LamoonLove
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Obligation of Love 07 - my princess

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.2k

ความคิดเห็น : 69

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ย. 2562 19:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Obligation of Love 07 - my princess
แบบอักษร

“หยุดนะ ไอ้พวกชั่ว!!” 

 

แต่แล้วในขณะที่ฉันกำลังยืนยิ้มอย่างภาคภูมิใจในการเปิดตัวการเป็นฮีโร่ของตัวเอง.. อยู่ๆ ก็มีผู้ชายอีกคนโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ ตะโกนพร้อมกับดึงฉันให้เซถอยมาจากบริเวณที่ยืนอยู่ในทันที.. 

 

“ออกไป ตรงนี้มันอันตราย!” 

 

ใครวะเนี้ยะ? 

 

หน้าคุ้นๆแหะ.. แต่..ผู้ชายโรงเรียนนี้ฉันไม่รู้จักเลยซักคนนี่นา ..เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ตอนนี้ ขอโฟกัสเรื่องไอ้พวกชั่วทั้ง 5 คนก่อนดีกว่า 

 

“นายนั่นละถอยไป.. ฉันจะจัดการไอ้พวกชั่วนี่เอง!” 

 

“เธอนั่นละถอย” 

 

อะไรของเขานะ.. ฉันไม่ได้อ่อนแอเหมือนภายนอกซะหน่อย 

และหลังจากที่เขาพูดจบ เขาก็มายืนบังหน้าฉันแทน ส่วนไอ้ผู้ชายนักเลงหัวไม้อีกฝั่งก็หันมามองเป็นตาเดียวกัน ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเอ่ยปากพูดออกมา 

 

“มีเหยื่อมาอีก สองคนวะ ..พวกมึง..ไปจับมันไว้ ท่าทางดูรวยเหมือนกันใช่เล่นทั้งคู่” 

 

ฉันรวยก็จริง แต่บอกไว้เลยตอนนี้ฉันไม่มีเงินติดตัวซักบาท ขนาดมือถือก็ยังไม่มีเลย ถ้าจะมีของมีค่าตอนนี้ก็คงมีแค่สร้อยละมั้ง..สร้อยคอจี้รูปผีเสื้อ ที่เฮียโซ่เคยให้ฉันเมื่อวันเกิดปีที่แล้ว.. จริงๆมันก็เป็นสร้อยธรรมดานั่นละ แต่สำหรับฉันมันมีค่ามากกกกก เพราะมันเป็นของเพียงชิ้นเดียวที่เฮียโซ่เคยให้ฉัน และถ้าใครจะมาเอาสร้อยเส้นนี้ไป หึ! ต้องผ่านศพฉันไปก่อน! 

 

แล้วที่สำคัญ..ถ้าคิดว่าจับฉันง่ายก็ลองเข้ามาดูซิ!! 

 

ทันทีที่ไอ้ตัวหัวหน้าเอ่ยปากออกมาแบบนั้น ผู้ชายในกลุ่มสองคนก็เดินมุ่งหน้าตรงมาทางฉันทันที พร้อมกับถือมีดเล่มเล็กมาคนละด้าม ในขณะที่..ผู้ชายอีกคนที่เข้ามาทีหลัง เริ่มตั้งท่าเตรียมต่อสู้  

 

แต่ไม่ได้สิ งานนี้ฉันเห็นก่อน ฉันควรเป็นฮีโร่สิ ไม่ใช่เขา!!!  

 

และฉันก็ชอบเวลาที่ได้ต่อสู้แบบนี้เป็นที่สุด นั่นเลยทำให้ฉันวิ่งเข้าไปจู่โจมผู้ชายนักเลงตรงหน้าแทน แทนที่จะรอพวกมันเข้ามาหาและจัดการด้วยความเร็วตามที่ฉันถนัดและฝึกซ้อมมาตั้งแต่เด็กกับพวกเฮียๆ 

 

ฉันคว้าข้อมือของคนที่จะเข้ามาโจมตี พร้อมบิดลงจนมีดร่วงลงไปที่พื้น และไม่พลาดที่จะยกเท้าเตะข้อมือของชายอีกคนนึงอย่างแม่นยำ จนมีดร่วงล่นไปตามๆกัน และทันทีที่มีดทั้งสองร่วงลงสู่พื้น ฉันก็บิดมือผู้ชายคนแรกด้วยความแรงอีกครั้งจนผู้ชายคนนั้นล้มไปกองกับพื้น ก่อนที่ฉันจะปล่อยมือนั่นเป็นอิสระแล้วก็จัดการผู้ชายอีกคนด้วยการโจมตีแบบเดียวกัน 

 

เพียงพริบตา ตอนนี้ทั้งสองก็ล้มลงไปนอนร้องโอดครวญที่พื้นเป็นที่เรียบร้อย.. 

 

ฉันหยิบมีดด้ามนึงขึ้นถือในมือแทน..และก็ไม่พลาดที่จะใช้เท้าเขี่ยมีดอีกอันให้กระเด็นออกไปไกลมือจากไอ้พวกที่นอนอยู่ที่พื้นด้วยเช่นกัน เพื่อไม่ให้มันมีโอกาสหยิบมีดมาโจมตีฉันได้ 

 

“เอ๋..มีดนี้ ถ้ามันเข้าไปอยู่ในเนื้อ มันจะเป็นยังไงน้าาา..หึหึ” 

 

ฉันเอ่ยปากพูดออกมา พร้อมกับยกมีดขึ้นมาพร้อมกับทำท่าจะจิ้มลงไปบนแผ่นหลังของผู้ชายคนนึงที่นอนจับข้อมือตัวเองอยู่..และนั่นเลยทำให้ทุกคนตกใจกลัวกันใหญ่..แต่ว่า ฉันไม่ทำหรอก 

 

“ฮ่าๆ ล้อเล่นนะ..” 

 

ฉันพูดพร้อมกับโยนมีดที่ฉันถือให้กระเด็นออกไปไกลบริเวณนี้ ก่อนที่จะมุ่งเดินเข้าไปหา ผู้ชายที่มีกลิ่นเครื่องดื่มมึนเมาคละคลุ้ง..อีกสามคนอย่างช้าๆ  

 

“ปล่อยผู้ชายคนนั้นซะ..แล้วฉัน จะไว้ชีวิตพวกแก!!” 

 

โอ้ยย ฉันเท่ห์อะ!! 

 

“พวกมึง จัดการมันซิวะ มันก็แค่ผู้หญิง” 

 

และก็เป็นอีกครั้ง ที่ไอ้ตัวที่น่าจะเป็นหัวหน้า สั่งอีกสองคนให้มาโจมตีฉัน..และก็เช่นเดิม..ไอ้พวกนี้อะนะ เป็นคู่ต่อสู้ที่ยิ่งกว่าเด็กน้อยซะอีก ยังไม่ได้เสี้ยวนึงของเฮียโซ่ฉันเลย 

 

ผลักะ 

 

ผลักะ 

 

ไม่นาน ตอนนี้อีกสองคนก็ล้มลงไปนอนกองกับพื้นเป็นที่เรียบร้อย.. แม้ว่าพวกนั้นจะพยายามลุกขึ้นมาก็ตามที แต่มันก็ดูทรมานใช่ย่อย..เพราะว่าฉันบิดเส้นเอ็นของมันก็พลิกกันหมดทุกคนยังไงละ  

 

โอ้ยยยยยย 

 

“พูดดีดีไม่ฟังใช่มั๊ย แต่เอาเถอะ ฉันใจดี ฉันจะให้โอกาสอีกครั้ง ส่งของทั้งหมด คืนผู้ชายคนนั้นไปซะ ” 

 

ฉันเอ่ยปากพูดพร้อมกับกอดอก และอดที่จะภูมิใจกับการเป็นฮีโร่ช่วยเหลือคนอื่นไม่ได้.. 

 

โอ้ยยย ทำไมฉันเก่งอย่างนี้นะ 

ฉันอยากให้พวกเฮียๆ ป๊าม๊า มาเห็นฉันจังเลย จะได้เลิกคิดซะทีว่าฉันอะเป็นเด็ก.. 

 

หมับ!! 

 

แต่แล้วอาจจะเป็นเพราะว่าฉันมัวแต่ยิ้มภาคภูมิใจกับผลงานไอ้พวกผู้ชายที่นอนที่พื้นนานไปหน่อย..ตอนนี้ ฉันก็เลยโดนไอตัวที่เป็นหัวหน้ารวบตัว เอาแขนมาล็อคคอของฉันไว้..ก่อนที่จะเอามีดมาจี้ที่เอวในทันที.. 

 

“หึหึ สาวน้อย ยังไงเธอก็คือผู้หญิง..จะว่าไปสวยๆแบบนี้ มันน่า..” 

 

ปั่ก!!!! 

 

“อ๊ากกกกกก” 

 

ตุ๊บ!! 

 

อันที่จริง แค่เอามีดมาจี้เอวที่หลังฉัน ฉันสามารถหลุดพ้นออกมาได้ง่ายมาก แต่ว่า..การที่ผู้ชายคนนี้ล่นไปกองกับพื้นในตอนนี้ มันไม่ใช่ฝีมือฉัน!!! 

 

หรือฝีมือของผู้ชายอีกคนนึงหรอ? 

 

แต่พอฉันหันไปดูก็เจอผู้ชายคนนั้นยืนมองมาที่ฉันนิ่งๆเท่านั้น.. 

ไม่ใช่ฝีมือเขา.. 

 

ฉันเลยหันไปมองผู้ชายที่ล็อกคอฉันก่อนหน้าที่นอนที่พื้นในตอนนี้ทันที ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และภาพที่เห็นก็ทำให้ฉันเข้าใจในทันที 

 

เพราะตอนนี้ผู้ชายคนนั้นกำลังนอนจมกองเลือดที่ไหลออกมามากมายตรงแขนข้างที่ล็อกคอฉันไว้เมื่อครู่ และตรงแขนนั้น ก็มีวัตถุสีเงินวาวด้ามจับสีดำที่ปั่กอยู่กลางแขน และไอ้ตรงด้ามจับนั่นละที่ทำให้ฉันรู้ทันที ว่านั่นเป็นมีดของใคร..ที่ปามา 

 

ควับ! 

 

“เฮียโซ่!!!” 

 

ทันทีที่ฉันโพล่งปากออกมา..เฮียโซ่ก็เดินตรงเข้ามาหาฉันจากซอกซอยด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึกใดๆ นอกจากสายตาที่มันร้อนดั่งเปลวเพลิง ก่อนที่จะมองฉันนิ่งๆ เหมือนกับสำรวจตัวฉัน แค่เพียงแค่ชั่วครู่ จากนั้นเฮียโซ่ก็เดินเลยตัวฉัน เพื่อมุ่งตรงไปหาผู้ชายคนนั้นที่นอนจมกองเลือดอยู่ เขาค่อยๆก้มลงช้าๆ ก่อนที่จะจับตรงปลายมีดสีดำนั่น..ที่ปักอยู่กลางแขนและกดลงไปอีกครั้งจนมิดด้าม! 

 

“อ๊ากกกกกกกก อย่าา!!! ขอร้องง อ๊ากกกก” 

 

เสียงโอดครวญที่ดัง ไม่ส่งผลอะไรกับผู้ชายคนที่จับด้ามมีดอยู่เลยซักนิด นอกจากสแยะยิ้มออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และไม่นานเฮียก็เอ่ยปากออกมาเสียงเรียบ 

 

“เดย์..ถอยไปสามก้าว” 

 

แม้ว่าฉันจะไม่เข้าใจว่าเฮียหมายถึงอะไร แต่ในเวลานี้ฉันก็ถอยออกไปอย่างที่เฮียพูดจริงๆ 

 

และทันทีที่ฉันถอยหลังออกไปห้าก้าวแล้ว..เฮียก็ฉีกเสื้อผ้าของชายผู้นั้น ก่อนจะเอามาคลุมตรงบริเวณตำแหน่งมีดที่ปั่กลงไป แล้วกระฉากมันออกมาด้วยความแรงในทันที 

 

“อ๊ากกกกกกก” 

 

ฉันพอจะเข้าใจแล้วละ..ว่าทำไมเขาถึงให้ฉันถอย..เพราะมันมีเลือดที่จะเด็นออกมา..แม้ว่าเฮียจะใช้ผ้าซับก็เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดมันพุ่งมาแล้วก็ตามที 

 

หลังจากที่ดึงมีดนั้นเฮียก็เอามีดไปเช็ดกับเสื้อผ้าของชายผู้นั้นอีกครั้ง ก่อนที่จะลุกขึ้นและเก็บมีดเข้าปลอกมีดเรียบร้อย ราวกับว่าเมื่อครู่แค่..มันไม่ใช่มีดแต่เป็นพรวนที่เอามาปักดินเล่นเท่านั้น 

 

ที่จริงฉันเคยได้ยิน เฮียซัน และเฮียเคนเล่ามาอยู่ว่า เฮียโซ่หนะโหด..ก็น่าจะโหดพอๆกับเฮียเคนนั่นละ แต่เฮียโซไม่ได้ต่อสู้พร่ำเพรื่อเหมือนเฮียเคนหรอกนะ จะโหดก็ต่อเมื่อโมโหหรือมีเรื่องไม่พอใจเท่านั้น แต่ฉันก็ไม่คิดว่าจะโหดและเลือดเย็นได้ขนาดนี้.. 

 

อย่างเมื่อกี้ที่ฉันขู่ไปว่า ฉันจะแทงอะ เอาจริงๆฉันทำไม่ลงหรอก..ฉันก็ได้แค่ขู่ แต่นี่..เฮียโซ่แทงคนจริงๆเลยนะ..  

 

หลังจากที่เกิดเหตุการณ์นองเลือดก่อนหน้า พร้อมกับเสียงโอดครวญของชายคนนั้น ก็ทำให้ลูกน้องทั้งสี่คนที่ฉันจัดการก่อนหน้า ลุกขึ้น และรีบพยุงตัวหัวหน้าของพวกเขา และลากออกไปจากตรงนี้ด้วยความทุลักทุเล พร้อมกับมองหน้าฉันและเฮียโซ่ด้วยความหวาดกลัวไปด้วย 

 

แต่เดี๋ยวซิ ยังไปไม่ได้! 

 

“เดี๋ยว หยุดก่อน!” 

 

“อย่าทำอะไรผมเลย ผมกลัวแล้วครับบ” 

 

“เอาของที่ขโมยผู้ชายคนนี้คืนไปซะ แล้วฉันจะปล่อยพวกแกไป” 

 

โอ้ยยย ครั้งนี้เท่ห์ต่อหน้าเฮียโซ่ด้วยอ่าา ดีงาม..  

 

ตอนนี้ฉันยืนท้าวเอว พร้อมกับชี้มือไปยังผู้ชายอีกคนที่ส่งสายตาหวาดกลัวเล็กน้อย...ด้วยความภาคภูมิใจ ประนึงว่าฉันคือซุปเปอร์ฮีโร่ 

 

และหลังจากที่ฉันพูดไปแบบนั้น ผู้ชายหนึ่งในนั้น ก็รีบคว้ากระเป๋าตัง มือถือ โยนลงพื้นทันที ก่อนที่จะเอ่ยเสียงตะกุกตะกักขึ้นมา 

 

“คืนแล้วครับ คืนแล้ว ปล่อยพวกผมไปนะครับ” 

 

“ฉันจะนับ หนึ่ง ถึง ห้า อย่าให้ฉันเห็นพวกแกตรงนี้อีก ไม่งั้นฉันจะฆ่าพวกแกเรียงตัวแน่..หนึ่ง! ” 

 

“พวกมึง เร็ว!“ 

 

“สอง!!” 

 

ฟิ้วววว 

 

“สาม!!!” 

 

ตอนนี้ ไอ้พวกนั้น ยิ่งกว่าใส่เกียร์เทอร์โบคันเร่งอีก มันรีบโกยหัวหน้าแล้ววิ่งไปอย่างรวดเร็ว แม้ว่าตอนนี้มันจะไปไกลแล้ว แต่ฉันก็ยังสนุกกับการป้องปากและตะโกนไล่หลังไปให้พวกมันกลัวเล่นๆ 

 

“สี่!!! คิคิคิ” 

 

โป้ก!! 

 

แต่แล้วในขณะที่ฉันกำลังหัวเราะกับท่าทางคนพวกนั้น หน้าผากฉันก็โดนใครบางคนเขกมาจังๆ และก็คงไม่ใช่ใคร..ถ้าไม่ใช่คนที่ช่วยฉันเมื่อครู่ 

 

“โอ้ยเฮีย อีกแล้วนะ!” 

 

“เล่นอะไรเป็นเด็กๆไปได้” 

 

“ชิ” 

 

“อะเออ.. ผม ขอบคุณมากเลยนะครับที่ช่วยผม” 

 

แต่แล้ว เสียงสั่นเล็กน้อยของคนที่โดนปล้นทรัพย์ก่อนหน้า ก็เอ่ยออกมา พร้อมกับก้มลงไปหยิบกระเป๋าและมือถือของตัวเองที่พื้นด้วยความสั่นเล็กน้อย ส่วนฉันก็ได้แต่ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ.. 

 

“อืม.. นายเป็นผู้ชาย คราวหลังอย่าให้ใครมารังแกได้อีกนะ ^ ^” 

 

ฉันรู้ว่าเขาคงกลัวมาก.. เพราะฉะนั้นฉันก็ควรจะให้กำลังใจเขา 

แต่หลังจากที่อีกฝ่ายมองฉันพร้อมกับยิ้มส่งคืนมาให้ เฮียก็ดึงฉันให้หันหน้ามาหา ก่อนจะเอามือล้วงไปยังกระเป๋ากางเกง เพื่อหยิบอะไรบางอย่างออกมา ที่ทำให้ฉันตาตื่นตกใจไปในทันที 

 

นั่นมัน..ผ้าเช็ดหน้า ที่ฉันทำให้เฮียเมื่อสองปีที่แล้วนี่นา 

ผ้าเช็ดหน้าที่ฉันและเขามีคนละผืน ของเขาฉันปั่กคำว่า Day ส่วนของฉัน ก็ปั่กคำว่า Soh  

 

งื้อออ > < 

 

ฉันนึกว่าฉันจะใช้ผ้านี้คนเดียวแล้วซะอีก เพราะตั้งแต่ฉันให้เฮียไป ฉันก็ไม่เคยเห็นมันอีกเลย ฉันคิดมาตลอดว่าเฮียคงเอาไปเก็บเอาไว้ ไม่ก็เอาไปทิ้ง แต่วันนี้ฉันรู้แล้วว่า..เขาพกมันไว้  

 

ฟินนน >//< 

 

รู้ตัวอีกที เฮียโซ่ก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว และเอาผ้าเช็ดหน้านั้น มาเช็ดใบหน้าและลำคอของฉัน..ที่คาดว่ามันน่าจะเปื้อนเลือดตอนที่มีดเล่มนั้นปั่กลงตรงแขนของผู้ชายที่ล็อคคอฉันเมื่อครู่.. 

 

ตึกตึก ตึกตึก 

 

โอ้ยยย มันดีต่อใจฉันจริงๆนะ.. 

 

ฉันไม่รู้ละ ไม่รู้ว่ามันบังเอิญว่าเขาแค่พกมันวันนี้ หรือยังไง แต่แค่นี้มันก็ทำให้ฉันใจสั่นแล้ว แล้วไหนจะความแผ่วเบาในการเช็ดของเขาที่กระทำต่อฉันอีก มันยิ่งทำให้ฉันทำตัวไม่ถูก และรู้สึกเหมือนตกอยู่ในภวังค์อะไรบางอย่างเลยละ 

 

ตอนนี้ฉันได้แต่จ้องมองเข้าไปในแววตาที่มันดูนิ่งเฉย..แต่การกระทำมันกลับดูอ่อนโยน 

 

แล้วเมื่อกี้ คือเขาปกป้องฉันใช่มั๊ยอ่ะ  

 

งื้อ > < 

 

เท่ห์สุดๆ เจ้าชายของฉันนน 

 

แต่แล้วอยู่ๆก็มีเสียงนึงดังแทรกเข้ามา ที่ทำให้ภาพมโนของฉันและเขาสลายไปในทันที 

 

“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า น้องเดย์เก่งขนาดนี้ พี่ดูแย่ไปเลย แหะๆ” 

 

หื้ม..ควับ! 

 

เอออ ลืมไปเสียสนิทเลย ว่ามีผู้ชายอีกคน..อยู่ตรงนี้นี่นา.. 

แล้วนี่คือรู้จักฉันด้วย? 

 

“..พี่ชื่อสายฟ้า เกรด 11 โรงเรียน HIYA นะครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” 

 

สายฟ้าหรอ ชื่อคุ้นจังเลยแหะ? 

 

“เออ..ค่ะ ยินด..” 

 

แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะตอบออกไป เฮียโซ่ที่ยืนนิ่งข้างๆฉันก็ดึงมือฉันเพื่อที่จะพาฉันออกไปจากตรงนี้..แต่ไม่ได้ซิ ฉันอยากรู้อะ ว่าเขารู้จักชื่อฉันได้ไง 

 

ฉันก็เลยกระตุกมือเฮีย ก่อนที่เอ่ยปากถามไปทันที 

 

“เดี๋ยวสิเฮีย.. พี่รู้จักเดย์ด้วยหรอ?” 

 

“ไม่มีใครไม่รู้จัก น้องเดย์ที่ถือป้ายโรงเรียน Ambid หรอก.. ส่วนนายหนะ ชื่อโซ่ใช่มั๊ย ขอบใจนายด้วยละกันที่ช่วยเดย์ไว้” 

 

“กูไม่ได้ทำเพื่อมึง..” 

 

เฮียโซ่พูดมานิ่งๆ แต่อีกฝั่งก็มองหน้าเฮียกลับอย่างไม่ยีระ ไม่มีความกลัวเลยซักนิด.. แถมยังยักคิ้ว และหันมาส่งยิ้มให้ฉันก่อนจะเดินออกไปจากตรงนี้ทันที..ปล่อยให้ฉันยืนงงอยู่ที่เดิม 

 

“กูก็ขอบใจไปงั้นละ..หึหึ..เอาเป็นว่า พี่ไปก่อนดีกว่า..แล้วเจอกันนะครับ..น้องเดย์...” 

 

หื้ม..อะไรของเขาวะ 

 

แล้วที่บอกว่า..เจอกันอีกครั้งคืออะไร ฉันจะไปเจอเขาได้ไง? 

นั่นเลยทำให้ฉันอดที่จะพึมพำออกมาไม่ได้ 

 

“อยู่ก็คนละโรงเรียนจะมาเจอกันได้ไง ประสาทป่ะ..” 

 

แต่แล้ว อีกคนที่ฉันเพิ่งช่วยชีวิต ก็พูดออกมาเช่นกัน ก่อนที่จะเปลี่ยนน้ำเสียงที่ชื่นชม..เป็นกะตุกกลัวทันที..เมื่อพบกับสายตาของเฮียที่มองนิ่งๆเหมือนไล่ทางอ้อม..และนั่นก็ทำให้ผู้ชายคนนั้นออกไปจากตรงนี้เช่นกัน 

 

“..พี่ขอบคุณเดย์เหมือนกันนะครับ แล้วหวังว่า..ซักวันพี่จะได้ตอบแทนนะครับ..เออ งั้น..พี่ก็ขอตัวก่อนดีกว่า” 

 

จนกระทั่งตอนนี้เหลือแค่เพียงสองคน และในตอนนี้ เฮียก็เอาแต่ขมวดคิ้วและทำสีหน้าเคร่งขรึม เหมือนกับกำลังนั่งทำข้อสอบโอลิมปิกยังไงยังงั้นละ .. 

จนกระทั่งอยู่ๆเฮียก็พูดขึ้นมา 

 

“อย่าไปยุ่งกับมัน” 

 

“มัน? อ่อ สองคนเมื่อกี้อะนะ เดย์จะไปยุ่งได้ไง นี่ก็บังเอิญเจอกัน เดย์ไม่อยากเจอใครหรอก นอกจากเฮียโซ่คนเดียววว” 

 

ฉันพูดพร้อมกับส่งยิ้มไปแบบที่ฉันชอบทำ และนั่นก็ทำให้เฮียโซ่..เลิกขมวดคิ้ว แต่เปลี่ยนเป็นสีหน้านิ่งแทน 

 

“เฮียอะ ไม่รู้จะหน้านิ่งอะไรนักหนา..ยิ้มให้เดย์หน่อยก็ไม่ได้ ..เมื่อไรเฮียจะใจอ่อนกับเดย์บ้างอะะะะ” 

 

ฉันบ่นโวยวายออกมา แต่ก็เหมือนเดิม แต่เฮียก็ยังหน้านิ่ง..ก่อนที่อยู่ๆเฮียก็พูดเปลี่ยนประเด็นไป 

 

“แล้วเฮียบอกให้โทรหา ทำไมไม่โทรมา” 

 

“เห้อ..ก็มือถือเดย์อยู่ที่ไอ้บอลลูนนะซิ ของทุกอย่าง กระเป๋าตัง ก็อยู่ที่มันหมด ตอนนี้เดย์ไม่มีอะไรติดตัวเลยซักอย่าง แล้วนี่มันก็หายไปไหนไม่รู้ เดย์ก็เลยว่าจะไปหาฟ้ากับน้ำที่โซนโรงเรียนเราอะ แต่แบบเดินไปเดินมา มาอยู่ตรงนี้ซะงั้น..เออ..ว่าแต่ เฮียรู้ได้ไงว่าเดย์อยู่ตรงนี้”  

 

“บังเอิญ..” 

 

มันจะโชคดีอะไรแบบนี้นะ ดีงามม > <  

 

“งั้น.. เดี๋ยวเดย์ไปเอาของจากบอลลูนก่อน เฮียรอกลับพร้อมเดย์นะ“ 

 

“ครับ..” 

 

หลังจากที่เฮียขานรับไปแบบนั้น ฉันก็ยิ้มดีใจทันที..ก่อนที่เราจะเดินไปหาไอ้น้ำและไอฟ้า.. และระหว่างทางนะ พวกผู้หญิงก็มองเฮียโซ่ตลอดทางเลยละ.. 

 

นั่นก็เลยทำให้ฉันพยายามเดินชิดๆกับเฮียเอาไว้ เพื่อให้รู้ว่าผู้ชายคนนี้ของฉัน..แต่ว่าพอเราเดินผ่านตรงลานกีฬาที่เตรียมตัวนักแข่งกีฬาฟุตบอลเท่านั่นละ เฮียก็เปลี่ยนเป็นจูงมือฉันในทันที และก็ไม่ปล่อยมือด้วย คือมันฟินมากเลยอะ ตอนนี้ใครที่เดินผ่าน ต้องคิดว่าฉันเป็นแฟนกับเขาแน่ๆเลย > < 

 

และแล้วในที่สุดฉันก็เจอไอ้บอลลูน ที่มันก็มาหาไอ้น้ำและไอ้ฟ้าเหมือนกัน คงเพราะมันรู้ละมั้งว่าฉันก็จะมาที่นี้ และนั่นเลยทำให้มันขอโทษขอโพยฉันยกใหญ่ และหลังจากที่ฉันได้ของทุกอย่างครบ ฉันก็กลับไปหาเฮียโซ่ที่ยืนรอฉันด้วยสีหน้านิ่งๆ.. อีกครั้ง 

 

“เรียบร้อยแล้วค่ะเฮีย..ป่ะ เรากลับกันเถอะ เดย์อะเมื๊อยยยยเมื่อย หน้าก็เนอะหนะไปหมด ผมก็เหนียว อยากอาบน้ำแล้วก็กระโดดลงบนเตียงใจจะขาดดดด” 

 

“หิวรึเปล่า” 

 

ควับ! 

 

งื้อออออ มันอาจจะดูเป็นประโยคง่ายๆเหมือนไม่มีอะไร แต่แบบว่านี่คือครั้งแรกที่ฉันได้ยินจากปากเขา คำพูดที่ห่วงใย และเป็นคำพูดที่เหมือนจะชวนฉันไปกินข้าว..และมัน ก็ดีใจต่อใจฉันจริงๆ 

 

หงึก หงึก 

 

ฉันพยักหน้าส่งไปในทันที 

ในนาทีนี้ หิวไม่หิว ฉันก็ขอพยักหน้าไว้ก่อนละ 

 

หลังจากที่เฮียโซ่ก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อย เขาก็จูงมือฉันเดินออกมาจากตรงนี้ทันที..เพื่อพาไปยังมอเตอร์ไซต์ของเขา..และมันก็เหมือนฝันที่เป็นจริง เพราะเฮียพาฉันมากินข้าวจริงๆด้วย แม้ว่าเขาจะพาฉันมาที่บ้านของเขา..ที่ฉันชอบมาประจำ โดยที่เฮียให้เชฟประจำบ้านทำอาหารเตรียมเอาไว้อยู่ก่อนแล้วก็ตาม 

 

แต่นี่ก็เป็นการกินข้าวของฉันและเฮียเพียงสองคนครั้งแรก แบบนี้จะถือว่าเป็นเดทแรกของเรามั๊ยอะ > < 

 

“กำลังมโนอะไรอยู่” 

 

แต่แล้วฝันฉันต้องดับลงทันที..เมื่อระหว่างกำลังกิน อยู่ๆเฮียก็เอ่ยปากพูดออกมาแบบนั้น 

แต่ฉันไม่บอกเขาหรอกว่าฉันมโนว่าฉันกับเขาเดทกันอยู่.. มันเขินน > < 

 

“เปล่าซะหน่อย...ง่ำๆ กำลังนึกเรื่องวันนี้ไง เนี้ยะรู้ม่ะ ถ้าปีหน้านะ เอาเงินมาจ้างเดย์ล้านนึงให้ไปถือป้ายอีก เดย์ก็จะไม่เอาแล้ว ง่ำๆ ร้อนก็ร้อน เหนื่อยก็เหนื่อย อึก..เนี้ยะ เดย์ต้องยิ้มแบบนี้.. ตลอดเวลา เฮียคิดดูซิ เมื่อยหน้าจะแย่ แล้วยังจะ..” 

 

ฉันตักอาหารตรงหน้ากินอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมกับบ่นและเล่าเรื่องราวที่ฉันเดินพาเหรดของวันนี้ให้เฮียโซ่ฟังอย่างออกอรรถรส ส่วนเฮียก็ได้แค่รับฟังโดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมาซักคำ แม้ว่าจะยิ้มบ้างหน้านิ่งบ้าง แต่ก็ถือว่าเฮียเป็นผู้รับฟังที่ดีคนนึงของฉันเลยละ 

 

“ง่ำๆ ง่ะ หมดแล้วหรอ” 

 

ฉันบ่นออกมาเสียงเบาเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าอาหารตรงหน้า หมดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถ้าอาหารหมด.. ก็แปลว่านี่จะได้เวลาที่ฉันต้องกลับบ้านแล้วซินะ 

 

แต่ฉันยังไม่อยากกลับเลย.. 

ยังอยากอยู่กับเฮียต่อ 

แล้วก็อยากกินของหวานด้วย 

 

แต่แล้ว..ทันทีที่ฉันเงยหน้าพร้อมกับยู่ปากเล็กน้อย ด้วยความเซ็ง อยู่ๆเฮียก็พยักหน้าบอกแม่บ้านเฮียไป จนกระทั่ง ก็มีเค้กบลูเบอร์รี่ชีสเค้ก ของร้านเค้กร้านโปรดของฉัน..มาวางอยู่ตรงหน้า นั่นเลยทำให้ฉันเงยหน้าไปมองเฮียด้วยสายตาที่เปร่งประกายไปด้วยความสุขสุดๆ 

 

งื้อออ ของหวานนนน > <  

 

นี่ละเฮียโซ่ของฉัน แม้จะน่ากลัวในสายตาของใคร แต่สำหรับฉันแล้วเฮียโซ่น่ารักสำหรับฉันที่สุดดดด 

 

“ว้าววว เฮียโซ่รู้ใจเดย์อีกแล้ววว ง่ำๆ” 

 

ว่าแต่ เขามีเค้กพร้อมเสมอในบ้านเลยรึไงนะ ฉันมาทีไรมีให้กินได้ตลอด ไหนว่าเขาไม่ชอบกินเค้กไง? 

 

“เออเฮีย เดย์สงสัยมานานละ ทำไมบ้านเฮียมีเค้กให้เดย์กินตลอดเวลาเลยอะ” 

 

หลังจากที่ฉันถามพร้อมกับตักเค้กเข้าปาก เฮียก็มองหน้านิ่งก่อนจะพูดเสียงเรียบ 

 

“หลานป้านวลชอบกิน” 

 

“ห้ะ..ป้านวลมีหลานด้วยหรอ..แล้วแบบนี้เดย์ไปแย่งเค้กเด็กปะเนี้ยะ” 

 

“นานๆมาทีหนะ พอดีวันนี้หลานป้านวลไม่มา กินได้” 

 

อ่ออ..นึกว่าต้องแย่งของเด็กซะแล้ว..แบบนี้ครั้งหน้าฉันต้องซื้อมาคืนหลานป้านวลแล้วละ.. 

 

ฉันพยักหน้ารับรู้สองสามที ก่อนจะก้มไปตักเค้กเข้าปากต่อ และเริ่มชวนเฮียคุย เช่นเดิม 

 

“..เออ ว่าแต่ ช่วงนี้ พวกเฮียยุ่งมากเลยหรอ ง่ำๆ” 

 

“อืม..ช่วงนี้เฮียกำลังจะกำลังเริ่มดูงานของทางบ้านหนะ” 

 

“อ่อ..ง่ำๆ เฮียซัน เฮียเค เฮียเคน เฮียไนท์ ด้วยใช่ป่ะ” 

 

“อืม..” 

 

“เดย์อยากช่วยเฮียไนท์บ้างจัง...แบบนี้เดย์ต้องทำไงอะ” 

 

“แค่ไม่ทำให้พวกเฮียปวดหัวก็พอแล้ว” 

 

“เอ๊ะ เดย์ไม่ได้ซนซะหน่อยนะ เอาจริงๆ ถ้าวันนี้เฮียไม่มาช่วยเดย์ไว้ เดย์ก็จัดการได้สบายๆ เฮียเห็นป่ะ ผู้ชายที่นอนดิ้นอยู่ที่พื้น ฝีมือเดย์เองนะะ เก่งมั๊ย” 

 

หลังจากที่ฉันพูดจบ ..เฮียโซ่ก็นิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้ามามองฉันด้วยสีหน้านิ่งเรียบ 

 

“ไม่เก่ง เพราะถ้าเก่งจริง ต้องไม่พลาดท่าแบบนั้น” 

 

นี่ละ เฮียโซ่ ผู้ไม่เคยตามใจและไม่เคยชมฉันเลยยยย 

 

“ใจร้าย.. คอยดูนะ ครั้งหน้าเดย์ไม่พลาดแบบนี้แน่ๆ” 

 

“ไม่มีครั้งหน้าแล้ว..ห้ามทำแบบนี้อีก” 

 

พอได้ยินแบบนี้มันก็ทำให้ฉันอดที่จะน้อยใจไม่ได้ ที่ผ่านมาเฮียไนท์ก็ชอบพูดแบบนี้ คิดว่าฉันเป็นเด็กตลอด ไม่ให้ฉันได้แสดงฝีมือ..  

 

แม้ว่าครั้งนี้ฉันจะพลาด แต่ว่ามันก็แค่พลาดเล็กน้อยเอง ทำไมถึงไม่ให้โอกาสฉันได้แก้ตัวละ.. คนเราก็ต้องมีพลาดกันบ้างรึเปล่า 

 

พอคิดได้แบบนั้นฉันก็เลยวางช้อนลงทันที..พร้อมกับแสดงสีหน้าที่ชัดเจนว่า..ฉันงอน 

 

“ทำไมต้องดูถูกกันด้วย ถึงเดย์จะไม่ได้เก่งเหมือนพวกเฮีย แต่เดย์ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นซะหน่อย..เดย์ไม่กินเค้กแล้ว จะกลับบ้าน!” 

 

ครืดดด 

 

ฉันพูดเสร็จ ก็ลุกขึ้นยืนทันที..ก่อนที่จะเดินออกไปหน้าบ้าน..แต่แล้วไงละ..อยู่หน้าบ้านแล้วต้องทำยังไงต่อ.. มือถือก็ไม่มี เงินติดตัวก็ไม่มีสักบาท ฉันวางเอาไว้ที่โต๊ะ 

 

แล้วที่สำคัญ เฮียโซ่ก็ไม่ตามมาด้วย! 

โอ้ยยย นี่จะไม่มาง้อจริงๆหรอ!! 

 

เอาไงดี.. บางทีฉันก็เหนื่อยใจกับเฮียโซ่นะ ที่ดูเหมือนสนใจ แต่ก็ไม่ได้สนใจฉัน เหมือนกับในตอนนี้ 

 

เพราะฉะนั้น ฉันจะเดินออกไปนอกบ้าน ตัวเปล่าแบบนี้นี่แหละ เดินไปเรื่อยๆตามทางของฉัน..แม้ว่าตอนนี้ฉันจะเจ็บเท้าจากรองเท้ากัดตั้งแต่เดินพาเหรด ฉันก็จะไม่สนใจเฮียแล้ว! 

ฉันจะงอนให้นานกว่าคราวที่แล้ว คอยดูสิ! 

 

 

 

70% 

 

 

Soh part 

 

ช่วงหลังๆมานี้ ทั้งผม และเพื่อนๆผม ค่อนข้างที่จะยุ่งวุ่นวายกับชีิวิตเล็กน้อย เพราะตอนนี้ทุกคนเริ่มเข้ามาบริหารกิจการของที่บ้าน อย่างผมก็เริ่มไปช่วยพ่อเล็กน้อย ทั้งงานสายสีขาว และงานสายสีเทา..ทั้งของบ้านผม และของบ้านหลังใหม่อีกหลังที่ผมเพิ่งเข้าไปเหยียบเมื่อไม่นานมานี้ 

 

เมื่อประมานปีที่แล้ว อยู่ๆผมก็กลายไปเป็นลูกบุญธรรมอีกคนของพ่อไอ้เคน และนั่นเลยทำให้ผมต้องเหยียบเท้าก้าวเข้ามาอยู่ในแบล็กวูฟคครึ่งนึง และอยู่กับบลัดเซนที่พ่อผมเป็นคนสร้างอีกครึ่งนึง เนื่องจาก พ่อผมจับมือเป็นพันธมิตรกันกับตระกูลแบล็กวูฟ ตระกูลของไอ้เคน ท่านบอกว่า มันคือการผูกมิตรเพื่อความยิ่งใหญ่ของกลุ่มผมเองด้วย เอาง่ายๆนะ ถ้าไอ้เคนเป็นผู้หญิง ผมก็คงโดนจับแต่งงานไปแล้วละ แต่นี่ไอ้เคนเป็นผู้ชายไง ผมก็เลยไปเป็นลูกบุญธรรมของพ่อไอ้เคนแทน..ซึ่งนั่นถือว่าดีมากที่ไอ้เคนไม่ใช่ผู้หญิง 

 

เพราะผมไม่มีทางที่จะแต่งงานกับใครแน่..ถ้าไม่ใช่..คนที่ผมเลือกเอง..และที่สำคัญ..ผมก็มีคนคนนั้นแล้วด้วย..และก็ต้องเป็นเธอเท่านั้น 

 

และพอผมได้ก้าวขาเข้าไปในแบล็กวูฟแล้ว..มันเลยทำให้ผม ต้องร่วมทำภาระกิจร่วมกับไอ้เคน นั่นก็คือ สร้างคาสิโน.. ที่ตอนนี้สร้างเสร็จไปประมาน 30% แล้วละ 

 

มันเป็นโปรเจคที่ค่อนข้างใหญ่อยู่แล้ว แต่ไอ้เคนมันอยากจะมีลานแข่งรถอยู่ด้วย เลยกลายเป็นโปรเจคใหญ่ขึ้นมาเพิ่มกว่าเดิมอีกในตอนนี้ 

 

แต่ผมว่ามันก็สนุกและท้าทายดี.. และที่สำคัญไอ้เคนกับผม ก็นิสัยคล้ายๆกันแนวคิดคล้ายๆกัน ก็เลยทำให้งานมันออกมาค่อนข้างดีและราบรื่น.. และนั่นเลยทำให้ผมทำงานไปด้วยความสนุก โดยเฉพาะตลอดเดือนกว่าๆที่ผ่านมา ช่วงของการระดมความคิดโครงสร้างและวางแผนผังแนวคิดสำหรับโดยรวมทั้งหมดของงานนี้ 

 

มันเลยทำให้เดือนกว่าๆที่ผ่านมานั้น ผมทุ่มเทกับงานมาก จนไม่ได้ยินเสียงเล็กๆจากใครบางคน ที่มักจะเข้ามาป่วนเปี้ยนในชีวิตของผมอยู่เสมอ.. แต่ถึงไม่ได้ยินเสียง ผมก็ได้เห็นหน้าของเธออยู่ตลอดเวลาอยู่ดี.. 

จนกระทั่งวันนี้ที่ผมเพิ่งได้รู้จากปากไอ้ไนท์ว่า เดย์มาเดินถือป้ายให้โรงเรียน แต่มันติดเคสผ่าตัดเลยไปไม่ได้ ตอนแรกผมก็แค่อยากจะไปดูเฉยๆเหมือนเช่นเคย ว่าเดย์จะแต่งตัวแบบไหน แต่พอผมเห็นตอนเธอเดินออกมาหยิบของนอกห้องแต่งตัวเท่านั้นละ..ไม่ผ่าน 

 

ชุดบ้าอะไร แม่งโคตรรัดรูปจนเห็นสัดส่วนชัดเจน ส่วนไอ้กระโปรงนั่นก็ไม่รู้ว่าจะแหวกไปถึงไหนต่อไหน นี่ถ้าเดย์ไม่ยอมเปลี่ยนเป็นชุดนักเรียน ผมไม่มีทางให้เธอเดินถือป้ายนั้นแน่ๆ 

 

แต่นี่ขนาดว่าใส่ชุดนักเรียนนะ คนยังพูดไม่หยุดปาก..เหมือนกับที่ไอ้เหี้ยสายฟ้านั่นบอก ใครๆก็รู้จักเดย์ เพราะตลอดเวลาที่เดย์เดินถือป้าย ก็เอาแต่ยิ้ม จนผม..หวง..และผมก็แอบได้ยินตลอด ว่าคนถือป้ายโรงเรียน Ambid น่ารัก..ก็นั่นละ..มันก็คือเรื่องจริง 

 

นี่ผมพลาดไปรึเปล่าวะ ที่ยอมปล่อยให้เดย์ถือป้ายนั้นจนได้.. 

 

แล้วยิ่งตอนที่เดินไปเอาของกับบอลลูน เพื่อนของเดย์ ผมก็เห็นตลอด ว่าไอ้พวกผู้ชายพวกนั้นมันมองเดย์ตลอดทาง..แม้ว่าเดย์จะพยายามเดินมาใกล้ผม และมองผมจนไม่ได้สนใจรอบข้างซักเท่าไร แต่ผมก็ต้องตัดปัญหา ให้ไอ้พวกนั้นรู้ว่า ผู้หญิงคนนี้ของผม....หึหึ 

 

และหวังว่าไอ้พวกนั้นจะเข้าใจ..และไม่กล้าเข้ามายุ่งกับเธอ แต่ถึงยุ่งจริงผมก็มั่นใจว่าเดย์ไม่สนใจใครหรอก..และผมก็ไม่มีทางให้เดย์ไปสนใจคนอื่นที่ไม่ใช่ผมด้วยเช่นกัน.. 

 

แต่เรื่องนั้นไว้ก่อน เอาเรื่องตอนนี้ก่อนดีกว่า.. 

 

เรื่องที่เดย์อยู่ๆก็งอนผมกลางโต๊ะอาหาร แล้วก็เดินออกไปจากห้องกินข้าวทันทีในตอนนี้..และผมก็ไม่ได้ตามออกไป แต่เลือกที่จะเปิดดูกล้องวงจรปิดในมือถือของผมแทน 

 

และมือถือกระเป๋าตังทุกอย่างตอนนี้ก็ยังวางอยู่บนโต๊ะอาหาร เพราะฉะนั้นตอนนี้เดย์ ไม่มีอะไรพกติดตัวซักอย่าง..และมันก็เลยทำให้ผมมั่นใจว่า เดี๋ยวเดย์ก็เดินกลับมาหาผม เดย์ไม่งอนผมจริงจังหรอก เหมือนกับคราวที่แล้ว ที่แปบเดียวเดี๋ยวเดย์ก็หายงอน  

 

และจากภาพวีดีโอที่มองอยู่ตอนนี้ ภาพที่เธอหันหลังชะเง้อมองหาผมจากหน้าบ้าน มันก็ทำให้ผมอดที่จะยิ้มผ่านหน้าจอออกมาไม่ได้.. 

 

คงรอให้ผมไปหาและง้อซินะ..แต่เสียใจผมไม่ทำหรอก เดย์เอาแต่ใจจนเสียนิสัย ถ้าผมยอมทุกอย่าง เดย์ก็จะไม่รู้จักโต.. 

 

และอีกอย่าง ยังไงเธอก็งอนผมไม่นานหรอก เหมือบคราวที่แล้วยังไงละ.. 

 

แต่แล้วสิ่งที่ผมคาดการณ์ไว้ ก็ผิดไปทันที เมื่ออยู่ๆ เดย์ก็ไม่เดินย้อนกลับเข้ามาในบ้าน..แต่เลือกที่จะเดินมุ่งตรงไปข้างหน้าเพื่อที่จะออกจากบ้านของผมแทน.. 

 

ให้มันได้อย่างนี้ซิ..บทจะดื้อ ก็ดื้อจริงๆ 

 

เดย์เดินตามเส้นทางก่อนจะเข้ามายังบ้านผม..ที่มันค่อนข้างไกลพอสมควร แต่เธอก็ยังเลือกที่จะเดินไปเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยซักนิด  

 

จากรั้วบ้าน จนถึงหน้าบ้าน..มันก็ระยะทางราว 2 กิโล ผมว่าเดย์เดินไป 1 กิโล ก็คงท้อแล้วกลับมาแล้วละ..เพราะฉะนั้น ผมจะยังคงดูต่อไปละกัน 

 

ที่ผ่านมา ผมไม่ค่อยจะตามใจเดย์ซักเท่าไร ก็เพราะไอ้พวกเพื่อนผม โดยเฉพาะไอ้ไนท์ ค่อนข้างตามใจเดย์เยอะมากแล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าผมตามใจอีก คงเสียคนมากกว่านี้ แค่นี้ก็เอาแต่ใจเกินไปแล้ว..ดูอย่างตอนนี้ซิ ที่เธอยังคงเดินไปเรื่อยๆ จนจะถึงครึ่งทางแล้ว แต่ก็ไม่เหลี่ยวหลังและมีแนวโน้มจะเดินกลับเลยซักนิด 

 

สงสัยครั้งนี้จะงอนจริง.. 

 

ผมเปลี่ยนเป็นปิดหน้าจอมือถือ ก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วก็มุ่งหน้าขับรถมอเตอร์ไซต์คันโปรดออกไปตามเส้นทางที่ยัยเดย์จอมดื้อเดินทันที.. 

 

ผมขับออกมาจนกระทั่งในที่สุดก็เห็นเดย์ ที่ยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆเหมือนเดิม และนั่นเลยทำให้ผมตะโกนออกไปเสียงเรียบทันที 

 

“เดย์ ขึ้นมา” 

 

“ไม่!” 

 

ปกติไม่เห็นจะงอนนานอะไรขนาดนี้เลย ..เรื่องที่ผมห้ามไม่ให้เดย์ไปสู้แบบวันนี้ มันทำให้น้อยใจขนาดนี้เลยหรอ? 

 

และที่ผมไม่ให้เดย์สู้ ไม่ใช่เพราะคิดว่าเดย์ไม่เก่ง..แต่ผม..กลัว..กลัวว่าเดย์จะพลาด เหมือนอย่างวันนี้ ถ้าผมไปช่วยไม่ทัน แล้วไอ้เหี้ยนั้นเอามีดแทงเดย์จริง ผมคงคลั่งตายแน่.. 

 

“เดย์ อย่าดื้อ หยุดเดินแล้วขึ้นมา” 

 

“ไม่ต้องมายุ่ง เฮียไม่เคยสนใจเดย์อยู่แล้วนี่” 

 

ลักษณะครั้งนี้จะงอนของจริงแหะ.. 

 

ผมเลยตัดสินใจจอดรถ แล้วก็ลงไปดึงมือของเดย์แทนเพื่อให้หยุดเดิน.. ก่อนที่จะกระชากให้หันมาพูดกันดีๆ 

 

แต่แล้วสิ่งที่ผมเห็นกลับทำให้ผมนิ่งไปในทันที.. 

ภาพของผู้หญิงหน้าตาจิ้มลิ้ม ที่มักจะยิ้มสดใส หรือเขินอายหลายต่อหลายครั้งเมื่อมองมาทางผม..บัดนี้กลายเป็นใบหน้าที่แดงไปด้วยความร้อนของอากาศ รวมไปถึงดวงตาที่แดงกล่ำ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับอากาศแต่อย่างใด แต่มันเป็นเพราะน้ำใสๆที่ไหลเอ่อออกมาจากดวงตากลมคู่นั่นต่างหาก..  

 

และภาพนั่นมันก็ทำให้หัวใจของผมกระตุกหล่นลงเช่นกัน 

 

“ปล่อยเดย์นะ ฮึก เฮียใจร้าย!” 

 

และไม่นานภาพนั้นก็ถูกตัดไป จากฝีมือของผมเอง ..เพราะตอนนี้ผมดึงเดย์มากอดเอาไว้อย่างแนบแน่น ผมไม่อยากเห็นน้ำตาของเธอ ส่วนเดย์ก็เอาแต่พูดไม่หยุด พร้อมกับผลักผมออก แต่ไม่นานเธอก็นิ่งสงบแต่โดยดี แต่ก็ยังคงพูดออกมาวนซ้ำเหมือนเดิมไม่หยุดปาก 

 

“ฮึก เฮียนิสัยไม่ดี เฮียใจร้าย” 

 

“ครับๆ เฮียมันนิสัยไม่ดี เฮียมันใจร้าย..แต่ตอนนี้ เดย์หยุดร้องแล้วกลับเข้าบ้านกับเฮียก่อนนะครับ..” 

 

ผมพูดออกมาพร้อมกับลูบหัวเดย์ไปด้วยความแผ่วเบา..และนั่นก็ทำให้เดย์นิ่งเงียบไป แต่ยังคงมีเสียงสะอื้นเล็กน้อย ที่ผ่านบนแผงอกของผมอยู่บ้าง.. 

 

ผ่านไปซักพัก ที่ผมคิดว่ามันน่าจะดีขึ้นแล้วผมก็ค่อยๆผละอ้อมกอดนี้ออกไป พร้อมกับจ้องมองไปยังแววตาน้อย ที่มันยังคงเปียกชื้นจากน้ำตาที่มองมาที่ผมไม่วางตา ก่อนที่ผมจะจูงมือเดย์พามาขึ้นไปบนมอเตอร์ไซต์ แต่เมื่อผมขึ้นไป เดย์ก็ยังคงยืนนิ่ง ไม่ยอมขึ้นรถตามมาเหมือนอย่างทุกครั้งที่ผมทำ 

 

“เดย์.. เข้าบ้านก่อนแล้วเรามาคุยกันใหม่นะครับ” 

 

หลังจากที่ผมพูดไปแบบนั้น เดย์ก็เอาแต่มองมาที่รถ แล้วก็มองมาทางผมไม่วางตา..แต่เธอก็ยังไม่ก้าวเท้าขึ้นมาบนรถเหมือนเดิม 

 

บทจะดื้อ เธอก็ดื้อจริงๆ ให้ตายเถอะ.. 

 

นั่นเลยทำให้ผมลงจากรถ ก่อนจะหิ้วเธอที่เบาหวิวขึ้นมานั่งบนรถโดยทันที..และก็ตามมาด้วยตัวผมเองที่รีบขึ้นช้อนด้านหลังของเธอเอาไว้ เพื่อกันไม่ให้เธอลงหนีจากรถได้ ก่อนที่จะขับรถมุ่งหน้าไปยังตัวบ้านของผมอีกครั้ง 

 

“โอ้ย..” 

 

ทันทีที่ถึงบ้าน ผมก็ลงจากรถ และจูงมือให้เธอลงมาด้วย แต่แล้วอยู่ๆ เดย์ก็ร้องออกมาเบาๆ พร้อมกับเซไปเล็กน้อย ก่อนที่จะก้มมองไปยังที่เท้าของเธอด้วยสีหน้าที่เจ็บปวด นั่นเลยทำให้ผมรีบก้มลงไปถอดรองเท้าออกมาดูความผิดปกติที่เกิดขึ้นในทันที 

 

“ฮะเฮีย ทำอะไรอะ!!” 

 

ผมไม่สนใจกับเสียงตกใจของเธอเลยซักนิด เพราะภาพที่ผมเห็น หลังจากถอดรองเท้านั่นออก มันทำให้ผมมีแต่ความเจ็บใจตัวเองเข้ามาแทนที..เจ็บใจที่ตัวเองทำอะไรลงไป ผมปล่อยให้เดย์เดินออกไปหน้าบ้านตั้งไกล ทั้งๆที่เธอโดนรองเท้ากัดจนเป็นแผลเต็มไปหมดแบบนี้ได้ยังไงกัน?! 

 

ควับ! 

 

“เห้ย เฮีย ทำอะไร ดะ.. เดย์เดินเองได้” 

 

และก็เป็นอีกครั้งที่ผมไม่ได้สนใจเสียงของเดย์ แต่เปลี่ยนเป็นอุ้มเธอขึ้นมา เพื่อไม่ต้องให้เธอเดินไปมากกว่านี้อีกแล้ว ก่อนจะก้าวขาพาเข้าไปในตัวบ้าน แล้ววางลงบนโซฟาช้าๆ จากนั้นผมก็ไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมา..เพื่อที่จะเอามาทายาให้ผู้หญิงตรงหน้าอย่างแผ่วเบา โดยที่เดย์ไม่ได้พูด หรือบ่นออกมาซักคำเดียว นอกจากเสียงหัวใจที่มันเต้นดัง เหมือนในหลายๆครั้งที่ผมได้ยินจากร่างกายของผู้หญิงตรงหน้าคนนี้ 

 

และตลอดการทายา เธอก็สะดุ้งอยู่เป็นระยะๆ..การตอบสนองและภาพบาดแผลนั่นมันยิ่งทำให้ผม..โมโหตัวเอง.. 

 

ผู้หญิงที่ผมทะนุถนอมมานาน..กลับต้องมีบาดแผลแบบนี้เพราะผมเอง..ยิ่งนึกก็ยิ่งเจ็บใจ.. นี่ผมปล่อยให้เดย์เดินออกจากบ้านผมไปแบบนั้นตั้งนานได้ยังไง ทั้งๆที่ก็รู้อยู่ว่าเธอเดินพาเหรดบ้าๆนั่นมาไกลแค่ไหน!.. 

 

แต่แล้วในขณะที่ผมเจ็บใจตัวเองอยู่นั่นพร้อมกับทำแผลเสร็จพอดี เสียงเล็กๆก็เปร่งออกมา..ที่ทำให้ผมกลับมาอยู่กับปัจจุบันอีกครั้ง 

 

“ขอบคุณนะคะ” 

 

เสียงที่ได้ยินนั้น ทำให้ผมข่มอารมณ์ที่โมโหตัวเองเอาไว้ ก่อนจะเงยหน้าไปมองหน้าใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มที่ตอนนี้ไร้น้ำตาและเริ่มกลับมาส่งยิ้มให้ผมอีกครั้ง นั่นเลยทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามออกมา และเปลี่ยนจากนั่งที่พื้นเป็นลุกขึ้นไปนั่งข้างๆบนโซฟาตัวเดียวกัน 

 

“ขอโทษนะครับ..” 

 

และทันทีที่ผมพูดแบบนั้น เดย์ก็มองผมนิ่งไปเล็กน้อย..พร้อมยิ้มเขินแบบที่เธอทำอยู่บ่อยครั้ง แต่แล้ว..อยู่ๆ เธอก็เปลี่ยนเป็นเหล่ตามาทางผม ก่อนจะกอดอกและสะบัดหน้าใส่ผมในทันที.. 

 

หึหึ..คงอยากจะงอนผมนานๆสินะ.. แต่ผมว่าไม่นานหรอก 

 

นั่นเลยทำให้ผมเอื้อมมือไปคว้าไหล่ของเธอให้หันมาหาผม พร้อมกับพูดและยิ้มส่งไปให้ในทันที 

 

“ไหน งอนอะไรเฮีย เล่ามาซิ..” 

 

และทันทีที่สบตาผม เดย์ก็กลับมามีดวงตาที่สั่นไหวอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะพูดออกมา 

 

“ก็ ก็เฮีย..ไม่สนใจเดย์ ปล่อยให้เดย์เดินออกไปตั้งนาน..เดย์นึกว่า..เฮียจะไม่มาตามเดย์แล้ว เดย์นึกว่าเฮีย..จะไม่สนใจเดย์แล้ว..เดย์กลัว..” 

 

เดย์ก็คือเดย์ เด็กผู้หญิงที่นึกถึงแต่ผม..และก็เป็นคนที่ทำให้ผม..ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย เหมือนอย่างในตอนนี้ 

 

“เฮียก็ออกไปตามแล้วไงครับ..” 

 

“ก็กว่าจะไปตามอะ เดย์เดินจนเท้าจะฉีกอยู่แล้ว” 

ใช่..กว่าผมจะไปตาม..เธอก็เดินไปเยอะแล้วจริงๆ 

ผมยอมรับผิด..เพราะฉะนั้น 

 

“งั้น..เฮียให้ตีทีนึง” 

 

ผมพูดพร้อมกับแบมือออกไป และนั่นก็ทำให้เดย์ที่ทำหน้ายู่ไปมาอย่างน่ารักก่อนหน้า กลับมาเป็นเดย์คนเดิม คนที่ยิ้มเก่งและเขินเล็กน้อย..เมื่ออยู่ใกล้ผม 

 

“แต่เดย์ตีเจ็บนะ” 

 

“ไม่เป็นไร เฮียยอมเจ็บ ถือว่าไถ่โทษที่ทำให้เดย์..เสียใจ” 

 

พรึ่บ.. 

 

แต่แล้วเดย์ก็ไม่ได้ตีผม..แต่เปลี่ยนเป็นเอาแขนมาสอดที่แขนของผมแทน ก่อนที่เอนหัวมาสบลงตรงไหล่ของผม...แล้วเอ่ยปากออกมาเสียงเบา และเป็นคำถามที่ผมไม่คิดเลยว่าเดย์จะถามออกมา 

 

“เฮียรำคาญเดย์มั๊ย” 

 

ผมไม่รำคาญเธอหรอก..และคงไม่มีวันนั้นด้วย 

 

“ไม่” 

 

“..แค่นี้..ก็พอแล้ว สำหรับ..เดย์” 

 

และนั่นก็เป็นคำพูดเบาๆสุดท้าย..ก่อนที่อยู่ๆเสียงของเดย์ก็เงียบไปพร้อมกับเสียงหายใจที่เป็นจังหวะ.. 

 

จนผมค่อยๆเอียงหน้าไปมอง..ผู้หญิงที่ซบลงตรงไหล่ของผม ก่อนจะพบว่า ตอนนี้ดวงตาน้อยๆนั้นได้ปิดสนิทลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

 

วันนี้เดย์คงเหนื่อยมามากซินะ เพราะตอนกินอาหารแม้เธอจะพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด แต่ก็หลายครั้งที่ผมเห็นเธอหาวง่วงนอน และผมก็รู้ว่าเธอไม่อยากไปนอนหรอก เพราะเดย์อยากพูดคุยกับผมมากกว่า และนั่นก็เลยทำให้ผมยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะค่อยๆเอาแขนที่เดย์สอดไว้อยู่ออกอย่างช้าๆ และเปลี่ยนเป็นอุ้มเธอ เดินไปวางไว้บนเตียงนอนในห้องนอนของผมแทน.. 

 

หลังจากที่ผมคลุมผ้าห่มให้ผู้หญิงที่ผมแอบมองและเฝ้าถนอมมาหลายปี ผมก็ค่อยๆนั่งลงบนขอบข้างเตียง พร้อมกับมองหน้าของเธอที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์หนา..ที่มันทำให้ผมไม่สบอารมณ์วันนี้ทั้งวัน เพราะมันทำให้มีแต่คนมองเธอทั้งงาน.. 

 

แต่แล้วผมก็คิดได้ว่า ก่อนหน้านี้เธอบ่นไม่หยุดว่าเหนียวตัวและเหนอะหน้าไปหมด นั่นก็เลยทำให้ผม..ลุกขึ้นและออกจากบ้านเพื่อไปซื้ออะไรบางอย่างในทันที 

และในเวลาไม่ถึง 10 นาที ผมก็กลับมาที่ห้องเดิมอีกครั้ง พร้อมกับของในมือที่ผมไม่เคยใช้มันและได้แต่ศึกษาผ่านรีวิวในโลคอินเตอร์เน็ตเท่านั้น นั่นก็คือ คลีนซิ่ง..น้ำยาเช็ดเครื่องสำอางค์.. 

ผมเอาน้ำชุบกาละมังเพื่อเห็นตามคอและแขนเล็กน้อยให้เธอสบายตัว ก่อนที่จะเริ่มเช็ดเครื่องสำอางบนใบหน้าน้อยนั้น จนในที่สุดก็สะอาดหมดจดกลับมาเป็นเดย์ที่น่ารักของผม.. ก่อนจะถามด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำและเช็ดบนใบหน้าเธออย่างแผ่วเบาอีกครั้ง 

 

หลังจากที่ผมจัดการทุกอย่างเสร็จ ผมก็มองเธอที่นอนบนเตียงนอนของผมอีกครั้ง..ก่อนที่จะลูบใบหน้าแสนน่ารักนั้นอย่างแผ่วเบา และอดไม่ได้ที่จะแนบริมฝีปากตัวเองลงอย่างช้าๆบนหน้าผากมนนั่น.. 

 

“ฝันดีนะครับ my princess”  

 

 

 

ฮัลโหลล รีดดด  

จากการสอบถามว่าจะให้เฮีย โหด หรือ อ่อนโยน ผลส่วนใหญ่บอกว่าให้อ่อนโยน...แต่ก็โหดด้วย เพราะฉะนั้นก็ตามนั้นจ้า  

ส่วนใครที่อยากให้เรื่องนี้ไปแนวน่ารักใสๆ กุ๊กกิ๊กๆไรงี้ ..มันก็ดูสวนทางกับเนื้อเรื่องที่ไรด์ปูมาจากพวกเฮียๆทั้ง 4 ไปหน่อย แต่ไรด์ก็จะพยายามนะ แต่มันก็อาจจะไม่มากอยู่ดี

ไว้รออ่านเรื่องของคินแทนแล้วกันนะ.. เพราะเรื่องนั้นไรด์กะจะแต่งเบาสมองบางละ แบบเรื่องเฮียซันไรงี้ เอาจริงๆ ตอนนี้อยากแต่งของคินมาก เรื่องเฮียโซ่มันปวดหัวอะ 5555 แต่แบบไว้ก่อนเนอะ เอาทีละเรื่องๆไป

 

//ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์ทุกอันเลยน้าา

//ถึงวันนี้จะมาช้า แต่ก็มานะ

//ตอนนี้อ่านกันยาวๆเลย ยาวมากกก เพิ่งเห็นว่า 36 หน้า! เยอะเว่อร์! 5555

 

ปล รักรีดนะ จุ๊บๆ

ความคิดเห็น