หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 66 พลอดรักกลางแจ้งมักตายไว (4)

ชื่อตอน : ตอนที่ 66 พลอดรักกลางแจ้งมักตายไว (4)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.1k

ความคิดเห็น : 43

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ย. 2562 15:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 66 พลอดรักกลางแจ้งมักตายไว (4)
แบบอักษร

ตระกูลหนิงรึ 

ต่างคนต่างมองกันแลกเปลี่ยนสายตาตกตะลึง 

ในแคว้นหลงหยวนแห่งนี้มีตระกูลใหญ่อยู่สี่ตระกูลและตระกูลหนิงก็มิใช่หนึ่งในนั้น แต่เมื่อพินิจดูจากเสื้อผ้าอาภรณ์แล้วผู้คนเหล่านี้คงมิได้ไร้หัวนอนปลายเท้าเป็นแน่ 

ครั้นเห็นสีหน้าเมินเฉยเด็กสาวหน้าตาสะสวยก็กัดฟันขาวดั่งไข่มุกแล้วเพิ่มข้อเสนอให้ดึงดูดใจยิ่งขึ้น 

“หากผู้ใดช่วยชีวิตท่านปู่ข้าได้ข้าจะให้โสมพันปีเป็นรางวัล!” 

โสมพันปี... 

เฮือก!  

ทุกคนต่างสูดลมหายใจเย็นเยือก ตัวยาล้ำค่าพรรค์นี้แม้ฮ่องเต้ยังทรงมีเพียงหนึ่ง! มิหนำซ้ำโสมนั่นยังเยาว์นักมิได้เฉียดหนึ่งพันปีแม้ปลายเส้นผม 

แต่เด็กสาวผู้นี้จู่ๆ กลับเสนอโสมพันปีขึ้นเป็นรางวัล นางเป็นเศรษฐีใหม่ประเภทใดกันแน่ 

อย่างไรก็ดีเรือสำราญลำนี้ใหญ่โตมโหฬารนัก พ้นจากโถงกลางไปยังมีห้องส่วนตัวโอ่อ่าอีกกว่าสิบห้อง เด็กสาวผู้นี้มิได้มาจากกลุ่มของเกาหลิงเป็นแน่ 

กวนหลินหัวเราะคิกคัก “แม่นางน้อยเอ๋ยว่ากันตามตรง ผู้ที่ช่วยเหลือเจ้าได้มีเพียงท่านมู่อู่ซวงเท่านั้น เจ้าอาจมิเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของนางแต่นางคือยอดอัจฉริยะปราศจากผู้ใดเทียบเทียมในแว่นแคว้นหลงหยวน วิชาแพทย์รึก็แกร่งกล้ายิ่งกว่า บนแผ่นดินชนรุ่นนี้หาผู้ใดยอดไปกว่านางไม่มี! เจ้าโชคดีจริงที่ได้พบผู้ช่วยชีวิตในวันนี้” 

ดวงตาเด็กสาวส่องแสงสว่างวาบมองตามกวนหลินไปยังมู่อู่ซวง นางหวาดหวั่นประหนึ่งจับคว้าฟางเส้นสุดท้าย “แม่นาง ข้าวิงวอนท่านโปรดช่วยชีวิตท่านปู่ข้าด้วยเถิด ท่านปู่ข้าจะตายไม่ได้เป็นอันขาด ตราบใดที่ท่านช่วยท่านปู่ได้ล่ะก็ ตระกูลหนิงเราจะติดหนี้ชีวิตท่านอย่างใหญ่หลวงทีเดียว” 

คราวนี้พวกนางอุตส่าห์จากตระกูลมาเพื่อเสาะแสวงหาแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่ทั่วผืนแผ่นดิน ใครเลยจะรู้เล่าว่าเมื่อมาถึงนี่แล้วท่านปู่จะอาการกำเริบ 

อันที่จริงกระทั่งแพทย์แห่งหอโอสถยังกล่าวว่าพวกตนอับจนหนทางมิสามารถรักษาโรคร้ายของผู้เฒ่าได้นอกเสียจากพยายามประวิงเวลาชีวิตท่านออกไปเท่านั้น พวกนางจึงมิได้คาดหวังอะไรจากการเดินทาง เพียงปรารถนาจะเสี่ยงโชคเท่านั้น 

ใครเลยจะคิดว่าพวกนางจะได้พบเจอโชคอย่างแท้จริง ครั้นได้ยินคำเด็กหนุ่มแล้ว เด็กสาวนามมู่อู่ซวงผู้นี้คงมีวิชาแพทย์กล้าแกร่งถึงขั้นล้ำหน้าเหล่าแพทย์แห่งหอโอสถ นางอาจรักษาท่านปู่ได้จริงก็เป็นได้... 

“คือว่า...” มู่อู่ซวงแสร้งทำเป็นถ่อมตนกล่าว “ข้ามิอาจรับประกันว่าจะสามารถรักษาท่านปู่เจ้าได้ แต่ข้าจะพยายามอย่างสุดความสามารถ” 

“แม่นางอู่ซวงท่านอย่าได้ถ่อมตนไปนัก ท่านคือศิษย์แห่งแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่ วิชาแพทย์ของท่านก็ยอดเยี่ยมหาผู้ใดเทียบเทียม หากท่านเองรักษาไม่ได้คงไม่มีผู้ใดสามารถ” กวนหลินยังคงป้อยอมู่อู่ซวง 

คำหวานเหล่านี้หล่อเลี้ยงจิตใจให้มู่อู่ซวงปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ดีสีหน้านางไม่ได้แสดงออกซึ่งความรู้สึกดังกล่าวหากแต่ซุกซ่อนไว้หลังมาดสูงส่ง 

สายตาเด็กสาวผู้งดงามทอประกายอีกครั้ง เด็กหนุ่มผู้นั้นกล่าวว่ามู่อู่ซวงเป็นศิษย์แห่งแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่ใช่หรือไม่ หรือว่าจะเป็นผู้ที่ท่านปู่ของนางเคยกล่าวถึง ว่ากันว่าแพทย์ท่านนั้นหาตัวจับยากและมีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ นัก จะตามตัวท่านนั้นยากเสียยิ่งกว่าไปสวรรค์ นางคิดถึงแต่ท่านหมอผู้นั้นเท่านั้นที่จะช่วยท่านปู่ได้ 

พลันเด็กสาวผู้งดงามก็มั่นใจขึ้นมา ทว่าหากนางรู้เสียหน่อยว่าแท้จริงแล้วอาจารย์มู่อู่ซวงเป็นเพียงแพทย์หลวงชั้นผู้น้อยแห่งหลงหยวน นางคงโมโหมากเสียจนเข้าทุบตีกวนหลินผู้พูดจาเกินจริงให้สิ้นสติทีเดียว 

อวิ๋นลั่วเฟิงยืนพิงกรอบประตูเกียจคร้าน สายตาซุกซนเฝ้ามองมู่อู่ซวงผู้ทำท่าจะรักษาผู้เฒ่าประหนึ่งตั้งตารอชมการแสดงชั้นยอดโดยแท้ 

“เจ้ายิ้มอะไร” กวนหลินเห็นรอยยิ้มบนดวงหน้าอวิ๋นลั่วเฟิงดังนั้นก็เย้ยหยันอย่างเย็นชา “ในหมู่พวกเรานั้นแม่นางมู่อู่ซวงมีวิชาแพทย์ยอดเยี่ยมหาผู้ใดเทียบแล้วเจ้าจะมายิ้มอะไร หรือว่าเจ้าคิดว่าตัวเองสามารถรักษาโรคร้ายนี้ได้ เจ้าช่างเป็นนางสวะผู้ไม่รู้ที่ต่ำที่สูงจริงๆ!” 

ความคิดเห็น