หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 61 เทียบเชิญงานเลี้ยง (3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 61 เทียบเชิญงานเลี้ยง (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2562 15:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 61 เทียบเชิญงานเลี้ยง (3)
แบบอักษร

เสียงของเขาหยาบกระด้างแต่ก็เปี่ยมไปด้วยคลื่นพลังฌานพอให้ผู้ที่อยู่ในเงาได้ยิน เช่นนั้นเอง ครั้นสิ้นวาจาบุรุษในเสื้อคลุมเทาก็โฉบเข้ามาแล้วก้มลงต่อหน้าอวิ๋นเซียว 

“นายท่านต้องการสิ่งใดหรือขอรับ” 

อวิ๋นเซียวนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนโพล่งถามขึ้นว่า “เจ้าเคยมีสัมพันธ์กับสตรีบ้างหรือไม่” 

“อ่า” หลินฉงตะลึงงันมิได้คาดคิดถึงสาเหตุที่นายท่านเรียกตนมาก็เพื่อการนี้ 

หลินฉงเกรงว่าอวิ๋นลั่วเฟิงจะเห็นตนก่อนหน้านี้จึงได้รักษาระยะห่าง ซ้ำถ้อยคำอวิ๋นลั่วเฟิงแผ่วเบานักเขาจึงมิอาจล่วงรู้ถึงบทสนทนาระหว่างทั้งสอง 

“เรื่องนี้...” หลินฉงเกาศีรษะ “เพราะนายท่านก็มิได้ใกล้ชิดสตรีใดข้าซึ่งเป็นผู้ติดตามย่อมไม่มีประสบการณ์ อย่างไรเสียครั้นเสร็จภารกิจนี้เมื่อไรจะให้ข้าไปเยี่ยมเยือนย่านโคมเขียวบ่อยๆ ก็ย่อมได้” 

“แล้วเจ้ารู้จักหนังสือชุนกงถูหรือไม่” อวิ๋นเซียวขมวดคิ้วแล้วถามต่อ 

หลินฉงยิ่งสับสนอลหม่านอยู่ในใจ ให้คิดสงสัยว่านายท่านต้องการสิ่งใดแน่จึงได้เอ่ยถึงสิ่งของเช่นชุนกงถูขึ้นมา 

“นายท่านต้องการชุนกงถูหรือขอรับ” 

“ใช่แล้ว” อวิ๋นเซียวตอบเสียงเข้ม “เจ้าจงไปเตรียมสำเนาหนังสือชุนกงถูมาให้ข้า” 

“...” หลินฉงตกตะลึงจนมิอาจเอื้อนวจีใด 

นายท่านต้องการดูชุนกงถูจริงๆ หรือ 

หรือว่านายท่านจะได้เบิกเนตรแล้วในที่สุด 

“รับทราบขอรับ ข้าน้อยจะทำตามคำสั่ง!” หลินฉงรีบเร่งคารวะทว่าก็ราวฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้เขาจึงเอ่ยว่า “นายท่าน ข้าเพิ่งจะรู้สึกเดี๋ยวนี้ว่า ณ ขุนเขาหลังแห่งตระกูลอวิ๋นยังมีอยู่อีกหนึ่งชีวิต ข้าไม่ทราบว่าท่านจะ...” 

สายตาเย็นเยียบตวัดมองหลินฉงให้ตื่นตระหนกจนกายสั่นเทิ้มขึ้นในทันใด เขารีบโค้งศีรษะลง 

“ได้โปรดอภัยข้าน้อยด้วย!” 

เขาลืมเสียสนิทว่านายท่านมีวิชากล้าแกร่งเพียงใด ท่านคงคาดคะเนไว้แล้วถึงการมีอยู่ของอีกหนึ่งตัวตน อย่างไรเสียท่านก็มิได้เอ่ยกล่าวสิ่งใดหรือแสวงหาต้นตอ เพียงเท่านี้ก็คงพอเดาได้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวตนนั้นกับตระกูลอวิ๋น! 

แต่เขาก็ปากพล่อยไปเสียแล้ว! และเพราะรู้จักนายท่านตนดีเห็นทีจะไม่ได้ออกไปโดยง่าย 

“กลับไปรับโทษทัณฑ์ของเจ้าเสีย” เสียงบุรุษเย็นชาไร้อารมณ์ดั่งคมดาบฟาดฟันลงอย่างป่าเถื่อนบนกายหลินฉง 

“ข้าน้อยจะทำตามบัญชา” 

เม็ดเหงื่อเย็นเฉียบผุดขึ้นบนหน้าผากหลินฉง ครั้นคิดถึงโทษทัณฑ์ที่จะได้รับแล้วก็อดขนลุกซู่มิได้ 

“จำไว้ว่าเรื่องใดที่ไม่ใช่กงการของเจ้าก็ไม่ต้องมาสอด!” กล่าวเช่นนั้นหลินเซียวจึงก้าวออกจากจวน ครั้นถึงประตูแล้วก็เอ่ยสำทับ “เอาชุนกงถูมาให้ข้าเสร็จแล้วเจ้าจึงไปรับโทษทัณฑ์” 

เมื่ออวิ๋นเซียวลับตาขาหลินฉงก็อ่อนปวกเปียกกายทรุดลงกองแทบพื้น มือรัวตบปากตน ความสิ้นหวังเปี่ยมล้นดวงหน้า 

“ปากเจ้ากรรมแท้! ไม่พ้นต้องรับโทษทัณฑ์เห็นไหมนั่น!” 

... 

ณ โถงกลางจวนตระกูลอวิ๋น 

สีหน้าผู้เฒ่ามีแววร้อนใจ ดวงหน้าชรานิ่งสงบมองไปยังด้านนอกประตู ครั้นเห็นเด็กสาวผู้มีรูปโฉมงดงามย่างเท้ามาท่ามกลางแสงอาทิตย์เจิดจ้าสีหน้าจึงได้ผ่อนคลายลงในที่สุด 

อวิ๋นลั่วยกมือขึ้นเป็นเชิงเรียกอวิ๋นลั่วเฟิงแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงรักใคร่ “เฟิงเอ๋อร์ เจ้ามาหาปู่ที” 

ได้ยินดังนั้นอวิ๋นลั่วเฟิงจึงก้าวมายืนอยู่ข้างอวิ๋นลั่ว จากนั้นสายตาก็เหลือบมองบุรุษผู้หนึ่งสวมเครื่องแบบองครักษ์หลวงแห่งตำหนักองค์รัชทายาท นางเลิกคิ้วถาม “องค์รัชทายาทมีเหตุอันใดจะแจ้งแก่ข้ารึจึงได้ส่งเจ้ามา” 

“องค์รัชทายาททรงส่งข้ามาเพื่อส่งเทียบเชิญให้แก่คุณหนูใหญ่ขอรับ” 

เทียบเชิญงั้นรึ 

อวิ๋นลั่วเฟิงนิ่งอึ้ง มือรับเทียบเชิญจากองครักษ์หลวงผู้นั้น เมื่อพินิจเนื้อความแล้วก็หัวเราะเสียงเบา “ข้าเข้าใจละ เจ้าจงกลับไปบอกองค์รัชทายาทเถอะว่าข้าจะไปร่วมงานในไม่ช้า” 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น