หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 65 พลอดรักกลางแจ้งมักตายไว (3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 65 พลอดรักกลางแจ้งมักตายไว (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ย. 2562 15:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 65 พลอดรักกลางแจ้งมักตายไว (3)
แบบอักษร

“กวนหลิน” มู่อู่ซวงขมวดคิ้วงามได้รูปเสียแน่นพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงติเตียน “เจ้าพูดเช่นนั้นไม่ถูก ไม่ว่าใครต่างก็เริ่มต้นจากศูนย์ด้วยกันทั้งสิ้น อวิ๋นลั่วเฟิงนางเองบัดนี้ก็มีความสนใจเท่านั้นก็เพียงพอแล้วที่จะพิสูจน์ว่านางก็หาได้สิ้นความดีไม่!” 

มุมปากกวนหลินกระตุกไม่ยักเชื่อคำพูดมู่อู่ซวงแม้แต่นิด ก็อวิ๋นลั่วเฟิงเป็นนางสวะเช่นนั้นจะไปร่ำเรียนวิชาแพทย์อย่างไรได้ จะหาอาจารย์สำนักไหนก็คงไม่มีผู้ใดรับเป็นศิษย์ 

จะมีก็แต่มู่อู่ซวงเท่านั้นที่เมตตาพอจะเป็นผู้ชี้นำนาง 

และในสายตากวนหลินนั้น ที่มู่อู่ซวงออกหน้าอยากเสวนาวิชาแพทย์กับอวิ๋นลั่วเฟิงก็ชัดเจนว่านางคิดตั้งตนเป็นอาจารย์ 

“อวิ๋นลั่วเฟิงเอ๋ย” มู่อู่ซวงหันไปหาอวิ๋นลั่วเฟิงอีกครา “สถานะเจ้าเป็นเพียงผู้เริ่มต้น หากปราศจากผู้ชี้นำเจ้าคงงุ่มง่ามไม่รู้ทิศรู้ทางอยู่อีกนานซ้ำยังจะผลาญยาสมุนไพรไปโดยเปล่าประโยชน์! ทำไมไม่ให้ข้าชี้นำทางเจ้าดูเสียหน่อยล่ะ ดีกว่าเจ้าไปงมอ่านตำราเองเป็นสิบปีนะ” 

มู่อู่ซวงอยากจะสอนอวิ๋นลั่วเฟิงจริงๆ น่ะหรือ 

ไม่มีทาง! นางทำเช่นนี้ก็เพื่อกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น! อวิ๋นลั่วเฟิงจะได้ตาสว่างเสียทีว่านอกจากรูปโฉมงดงามแล้วนางหาความดีอะไรไม่ได้! แล้วนางก็รู้ทันอารมณ์อวิ๋นลั่วเฟิงดี เอ่ยปากไปเช่นนี้นางคงปฏิเสธกลับมาทันทีเป็นแน่ 

“งั้นก็ได้” 

มู่อู่ซวงคิดว่าอวิ๋นลั่วเฟิงต้องปฏิเสธทันที แต่ได้เดี๋ยวเดียวเด็กสาวฝ่ายตรงข้ามก็ส่งเสียงเจื้อยแจ้วเจือแววเกียจคร้านตอบกลับมา 

สีหน้ามู่อู่ซวงพลันแข็งทื่อ นางฉวยโอกาสที่ผู้คนมิได้มองรีบกลับลำวางมาดผู้ดี “อวิ๋นลั่วเฟิงเอ๋ย หากเจ้ามีคำถามใดเจ้าจงถามข้าเถิด ข้าจะพยายามตอบอย่างดีที่สุด” 

อวิ๋นลั่วเฟิงเกาคางแผ่วเบา แก้วตาสีดำเจือแววสนุกสนาน “ข้าอยากรู้วิธีแก้พิษม่านหลัว” 

มู่อู่ซวงนิ่งอึ้งไปทันใดพิจารณาคำตอบอยู่ชั่วเพลาหนึ่ง “หากข้าจำไม่ผิดพิษม่านหลัวเป็นปัญหาที่เขียนไว้บนกำแพงหอโอสถใช่ไหมเล่า กระทั่งแพทย์ประจำพลับพลายังแก้ปัญหานี้ไม่ตก อวิ๋นลั่วเฟิงเอ๋ย ต่อให้อาจารย์ข้ามาเองก็คงอับจนหนทาง ข้าว่าเจ้าเริ่มศึกษาจากพื้นฐานก่อนเถิด พิษม่านหลัวอะไรนี่ยังอยู่ห่างไกลเกินเอื้อมเจ้านัก” 

ความหมายของนางก็คือปัญหาที่กระทั่งแพทย์ประจำหอโอสถยังแก้ไม่ได้ แม้มู่อู่ซวงจะตอบไม่ได้ก็คงไม่ผิดอะไร 

“ยาแก้พิษม่านหลัวนั้นเรียบง่ายมาก” อวิ๋นลั่วเฟิงอ้าปากหาว กายพิงกรอบประตูเรือเกียจคร้าน “ปัญหาง่ายดายเช่นนี้เจ้ายังแก้ไม่ได้ นับประสาอะไรจะมานั่งเสวนาวิชาแพทย์กับข้า” 

“อวิ๋นลั่วเฟิง!” 

เกาหลิงกำหมัดแน่นด้วยโทสะจนกระดูกข้อนิ้วลั่นประหนึ่งจะพุ่งเข้าใส่อวิ๋นลั่วเฟิงได้ทุกเวลาอย่างไรอย่างนั้น 

“เจ้าทำเช่นนี้ตั้งใจกลั่นแกล้งอู่ซวง!” ที่สุดแล้วเกาหลิงก็อดกลั้นโทสะตนไม่ชกอวิ๋นลั่วเฟิง แต่เอ่ยวาจาเผ็ดร้อนออกมา “พิษม่านหลัวนั้นกระทั่งหอโอสถยังอับจนหนทาง! แล้วเจ้าเป็นใครถึงได้โอหังอ้างว่าวิธีแก้พิษนั้นเรียบง่าย เจ้าถามเช่นนี้ตั้งใจจะลองภูมิกัน! ข้าขอเตือนเจ้าไว้ อย่าสะเออะ! วิชาแพทย์เขาร่ำเรียนกันตั้งแต่ขั้นแบเบาะ อู่ซวงมีเมตตาจะชี้นำทางเจ้าแท้ๆ แต่กลับได้รับการดูหมิ่นเป็นสิ่งตอบแทน! เจ้าทำโอกาสดีเช่นนี้หลุดมือไป ชะตาเจ้าคงมิพ้นเป็นได้แค่เศษขยะนั่นล่ะ!” 

บรรยากาศในเรือพลันหม่นลงทันใด ผู้คนต่างสัมผัสได้ถึงแรงโทสะองค์รัชทายาท ทว่าก็ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นขัด 

ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดนั้นเองก็มีเสียงฟุ่บดังขึ้นตามด้วยเสียงอะไรบางอย่างหล่นกระทบพื้นมาจากด้านในเรือ บัดนั้นเองสายตาทุกคนก็จับจ้องไปยังที่แห่งนั้น 

ชายชราผู้หนึ่งหอบหายใจใบหน้าซีด กายเขาสั่นเทาขดลงกับพื้น ข้างกันมีเด็กสาวหน้าตาสะสวยคอยประคองพลางส่งเสียงตะโกนหวั่นวิตก “ใครก็ได้ช่วยท่านปู่ข้าทีเถิด! ตระกูลหนิงข้าจะเป็นหนี้บุญคุณผู้ใดก็ตามที่รักษาปู่ข้า แล้วพวกข้าจะตบเงินรางวัลให้อย่างงาม!”  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น