องไห้เลยนะ ทีฝนคิดถึงคุณ ฝนยังไม่ร้องไห้เลย” ฝนกล่าว พร้อมกับกอดตอบเบธ โดยไม่สนใจว่า ใครจะเห็น ใครจะมอง และไม่สนใจว่า ที่ผ่านมา มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เธอก็แค่คิดถึงเบธ แล้วก็บอกให้เบธรู้ เท่านั้น แต่เพียงเท่านั้น ก็ทำให้เบธ ร้องไห้หนักกว่าเดิม

“ฮือออออออ”

“ฝนพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าคะ”

เบธส่ายหน้า ก่อนจะค่อยๆ คลายอ้อมกอด แล้วถอยออกมามองหน้าฝนต้นเมษา

“เบธร้องไห้นิดเดียว น้ำตาท่วมตัวคุณขนาดนี้เลยเหรอ” เบธค่อยๆอมยิ้ม ขณะที่กวาดตามองใบหน้าที่มีแต่เม็ดเหงื่อ

“ถ้าไม่อยากให้ฝนเปียกไปทั้งตัว ก็รบกวน ขึ้นไปช่วยด้วยค่ะ”

เบธไม่ตอบ ได้แต่ยืนมองหน้าฝนต้นเมษา แล้วก็อมยิ้ม

“ว่ายังไงคะ คุณทหาร”

“ขอกอดอีกที แล้วค่อยช่วยได้มั้ยคะ”

“คุณเนี่ย มันคุณจริงๆ”

ฝนต้นเมษาพูดจบก็ส่ายหน้า แล้วก็เดินเข้าไปในห้องสมุด โดยมีเบธเดินตามเข้าไปด้วย

“เดี๋ยวค่ะ คุณฝน”

เบธคว้าข้อมือคนที่เบธคิดถึงจนใจแทบขาดให้หยุดเดิน แล้วชี้ไปที่ ชื่อของตัวเอง บนบอร์ด แสดงความชื่นชมผู้ที่มีการยืมหนังสือมากที่สุด

“วันนี้วัดสุดท้ายแล้วค่ะ พรุ่งนี้ก็คงต้องปลดออก”

“อ้าว ทำไมเป็นแบบนั้นล่ะคะ บรรณารักษ์เค้าเหม็นขี้หน้านักอ่านคนนี้แล้วเหรอ” เบธอมยิ้ม

“โทษฐานที่ขี้งอนค่ะ”

“งอนเอง หายเอง นักเลงพอ แถมยังมาง้ออีกต่างหาก เนี่ย เดือนหน้าต้องทำป้ายชื่อใหญ่ๆ พร้อมโบว์สีแดงอันโตๆ ติดไว้ข้างๆ ”

“ขึ้นไปช่วยฝนทำความสะอาดได้แล้วค่ะ ฝนอยากให้เสร็จวันนี้เลย ไม่งั้นอาทิตย์หน้าต้องมาทำอีก”

“ค้าบ แม่ค้าบ” เบธทำหน้าทะเล้น แล้วก็ทำเนียน เดินจับข้อมือสาวเดินไป

“เดี๋ยวค่ะ” แต่สาวก็ไม่ยอมง่ายๆ หรอกนะ

“คะ”

“มือค่ะ มือ”

“หมายถึงให้จับที่มือ แทนข้อมือ ใช่มั้ยคะ ได้อยู่แล้วไม่มีปัญหา”

เบธว่า แล้วก็ปฏิบัติทันที ด้วยการค่อยๆ เลื่อนลงไปจับที่ฝ่ามือ ทุกอย่างเป็นไปด้วยความอบอุ่นและนุ่มนวล เบธบีบมือฝนเบาๆ ย้ำๆ อยู่สองที จนทั้งคนจับและคนถูกจับใจสั่นไปพร้อมๆ กัน

ทั้งสองคนเงียบเขินกันไปนิดหน่อย 

ก่อนที่เบธจะพูดแทรกความเงียบขึ้นมา

ว่า....

“เรามาเริ่มต้นกันใหม่ ได้มั้ย”

“ค...คะ”

จากหนึ่งข้าง คราวนี้เบธ จับมือฝนต้นเมษาขึ้นมาไว้ข้างหน้าทั้งสองข้าง

“เป็นแฟนเบธนะคะ คุณฝน”

“หืม”

“ต่อจากนี้ไป เราจะได้ไม่ต้องคิดอะไรกันไปเอง ถ้าเรามัวแต่จินตนาการไปล่วงหน้าว่า ถ้าเราคบกันแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น เบธจะทำให้คุณฝนเสียใจไหม หรือว่า คุณฝนจะผลักไสเบธไปไหนหรือเปล่า เรายิ่งคิด เราก็ยิ่งกลัว ทั้งๆ ที่มันอาจจะไม่มีอะไรน่ากลัวเลยก็ได้ ถ้าเรามีกันและกัน”

“ถ้าฝนปฏิเสธ คุณจะงอนฝนอีกมั้ยคะ”

ปากเธอก็พูดไปแบบนั้น แต่ใบหน้าและแววตา มันตอบตกลงไปแล้ว

เบธสัมผัสได้ ว่าคนตรงหน้าก็รู้สึกเหมือนกัน ก็เลยดึงเข้าไปกอดอีกที

“จะปฏิเสธจริงๆ เหรอคะ เบธกอดคุณไม่อุ่นหรอกเหรอ” พูดไป ก็ยิ้มไป

“คุณมัดมือชกฝนอยู่นะ รู้ตัวหรือเปล่า”

เบธกระชับอ้อมกอดอีก

“ตกลงแล้วใช่มั้ยคะ ตกลงแล้วใช่มั้ย ตกลงเป็นแฟนเบธแล้วใช่มั้ย”

เบธอ้อน แบบอ้อนมากที่สุดในโลก

แล้วใครมันจะไปทนไหว

“เบธมีโอกาสเป็นแฟนฝนได้แค่ครั้งเดียวนะ เข้าใจหรือเปล่า”

“เบธก็เข้าใจแบบนั้นค่ะ ว่าเบธจะเป็นแฟนคุณแค่ครั้งเดียว เป็นแบบที่ว่า ตลอดไปชั่วชีวิต”

เมื่อตกลงปลงใจกันตามนั้น ทั้งคู่ก็พากันขึ้นไปช่วยกันทำความสะอาดชั้นที่สามของห้องสมุด เบธที่ร่างกายแข็งแรงกว่าฝนต้นเมษา จัดการทุกอย่างอย่างรวดเร็ว ไม่ใช้ผ้ากันเปื้อน และผ้าปิดจมูกใดๆ จนเนื้อตัวเลอะเทอะไปหมด

“ไม่ต้องทำแล้ว คุณไปพัก เดี๋ยวที่เหลือเบธทำเอง”

“ช่วยกันเถอะค่ะ จะได้เร็วๆ”

“ตัวคุณผอมแบบนี้ เดี๋ยวเป็นลมพอดี ลงไปนั่งตากแอร์ข้างล่างรอเบธนะ เดี๋ยวเบธรีบทำ แล้วตามลงไป”

“ฝนไม่เอาเปรียบคุณหรอกนะคะ ถึงเราจะ เอ่อ.. จะเป็นแฟนกันแล้วก็เถอะ”

“เอาแบบนี้ดีกว่า คุณลงไปซื้อน้ำเย็นๆ ไว้ให้เบธนะ แบบนี้โอเคมั้ย”

ไม่นานนัก เบธก็ทำงานของฝนต้นเมษาจนเสร็จเรียบร้อยดี จากนั้นก็รีบลงมาหาน้ำเย็นๆ ดื่ม แล้วก็พบว่า แฟนของตัวเอง นั่งหลับอยู่ที่ชั้นสอง ตรงหน้ามีน้ำเปล่า น้ำหวาน และขนมมากมายวางอยู่

เบธเห็นก็อมยิ้ม แล้วก็ไปนั่งอยู่ข้างๆ เปิดน้ำเปล่ามาดื่มแก้กระหาย แล้วก็แกะขนมกิน ระหว่างรอให้คนที่นอนอยู่ตื่นขึ้นมา เบธกินขนมไป ก็นั่งอมยิ้มไป ความเหนื่อยมันหายไปไหนหมดก็ไม่รู้

“หืม ทำไมคุณไม่ปลุกฝนล่ะคะ”

“กลัวว่าคุณตื่นขึ้นมา แล้วจะรีบกลับบ้าน เบธอยากนั่งอยู่กับคุณนานๆ ให้สมกับที่ไม่ได้เห็นหน้าตั้งสิบสี่วัน”

พอเบธพูดแบบนั้น ฝนต้นเมษาก็เลยไม่กลับบ้าน แล้วก็นั่งคุยกับเบธอยู่ที่ชั้นสองของห้องสมุดต่ออีกนาน พาเบธไปเลี้ยงข้าว ใช้เวลาอยู่กับเบธจนกระทั่งมืดค่ำ ทำให้วันหยุดของเบธผ่านไปอย่างมีความสุข เป็นความสุขที่เกินกว่าที่หวังไปมากๆ เบธแทบไม่อยากจะเชื่อ ว่าตัวเองจะกล้าขอฝนต้นเมษาเป็นแฟน แล้วเธอก็ตอบตกลง

ที่ยากๆ มาตั้งนาน บทจะง่าย มันก็ง่ายดายไปหมด

 

เช้าวันทำงาน

เบธแวะไปหาฝนต้นเมษาที่ห้องสมุด ยืมหนังสือนิยายมาให้ป้าผกาสองเล่ม แล้วก็คุยกันอยู่นาน นานกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ทั้งคุย ทั้งเขิน ทั้งหวาน จนมดหน้าจะพากันมาขึ้นหนังสือในห้องสมุด ทำให้วันนี้ เบธไปถึงที่ทำงานสายกว่าปกตินิดหน่อย

และพอก้าวเท้าเข้าไปในห้องทำงานก็พบว่า หมวดดลกำลังเปิดคลิปวีดีโอการแสดงดีดไห แล้วก็ทำท่าตาม ส่วนหมวดคีรีก็เอามือเคาะโต๊ะ ร้อง กรู๊วๆ ๆ

“ไอ้เบธ มาๆ เร็วๆ ซ้อมตอนเช้าหนึ่งรอบก่อนทำงาน วันนี้หัวหน้าไม่เข้า ฉันสืบมาละ” หมวดดลหมุนไปเจอเบธพอดีก็เลยเรียกเบธมาหา ขณะที่ตัวเองกำลังร่ายรำอ่อนช้อย

เบธเดินไปกดหยุดคลิปที่หน้าจอคอมของหมวดดล

“ไม่ดงไม่ดีดมันแล้วไห ฉันนั่งดูคลิปของหมวดกัปตันทั้งคืน ไม่มีอะไรเกี่ยวกับยาเสพติดเลย ฉันว่ามันต้องหลอกเอาคลิปอื่นมาให้แน่ๆ” เบธพูดอย่างโมโห

“อ้าว สวยสิงานนี้ อีดลอุตส่าห์ใช้วันหยุดพักผ่อนไปให้เพื่อนช่วยสอน แล้วก็อุตส่าห์จดจำมาเพื่อจะสอนเบธเพื่อนรัก ฮื่ย!! ไป เบธ เราต้องไปคุยให้รู้เรื่อง”

เบธวางกระเป๋าสัมภาระ แล้วก็หยิบแผ่นซีดี เดินคู่ไปกับหมวดดลอย่างห้าวหาญ มุ่งไปยังห้องทำงานของทีมเหินเวหา

“เฮียไปด้วย งานนี้มีสนุกแน่ๆ ” หมวดคีรีเองก็เดินติดสอยห้อยตามไปด้วยเหมือนกัน

 

“ไอ้ทีมเหินเวหา ไอ้สาระ เล ...อุ่ย! เอ่อ ขอโทษค่ะ คุณตำรวจ”

พอทั้งสามคนเดินไปถึงห้องเหินเวหา หมวดดลก็ส่งเสียงด่านำไปก่อน แต่พอตัวไปถึงก็พบว่า มีตำรวจนั่งคุยอยู่กับสามหนุ่ม หมวดดลก็เลยไหว้ย่อขออภัย

“มีอะไรกัน ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญก็กลับไปก่อน พวกเราต้องคุยเรื่องคลิปวีดีโอขนยาเสพติดกับคุณตำรวจ” หมวดกัปตันว่า พลางทำหน้าซีเรียส

“ถ้าอย่างนั้น พวกฉันขอนั่งฟังด้วยได้มั้ย สัญญาว่าจะไม่ก่อกวน จะขอนั่งฟังเงียบๆ” หมวดคีรีเสนอแนะ

“อืม ได้สิ”

ทีม KBD ก็เลยเข้าไปร่วมฟังการสนทนาระหว่างคุณตำรวจกับทีมเหินเวหา และพอดีว่า คลิปวีดีโอกำลังเล่นอยู่ตรงหน้าเบธพอดี

“ไอ้เบธ สรุปคลิปนี้ กับคลิปที่แกได้ไป อันเดียวกันไหมวะ”

“เหมือนว่ะ”

สองคนนั่งกระซิบเบาๆ ปรึกษากัน

“คือพวกเราบังเอิญถ่ายติดคนร้ายที่ขับรถบรรทุกต้นไม้ผ่านมา ทีแรกเราก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่บังเอิญว่าหมวดอัศวิน อยากทดลองสแกนคลื่นเสียงที่สนใจ ก็เลยลองทำดู เป็นจังหวะเดียวกับที่คนร้ายจอดรถ แล้วลงมาคุยโทรศัพท์ เราก็เลยจับเสียงที่คนร้ายคุย ได้ความว่า จะนำต้นไม้ จำพวกแคคตัส ไปทำการบรรจุยาเสพติดไว้ข้างในก่อนจะขนย้าย เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่”

หมวดกัปตันเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ตำรวจฟัง และนั่น ถึงกับทำให้เบธตะลึง เบธจำได้ดีว่า ตอนที่เบธดูคลิปมาถึงตอนที่เป็นรถขนต้นไม้ เบธกดข้ามไป เพราะไม่คิดว่าจะมีอะไรสำคัญ

“เชี่ย”

หมวดดลสบถออกมาเบาๆ ทำตาโตๆ แล้วหันไปสบตาเบธ เบธใจเต้น และเหงื่อท่วมตัว

“แล้วพวกคุณไม่มีภาพก่อนหน้านี้เหรอครับ ว่ารถขนต้นไม้พวกนี้มาจากไหน บางทีถ้าเราไปสืบจากร้านต้นไม้ ก็อาจจะได้เบาะแสเพิ่มเติม” เจ้าหน้าที่ตำรวจถาม

“เราไม่ได้ถ่ายเอาไว้ครับ แต่ว่า ละแวกนั้น มีร้านต้นไม้อยู่สามร้าน พวกผมคิดว่า ต้องเป็นหนึ่งในสามร้านนั่นแหละครับ”

“อาจจะไม่ใช่แบบนั้นก็ได้นะคะหมวดกัปตัน คนร้ายอาจจะไปรับต้นไม้จากพื้นที่อื่นมาก็ได้” เบธท้วง

“แต่ผมว่า ต้องเป็นร้านต้นไม้ในพื้นที่นี้แหละครับ”

“มันอาจจะสับขาหลอกก็ได้นะคะ” เบธว่าต่อ

“เดี๋ยวนะครับ หมวดเบธ คุณมาจะขัดผมทำไม คุณเองก็สืบคดีนี้อยู่ไม่ใช่เหรอครับ เราต้องช่วยกันสืบ ผมเข้าใจถูกมั้ย” หมวดกัปตันกล่าวด้วยความสงสัย แม้แต่หมวดคีรีที่ไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังอะไรมากนัก ก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน

“เออ ใช่ ไอ้เบธ มันก็แค่สามร้านเอง สืบแป๊บเดียว ใช่ไม่ใช่ เดี๋ยวก็รู้เรื่อง” หมวดคีรีว่า

เบธบอกไม่ถูกว่า กำลังรู้สึกยังไง มันเหมือนจะดีใจ ที่คดีของกัญญพีร์เข้าใกล้ความจริง แต่ความจริงที่ว่านั้น อาจจะนำมาซึ่งเหตุการณ์เลวร้ายบางอย่าง เบธกลัวเหลือเกิน ว่าสิ่งที่ตัวเองสงสัยอยู่ลึกๆ มันจะเป็นจริง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น