หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 62 เทียบเชิญงานเลี้ยง (4)

ชื่อตอน : ตอนที่ 62 เทียบเชิญงานเลี้ยง (4)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.1k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2562 15:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 62 เทียบเชิญงานเลี้ยง (4)
แบบอักษร

องครักษ์แห่งวังหลวงคารวะก่อนจากไป 

ครั้นเขาลับตาไปเท่านั้นอวิ๋นลั่วก็ย่นคิ้วพลางเอ่ยถาม “องค์รัชทายาททรงปรารถนาจะกระทำการอันใดอีกรึ” 

“เรื่องเป็นเช่นนี้ท่านปู่” อวิ๋นลั่วเฟิงเก็บเทียบเชิญ “ค่ำนี้องค์รัชทายาทจะจัดงานเลี้ยงที่ริมแม่น้ำชิง โดยปกติแล้วเหล่าลูกหลานตระกูลผู้ดีทั้งหลายทั่วทั้งแคว้นหลงหยวนก็คงจะมารวมตัวกัน องค์รัชทายาทจึงได้ส่งเทียบเชิญมานั่นไง! ทว่าก่อนหน้าแม้มีงานเลี้ยงกี่ครั้งองค์รัชทายาทก็มิเคยส่งเทียบเชิญมาหาข้าแม้สักนิด เห็นทีคราวนี้องค์รัชทายาทคงอยากกลั่นแกล้งข้าด้วยการพลอดรักกับมู่อู่ซวงให้ข้าดูกระมัง” 

“เจ้ากับองค์รัชทายาทก็ยุติการหมั้นหมายกันแล้วยังต้องทำเรื่องเช่นนี้อีกรึ” 

“ตาเฒ่า ท่านลืมไปแล้วรึ แม้เดิมทีองค์รัชทายาทอยากยุติการหมั้นหมายทว่าท้ายที่สุดตระกูลอวิ๋นเองกลับเป็นฝ่ายออกปาก! เช่นนี้เรื่องราวจึงพลิกกลับทำให้ข้าเป็นฝ่ายสลัดองค์รัชทายาททิ้ง! แม้ผู้คนต่างรู้ดีว่าพระทัยองค์รัชทายาทเป็นของมู่อู่ซวงก็ยังอดมิได้ที่จะอับอายขายขี้หน้า จึงได้อยากให้ข้ารู้สึกว่าหากกล้าดีปฏิเสธองค์รัชทายาทข้าก็มิอาจหาชายใดมาทดแทนได้อีก!” 

ดวงหน้าอวิ๋นลั่วเฟิงแย้มยิ้มร้ายกาจ “ในเมื่ออยากอวดนักข้าก็จะทำตามสนอง ไม่มีเหตุผลอันใดที่ข้าจะไม่รับคำท้า” 

“เฟิงเอ๋อร์ ปู่ว่าเจ้าอย่าไปเลย” อวิ๋นลั่วขมวดคิ้วแน่นยิ่งขึ้น “แม้บัดนี้เจ้าจะรวบรวมพลังฌานได้แล้วฝีมือก็ยังห่างชั้นองค์รัชทายาทอยู่หลายขุมนัก! เจ้าไปอย่างนี้มีแต่จะเสียเปรียบ!” 

ดวงเนตรสีนิลของอวิ๋นลั่วเฟิงทอประกาย ทั้งดวงหน้าแลร่างกายก็แผ่รังสีอหังการ 

“ท่านปู่มิต้องห่วงไป ข้าไม่ปล่อยให้ใครมาเอาเปรียบแน่” 

หากต้องมีใครเสียเปรียบนั่นย่อมต้องเป็นผู้อื่นเท่านั้น มิใช่นาง! 

“เจ้าจะให้อวิ๋นเซียวไปด้วยหรือไม่” ใจอวิ๋นลั่วยังคงอดคลายกังวลมิได้ 

ในใจอวิ๋นลั่วเห็นคนพวกนั้นเป็นเสือสิงห์กระทิงแรด จะให้นิ่งดูดายปล่อยหลานสาวผู้บอบบางย่างเข้าสู่กรงเล็บคงเป็นไปไม่ได้ 

“ให้อวิ๋นเซียวรับมือคนพวกนั้น ท่านคิดจะทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่รึ” อวิ๋นลั่วเฟิงเลิกคิ้ว “ข้าไปคนเดียวไม่เป็นไรหรอกท่านปู่ ข้าต้องไปเตรียมการสำหรับงานเลี้ยงคืนนี้เสียแล้ว ท่านอย่าได้เป็นห่วงแล้วรอข้าอยู่ที่จวน” 

ว่าดังนั้นนางก็ตบไหล่อวิ๋นลั่ว เผยรอยยิ้มยากหยั่งถึงแล้วจากไป... 

... 

ณ ริมแม่น้ำชิง 

เสียงบรรเลงเครื่องสีดังก้องอยู่ในอากาศอ้อยอิ่งยาวนาน 

ภายในเรือสำราญใหญ่โตหรูหราปรากฏเหล่าลูกหลานผู้ดีโต้ตอบกันครึกครื้น ทั้งร้อยกรอง เพลงยาว เพลงสั้น กวีสรรเสริญ ไปจนถึงปัญหาการรวบรวมพลังฌานอันซับซ้อน! เกาหลิงกับมู่อู่ซวงนั้นเล่าที่ถูกผู้คนเหล่านั้นรายล้อมก็ตกเป็นเป้าประจบสอพลอ 

“จริงสิองค์รัชทายาท ท่านทรงกล่าวมิใช่รึว่าอวิ๋นลั่วเฟิงนางสวะนั่นวันนี้ก็จะมาร่วมงานเลี้ยง ข้ามิเห็นนางโผล่หน้ามาเสียที” กวนหลินบุตรชายแห่งราชเลขาฝ่ายกลาโหมโพล่งถาม 

เสียงบทสนทนาอื้ออึงพลันเงียบลงทันที อีกครู่ใหญ่ต่อมาจึงได้กลับมาดังขึ้นยิ่งกว่าเดิม 

“ไยองค์รัชทายาททรงเชิญสวะเช่นอวิ๋นลั่วเฟิงมากันเล่า คนเช่นนางไม่เหมาะสมมาร่วมวงสนทนากับเรา!” 

“ถูกต้องแล้ว เดิมทีนางก็เป็นสวะ แต่ดูที่นางเพิ่งก่อเรื่องเถิด! ผลาญทรัพย์สมบัติจวนแม่ทัพยังมิพอ ยังขู่เข็ญให้แม่ทัพอวิ๋นหาองครักษ์พร้อมบ่าวรับใช้มอบแก่นาง! แม่ทัพอวิ๋นรึก็ชราภาพเต็มแก่ยังต้องเหนื่อยยาก คนอย่างนางตายไปเสียได้ก็ดี” 

“นางคนนี้ไร้สำนึกกตัญญูโดยสันดาน! องค์รัชทายาท เดิมทีท่านก็ทรงไม่ทอดทิ้งนางผู้ไร้พรสวรรค์ ทั้งยังทรงปรารถนาจะคงไว้ซึ่งการหมั้นหมายกับนาง แม้กระนั้นนางยังมีหน้าไปฉุดบุรุษรูปงามกลางถนน! ไยโลกจึงได้มีผู้หญิงหน้าด้านไร้ยางอายเช่นนี้” 

ได้ยินผู้คนหยามหมิ่นอวิ๋นลั่วเฟิงใจมู่อู่ซวงก็เบิกบาน ทว่านางก็มิได้เผยความรู้สึกดังกล่าวแต่อย่างใด ภายนอกยังคงแย้มยิ้มคงไว้ซึ่งความสง่า 

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอันใดกับองค์รัชทายาท เป็นข้าเองที่ขอให้องค์รัชทายาทเชิญนางมา นอกจากนี้เหตุที่ให้นางมาคราวนี้ก็เห็นกันอยู่ชัดเจน ข้าจะเลือกหนึ่งในพวกท่านเป็นสามีของนางแทนองค์รัชทายาทผู้ทรงถอนตัวออกจากการหมั้นหมาย” 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น