เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ตอนที่ 85 คราดารานักฆ่าท่องทะยานเมืองราตรีคู่เจ้าชายรูปงาม

ชื่อตอน : ตอนที่ 85 คราดารานักฆ่าท่องทะยานเมืองราตรีคู่เจ้าชายรูปงาม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 54

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ย. 2562 12:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 85 คราดารานักฆ่าท่องทะยานเมืองราตรีคู่เจ้าชายรูปงาม
แบบอักษร

ตอนที่ 85 คราดารานักฆ่าท่องทะยานเมืองราตรีคู่เจ้าชายรูปงาม 

         ไม่เคยสัมผัสความอบอุ่นในครอบครัว โดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาในค่ำคืนอันไร้ซึ่งคนเคียงข้าง มิมีบ้านเกิดให้คิดถึง และโหยหา ชีวิตนี้ไม่ต้องการความรักใดมาเติมเต็มช่องว่างในหัวใจ และยิ่งความฝันสีทองนั้นไม่รู้สมควรไล่ตามเฉกเช่นคนอื่นหรือไม่.. โซฟีล่องลอย เคว้งคว้าง เล่นสนุกกับคุณความอ้างว้างอันไร้จุดจบ ณ โลกสีดำมีเพียงเกมไล่ล่า สังหาร และความตายที่กำหนดด้วยน้ำมือยมทูตอย่างพวกนางเหล่านักฆ่าภายในเงามืดสลัวดั่งขนอีกา หลายคนมีงานอดิเรกชอบเหยียบย่ำความชอบ สิ่งสำคัญของเหยื่อ และนักฆ่าเกือบทุกท่านเป็นบ้า.. ไม่ใช่โรคจิตชอบทรมานเหยื่อก็ชอบสะสมของแปลกๆประหนึ่งผู้จัดการเฉลิมฉลองวันปล่อยผี สวยงาม วิปลาส อำมหิต และเลือดเย็น   

         นักฆ่าน้อยคนนักจะยิ้มเวลาเกิดเรื่องอย่างคนรอบข้างมีความสุขเบิกบาน พวกเขาไม่ชอบรอยยิ้ม และลึกๆแล้วพวกเขาเกลียดรอยยิ้มของตัวเองมากกว่าของคนอื่น ทำไมน่ะหรือ ก็เพราะมันเป็นรอยยิ้มจอมปลอม รอยยิ้มที่ยิ้มให้โลกบัดซบใบนี้อย่างไรละ  

         “ยิ้มอะไรนักหนา ชีวิตพวกแกมีความสุขมากหรือไง” 

         แม้โซฟีไม่พูดเช่นนั้นเหมือนนักฆ่าท่านอื่น กระนั้นแล้วนางแอบคิด และรู้สึกขืนขมเช่นนั้นทุกครั้งเมื่อเห็นคนอื่นมีความสุขกับวันดีๆ กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว หยอกล้อกับคนรัก หรือมีกำลังใจทำงานเพื่อเงิน มีความฝันให้ไล่ตามเพื่อสร้างชื่อเสียง มีบางเวลาเศร้าสร้อย แต่ก็ลุกขึ้นสู้ได้.. ไม่เหมือนโซฟีที่เลือกหนีจากความจริง และหันหลังให้โลกอันระบายด้วยสีพู่กันมากมายราวสีสายรุ้งกินน้ำ.. 

         นักเชิดหุ่นน้อยรู้ตัวเองไม่ได้เหมือนเช่นหมอผีน้อยทั้งหมด แม้พวกนางมีอดีตอันเลวร้าย และเจ็บช้ำยากลืมเลือน กระนั้นเมรัยมีความฝันให้เอื้อมมือคว้าสุดแรงใจ มีความรักให้กอด และรักษา มีบ้านให้กลับ และที่สำคัญอันดับหนึ่งคือเมรัยยังสามารถลุกขึ้นได้อีกครั้ง.. แม้นางยอมแพ้ กระนั้นลึกๆในใจหมอผีน้อยยังคงเชื่อ และอยากสร้างความหวังอีกครั้ง  

         โซฟีอิจฉาพี่สาว.. เพราะในชีวิตพี่มีอะไรหลายอย่างให้คว้า ไม่เหมือนนักเชิดหุ่นน้อยที่ชีวิตไม่มีสิ่งใดสำคัญเลย.. นอกจากเจ้าตุ๊กตาแมว 

         เพื่อนเพียงตัวเดียว… 

         “..” 

         โซฟียืนรับลมเล่นบนหลังคาร้านค้าอาวุธโบราณพวกกริช และมีดสั้น นางอาจยังไม่รู้ว่าสาเหตุหนึ่ง และนับเป็นเหตุผลสำคัญมากๆที่ทำให้เมรัยอยากมีชีวิต และอยากไล่ตามความหวังอีกครั้งนั้นเพราะโซฟี น้องสาวสุดที่รัก นักเชิดหุ่นน้อยช่วยนวดหัวใจเมรัยให้อุ่น และบอกว่าพวกนางยังมีครอบครัวให้ห่วงแหน น้อยคนนักจักรู้ว่าเมรัยคิดถึงโซฟีมากมาย ไม่ต่างจากที่นักเชิดหุ่นน้อยคิดถึงหมอผีน้อยทุกลมหายใจ  

         กระนั้นเพราะพวกนางมีเส้นทางของตัวเอง การจักเดินไปด้วยกันนั้นนับว่ายาก.. นึกภาพราวเมรัยอยู่ในโลกแห่งตะวัน และโซฟีอยู่ในโลกแห่งดวงจันทร์ กลางวัน และกลางคืน แตกต่างคนละฝั่งฟาก แต่เอาจริงแล้วความแตกต่างไม่ใช่ปัญหาสำหรับหมอผีน้อย เพราะเมรัยสาบาน และสัญญากับตัวเองแล้วจะดูแล และช่วยเหลือโซฟี เมรัยต้องเป็นพี่สาวพี่พึ่งพาได้ จะปกป้องน้องสาว จะเป็นกำลังใจ และจะตุบๆตับๆ เหมือนพี่หมีขาวกอดน้องหมีสีน้ำตาลซึ่งโซฟีไม่อยากเลย แต่จะบอกไม่รักพี่สาวก็กลัวพี่สาวกลายเป็นศพอีก เฮ้อ 

         บางทีความรักที่มากเกินทำให้โซฟีรำคาญ และอยากลืมๆว่าตัวเองมีพี่สาวอย่างเมรัย 

         ทว่าเพราะได้พบเมรัย ชีวิตโซฟีจึงค้นพบแสงสว่าง.. นักเชิดหุ่นน้อยดีใจ และไม่อยากให้เรื่องราวทั้งหมดเป็นเพียงความฝันปลอมๆ 

“ตอนนี้พี่กำลังทำอะไรนะ” 

         คุณลมหนาวแบกกระเป๋า และยื่นมือเก็บวลีกระซิบกระซาบของนักเชิดหุ่นน้อยไปยังดินแดนแห่งสตรีเป็นใหญ่   

         -- 

         ณ ริมถนนซาไนท์[เส้นทางที่อัศวินหลงหัวมึน] จุดแวะพักค้างแรม 

         “หนาวๆเฮ้ย จะให้ข้านอนแข็งตายข้างนอกจริงดิ!!!” 

         เมรัยกำลังโดนลงโทษให้นอนข้างนอนรถม้าเหตุเพราะหมอผีน้อยใช้อาคมผิดพลั่งพลาดจุดไฟเผากระโจม.. 

         -- 

         “ชอบที่นี้หรือไม่” 

         ใต้ฟากฟ้าราตรีปรากฏหนึ่งนักฆ่าน้อยน่ารักน่าอุ้มน่าเก็บกลับบ้าน และหนึ่งเด็กหนุ่มวีรบุรุษแห่งยุคยืนสนทนาสรรหาเรื่องต่างๆที่น่าสนใจมาคุยกันด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าเปี่ยมด้วยความละมุนละไมจนตุ๊กตาแมวฟังแล้วใจละลาย โซฟีอยากเดินเล่นข้างนอกเพื่อปลดปล่อยให้ตัวเองเป็นอิสระมิใช่นกในกรงขัง อีซีโอไม่ได้ถูกว่าที่ภรรยาชวนมาเดินเล่นด้วยกันนะ แต่เขารับคำสั่งสูงสุดของตระกูลให้ซื้ออัญมณีเมืองซีเคร็ทออฟวอร์ไปฝากคนที่บ้าน ซื้อให้ท่านแม่จอมโหดชอบปาพัดเหล็กปักหัวท่านพ่อ ซื้อให้พี่สาวที่บังอาจ และไม่รู้นางทำอีกท่าไหนถึงสามารถเปลี่ยนคำสั่งธรรมดาให้กลายเป็นคำสั่งสูงสุดของตระกูลได้ หากเป็นคำสั่งจากปากอมีตี้เฉยๆอีซีโอคงเลิกคิ้ว และเมินเฉย แต่นี้ดันเป็นคำสั่งสูงสุดของตระกูล บ้าไปแล้ว 

         นอกจากซื้อฝากคนในครอบครัวแล้วยังต้องซื้อฝากลูกน้องด้วย แล้วก็ครอบครัวลูกน้องอีก 

         จะว่างานซื้อของทำไมต้องให้เจ้าหนุ่มสุดหล่อ ว่าที่ประมุขตระกูลทำคนเดียวเนี่ย อีซีโอยืนฉงนสงสัย 

         ส่วนเกี่ยวกับคำถามที่เขาถามโซฟีเมื่อครู่ เด็กหนุ่มเห็นสาวน้อยผมลอนยาวเหม่อมองวิวทิวทัศน์แสงสีของเมืองแห่งความลับมิวางตาราวต้องมนตร์สะกด เขาเผลอนึกว่านางชอบภาพเมืองยามวิกาล นั้นสินะ นางชอบเดินเล่นตอนกลางคืนบ่อยๆ แปลว่านางต้องชอบแน่ๆ 

         “อือ” 

         ชอบสินะ อีซีโอเดาจากน้ำเสียงโซฟี แต่ความจริงคือนักเชิดหุ่นน้อยตอบส่งๆไปงั้นแหละ ที่จริงนางไม่ชอบหรอก 

         โซฟียังเขินๆยังกลัวๆมิกล้าพูดคุยกับเด็กหนุ่มรูปงาม แม้นางพูดเก่งกว่าเมื่อก่อน กระนั้นแลไม่ต่างจากเมื่อก่อนเท่าไหร่นัก อย่างเช่น เมื่อก่อนก่อนพบเมรัย โซฟีไม่พูดกับอีซีโอเลย และหลังจากพบเมรัยแล้ว โซฟียอมคุยกับอีซีโอนะ เพิ่มจากศูนย์เป็นหนึ่งคำ อือ 

         นาง อือ ได้ตลอด ไอ้หนุ่มก็ดีอกดีใจใหญ่ ขอเพียงนางรับฟังเขาสักนิด 

         มีประสบการณ์จากการพบกันคราวก่อนที่เมืองออร์อินดอท์แล้ว อีซีโอสังเกตนิสัย และการวางตัวของโซฟีในสังคมอย่างละเอียด เขารู้ว่านางไม่ชอบเดินเล่นในสถานที่คนคับคั่ง นางไม่อยากเด่น นางชอบแอบซุ่มในเงามืดปานลูกแมวดำ และเดินย่องเท้าเงียบๆประหนึ่งลูกกิ้งก่าน้อยที่ไม่มีใครเห็น กระนั้นอีซีโอมองเห็นโซฟี เขาภาคภูมิใจมากที่มองเห็นนาง ต่างจากคนอื่นที่ตาบอดมองไม่เห็นสาวน้อยน่ารักอย่างโซฟี ซึ่งนับเป็นเรื่องดี และไม่ดี เรื่องดีคืออีซีโอไม่อยากให้คนอื่นแตะต้องหรือใช้สายตาจับจ้องมองโซฟีที่รักของเขา และเรื่องไม่ดีคืออีซีโออยากให้คนอื่นเห็นความน่ารักน่านวดของว่าที่ภรรยาเขาเช่นกัน ช่างย้อนแย้งสิ้นดี 

         สรุปแล้วเขาอยากให้คนอื่นมองโซฟีหรือไม่ให้มองกันเนี่ย ???  

         “อีซีโอ..ชอบหรือเปล่า” 

         “ชอบสิ เพราะมีเจ้าเคียงข้าง คอยดูภาพกับข้า..” 

         “…” 

         เอ่อ… หนูไปไม่ถูกเลยค่ะ โซฟีเหงื่อแตก ห๊ะ เขาพูดอะไรนะ จะบอกว่าเพราะมีนางดูข้างๆเขา เขาเลยกล่าวว่าทุกอย่างดูสวยงามไปหมดหรือ… นักเชิดหุ่นน้อยอยากคุยต่อก็ต้องจำใจปลง อือ ทำไมเวลาโซฟีถาม อีซีโอมักตอบคำถามด้วยคำตอบชวนกัดลิ้นเช่นนี้ อย่างนี้โซฟีจักพูดอะไรต่อ นักเชิดหุ่นน้อยอยากความช่วยเหลือตุ๊กตาแมว แคนดี้มองหน้าเจ้านาย บอกว่า 

         ต่อยเลย 

         “..ไม่ๆ” 

         โซฟีส่ายหน้าระรั่ว แก้มนุ่มนิ่มสะบัด แม้นนางอยากทำอะไรสักอย่างกับอีซีโอให้เขาคุยกับนางเหมือนคนปกติ แต่นางจักไม่ต่อยเขานะ ยกเว้นเขาสื่อสาร คุยเรื่องลามกหรือเรื่องที่โซฟีฟังแล้วไม่สบายใจ เด็กหนุ่มไม่เคยพูดอะไรอย่างอื่นเลยนอกจากประโยคแสดงความรักต่อโซฟี แต่ละประโยคเผยความจริงใจร้อยส่วน ไม่คำโกหกสักส่วน เขาตอบอย่างหนักแน่นบางที และบางคราเขาตอบเบาๆทว่าเปี่ยมด้วยความจริงจัง และทรงพลัง ราวว่าเขาใส่ใจนาง  

         อย่างว่า เขาจักปกป้องนาง เคียงข้างนาง ทำให้นางมีความสุขให้ได้ 

         โซฟีไม่เคยเจอใครพูดกับนางแบบนี้นอกจากพี่สาว นักเชิดหุ่นน้อยบอบบาง อ้อนแอ้น และแลน่ารังแกง่าย แต่ไม่มีใครรู้ว่าจริงๆเนื้อแท้แล้ว “โซฟีอยากเป็นฝ่ายปกป้องมากกว่า” นางไม่ใช่คนอ่อนแออย่างที่อีซีโอหรือเมรัยคิด โซฟีไม่ใช่ลูกกระต่ายให้แม่หมีพ่อเสือดูแล แต่นางคือลูกกระต่ายที่สามารถกระโดดถีบสัตว์ตัวใหญ่กว่า อย่างฮิบโป โซฟีอยากสู้กับมันนะ 

         ไม่ใช่สิ นักหุ่นเชิดหุ่นน้อยหยิบอุ้งมือแคนดี้เคาะหัวศีรษะตัวเอง เปาะๆ 

         “ร้านค้ามณีอยู่ที่ไหนหรือ” 

         นานๆครั้งโซฟีจักปีนไต่หลังคาเหมือนนินจา นางไม่อยากลงเดินข้างล่างท่ามกลางฝูงชนชาวเมืองแห่งความลับในชุดเรียบร้อย คืนนี้นักเชิดหุ่นน้อยอยากพุ่งทะยาน ก้าวขา ส่ายกระโปรงโบยบิน และกระโดดเล่นกับสายลมเหนืออาคารสีดำทะมึน อีซีโอยืนลอบยิ้มเอ็นดู พลางเอ่ยเสียงหล่อเหลา “ตามมาสิ” 

         ที่จริงอีซีโอสามารถใช้พลังมาโฮแปลงกายเป็นฝูงค้างคาวหรือกางปีกค้างคาวแล้วบินพุ่งไปยังร้านค้าเป้าหมายได้ทันที แต่เขาไม่ยอมปล่อยโอกาสดีๆเช่นนี้ให้เสียเปล่า โอกาสที่เขาสามารถกระโดด และเหินทะยานบนอาคารเคียงคู่กับโซฟี นักฆ่าน้อยไม่มีปีกนก ทว่ามีขุมพลังมาโฮมหาศาล ศาสตร์มาโฮของนางสามารถเพิ่มพลังกายให้ถีบเท้าแล้วกระโดดสูงกว่าคนธรรมดาสิบเท่า สามารถกระโดดจากหลังคาหนึ่งไปยังอีกฟากฝั่งหนึ่งได้อย่างง่ายราวมีวิชาตัวเบา 

         แต่แคนดี้ยืนยันว่าเจ้านายอวบพอสงควร อ๊อกๆ มันโดนบีบคอ 

         “…อย่าบินเร็วนะ” 

         โซฟีรู้ว่าอีซีโอเร็วมาก เลยอยากบอกให้เขาช้าๆ นักเชิดหุ่นน้อยเกี่ยวปอยผมไว้หลังหู พลางกอดตุ๊กตุ๋นแมวซุกร่องอก และเร่งพลังมาโฮ  

         ฟุบ 

         “ช้าๆ” 

         อีซีโอยิ้มพรายพลางกระโดนำโซฟี เด็กหนุ่มกระโดดสูงลิ่ว ชายเสื้อคลุมนักรบโบกสยายพัดตามกระแสลมต้าน โซฟีไล่ตามแผ่นหลังลูกผู้ชาย พวกนางหอบร่างจิ๋ว ล่องลอยเหนือหลังคาบ้านเรือนหลายสิบหลัง สูงบ้าง ต่ำบ้าง เที่ยวชอบเมืองจากมุมสูงอย่างจอมโจรพี่น้อง “ฦ” ที่ชอบปีนป่ายไต่หลังคาเช่นกัน เหล่าคนมีพลังวิเศษชื่นชอบการทะยานร่างอย่างรวดเร็วประหนึ่งร่างกายมีปีกปักษา โซฟีไม่รู้คนอื่นคิดเช่นไร 

         แต่นางรู้สึกรักสายลม… 

         ราวว่าท้องฟ้านั้นเป็นหนึ่งเดียว และโลกของนาง 

         ฟุบ 

         ปลายรองเท้าแตะพื้นหลังคาพลางวิ่งตะลุยบนหลังคามุงกระเบื้องที่ทอดยาวบนวิหารปักษา อีซีโอเหวี่ยงแขน โซฟีก้าวเยื้องย่างว่องไวปานวิ่งหนีลูกหมา ท่วงทำนองแห่งดนตรีบรรเลงขับขานบทเพลงแห่งสองผู้ท่องรัตติกาลอย่างเงียบงันราวโลกทั้งใบมีเพียงพวกนาง ฉากเมืองกลางคืนมีหมู่เมฆลอยผ่านดวงจันทร์ และกลุ่มคนในชุดสูทคือฉากหลังสวยงามวิจิตการตา มุ่งสู่หอนาฬิกาสูงตระหง่าน และลัดเลาะแนวกำแพงเมืองอันซับซ้อนในเขตต้องห้าม โซฟีอมยิ้มสดใส อีซีโอเห็นว่าที่ภรรยายิ้มก็พลอยยิ้มตาม บรรยากาศรื่นรมย์ระคนชื่นบาน   

         และดีกว่าวิ่งเล่นเมรัยตรงที่เจ้าหนุ่มไม่โง่หลงเสน่ห์รอยยิ้มโซฟีจนตัวเองลืมดูข้างหน้า เอาหัวชนเสาไฟ… 

         อีซีโอเกือบกระโดดชนกำแพงเช่นกัน.. แต่เขาไวตัวหลบทันอย่างหล่อๆ  

         ฟุบ 

         อีซีโอนำว่าที่ภรรยาในอนาคตมายังอาคารแห่งบาปคนตะกละ[ทาวออฟนิกซ์] อาคารลับลวงตาในเมืองซีเคร็ทออฟวอร์ อาคารตึกขนาดกว้างใหญ่ สูงกว่าร้อยชั้น มีรูปแบบอำพรางขั้นสูง สร้างโดยสถาปนิกเผ่าเปรตที่ตั้งรากฐานในเมืองแห่งความลับตั้งแต่ยุคปฐมนคร อาคารแห่งบาปคนตะกละถือเป็นหนึ่งในสิ่งลี้ลับ ความลับสุดยอด และสิ่งมหัศจรรย์ของเมืองแห่งความลับ 

         คนที่สามารถมองเห็นอาคารแห่งบาปคนตะกละจำเป็นต้องเกิดในเผ่าแห่งความมืดเท่านั้น 

         ซึ่งโซฟีมองเห็นนะ อีซีโอแอบสงสัย แต่ก็รู้คำตอบในเวลาไม่นาน 

         เพราะนางตาดีน่ะสิ ไม่สิ่งใดที่ว่าที่ภรรยาของเขามองไม่เห็น!!! 

         ณ ชั้นแปดสิบแปด มีส่วนระเบียงกว้างไร้เพดาน พื้นที่โล่งกว้างมีสวนต้นโพธิ์ และสระน้ำสีน้ำเงินแพรวพราว อาคารแห่งบาปคนตะกละถือเป็นโรงแรมพักสำหรับชนเผ่าแห่งความมืด ผีดูดเลือด มัมมี่ มนุษย์กบ อมนุษย์สัตว์เสือโคร่ง และอื่นๆ ไม่นับร่วมพวกวิญญาณภูตผี เพราะมีเมืองแห่งวิญญาณรองรับแล้ว  

         “ทันเวลาดีหรือ”

         เด็กหนุ่มเอาตรงๆไม่อยากซื้อของให้ท่านแม่ และพี่สาวเลย เขาเลยแอบถ่วงเวลาอยากเที่ยวเล่นกับโซฟีให้มากกว่านี้ แต่คงถ่วงได้เท่านี้ ในเมื่อมาทันเวลาก็ต้องทำงานให้สำเร็จลุล่วงนั้นคือความรับผิดชอบในฐานะสุภาพบุรุษ เฮ้อ น่าหงุดหงิดชะมัด ทำไมเขาต้องซื้อของให้นังปีศาจจอมวงแผนนั้นด้วยเนี่ย อีซีโอแอบบ่นโอด โซฟียินแล้วขำเบาๆฝห้ท่าน่าชังสมตำแหน่งน้องๆลูกคนสุดท้อง “พยายามเข้านะ” นักเชิดหุ่นน้อยใช้อุ้งมือแคนดี้ส่งพลังใจให้อีซีโอซื้อของสำเร็จ เจ้าหนุ่มฟังว่าที่เมียให้กำลังใจ

         “ต่อให้ต้องเผาโลกทั้งใบ ข้าจะซื้อของให้ได้ 

         “..”

         โซฟียิ้มแข็งค้าง “อ อือ”

         น นางพูดอะไรผิดหรือเปล่า.. โซฟีเริ่มสับสนความคิดตัวเอง นางแค่บอกให้กำลังใจเขาเฉยๆเองนะ หรือคำพูดนางมันฟังแปลกๆ? งืมมมมมม

         “จะเริ่มกิจกรรมชิงมณีต้องสาปแล้วนะครับทุกท่าน ใครต้องการเข้าร่วมกิจกรรมให้ลงชื่อ และส่วนท่านใดลงชื่อล่วงหน้าแล้วให้มาตรวจสอบชื่อ”

         เสียงพ่อมดหนุ่มประกาศให้แขกหลายร้อยชีวิตรับทราบกำหนดเวลา อีซีโอลอบถอนหายใจ ให้ซื้อของเฉยๆเหมือนซื้อข้าวโพดอ่อนเขาคงไม่บ่น แต่นี้เล่นส่งชื่อน้องชายอย่างเขาลงแข่งกิจกรรมชิงมณีด้วยสิ ทำไมต้องส่งเขามาใช้แรงใช้สมองแข่งกับคนอื่นด้วย แถมงานนี้เขาต้องแข่งคนเดียวอีกต่างหาก ถ้าหากให้ลงเป็นคู่เหมือนงานกิจกรรมชิงตุ๊กตาคราวก่อน อีซีโอคงยินดี แต่ครั้งนี้สู้คนเดียว ลุยเดียว แพ้ก็อดได้ของ กลับบ้านโดนแม่ด่าอีก

         “อาคารแห่งบาปคนตะกละมีร้านค้ามณีกับเสื้อผ้าที่ชั้นหนึ่งถึงห้าสิบ และชั้นเก้าถึงชั้นเก้าสิบแปด หากเจ้าต้องการสิ่งใด ใช้นี้”

         จดหมายลงนามอีซีโอ แม้นเขาไม่ใช่เจ้าของอาคารแห่งบาปคนตะกละ แต่ตระกูลเขามีอำนาจ และเงินตรามากพอซื้อทั้งตึก หากโซฟีต้องการของทั้งหมดในอาคารแห่งบาปคนตะกละ ประเดี๋ยวบอกอีซีโอ เดี๋ยวเขาซื้อให้เลยก็ได้

         “…”

         โซฟีก้มมองจดหมายด้วยสีหน้าเรียบเฉย คือไม่อยากรับอ่ะ นางเกรงใจ ไม่อยากให้เขาเลี้ยงด้วย เงินนางก็มี และอีกอย่างใครมันจักซื้อของทั้งตึก โซฟีก้ม และเงยหน้าอยากปฏิเสธน้ำใจเจ้าหนุ่ม แต่สายตาเขาคือแบบจริงจังมาก แอบๆมองอ้อนนางด้วย “ข ขอบคุณนะ” “เงินข้าทั้งหมดเป็นของเจ้า” เขาคลี่ยิ้มให้นางเมื่อนางยอมรับจดหมาย ครั้นเขาแล้วเดินจากไป ทิ้งโซฟีตัวแข็งทึ่มทื่อเป็นหินโง่ๆ..

         ไม่รู้จะร้องไห้หรือหัวเราะดี.. สับสน และปวดท้องจังเลย

         “คงอยากอวดรวยกระมังแคนดี้ ใช่แน่ๆ”

         โซฟีแอบปรึกษากับคู่หูคู่ใจ เจ้าตุ๊กตาแมวมองหน้าเจ้านายพร้อมบอก “เอาจดหมายไปขายเลยเจ้านาย” “ไม่มีทาง” โซฟีเขย่าแคนดี้ลงโทษฐานคิดไม่ซื่อ นักเชิดหุ่นแก้มป่อง เม้นปากโมโหเจ้าหนุ่ม นางไม่ใช้จดหมายลงนามเขาหรอก แต่ก็ไม่ทิ้งด้วย ประเดี๋ยวเขาเสียใจ..

         เวลาดึก แม่ฮูกกล่อมลูกฮูกนอนหลับ อีซีโออยากให้โซฟีดูเขาแข่งกิจกรรมชิงมณี แต่เจ้าหนุ่มรู้ว่าที่ภรรยาต้องการเวลาส่วนตัว และต้องการอยู่คนเดียว.. นางอยากเล่นเพียงลำพัง เขาไม่อาจขอร้องนางหรือเรียกร้องมากกว่านี้ อย่างน้อยในตอนนี้เขายังไม่กล้าพอเหนี่ยวรั้งนางไว้ข้างกายอย่างใจนึก นางต้องการอิสระ ให้นางมีชีวิตของนาง

         แต่ว่างๆช่วงพักเกมเขาต้องแอบย่องไปส่องนางให้ได้!!! ขอแค่เห็นเงาก็ดี  

         “โซฟี..”

         “เอ้าๆทำใจเถอะไอ้หนุ่ม”

         “บ บ้าน่า”

         “ปุดๆเจอกันอีกแล้วนะ”

         ทำไมยัยจิ้งจอกขาวมาอยู่ที่นี้!!!

         -- 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น