หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 64 พลอดรักกลางแจ้งมักตายไว (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 64 พลอดรักกลางแจ้งมักตายไว (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.7k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ย. 2562 15:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 64 พลอดรักกลางแจ้งมักตายไว (2)
แบบอักษร

ดวงตาเด็กสาวเป็นสีนิลดั่งนภาราตรีกาลไร้ที่สิ้นสุด 

แม้เป็นเพียงการมองกระนั้นผู้ใดได้เห็นย่อมรู้สึกว่านางกำลังหยามหมิ่นตนอยู่เป็นแน่! 

สายตาเช่นนี้เขาสงวนไว้ให้แต่ชนชั้นผู้ดี ทว่าอวิ๋นลั่วเฟิงกลับมองฝูงชนด้วยสายตาเช่นนั้น... 

“เจ้ามาแล้วอย่างนั้นรึ” 

ใจมู่อู่ซวงสั่นไหวไปชั่วครู่ ครั้นสงบจิตลงได้จึงกลับมาแสดงท่าทีงามสง่าอีกครั้ง มิเพียงแต่ไม่ปิดบังความหึงหวง นางยังไม่แสดงออกถึงความพึงใจอีกด้วย สำเนียงนางเปรียบดั่งยักษ์ใหญ่เจรจากับมนุษย์ตัวจ้อย “เจ้ามาสายนะ” 

อวิ๋นลั่วเฟิงยกมุมปากแย้มยิ้มร้ายกาจวางอำนาจ เบนสายตามืดดำไปทางเกาหลิง “พอดีว่าข้าเพิ่งได้รับเทียบเชิญจากองค์รัชทายาท ไม่ทราบว่าองค์รัชทายาททรงตั้งใจเขียนเวลาผิดหรือไม่” 

มู่อู่ซวงมิอาจกล่าวว่าองค์รัชทายาทเขียนเวลาผิด จึงไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับแทน 

“เช่นนั้นพวกเราทุกคนคงจำเวลาผิดกันหมดกระมังจึงได้พากันมาแต่หัววันเช่นนี้ ข้าขออภัย จริงอยู่ ข้าไม่ควรตำหนิเจ้าที่มาสายเลย” 

กล่าวเช่นนี้อวิ๋นลั่วเฟิงจึงตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก 

ก็เวลาของนางจะถูกอยู่ผู้เดียวได้อย่างไรเล่า 

“อวิ๋นลั่วเฟิงเจ้าอย่าพูดให้มันมากไปนัก!” ใบหน้าหล่อเหลาพลันถมึงทึงทันใด เกาหลิงโอบกายมู่อู่ซวงไว้ในอ้อมแขนพลางส่งสายตาคมปลาบดั่งใบมีดปักลงบนร่างอวิ๋นลั่วเฟิง “ข้าลงเวลาไว้เป็นยามโหย่วหนึ่งเค่อ [1] เจ้ามาสายเองแต่กลับกล่าวโทษอู่ซวง อู่ซวง เจ้ามิต้องไปขอโทษนางสวะนี่!” 

มู่อู่ซวงเมื่ออยู่ในอ้อมแขนเกาหลิงก็ฉวยโอกาสที่ผู้คนมิได้มองยกมุมปากยิ้ม 

ใช่แล้ว เวลาที่องค์รัชทายาทลงไว้คือยามโหย่วหนึ่งเค่อจริง แต่นางอาศัยจังหวะที่องค์รัชทายาทเผลอเปลี่ยนเวลาเป็นยามโหย่วสามเค่อเสีย... 

“องค์รัชทายาทเพคะ” มู่อู่ซวงแสร้งทำเป็นดิ้นรนให้หลุดพ้นจากอ้อมแขนองค์รัชทายาทดั่งโดนไฟ คิ้วยาวงามได้รูปขมวดลงเล็กน้อย “ปล่อยข้าเถิดเพคะ กระทำการเช่นนี้ต่อหน้าสาธารณชนนั้นไม่งาม อวิ๋นลั่วเฟิงนางเองก็เป็นอดีตคู่หมั้นองค์รัชทายาทนะเพคะ” 

ครั้นยินดังนั้นเกาหลิงก็ยิ่งกระชับอ้อมแขนแน่นแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงวางอำนาจบาทใหญ่ “อีกไม่นานเจ้าก็จะขึ้นเป็นชายาโดยชอบธรรมขององค์รัชทายาท ข้าทำตอนนี้จะเป็นไรไป มู่อู่ซวง เจ้าไม่เพียงแต่เป็นธิดาสวรรค์ [2] หากยังเป็นศิษย์ของจิ่งหลินอีกด้วย เจ้ามีทักษะทางการแพทย์อันโดดเด่นชนิดหาตัวจับยากตั้งแต่ยังเยาว์วัย อย่างอวิ๋นลั่วเฟิงจะมาเทียบเคียงอะไรกับเจ้าได้” 

ดวงหน้ามู่อู่ซวงปรากฏสีชาดและมิได้ดึงดันดิ้นร้นอีกต่อไป นางเอนกายพิงอกผายของเกาหลิง ริมฝีปากบิดเป็นรอยยิ้มพึงใจ 

อวิ๋นลั่วเฟิงบิดกายเกียจคร้านต่อหน้าคู่รักที่คลอเคลียกันอยู่ในอ้อมแขน ดวงตาสีนิลแฝงความร้ายของนางสะท้อนแววขบขัน “ข้าจะบอกอะไรให้อย่างหนึ่ง พลอดรักกลางแจ้งมักตายไว!” 

ดวงหน้าหล่อเหลายามนี้ยิ่งดูไม่ได้ขึ้นทุกที เกาหลิงกำลังจะเปิดปากเทศนาอวิ๋นลั่วเฟิงก็พอดีได้มู่อู่ซวงดึงมือไว้ก่อน 

“ช่างเถิดเพคะองค์รัชทายาท จะอย่างไรเสียนางก็เคยเป็นคู่หมั้นท่านจะให้หึงหวงคงไม่ผิดอะไร” มู่อู่ซวงสั่นศีรษะให้เกาหลิง ดวงตาชมดชม้อยจรดลงบนร่างอวิ๋นลั่วเฟิง จริตจะก้านสูงสง่าเฉิดฉาย “อวิ๋นลั่วเฟิงเอ๋ย ข้าได้ยินมาว่าหมู่นี้เจ้าสนใจเรื่องตำรับยาตำราแพทย์อย่างนั้นรึ มาลองเป็นสหายร่วมเรียนกับข้าดูหน่อยเป็นไร” 

“ฮ่าๆ!” 

มู่อู่ซวงเอ่ยวาจาดังกล่าวยังไม่ทันจบดี บุตรชายราชเลขาฝ่ายกลาโหมก็มิอาจอดกลั้นระเบิดเสียงหัวเราะขึ้นอย่างเย้ยหยัน “แม่นางอู่ซวง หากท่านต้องการหาผู้ใดมาเรียนรู้ศาสตร์แห่งการแพทย์ไปด้วยกัน ข้าว่าท่านคงชักชวนคนผิดกระมัง อวิ๋นลั่วเฟิงรึจะมาเทียบเคียงอะไรกับท่าน ท่านเป็นถึงศิษย์ท่านจิ่งหลิน วิชาการแพทย์แกร่งกล้านัก แล้วนางล่ะเป็นใคร เป็นแค่นางขยะที่ผลาญสมบัติตระกูลไปกับสมุนไพรแล้วเอามาเผาเล่น! ข้าล่ะสงสัยนักว่านางหาซื้อหยูกยามหาศาลเช่นนั้น ป่านนี้ยังไม่มีผู้ใดโดนยาพิษตายอีกหรือ” 

 

------ 

[1] การนับเวลาแบบจีนโบราณ ยามโหย่วคือช่วงเวลา 17.00 – 18.59 นาฬิกา ส่วนเค่อเท่ากับ 1 ส่วน 4 หนึ่งเค่อจึงเท่ากับ 15 นาที 

[2] หญิงที่เกิดมาเพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและคุณสมบัติประหนึ่งได้รับพรจากสวรรค์ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น