หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 63 พลอดรักกลางแจ้งมักตายไว (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 63 พลอดรักกลางแจ้งมักตายไว (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ย. 2562 15:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 63 พลอดรักกลางแจ้งมักตายไว (1)
แบบอักษร

“ว่าอย่างไรนะ” 

ครั้นสิ้นวาจามู่อู่ซวงกวนหลินก็ร้อนใจขึ้นมา “แม่นางมู่ อวิ๋นลั่วเฟิงเป็นเพียงหญิงสวะ แม้มีรูปโฉมงดงามก็มิอาจคู่ควรพวกข้าที่เก่งกล้าสามารถหรอกกระมัง” 

“มิง่ายดายเช่นนั้น!” 

เมื่อเสี่ยวจวี๋บ่าวรับใช้ผู้ยืนอยู่ด้านหลังมู่อู่ซวงได้ยินคำกวนหลินเข้าก็ลุกขึ้นยืนโต้กลับทันที “อวิ๋นลั่วเฟิงได้ทีวางอำนาจบาทใหญ่ก็ด้วยอาศัยบารมีปู่ผู้เป็นถึงแม่ทัพเที่ยวกดขี่คนโน้นคนนี้ไปทั่ว ตราบใดที่แม่ทัพยังมีลมหายใจก็มิอาจดึงนางลงเป็นสนมได้ อย่างไรก็ดีแม่ทัพเองก็ชรามากแล้วคงอยู่ได้อีกไม่นาน หลังสิ้นแม่ทัพไปเถิดเราค่อยลดสถานะนางลงเป็นสนมเท่านี้ก็ไม่มีใครปกป้องนางได้อีก” 

“เสี่ยวจวี๋!” สีหน้ามู่อู่ซวงหมองลงแล้วทำทีเป็นตำหนิบ่าวตน “ใครบอกให้เจ้าพูดขัดกันหือ ออกไปเสีย!” 

“คุณหนูเจ้าคะ” เสี่ยวจวี๋แก้ตัว รู้สึกเหมือนตนถูกกระทำ “บ่าวเพียงต้องการความยุติธรรมแก่คุณหนูเท่านั้น เดิมทีอวิ๋นลัวเฟิงก็มิยอมปล่อยมือจากองค์รัชทายาท มาคราวนี้กลับเสนอหน้าถึงจวนอัครมหาเสนาบดีแลสั่งให้คุณหนูหาสามีให้มิฉะนั้นจะตามรังควานองค์รัชทายาทมิเลิกรา! หากนางต้องการเช่นนั้นจริงแม่ทัพเฒ่าคงต้องออกโรงปกป้องนางเป็นแน่ ไม่เพียงแต่องค์รัชทายาทจะทรงตกที่นั่งลำบาก แม้ฮ่องเต้เองก็เช่นกัน” 

สีหน้ามู่อู่ซวงแปรเปลี่ยน กระทั่งน้ำเสียงก็แข็งกร้าวขึ้นกว่าเก่าหลายเท่า “เสี่ยวจวี๋! ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าห้ามผู้ใดล่วงรู้เรื่องนี้! เจ้าลืมไปแล้วหรืออย่างไร!” 

บัดนั้นเองในห้องส่วนตัวห้องหนึ่งของเรือสำราญหรู เกาเส่าเฉินองค์ชายสี่ผู้อบอุ่นประหนึ่งหยกเมื่อได้รับชมการแสดงละครระหว่างสองนายบ่าวบนโถงกลางก็อดหัวเราะมิได้ 

“เห็นทีน้องข้าจะสายตาย่ำแย่ การแสดงแค่นี้ยังดูไม่ออกอีกหรือ” องค์ชายส่ายศีรษะ ดวงเนตรสะท้อนแววซุกซนราวจิ้งจอก “กลับกันเถอะ อวิ๋นลั่วเฟิงผู้นั้นดูไม่ธรรมดาเช่นโฉมหน้าที่แสดงออกมา ข้าล่ะสงสัยนักว่านางเป็นคนอย่างไรกันแน่...” 

ดังเกาเส่าเฉินว่า เกาหลิงดูไม่ออกว่าสองนายบ่าวเล่นละคร ครั้นเห็นมู่อู่ซวงยังคงออกโรงกล่าววาจาปกป้องอวิ๋นลั่วเฟิง ดวงหน้าหล่อเหลาก็อดหมองลงมิได้ 

“อู่ซวง ครั้งนั้นที่เจ้าเสนอจะหาสามีให้อวิ๋นลั่วเฟิงเจ้ามิได้ทำตามความปรารถนาตัวเองหรอกหรือ เจ้าถูกนางสวะอวิ๋นลั่วเฟิงนั่นบังคับอย่างนั้นหรือ” แววตาเกาหลิงเดือดดาลพลางจ้องมู่อู่ซวงเย็นชา “เจ้ากล่าวเองเสียด้วยซ้ำว่าอวิ๋นลั่วเฟิงคงต่อต้านการแต่งงานครั้งนี้แน่ ข้าจึงคิดจะไปปรึกษาเสด็จพ่อให้ท่านออกพระราชโองการ ที่ไหนได้นางสวะกลับเป็นคนยื่นข้อตกลงเสียเอง!” 

มู่อู่ซวงหัวเราะขมขื่น “องค์รัชทายาทเพคะ อู่ซวงไร้ทางเลือก อวิ๋นลั่วเฟิงเล่ามาตรฐานนางก็สูงยิ่งนัก นางคงไม่พอใจคู่ที่ข้าหามาโดยง่าย” 

“น้ำหน้าอย่างนางน่ะรึ” เกาหลิงเย้ย ดวงเนตรยิ่งสำแดงแววดูถูกดูแคลนชัดแจ้ง “สวะเยี่ยงนางมีสิทธิอันใดเรียกร้องขอคนดี! อู่ซวง ในเมื่อนางกล่าวเหตุนี้กับเจ้า องค์รัชทายาทก็จะช่วยเจ้าเอง หากข้ามอบผู้ใดเป็นสามีแก่นางก็ต้องยอมรับแม้ไม่พึงใจ! ที่เสี่ยวจวี๋พูดนั้นถูกต้อง นางอาศัยบารมีแม่ทัพเฒ่ากดดันคนอื่นมามากเกินพอ รอให้ตาเฒ่านั่นสิ้นลมก่อนเถิดคงไม่มีใครปกป้องนางอีก คราวนี้ล่ะข้าจะลดขั้นนางลงเป็นสนมให้สาสม!” 

ทุกคนต่างมองกัน แล้วความเงียบงันก็แผ่ปกคลุมฝูงชนอยู่ครู่หนึ่ง 

อวิ๋นลั่วเฟิงแม้เป็นสวะแต่ก็มีรูปโฉมงดงาม หากให้เป็นสนมคงปราศจากเสียงต่อต้าน 

หากกล่าวถึงภรรยาก็ต้องเป็นผู้ดีสูงศักดิ์มีพรสวรรค์แต่กำเนิด อย่างไรก็ดี สนมนั้นขอให้หน้าตาสะสวยเช่นมวลดอกไม้ก็เพียงพอ! 

“งานเลี้ยงสังสรรค์วันนี้ท่าทางน่าสนุกทีเดียว” 

ฉับพลันสำเนียงเกียจคร้านก็ดังมาจากด้านนอกประตูเรือดึงสายตาทุกคนให้จับจ้อง 

ใต้นภาอาบแสงสุดท้ายของวันปรากฏร่างเด็กสาวเอนกายพิงกรอบประตู มุมปากยกยิ้มสะกดใจ อ่อนบางพลางมองผู้คนในห้องจัดงานบนเรืออยู่นั่นเอง  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น