หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 52 ชายชราผู้หวาดหวั่น (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 52 ชายชราผู้หวาดหวั่น (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 9k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ย. 2562 15:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 52 ชายชราผู้หวาดหวั่น (2)
แบบอักษร

“ถูกแล้ว” อวิ๋นลั่วเฟิงพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะกอดอกเอนกายพิงประตู น้ำเสียงของนางทั้งเฉื่อยชาและไม่ใส่ใจ “หากท่านมีสิ่งใดจะกล่าวอีกก็กล่าวออกมาเลยเถิด ข้ามีสิ่งอื่นที่ต้องทำอีกมาก หากท่านต้องการพบข้าเพื่อการรักษาอาการป่วย ข้าคงไม่อาจรักษาให้ได้หากท่านไม่มีเงินห้าสิบล้านตำลึง”

ความยโสโอหังทั้งยังมั่นอกมั่่นใจนี่มันอะไรกัน

ในตอนนี้อวิ๋นลั่วเฟิงได้พูดออกมาอย่างชัดเจน ทำให้มู่หรงที่เดิมทีตั้งใจจะแนะนำตัวตนของอวิ๋นลั่วเฟิงให้ผู้เฒ่าหรงได้แต่ชะงักอยู่กับที่

“หากเจ้ารักษาอาการป่วยจากพิษม่านหลัวได้จริง อย่าว่าแต่เงินห้าสิบล้านตำลึงเลย ถึงแม้เจ้าต้องการร้อยล้านตำลึง พวกเราก็หามาให้เจ้าได้” ผู้เฒ่าหรงกล่าวกับอวิ่นลั่วเฟิงอย่างจริงจัง

พิจารณาจากฟางหย่าที่เป็นผู้พบนางแล้ว เขามั่นใจมากว่าต้องไม่มีอะไรผิดพลาดแน่!

“อืม...” อวิ๋นลั่วเฟิงลูบคางพลางยิ้มอย่างเกียจคร้าน “หอโอสถของนางช่างใจกว้างเสียจริง หากข้าไม่รับเงินร้อยล้านตำลึงไว้คงทำให้ท่านผิดหวังแย่ เช่นนั้นเอาอย่างนี้ ข้าจะแก้พิษม่านหลัวให้ และท่านก็มอบเงินร้อยล้านตำลึงให้ข้า! นอกจากนั้นข้าอยากเปลี่ยนส่วนแบ่งจากการขายน้ำยาผสานฌานด้วย ราคาขายสำหรับน้ำยาผสานฌานหนึ่งขวดนั้นเท่ากับยี่สิบล้านตำลึง ข้าต้องได้ส่วนแบ่งสิบเก้าล้านตำลึง”

ผู้เฒ่าหรงตะลึงงัน

เขาพึ่งเอ่ยถึงเงินร้อยล้านตำลึงไป ทว่าหญิงสาวผู้นี้กลับขึ้นราคาเสียดื้อๆ เช่นนี้!

ช้าก่อน!

ทันใดนั้นผู้เฒ่าหรงหลุดจากภวังค์ สายตาประหลาดใจของเขากวาดมองอวิ๋นลั่วเฟิง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร เจ้าพูดว่าน้ำยาผสานฌานเป็นของเจ้าอย่างนั้นรึ นี่เจ้าปรุงน้ำยาผสานฌานขวดอื่นอีกหรือไม่”

“ฮ่าๆ” ฟางหย่าอดหัวเราะไม่ได้ “ผู้เฒ่าหรง ข้าลืมแจ้งท่านว่าอัจฉริยะผู้ไขปริศนาอันยากเย็นเข็นใจข้อนั้นและผู้ที่ขายน้ำยาผสานฌานนั้นเป็นคนเดียวกัน บุคคลปริศนาลึกลับทั้งสองนั้นคือสตรีผู้นี้!”

ทั่วทั้งร่างผู้เฒ่าสั่นสะท้านไปหมด ดวงตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความเหลือเชื่อ

เขาไม่ได้คาดคิดว่าของเช่นน้ำยาผสานฌานจะมาจากหญิงสาวอายุเพียงสิบสี่ปี!

“แม่นางน้อย หากเจ้าสามารถล้างพิษม่านหลัวได้ เราจะตอบรับทุกข้อเสนอของเจ้า!”

ในช่วงนี้ ผู้เฒ่าหรงไม่ว่าพยายามจะรักษาพิษม่านหลัวด้วยตนเองเพียงใดก็ไม่เป็นผล ยังมีบางจุดในการล้างพิษที่เขาไม่สามารถทำได้ ดังนั้นการล้างพิษนี้คงต้องพึ่งพาอวิ๋นลั่วเฟิงเป็นผู้รักษาให้เท่านั้น

“ย่อมได้” อวิ๋นลั่วเฟิงจ้องมองผู้เฒ่าหรง “เพียงแต่ข้าไม่ต้องการให้ผู้คนรู้เรื่องนี้มากนัก! เมื่อถึงเวลาล้างพิษ ให้ท่านส่งคนผู้นั้นไปพบข้าที่จวนแม่ทัพ”

สายตาผู้เฒ่าหรงเปล่งประกาย “สาวน้อย ข้าสอบถามเจ้าสักเรื่องได้หรือไม่ เจ้าร่ำเรียนสิ่งเหล่านี้มาจากที่ใด”

“ข้าขออภัย อาจารย์ของข้า ผู้เฒ่าผู้นั้นไม่ต้องให้ผู้ใดล่วงรู้ตัวตนของเขา เช่นนั้นข้าขอไม่ตอบคำถามของท่าน”

อวิ๋นลั่วเฟิงหาวก่อนจะลุกยืดตัวขึ้น “หากท่านไม่มีธุระอื่นใดแล้ว ข้าขอตัวก่อน สำหรับน้ำยาผสานฌานขวดอื่นๆ ข้าจะนำมาให้ที่หอโอสถภายหลัง...”

เมื่อจบประโยคอวิ่นลั่วเฟิงก็หมุนตัวเดินออกไป ขณะที่เดินถึงหน้าประตู นางก็หยุดเดินก่อนจะกล่าวโดยไม่หันมามอง “จริงสิ ฟางหย่า รบกวนเจ้าส่งสมุนไพรที่ข้าต้องการไปที่จวนแม่ทัพในภายหลังด้วย”

จบคำนางก็เดินจากไปโดยไร้ถ้อยคำใดเอื้อนเอ่ยจากปาก

“มู่หรง ตัวตนของอวิ๋นลั่วเฟิงเป็นอย่างไร”

มองดูร่างหญิงสาวลับตาไป ผู้เฒ่าหรงก็เอ่ยถามอย่างใช้ความคิด

“ผู้เฒ่าหรง อวิ๋นลั่วเฟิงผู้นี้เป็นหลานสาวเพียงคนเดียวแห่งจวนแม่ทัพอวิ๋น แต่กลับกำเนิดมาพร้อมฐานะเศษสวะไร้ค่าที่ไม่สามารถฝึกฝนพลังได้ อดีตนางได้หมั้นหมายกับองค์รัชทายาท แต่เมื่อไม่นานมานี้องค์รัชทายาทได้ยกเลิกการหมั้นหมายกับนาง ข้ายังได้ยินมาอีกว่าองค์รัชทายาทและมู่อู่ซวงแห่งจวนอัครเสนาบดีมู่สนิทสนมกันยิ่ง”

“มู่อู่ซวง” ผู้เฒ่าหรงขมวดคิ้ว “หญิงสาวผู้ที่ขอเข้าพบข้าอย่างนั้นรึ”

“ใช่แล้ว เป็นนาง!”

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น