หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 55 ระดมไพร่พลและซื้อม้า (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 55 ระดมไพร่พลและซื้อม้า (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 19k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ย. 2562 15:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 55 ระดมไพร่พลและซื้อม้า (1)
แบบอักษร

ภายในโถงรับแขก ชายชราลูบเคราหงอกขาวของเขา ทั่วทั้งใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจ

“ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่ข้าต้องการให้ท่านช่วย” ริมฝีปากอวิ๋นลั่วเฟิงยกยิ้มร้ายกาจ

“ยามนี้ท่านส่งอำนาจกองทัพคืนให้ฮ่องเต้นั่นแล้ว ถึงเวลาแล้วที่ตระกูลอวิ๋นของเราจะสร้างกองทัพของตนเอง”

ชายชรานิ่งเงียบไปชั่วครู “เฟิงเอ๋อร์ เจ้าต้องไตร่ตรองเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วน การก่อตั้งกองทัพนั้นต้องเกณฑ์หัดไพร่พลและการจะเคลื่อนไหวแต่ละหนล้วนเป็นจุดสนใจนัก มันเสี่ยงมากและอาจทำให้ฮ่องเต้คลางแคลงได้ ครั้นแล้วหากราชสำนักยับยั้งพวกเราไว้ ด้วยสถานการณ์ของตระกูลอวิ๋นในตอนนี้เราคงมิอาจเอาชนะพวกเขาได้”

“ท่านปู่ ข้าได้ไตร่ตรองเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วนแล้ว” แสงประกายวิบวับสาดผ่านดวงตาสีดำขลับของอวิ๋นลั่วเฟิงพลันรอยยิ้มแฝงนัยยะก็ปรากฏ “ไม่นานมานี้ ข้าให้คนทุบตีมู่เซินในที่สาธารณะ ทำให้ชื่อเสียงคุณหนูผู้โอหังของข้าแพร่กระจายไปทั่วทั้งเมือง เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วเหตุใดข้าไม่ยโสโอหังมากยิ่งขึ้นไปอีกเล่า! ท่านสามารถบอกคนทั้งเมืองได้เลยว่าเมื่อข้าอยู่ที่จวนข้าเอาแต่หัวฟัดหัวเหวี่ยง บีบบังคับท่านให้เสาะหาผู้คุ้มกันร้อยคนและสาวใช้อีกร้อยคนให้ข้า! ส่วนเรื่องการคัดเลือกคนก็ให้ฮ่องเต้สุนัขนั่นทำแทนท่านเสีย!”

ชายชรามึนงงและตอบกลับอย่างลังเล “เฟิงเอ๋อร์ นี่มันมิใช่เรื่องดีใช่หรือไม่ เจ้าต้องการเสาะหาคนเพื่อระดมกองกำลังของตระกูลอวิ๋น หากเราให้คนจากราชสำนักช่วยเรื่องนี้ พวกเขาจะหวาดระแวงเราและต้องเลือกเหล่าคนที่ด้อยทักษะมาแน่”

“ข้าไม่สนใจเรื่องทักษะพรสวรรค์ของคนเหล่านั้น ตราบใดที่ร่างกายพวกเขาไม่ได้พิการและอายุยังต่ำกว่าสิบแปดปีก็เพียงพอแล้ว”

เรื่องขาดพรสวรรค์มิได้สลักสำคัญแต่ประการใดเมื่อนางครอบครองคัมภีร์สารพัดนึกอย่างคัมภีร์เซียนโอสถ ไม่ว่าจะไร้ความสามารถเพียงใดนางก็มีหนทางทำให้คนเหล่านั้นพัฒนาทักษะของพวกเขาได้!”

“เฟิงเอ๋อร์ ยังมีอีกเรื่องที่เจ้ายังไม่ได้ไตร่ตรองใช่หรือไม่ หากเจ้าให้คนของราชสำนักคัดสรรไพร่พลให้เจ้าและเขาแฝงตัวสายลับเข้ามา ทุกสิ่งที่เจ้าจะทำย่อมต้องถูกพวกเขาล่วงรู้!”

เผชิญหน้ากับคำถามของอวิ๋นลั่วแล้ว อวิ๋นลั่วเฟิงฉีกยิ้มพลางเลิกคิ้วอย่างมั่นใจ

“หากเขากล้าแฝงตัวสายลับเข้ามา เช่นนั้นข้าก็กล้ารับ!”

หากเขากล้าแฝงตัวสายลับเข้ามา เช่นนั้นข้าก็กล้ารับกระนั้นรึ!

ต้องใช้ความมั่นใจมากเท่าใดถึงทำให้นางกล้าเอ่ยคำพูดหยิ่งผยองเช่นนี้

อวิ๋นลั่วถอนหายใจ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้คือตัวตนของอวิ๋นลั่วเฟิงมาตั้งแต่เมื่อใด เขาไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย

“เฟิงเอ๋อร์... อีกไม่นานข้าจะเข้าวัง ข้าจะให้คนของราชสำนักช่วยเรื่องการเกณฑ์ไพร่พล!”

“เจ้าค่ะ” อวิ๋นลั่วเฟิงขยิบตา “ท่านปู่ หลังจากท่านพบฮ่องเต้แล้ว อย่าลืมรีดไถเงินเขาด้วยล่ะ! ใครต่อใครต่างพูดว่าตระกูลอวิ๋นหมดตัวเพราะข้า เช่นนั้นแล้วท่านต้องไปยืนยันเรื่องนั้น!”

ชายชราอับจนถ้อยคำในทันที เขากล้าพูดเลยว่านั่นคงเป็นเหตุผลแท้จริงที่อวิ๋นลั่วเฟิงต้องการให้คนของราชสำนักเกณฑ์ไพร่พลให้นาง

เนื่องด้วยเรืองนี้จะรอช้าไม่ได้ หลังจากแต่งเครื่องแบบเสร็จ เขาก็เร่งรุดให้คนหามเกี้ยวมุ่งหน้าเข้าวังทันที

เมื่อแม่ทัพชรามาถึงห้องทรงพระอักษร เขาก็พบว่านอกจากฮ่องเต้เกาถูแล้วยังมีองค์รัชทายาทอยู่ในห้องด้วย แม้ทีแรกจะลังเลอยู่บ้านแต่ไม่นานก็เปลี่ยนท่าที สง่าราศีที่เคยเข้มข้นเข้มแข็งในจวนแม่ทัพก่อนหน้ามลายหายไปสิ้น กลายเป็นตาเฒ่าไร้เรี่ยวแรงผู้น่าสังเวชเหลือทน

“ท่านแม่ทัพ มาพบเรามีเรื่องอันใด”

เกาถูเห็นท่าทีของอวิ๋นลั่วแล้วได้แต่หัวเราะอย่างเยือกเย็นในใจ แทบไม่ต้องคิดก็รู้ว่าอวิ๋นลั่วเฟิงนางสวะไร้ค่าผู้นั้นสร้างปัญหาอีกแล้ว

“ฝ่าบาท”

อวิ๋นลั่วคุกเข่าลงบนพื้นเสียงดัง ร่างอันแก่เฒ่าของเขาทั้งซูบผอมและเปราะบาง

“หลานสาวของแม่ทัพเฒ่าเช่นกระหม่อมเห็นว่าข้ารับใช้ของจวนแม่ทัพมีน้อยเกินไป และไม่สมฐานะของนางที่เป็นถึงคุณหนูใหญ่ ด้วยเหตุนั้นนางจึงขอให้ข้าออกหน้าเพื่อช่วยนางเสาะหาผู้คุ้มกันและข้ารับใช้อย่างละร้อยคน ถึงกระนั้นกระหม่อมชราถึงเพียงนี้แล้ว จะสามารถทำงานหนักเช่นนั้นได้อย่างไร ข้าจึงมาที่นี่เพื่อขอความเมตตาจากฝ่าบาท”

ความคิดเห็น