เรบิญ่า/ดาราวลี/สิปาหนันต์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 15/1 ยั่วอารมณ์

ชื่อตอน : ตอนที่ 15/1 ยั่วอารมณ์

คำค้น : บัวบงกช,ชยากร,วิวาห์เร่รัก,ผู้หญิงหิวเงิน,เอาตัวเร่ขาย,ปากร้าย,เอาแต่ใจ,ไม่ยอมคน,

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ย. 2562 09:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15/1 ยั่วอารมณ์
แบบอักษร

        ในขณะที่ขับรถออกจากบ้านไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน แต่กลับแวะมาที่ร้านเสื้อของบัวบงกชทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่คิดจะมา ไม่รู้เพราะอะไรถึงอยากมาที่นี่หรือว่าเขากำลังรู้สึกดี ๆ กับผู้หญิงหน้าเงินยังงั้นหรือทำไมปากกับใจเขาถึงไม่ตรงกัน 

            คนที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานจนลืมเวลา หลังจากไปเสนอผลงานให้กับลูกค้าชาวจีน จนผลงานเข้าตา ได้โปรเจคใหญ่มาโดยไม่คาดคิด ก่อนจะเร่งมือทำงานให้ทันตามกำหนดที่ได้ตกลงทำตามสัญญาร่วมกัน และทำควบคู่ไปกับงานที่ปรึกษาทางการเงินให้กับบริษัทของวิศรุตไปด้วยเพราะยังไม่อยากเสียความสัมพันธ์กับเขาไปเสียทีเดียว 

             คนที่เดินเข้ามาในร้าน เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ทำงานหามลุ่มหามค่ำแบบนี้ ระวังแย่เอานะคุณ”  

                “คุณชยากร!” หญิงสาวตกใจจนหน้าเปลี่ยนสี ไม่คิดว่าจะเป็นเขา 

             “ทำไมจะต้องตกใจขนาดนั้นด้วย ผมไม่ใช่ผีสักหน่อย” เขาตอบกลับด้วยความขบขัน 

             เมื่อดึงสติกลับมาได้ บัวบงกชจึงรีบถามขึ้นอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ “คุณเข้ามาได้ยังไง” 

             “คุณนี่ก็ถามแปลกแฮะ” เขาพูดกลั้วหัวเราะ “ผมก็เดินเข้ามาสิ หรือว่าเลือกต้อนรับเฉพาะลูกค้าเท่านั้น” 

             “คุณมีธุระอะไร” 

             แทนที่ชยากรจะตอบแต่ทำเป็นหูทวนลมและเดินสำรวจร้านของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงใจ ทำให้คนที่ไม่อยากต้อนรับเริ่มไม่พอใจที่รุกล้ำเข้ามาโดยไม่รู้ว่าจะมาไม้ไหน หญิงสาวพยายามนับหนึ่งถึงสิบเมื่อเขายังทำเฉย ปากที่กำลังจะโพล่งออกมาแต่ทว่าชยากรทำท่าราวกับรู้ทัน จึงรีบพูดดักขึ้นเสียก่อน 

             “แต่งร้านไม่เลวนี่ งัดกลยุทธ์อีท่าไหนละไอ้วิศรุตมันถึงยอมเปย์ให้มากมายขนาดนี้ จะว่าไปวิธีจับผู้ชายรวย ๆ ของคุณมันก็ได้ผลดีทีเดียวนะบัวบงกช ไม่งั้นคงไม่มีปัญญาเปิดร้านได้ใหญ่โตขนาดนี้” ชยากรเริ่มยียวนกวนประสาท 

             “ถ้าคุณไม่มีธุระอะไรก็เชิญกลับไปได้แล้ว เวลาของฉันเป็นเงินเป็นทอง คงไม่ว่างต้อนรับลูกค้าอย่างคุณ” 

                แทนที่ชยากรจะโกรธแต่กลับหัวเราะ “สามีอุตส่าห์มาเยี่ยมร้านทั้งที คุณไม่ดีใจหน่อยหรือ…บัวบงกช” 

            หญิงสาวระบายลมหายใจเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น “นับว่าเป็นเกียรติสำหรับฉันเป็นอย่างมาก ที่คุณลดตัวและเอาเท้าสะอาด ๆ ของคุณมาเหยียบที่ร้านของฉัน” เธอจงใจกระแทกแดกดัน 

             “แค่นี้ทำไมจะต้องอารมณ์เสียด้วย ผมก็แค่อยากมาเห็นด้วยตาของตัวเองว่าร้านคุณอยู่ไหน…ก็เท่านั้น” 

             “เอาเวลาว่างของคุณไปสนใจคุณมีนตราเถอะ ฉันไม่อยากมีปัญหาตามมาทีหลัง” 

            ประโยคนั้นทำให้ชยากรรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนเขาจะกระชากร่างของบัวบงกชออกจากร้าน โดยไม่สนใจว่าหญิงสาวมีงานที่ยังทำค้างไว้อยู่ 

             “นี่คุณ!” เธอร้องเสียงดังแต่ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ยอมหยุด “ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ คุณจะพาฉันไปไหน” ยิ่งร้องก็เหมือนยิ่งยุและดูท่าจะไม่เป็นผลเอาเสียเลย เมื่อเห็นท่าไม่ดีบัวบงกชจึงตะโกนใส่หน้าเขาอย่างสุดจะทน “ฉันบอกให้หยุดไง” 

             ชยากรกลับไม่สนใจ เมื่ออีกฝ่ายร้องมากเท่าไหร่เขายิ่งออกแรงมากเท่านั้น และลากเธอมาจนถึงลานจอดรถก่อนจะยัดคนที่กระฟัดกระเฟียดเข้าไปในรถได้สำเร็จ 

             “คราวนี้หยุดแหกปากได้หรือยัง” ชายหนุ่มพูดหน้าตาเฉย 

             “ทำบ้าอะไรของคุณ” หญิงสาวแหวเสียงดัง “ฉันมีงานต้องทำและต้องรีบส่งงานด้วย ไม่มีเวลาว่างเหมือนคุณนะ” 

             หญิงสาวหน้าตึงขึ้นมาทันที ที่อีกฝ่ายเริ่มเอาแต่ใจโดยไม่มีเหตุผลและยังใช้อารมณ์ราวกับคนบ้า 

             “หยุดคิดเรื่องเงินเรื่องทองสักชั่วโมงได้ไหมบัวบงกช นั่งอยู่เฉย ๆ แล้วก็ไปทานข้าวกับผม เรื่องร้านเดี๋ยวผมจัดการให้ ส่วนรถให้กรกฎขับไปให้ที่บ้านแล้วก็เลิกบ้างานสักวัน แค่นี้มันคงไม่เป็นไรหรอก” เขาพูดหน้าตาเฉยไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร กลับพอใจด้วยซ้ำที่เห็นอีกฝ่ายหน้าบึ้งตึงจนต้องกลั้นยิ้มเอาไว้ ตามฟอร์มเสือยิ้มยาก 

              ชยากรขับรถไปเรื่อย โดยคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เริ่มนั่งไม่ติดเพราะห่วงงานที่ทำค้างเอาไว้ รู้สึกโมโหคนที่เอาแต่ใจโดยไม่คิดว่าคนอื่นจะเดือนร้อน เขาไปอารมณ์เสียมาจากไหนถึงได้มาลงกับเธอแบบนี้ หากไม่ใช่มีนตราก็คงเป็นคนอื่นสินะ เขามีผู้หญิงเป็นกระบุงที่พร้อมจะพลีกายให้ แต่จะทำแบบนี้กับเธอไม่ได้ 

เพราะมัวแต่โกรธจนไม่ได้สนใจอะไร มารู้อีกทีชยากรก็ขับรถออกชานเมืองแล้ว ก่อนหน้านี้ก็บ่นว่าหิวแต่ทำไมไม่แวะร้านไหนสักร้าน เขาจะทำอะไรของเขากันแน่! 

“นี่คุณจะไปไหน?” 

“จะมาทำงานที่ร้าน ทำไมไม่บอกผมสักคำ” 

ชายหนุ่มตอบไม่ตรงคำถาม และย้อนถามอย่างไม่พอใจที่เธอมาทำงานของตัวเอง ทั้งที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลย 

“ฉันจะทำอะไร ต้องรายงานคุณทุกเรื่องหรือไง” เธอสวนขึ้นทันควัน 

“แต่คุณก็ควรจะบอกผม” เขาโพร่งขึ้นอย่างลืมตัว แต่พอดึงสติกลับคืนมาได้ จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลง “คุณก็รู้ว่าคุณพ่อว่าอาการยังไม่ค่อยดี ผมอยากให้คุณดูแลท่านให้มากกว่านี้ และแน่ใจว่าอาการดีแล้ว แต่ไม่ใช่หนีมาทำงานแล้วไม่บอกผมแบบนี้” 

“ก็เพราะรู้ว่าท่านอาการดีขึ้นแล้ว ฉันถึงได้มาทำงานของตัวเอง ฉันรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ที่สำคัญฉันก็ขออนุญาตคุณพ่อแล้ว” เธอปรายตามองเขาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างจงใจ “คุณจะรู้ดีไปกว่าคนดูแลทุกวัน อย่างฉันได้ยังไง” 

คราวนี้ชยากรเงียบกริบก่อนจะแสร้งพูดกลบเกลื่อน “โอเค ๆ ก็คุณเป็นสะใภ้สุดโปรดของคุณพ่อแล้วนิ จะทำอะไรก็ได้ ตอนนี้ไม่มีใครเห็นหัวผมแล้วนี่” 

“สรุปว่าคุณจะบอกได้หรือยัง ว่าจะพาฉันไปไหน”  

บัวบงกชพยายามสะกดอารมณ์อย่างที่สุด เขาทำแบบนี้ก็เท่ากับต้องการกลั่นแกล้งกันชัด ๆ หากเธอส่งงานไม่ทันย่อมเกิดความเสียหายขึ้นแน่นอน กว่าจะมีโอกาสดี ๆ แบบนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่เขากำลังจะทำให้งานเธอพัง! 

“ก็ไปทานข้าวกันไง วันนี้ทั้งวันยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย” 

“แต่มันไม่เกี่ยวกับฉัน” 

“เกี่ยวสิ!” เขาอมยิ้มเล็กน้อย “ก็ผมอยากทานข้าวกับคุณ อยากตอบแทนที่คุณช่วยดูแลคุณพ่อ” 

ชยากรพยายามหาข้ออ้างสารพัด แม้จะรู้สึกเขอะเขินอยู่บ้างก็ตาม แต่เพราะรู้สึกดี ๆ กับหญิงสาวมากขึ้นแม้ก่อนหน้านี้จะเคยเหยียดหยันดูถูกดูแคลนไว้มากมาย แต่ความรู้สึกในตอนนี้เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อเห็นความดีงามจากการกระทำของเธอ มันทำให้เขาลืมมีนตราไปเสียสนิท 

หญิงสาวนิ่งไปพักใหญ่ แต่ใช่ว่าจะไว้ใจผู้ชายปากร้ายอย่างเขา ไม่รู้เกิดเป็นบ้าอะไรถึงอยากมาญาติดีกับเธอ ร้อยวันพันปีไม่เคยจะพูดดีด้วย สงสัยวันนี้อากาศจะแปรปรวนหรือว่ามีอย่างอื่นแอบแฝง พอคิดได้แบบนั้นเธอจึงถามขึ้นทันที 

“ฉันเห็นคุณผ่านมาหลายร้านแล้วนะ แต่คุณก็ไม่แวะ” หญิงสาวเน้นเสียง “คิดจะแกล้งฉันหรือไง” 

“เปล่า!” ชายหนุ่มร้องเสียงสูงแถมยักไหล่อย่างไม่สนใจ ก่อนจะหักพวกมาลัยรถจอดร้านข้างทางตรงหน้าทันที 

“ร้านนี้ก็ดูเข้าท่าดี” พูดจบเขาก็ลงจากรถและเดินอ้อมมาเปิดประตูรถให้เธอ และเชื้อเชิญหน้าตาเฉย “เชิญครับ” 

บัวบงกชลังเลอยู่นานแต่สุดท้ายก็ยอมลงจากรถอย่างไม่มีทางเลือก เมื่อเห็นคนในร้านมองมาที่เธอเป็นตาเดียว ทำเอาอีกฝ่ายยิ้มกริ่มอย่างพอใจ เมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นต่อ 

พอมาถึงร้านชยากรก็หันไปสั่งพนักงาน และไม่นานอาหารก็เสิร์ฟที่โต๊ะเรียบร้อย เพราะก่อนหน้านี้เขาได้สั่งให้กรกฎจัดการให้เรียบร้อยแล้ว   

คราวนี้บัวบงกชเริ่มรู้ว่าตัวเองเสียท่าอีกจนได้ เพราะทุกอย่างราวกับว่าได้เตรียมการมาแล้ว ไม่อย่างนั้นอาหารก็คงไม่มาถึงโต๊ะในเวลารวดเร็วขนาดนี้ นอกจากจะเป็นผู้ชายปากร้ายยังเจ้าเล่ห์เพทุบายอีกด้วย 

++การยั่วโมโหคือความสนุกของเฮียเขาละ ฝากติดตามด้วยนะคะ ดาวน์โหลดอีบุ๊ควิวาห์เร่รักกันได้แล้วจ้าาาหรือส่ังจองหนังสือได้ที่เพจ เรบิญ่า/ดาราวลี/สิปาหนันต์ค่ะ ขอบพระคุณสำหรับการติดตามนะคะ++ 

ความคิดเห็น