หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 58 ระดมไพร่พลและซื้อม้า (4)

ชื่อตอน : ตอนที่ 58 ระดมไพร่พลและซื้อม้า (4)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 11k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ย. 2562 15:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 58 ระดมไพร่พลและซื้อม้า (4)
แบบอักษร

สิ่งนี้ทำให้มู่สิงโฉวโมโหและทุบตีมู่เซินจนเกือบถึงตาย

เรื่องที่สองคือตระกูลมู่ถูกโจรบุกปล้นในยามค่ำคืน ทั้งห้องเขียนหนังสือและคลังสมบัติถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน ของมีค่าทั้งหลายกลับกลายเป็นฝุ่นผง มิหนำซ้ำมู่สิงโฉวก็ยังถูกโจรทุบตีอีก! คาดการณ์ได้ว่าเขาคงไม่สามารถลุกจากเตียงได้อย่างน้อยก็สามเดือน

เมื่อเกาถูได้ยินข่าวเช่นนั้นความพิโรธของเขาก็ปะทุขึ้น เขามีบัญชาลงมาให้ออกตามล่าโจรผู้นั้น ความโกลาหลครานี้เป็นเหตุให้ผู้คนทั้งเมืองต่างอกสั่นขวัญหาย เหล่าเศรษฐีและผู้มีอำนาจต่างก็หวาดกลัวโจรจะบุกมาปล้น ส่วนผู้ไม่มีอำนาจก็เกรงกลัวจะถูกกล่าวหาว่าเป็นโจร!

แต่อย่างไรก็ดีผู้คนเหล่านี้ต่างคิดมากจนเกินไป การที่โจรสามารถบุกเข้าไปในจวนอัครเสนาบดีมู่ได้อย่างสะดวกสบาย ทั้งยังก่อเหตุได้ถึงขนาดนี้คงไม่ใช่โจรธรรมดา! พวกเขาไม่เคยพบโจรเช่นนี้จริงๆ

เมื่อข่าวสองเรื่องนี้ถึงหูอวิ๋นลั่วเฟิง นางก็ขมวดคิ้วมุ่น “มู่เซินไม่ได้เปิดโปงข้าอย่างนั้นหรือ“

นางไม่ได้คาดคิดว่ามู่เซินจะปิดปากสนิทถึงเพียงนี้เพราะคำสัญญาของเขา ถึงแม้จะถูกตีจนเกือบตาย แต่เขายังคงไม่เปิดปากว่าเงินสี่สิบห้าล้านตำลึงไปอยู่ที่ใด ทั้งยังสร้างเรื่องโกหกขึ้นมา

พ่อค้าขายเร่นั้นไม่มีอยู่จริง เช่นนั้นแล้วไม่ว่าจวนอัครเสนาบดีจะตามจนแทบพลิกแผ่นดินเพียงใดก็ไร้ประโยชน์ อีกทั้งมู่สิงโฉวที่ในตอนนี้ยังนอนพังพาบอยู่บนเตียง เขาจะไปตามล่าหาพ่อค้าเร่ที่ออกจากปากมู่เซินได้อย่างไร

“คุณหนู ข้านับถือโจรที่บุกรุกจวนอัครเสนาบดีมู่เสียจริง” ชิงเหยียนพูดอย่างนับถือ “ใครใช้ให้คนเหล่านั้นตามรังแกคุณหนูกันเล่า คราวนี้โจรผู้กล้าหาญผู้นั้นได้ช่วยระบายความเคียดแค้นในใจของพวกเราแล้ว”

“เจ้าไม่จำเป็นต้องไปนับถือโจรผู้นั้น” อวิ๋นลั่วเฟิงดึงแก้มชิงเหยียนก่อนกล่าวว่า “เจ้าต้องเคารพแต่เพียงข้า”

“คุณหนู!”

ชิงเหยียนกระทืบเท้าพร้อมทำปากยื่นอย่างทะเล้น “จะอย่างไรตอนนี้คุณหนูก็เปลี่ยนไปมากแล้ว เช่นนั้นเหตุใดผู้คนเหล่านั้นถึงยังกล่าวหาว่าคุณหนูไร้ประโยชน์อยู่อีกเล่า! เห็นกันอยู่ว่าคุณหนูไม่ได้เป็นเช่นนั้น ”

“ปากอยู่บนร่างกายของผู้อื่น พวกเขาจะพูดอย่างไรก็ย่อมได้” อวิ๋นลั่วเฟิงขมวดคิ้วกอนจะลุกขึ้นยืนจากม้านั่ง “ไปกันเถอะ วานนี้ท่านปู่หาไพร่พลมาให้ข้าแล้ว ข้าควรไปดูผู้ได้รับคัดเลือกเสียหน่อย”

กลางลานกว้างมีผู้คนนับร้อยยืนอยู่ ผู้คนเหล่านั้นครึ่งหนึ่งเป็นผู้ชายอีกครึ่งหนึ่งเป็นผู้หญิงที่ต่างกำลังมองสำรวจไปรอบๆ ขณะที่พวกเขาเห็นสตรีในอาภรณ์ขาวเดินตรงมาหาพวกเขาจากที่ไม่ไกลนัก ภาพนั้นทำให้ผู้คนต่างเงียบลงในฉับพลัน

“ดูเหมือนราชสำนักจะทำงานได้เยี่ยมยอดนัก เสาะหาเหล่าผู้คนที่ด้อยทักษะไร้สามารถมาให้ข้ามากมายไม่ตระหนี่ถี่เหนียวเก็บไว้เลยแม้แต่คนเดียว”

อวิ๋นลั่วเฟิงอ้าปากหาวอย่างเกียจคร้านพลางกวาดมองไปรอบลานกว้างด้วยดวงตาทรงเสน่ห์

ผู้คนเหล่านี้ล้วนด้อยทักษะ คงกล่าวได้ว่าในแว่นแคว้นไม่มีผู้ใดต่ำต้อยไปกว่านี้ และคนทั้งหมดเพียงแค่ดีกว่าเศษสวะไร้ค่าอย่างอวิ๋นลั่วเฟิงเท่านั้น! หากอยู่กับผู้อื่นต่อให้คนเหล่านี้จะได้รับการเคี่ยวกรำฝึกฝนไปทั้งชีวิตก็ไม่อาจบรรลุเป็นผู้ฝึกฌานขั้นกลางได้!

พวกเขาคงทำได้เพียงฝึกฝนอย่างลำบากตรากตรำอยู่ในขั้นต่ำไปตลอดชีวิตแน่!

“เฟิงเอ๋อร์” อวิ๋นลั่วยิ้มแหยๆ ก่อนกล่าวต่ออย่างจนปัญญา “ผู้คนเหล่านี้องค์รัชทายาททรงเลือกสรรด้วยตนเอง และพวกเขาต่างอายุต่ำกว่าสิบแปดปี”

“ท่านปู่ อย่ากังวลไปเลย ตอนนี้ข้าเลือกพวกเขาแล้ว ข้ามีวิธีฝึกฝนของข้าเอง” อวิ๋นลั่วเฟิงยิ้มมุมปาก “ผู้คนเหล่านี้ต้องปักหลักอยู่ในห้องศิลาของตระกูลอวิ๋น”

อวิ๋นลั่วนิ่งเงียบไปชั่วครู่ “เจ้ากำลังพูดถึงห้องที่อาของเจ้า...”

ห้องศิลาที่ในตอนนี้ท่านอาอาศัยอยู่

ในขณะที่คำนั้นจะหลุดจากปากเขา เขาก็กลืนน้ำลายไปเสียก่อนพลางใช้สายตามองดูอวิ๋นลั่วเฟิงอย่างงุนงง

อวิ๋นลั่วเฟิงรู้ถึงสิ่งที่เขาต้องการจะพูดก่อนจะพยักหน้ารับ “ใช่แล้ว เราจะให้พวกเขาปักหลักที่นั่น และข้าจะอธิบายขั้นตอนต่อไปแก่พวกเขาเมื่อถึงเวลา ตอนนี้ข้าเหนื่อยมากแล้ว เช่นนั้นข้าจะกลับไปพักผ่อนที่ภูเขาด้านหลัง”

หลังจากกล่าวเช่นนั้นนางก็ไม่ให้โอกาสอวิ๋นลั่วได้กล่าวสิ่งใดต่อ และมุ่งตรงไปยังเขาด้านหลัง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น