เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

ตอนพิเศษ : หนีเที่ยว#1

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ : หนีเที่ยว#1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.4k

ความคิดเห็น : 82

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ย. 2562 15:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ : หนีเที่ยว#1
แบบอักษร

Bad love (ตอนพิเศษ)

 

หนีเที่ยว#1

 

 

“ไอ้เพลิง มึงจะหนีออกจากบ้านหรอวะ!?” เสียงตะโกนของดิวดังขึ้นจากหน้าบ้าน ทำเอาคนกำลังแง้มประตูรั้วออกจากบ้านถึงกับสะดุ้งโหยงพร้อมหันควับไปมองอย่างตกใจ 

“มึงจะแหกปากตะโกนทำไมเนี่ย” เพลิงหันไปโวยวายใส่ ก่อนจะพาตัวเองออกมานอกบ้าน  

“จะไม่ให้แหกปากตะโกนได้ไง ก็มึงเล่นแบกเป้ใหญ่ๆแอบย่องออกมาตอนเช้าๆแบบนี้ นี่มึงคิดทิ้งเฮียไปใช่ป่ะ”  

“ว้อย มึงจะบ้าหรอไง กูแค่จะออกไปมอ” เพลิงอธิบายพร้อมกอดอกตีหน้าเซ็ง คิดมาได้ยังไงว่าเขาจะทิ้งไอ้พีค บ้าบอ 

“ไปทำอะไรที่มอตอนตีห้า วันนี้มึงมีเรียนบ่ายไม่ใช่หรือไง” ดิวถาม 

“วันนี้ไม่มีเรียน”  

“เอ้า ปกติวันศุกร์มึงมีเรียนหนิ ทำไมถึงหยุดวะ แล้วไม่มีเรียนมึงจะไปทำอะไรที่มอ” ดิวยังคงถามอย่างสงสัย แต่เพลิงกลับฉีกยิ้มแฉ่งด้วยสายตาส่อแววทะเล้น จนดิวที่มองถึงกับขมวดคิ้วงง “ยิ้มบ้าอะไรของมึง” 

“ไปแล้วนะ เดี๋ยวไปทันรถ” เพลิงไม่ตอบคำถามดิว แต่กลับฉีกยิ้มเดินถอยหลังโบกมือลาดิวไปเฉย ก่อนจะหันข้างรีบวิ่งพรวดตรงไปที่รถคาดว่าจะเป็นแกร็บที่เรียกมาจอดรับอยู่ที่รั้วบ้านข้างๆ  

“เฮ้ย! ไอ้เพลิง เดี๋ยวดิมึงยังไม่ตอบคำถามกูเลยนะ” ดิวตะโกนบอกจากหน้าบ้าน จนคนที่วิ่งกำลังขึ้นรถถึงกับหยุดชะงัก ก่อนจะหันมาหาด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจส่งมาให้ 

“ฝากบอกไอ้พีคด้วยนะ วันอาทิตย์กูกลับ บัย” ว่าจบพร้อมโบกมือลา เพลิงก็รีบขึ้นรถแล้วสั่งให้รถแกร็บออกจากซอยบ้านไปในทันที ทิ้งให้ดิวยืนเกาหัวแกร่กๆมองตามรถที่ขับผ่านหน้าไปพลางส่ายหน้าถอนหายใจเซ็ง  

“หนีเที่ยวอีกแน่เลยกูว่า”  

 

 

10.00 น.  

 

ช่วงสายของวันเป็นเวลาที่อีกคนในบ้านพึ่งตื่นพอดี พีคลืมตาตื่นด้วยความสะลึมสะลือ ก่อนจะเอื้อมมือเข้าไปคว้าคนข้างๆเพื่อเอามากอดเหมือนตามปกติ แต่ทว่าเมื่อควานมือหาคนข้างๆแล้วพีคกลับสัมผัสได้ถึงความว่างเปล่าราวกับร่างของใครบางคนไม่ได้นอนอยู่ด้วยกันตรงนี้ตามปกติ พีคขมวดคิ้วพร้อมขยับตัวขึ้นมอง และก็อย่างที่ตาเห็น เพลิงไม่ได้นอนอยู่ด้วยอย่างที่คิด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้พีคดูร้อนรนอะไร เพราะคิดว่าเพลิงคงตื่นแล้วนั่งอยู่ข้างล่างตามเคย พีคลุกขึ้นจากเตียงไปจัดการอาบน้ำแต่งตัวอะไรของตัวเองเรียบร้อยก่อนจะเดินออกมาแล้วลงไปหาอะไรกินข้างล่างเหมือนทุกที  

“เฮ้ย ไอ้สอง วันนี้มึงทำอะไรกินวะ หน้าตาทำไมมันดูแปลกๆ” พีคถามเมื่อลงมาเจอชุดอาหารญี่ปุ่นดูไม่คุ้นตาถูกวางไว้บนโต๊ะกินข้าว สองที่ได้ยินรีบวิ่งออกมาจากครัวเพื่อมาดูอย่างรวดเร็ว

“อ๋อ ไอ้เพลิงมันทำน่ะเฮีย เห็นว่ามันทำไว้ตั้งแต่เช้าแล้วฝากผมเวฟให้เฮียอีกที กินได้เลยนะเฮีย ผมพึ่งเวฟทิ้งไว้ไม่กี่นาทีเอง” สองบอกอย่างอารมณ์ดี แต่พีคกลับยืนเท้าเอวขมวดคิ้วจ้องไอ้ชุดอาหารตรงหน้าโดยที่ไม่ยอมนั่งสักที จนสองที่ยืนยิ้มอยู่ถึงกับยิ้มแห้งเพราะคิดว่าพีคคงถามหาไอ้ตัวแสบที่แอบหนีออกจากบ้านไปแน่ 

“ไอ้เพลิงไปไหน?” พีคหันมาถามเสียงเรียบ สองที่ยืนฟังถึงกับยิ้มแห้งหัวเราะให้กับตัวเองในใจ  

 

// กูว่าแล้ววววว // สองว่า 

 

“ไปข้างนอกน่ะเฮีย แต่ผมไม่รู้นะว่ามันไปไหน ถ้าเฮียอยากรู้ลองถามไปนายดูเอานะ” สองถึงกับโยนขี้ให้นายรับช่วงต่อโดยที่คนถูกปาขี้ส่งต่ออย่างนายไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเขาเลย พีคมองสองนิ่งไม่ได้ตอบอะไร ก่อนจะทิ้งตัวลงเก้าอี้เพื่อกินข้าวที่เพลิงทำทิ้งไว้ให้บนโต๊ะ 

พีคนั่งกินไปเรื่อยๆ อาหารชุดญี่ปุ่นหน้าตาแปลกๆที่คนหัวครีเอททำทิ้งไว้ให้เมื่อเช้า ถึงแม้ว่าเพลิงจะทำอาหารเก่งขนาดไหน แต่เล่นเอาอาหารไทยกับญี่ปุ่นมามิกซ์รวมกัน บอกเลยว่ารสชาติค่อนข้างหมาไม่แดก ตอนทำคงรีบจัดจนไม่ได้ชิมฝีมือตัวเองหรือหาเรื่องให้เขาทดลองเมนูใหม่ที่กำลังทำในโปรเจคจบของตัวเองกันแน่ แต่ถึงอย่างนั้นพีคก็ยอมกินอะไรแปลกๆที่เพลิงทำมาตลอดตั้งแต่เริ่มเข้าปี 4 จนตอนนี้กลางเทอมเข้าไปแล้วอยู่ดี ถึงแม้ตอนนี้ตัวจะไม่อยู่ แต่ก็ยังทิ้งกระดาษโน๊ตแปะไว้ให้ที่โต๊ะเพื่อให้เขาเขียนวิจารณ์อาหารของตัวเองอีก พีคยกยิ้มนิดๆพลางเหลือบอ่านข้อความที่เขียนไว้อย่างนึกขำ 

 

[ วิจารณ์อาหารกูด้วย : เพลิง ] 

 

“เฮ้ย ไอ้สอง” พีคผละจากข้าวบนโต๊ะแล้วหันไปตะโกนเรียกสองทันทีเมื่ออ่านจบ 

“ว่าไงเฮีย” สองขานตอบพีคพร้อมรีบเดินออกจากครัวมาหาพีคที่โต๊ะอย่างรวดเร็ว “เฮียมีอะไรหรือเปล่า?” 

“ไปเอาปากกามาให้กูหน่อย” พีคบอก 

“ปากกา? เอากระดาษด้วยมั้ย” สองถามเผื่อ แต่พีคกลับส่ายหน้าปฏิเสธ 

“ไม่ต้อง แค่ปากกาพอ” พีคว่าจบ สองก็รีบตรงไปเอาปากกาที่ห้องนั่งเล่นมาให้พีคทันที ใช่เวลาแปปเดียวสองก็เดินส่งปากกามาให้พีคที่รับมาเขียนอะไรบางอย่างใส่กระดาษบนโต๊ะ สองย่นคิ้วก้มมองกระดาษที่โต๊ะอย่างสงสัย แต่เมื่อพีคผละมือออกจากกระดาษพร้อมข้อความตอบกลับบางอย่างในกระดาษ สองที่เห็นถึงกับหลุดขำออกมาทันที แต่ก็ต้องรีบเก็บอาการเมื่อพีคส่งกระดาษมาให้ 

“เดี๋ยวมึงเอานี่ไปแปะหน้าตู้เย็น แล้วก็ห้ามให้ใครดึงออกมาเด็ดขาด เข้าใจมั้ย” พีคพูดสั่ง ซึ่งสองก็รับมาแต่โดยดี 

“ได้เฮีย รับรองไม่มีหลุดหายแน่นอน” สองยิ้มบอกก่อนเดินกลับไปจัดการกระดาษตามที่พีคว่า ส่วนพีคเมื่อกินข้าวหมดแล้วก็ลุกเดินออกไปหานายด้านนอกต่อทันที แต่ดูท่าคนที่พีคกำลังมองหากลับไม่อยู่ในบ้านซะงั้น พีคเลยเดินไปหาดิวกับโต้งที่นั่งคุยกันอยู่ข้างบ้านแทน อาจด้วยบ่อปลากับสวนข้างบ้านเขาจัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทำให้ลูกน้องเขาส่วนใหญ่มักจะมากกตัวอยู่บริเวณนี้ซะส่วนมากกว่าแทนที่จะเป็นโต๊ะหน้าบ้านเหมือนอย่างเมื่อก่อน แต่ก็ไม่ได้อยู่ตลอดซะทีเดียวเพราะปกติที่ตรงนี้เพลิงมักจะยึดมาเป็นของตัวเองมากกว่า 

“เจ้าที่ไม่อยู่ทั้งคนพวกมึงก็พากันครองตรงนี้เลยนะ” พีคแกล้งพูดแซวลูกน้องเมื่อเดินเข้ามาเห็นสภาพความสุขสบายของแต่ละคน ทั้งนอน ทั้งเล่นไพ่ คนมีงานหน่อยก็นั่งทำงานบนโต๊ะในสวน ส่วนลูกน้องที่กำลังทำกิจกรรมของตัวเองถึงกับรีบดีดตัวไปสนใจพีคทันที 

“อ้าวเฮีย ทำไมเดินโผล่มาจากทางนั้นล่ะ ประตูข้างบ้านก็เปิดอยู่หนิ” ไวถามขึ้น เมื่อเห็นว่าพีคเดินอ้อมมาโผล่ด้านหน้าแทนที่จะเป็นประตูกระจกข้างบ้านที่เปิดติดกับบ่อปลาพอดี 

“เดินออกมาได้มั้ง พวกมึงเล่นนั่งบังทางเดินขนาดนั้น แล้วนี่ไอ้นายหายไปไหน” พีคถามกลับเพราะขนาดข้างบ้านก็ไม่ยักจะเห็นหัวลูกน้องคนที่ว่า 

“พาไอ้เต้าหู้ออกไปร้านตัดขน” ไวบอก 

“ใครสั่งให้มันเอาหมาไปตัดขน” พีคขมวดคิ้วถามต่ออย่างสงสัย 

“จะใครซะอีกล่ะ พ่อมันนั่นแหละเป็นคนสั่ง บอกขนลูกมันร่วงจัดเลยวานให้นายพาไปตัดขน แต่ไม่ได้ไปคนเดียวหรอกนะเฮีย ก่อนหน้านี้เห็นคุณลีเดียมาหา ตอนแรกก็ว่ามาหาเพลิง แต่คุยกับไอ้นายอยู่สักพักก็ลากเต้าหู้ขึ้นรถไปร้านตัดขนด้วยซะแล้ว” โต้งพูดเสริม เพราะเขาเป็นคนเห็นกับตาว่านายไปกับลีเดีย 

“ไอ้สองคนนี้นี่มันยังไงกัน นับวันยิ่งหายไปด้วยกันบ่อย” พีคพูดขึ้นพลางนึกถึงลูกน้องตัวเองกับอดีตกิ๊กที่พักหลังๆเริ่มทำตัวแปลกๆกันขึ้นทุกที แต่พีคก็ไม่ได้ใส่ใจมาก เพราะประเด็นที่เขาตั้งใจมาคุยเป็นเรื่องของเพลิงไม่ใช่นาย 

“แล้วนี่พวกมึงมีใครรู้มั้ยว่าไอ้เพลิงมันไปไหน” พีคถามขึ้น แต่ทุกคนกลับส่ายหัวกันรัวๆ  

“อ่าว นี่มันไม่ได้บอกเฮียหรอว่ามันจะไปไหน” ดิวถามกลับเมื่อเห็นว่าพีคถามหา 

“บอกอะไร ตื่นมาก็ไม่เห็นมันแล้วเนี่ย” พีคว่า 

 

// กูว่าแล้วววววว // ดิวว่า 

 

“คืองี้เฮีย เมื่อเช้าผมเจอมันหน้าบ้าน เห็นว่ามันแบกเป้เหมือนกำลังจะไปไหนเลยลองถามมันดู แต่มันไม่ยอมตอบ ตอบแค่ว่าไปมอกับกลับวันอาทิตย์ แล้วหลังจากนั้นก็ขึ้นแกร็บหายไปเลย” ดิวพูดบอกให้คนกำลังทำหน้านิ่งฟัง  

“ห๊ะ!? แล้วทำไมมึงไม่ห้ามมันวะ” พีคถึงกับเปลี่ยนสีหน้าเมื่อได้ยิน 

“ห้ามอะไรล่ะเฮีย พูดจบแม่งวิ่งขึ้นรถไปเลย แถมยังมีหน้ามาโบกมือบ๊ายบายผมอีก ผมว่านะเฮีย ถ้าเฮียอยากรู้ผมว่าเฮียลองโทรไปถามเองไม่ดีกว่าหรอ แต่เอาจริงผมว่ามันอาจจะไปทำกิจกรรมที่มอก็ได้ ไม่งั้นไม่ออกไปตั้งแต่ตีห้าหรอก” ดิวพูดแก้ต่างให้ เพราะเอาจริงสภาพเมื่อเช้าเพลิงดูเหมือนคนเตรียมไปเที่ยวมากกว่าไปค่ายซะอีก แถมยังดูอะเลิร์ทกว่าปกติด้วย แต่ถึงอย่างนั้นเพลิงดูไม่ได้คิดหนีออกจากบ้านจริงๆเหมือนอย่างที่คิดในตอนแรก ดิวเลยยอมปล่อยเพลิงไปเที่ยวง่ายๆ แต่ดิวก็ลืมไปอีกว่าในบ้านหลังนี้ดันมีพวกติดเมียอยู่หนึ่งอัตรา ที่ตอนนี้กำลังเดินพรวดเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็วเพื่อโทรตามเมียที่หายไปโดยไม่บอกกล่าว 

พีครีบเดินขึ้นบ้านไปเอาโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเพลิงทันที ตอนแรกที่ไม่ร้อนรนอะไรเพราะคิดว่าเพลิงคงออกไปข้างนอกโดยสั่งให้ลูกน้องเขาฝากมาบอกเขาอีกทีว่าตัวเองไปไหน แต่ว่านี่หายจ๋อมพร้อมฝากบอกแค่วันอาทิตย์กลับ ทำให้พีคค่อนข้างอยู่ไม่สุขเท่าไรที่เพลิงไปไหนโดยไม่บอกเขา แถมยังไปค้างคืนอีก พีคนั่งรอสายตอบกลับจากเพลิงอยู่ที่ขอบเตียง พยายามทำใจเย็นสุดๆ แต่ดูเหมือนว่าถือสายมาสักพักเพลิงกลับไม่ยอมรับสายซะที จากพยายามใจเย็นกลายเป็นว่าพีคกลับเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาแทน 

“แม่งทำบ้าอะไรของมันอยู่วะ” 

 

***************************************************** 

 

อีกด้านบนรถทัวร์ของมหาลัย 

 

สาวเต่างอยรอคอยอ้าย เต่างอยรอคอยอ้าย เต่างอยรอคอยอ้าย เต่า เต่า เต่า เต่า เต่า เต่า เต่า เต่า 

“เต่างอย ~!” 

“เต่างอย เต่างอย เต่า เต่า เต่างอย  ~!!” 

“หายไปใสพี่มิดจีลีละเด้อ~! ...ลุ๊งงงงง ดังๆ!” เสียงเพลิงตะโกนบอกลุงให้เร่งเสียงเพิ่มขึ้น ก่อนจะวิ่งขึ้นรถไปเต้นแห่เหมือนคนบ้ากับก๊วนสตาฟปีสามกับปีสี่ที่พาน้องปีหนึ่งออกค่ายรับน้องนอกสถานที่ที่ต่างจังหวัด เอาจริงๆเพลิงไม่ได้เป็นสตาฟเหมือนคนอื่นบนรถ แต่เพราะเอกที่เป็นสตาฟเป็นคนชวนทำให้เพลิงใช้โอกาสนี้หนีเที่ยวออกมาเต็มที่โดยไม่ได้บอกใครที่บ้านเลยสักคน ตอนนี้เรียกได้ว่ารถคันที่หนึ่งหรือว่าคันแรกศูนย์รวมสตาฟปีสามกับปีสี่ในคันเดียวกันต้องบอกว่าโคตรวุ่นวายและเสียงดังสุดๆ จนเพลิงที่ทิ้งโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งยังจดจ่อกับความเฮฮาบ้าบอบนรถเสียด้วยซ้ำ  

“กรู๊ววววววววววว~!” เสียงโห่ร้องตะโกนตามจังหวะเพลงของคนทั้งรถเรียกเสียงฮากับรอยยิ้มกันท้วนหน้า รวมถึงเพลิงที่ปกติไม่ได้ฟังเพลงแนวนี้เลยแต่กลับไหลตามได้ราวกับเป็นคอเพลงแนวนี้ตัวยง หรือบางทีเพลิงก็คิดว่าตัวเองคงได้อิทธิพลจากคนที่บ้านพอควร 

“วอนเต่างอยช่วย!” 

“โบก! โบก! โบก! โบก! โบก! ใจอ้ายคืนเต่างอย” โคตรประสานเสียงเน้นจังหวะก่อนจบกันสุดๆ ก่อนจะยกมือขึ้นพร้อมกันพร้อมร้องฮิ้วออกมาราวกับรู้จักหวะกันดี  

“อีดอกกก! เพลงรันมาคุกกี้แล้วพวกมึงขาาาา เอ้า! แอบมองเธออยู่นะจ๊ะ!” เสียงเพื่อนสาวสองปีเดียวกันกับเพลิงตะโกนขึ้นจังหวะใหม่ 

“แต่เธอไม่รู้บ้างเลย!” แล้วคนในรถก็พากันประสานเสียงร้องตามพร้อมเต้นไปด้วย ยิ่งผู้ชายแก๊งยืนเต้นดั้งเดิมเรียกได้ว่าองค์ 48 ลงมาประทับร่างเองกับตัว

“ไอ้เพลิง ถ้าผัวมึงเห็นมึงเต้นแบบนี้จะว่าไงวะเนี่ย ฮ่าๆๆ” เสียงเอกยืนขำขณะมือกำลังถ่ายวีดีโอในโทรศัพท์ เพลิงที่หันมาเห็นฉีกยิ้มกลับให้อย่างอารมณ์ดี 

“โอนิกิรี๊~” เพลิงไม่พูดเปล่า พร้อมยืนเต้นท่าปั้นข้าวปั้นใส่กล้องให้ดู ก่อนที่เอกกับฟิวส์จะพากันยืนหัวเราะขำ  

“เหมือนมึงเก็บกดไม่ได้เที่ยวอ่ะ ฮ่าๆๆ” ฟิวส์ว่า 

“นานๆกูจะได้ออกมาเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนทั้งที มึงจะให้กูนั่งคิดถึงไอ้พีคเพื่อ? ให้กูมีเวลาส่วนตัวกับเพื่อนฝูงบ้าง” เพลิงพูดบอก ก่อนจะถูกสายตาจากเพื่อนสองหน่อมองอย่างล้อเลียน แต่ก็ได้แปปเดียวเพราะโดนเพลิงหยิบหมวกฟางตีใส่ก่อนจะพากันหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี 

“เฮ้ยๆ พวกมึงทั้งหลายคะ! จะถึงรีสอร์ทแล้วค่ะ รีบแปลงร่างกลับไปเป็นคนด่วน เดี๋ยวลงจากรถแล้วน้องมันตกใจวายตายกันพอดี เร็วๆเลย จะถึงแล้ว” เสียงสตาฟสาวสองคนเดิมตะโกนบอก ทำเอาแก๊งผีบ้าบนรถถึงกับหยุดชะงักทันที ก่อนจะพากันโห่โอดครวญรีบถอดพร๊อบเก็บเข้ากล่องกับกระเป๋าตามเดิม แต่ถึงจะไม่มีพร๊อบแต่ก็ยังทำตัวบ้าเต้นต่ออยู่ดี จนกระทั่งรถได้เดินทางมาถึงรีสอร์ทในจังหวัดนครนายกเป็นที่เรียบร้อย 

เพลิงลงจากรถพร้อมช่วยทยอยเอากระเป๋าของเพื่อนไปเก็บรวมกันที่ลานกว้างของรีสอร์ทและก็เดินช่วยถือของที่เอาไว้ใช้ในงานรับน้องบางส่วนมาไว้เหมือนกัน สตาฟทั้งหมดในรถหนึ่งขบวนที่มาถึงก่อนต่างช่วยกันเตรียมนู่นเตรียมนี้อยู่สักพัก ก่อนน้องปีหนึ่งกับสตาฟคุมน้องบางส่วนจะมาถึงและถูกพาไปรวมตัวนั่งอยู่ที่ล้านกว้างเพื่อชี้แจงกฎและกติกาในการเข้าค่ายรับนอกครั้งนี้ รวมทั้งให้แบ่งกลุ่มตามสาขาเป็นกลุ่มหลักและกลุ่มย่อยตามสีอีกที เพื่อแจกกุญแจห้องพักกับเตรียมเข้าฐานในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า 

“น้องคนไหนมีใครว่ายน้ำไม่เป็นบ้างคะ เดี๋ยวพวกพี่ขอดูคนยกมือหน่อย” ใบหม่อนเฮดสันฯสตาฟปีสามถามขึ้น ก่อนจะมีปีหนึ่งไม่กี่คนยกมือขึ้นมาพร้อมกับสตาฟบางส่วนที่เดินเข้าไปขอชื่อเอาไว้ 

“ที่พี่ถามขึ้น เพราะในวันพรุ่งนี้พวกพี่จะพาน้องนั่งรถที่รีสอร์ทเตรียมไว้ให้ไปเล่นล่องแก่งตรงแม่น้ำนครนายกกัน พี่เห็นว่าน้ำบางส่วนมันแรงเลยคิดว่ามันไม่ค่อยเซฟเท่าไรที่คนว่ายน้ำไม่เป็นจะเล่น พี่ก็เลยอยากรู้ว่ามีใครว่ายน้ำไม่เป็นหรือเปล่า หรือมีใครไม่อยากเล่นบ้าง พี่ขอให้น้องไปลงชื่อกับพี่สตาฟที่กำลังจดชื่ออยู่ด้านหลังนะคะ แล้วก็ไม่ต้องห่วงไปว่าจะเบื่อจะเหงากัน พรุ่งเดี๋ยวพวกพี่บางส่วนจะพาน้องไปเที่ยวอีกที่นึงเอง” เรียกได้ว่าเตรียมพร้อมกันสุดๆสำหรับค่ายรับน้อง แม้ว่าส่วนใหญ่จะมองค่ายแบบนี้ไม่ค่อยดีกันเท่าไร แต่สำหรับมหาลัยที่เพลิงเรียนการรับน้องนอกสถานที่ไม่ได้เน้นการกดดัน แต่เน้นความรีแลคพาน้องเที่ยวเล่นมากกว่า เพราะงั้นในวันกิจกรรมรับน้องจริงๆมีแค่วันนี้กับพรุ่งนี้ตอนเย็นๆ ส่วนวันสุดท้ายคือการไปเขื่อนขุนด่านปราการชลก่อนกลับ 

“เอาล่ะค่ะ ก่อนจะเข้าที่พักเดี๋ยวพี่จะให้น้องเจอกับพี่สตาฟประจำกลุ่มของน้องก่อน แล้วหลังจากนั้นจะให้เข้าไปเก็บของสิบห้านาทีที่บ้านพัก ส่วนอีกห้านาทีน้องก็มารวมกับพี่สตาฟกลุ่มของเราที่เดิมนะคะ...” เพลิงนั่งฟังใบหม่อนพูดอธิบายอยู่สักพักจนกระทั่งใบหม่อนว่าจบ สตาฟทุกคนต่างก็เดินแยกย้ายไปหาน้องตามสาขาและสีที่ป้ายชื่อที่อยู่สีเดียวกับตัวเอง เว้นแต่เพลิงที่นั่งรับลมอย่างสบายใจอยู่เก้าอี้ด้านหลัง จนใบหม่อนต้องหันมาตีหน้าดุใส่  

“พี่เพลิง พี่เองก็ต้องไปเหมือนกันนะ” ใบหม่อนว่า 

“แต่พี่ไม่ได้เป็นสตาฟนะ พี่แค่มาพักผ่อนเฉยๆ” เพลิงยิ้มบอก 

“แต่พี่เนียนมาค่ายรับน้องคณะเรานะ ไม่รู้แหละ ไหนๆก็ตีเนียนมาแล้วก็ทำตัวเป็นพี่สตาฟที่ดีหน่อยสิ ขาก็หายแล้วนะ”  

“ขี้เกียจอ่ะ รอตีกลองอยู่ตรงนี้ได้ป่ะ”  

“พี่เพลิงคะ พี่อย่ามาทำตัวขี้เกียจแบบนี้ ลุกกกก ลุกเลย” หม่อนรีบเดินเข้าไปดึงแขนเพลิงให้ลุกจากเก้าอี้ แต่เพลิงดันงอแงทิ้งน้ำหนักนั่งกับเก้าอี้ไม่ยอมลุกไป แต่ก็ทนลูกตื้อของเฮดคนปัจจุบันไม่ได้ ทำให้ตัวเองต้องจำใจลุกเดินไปหาน้องสาขาเบเกอรี่ที่หม่อนสั่งให้เขาไปคุมน้องแทนที่จะเป็นสาขาอาหารและโภชนาการที่เพลิงเรียนอยู่ และดูเหมือนกลุ่มที่เพลิงมาอยู่ล้วนเป็นผู้หญิงหมด  

“สวัสดีครับ” เพลิงยิ้มทักทายธรรมดาให้บรรดารุ่นน้องปีหนึ่ง แต่กลับกลายเป็นยิ้มที่ทำเอารุ่นน้องถึงกับชมชอบประทับใจในทันที จนสตาฟที่คุมน้องคู่กับเพลิงถึงกับมองอย่างรุ่นน้องอย่างหมั่นไส้ 

“พี่ชื่ออะไรหรอคะ” และแล้วดอกที่หนึ่งก็มา 

“ชื่อเพลิงครับ” เพลิงตอบกลับด้วยท่าทีปกติ 

“พี่เพลิงชื่อเพราะจังเลย เรียนอยู่สาขาอะไรหรอคะ” ดอกที่สองตามมา 

“อาหารและโภชนาการ ปี 4 ครับ” 

“หูยยย อยากได้คนทำอาหารให้กินจังเลย” และดอกที่สามก็มาพร้อมกับสายตากรุ้มกริ่มที่มองส่งมาที่เพลิง แต่ทว่าเพลิงไม่ได้สนใจสักเท่าไร มีแต่สตาฟคู่หูเพลิงนี่แหละที่สนใจแทน ออ..ลืมบอกว่าสตาฟคนนี้คือคนเดียวกันกับแม่สาวคุกกี้เสี่ยงทาย 

“ชะนีน้อย เลิกค่ะเลิกกก มาค่ายนะคะไม่ใช่มาหาผัว ทำอะไรให้มันพองามหน่อยลูกสาว แล้วอีกอย่างถ้าคิดจะเต๊าะไอ้นี่ พี่ขอเตือนเลยนะคะว่าเจ้าที่แรงมาก เพราะงั้นเพื่อสุขภาพของน้อง เอาแต่พองามค่ะ” นัดหรือนัดตี้ เพื่อนกระเทยคนละสาขาของเพลิงพูดห้ามขึ้น ก่อนรุ่นน้องจะเกิดอาการหน้างอขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เพลิงที่ยืนฟังเพื่อนพูดถึงกับหลุดยิ้มขำกับจริตกะเทยที่แสดงออกมา แถมยังปฏิเสธไม่ได้ด้วยว่าเจ้าที่ที่ว่าแรงจริง  

“รู้จักมันแค่ครั้งเดียวรู้ได้ไงว่ามันขี้หวง” เพลิงถามพร้อมยิ้มขำ เพราะเอาจริงๆนัดเคยเข้าไปเต๊าะพีคในช่วงเปิดเทอมแค่ครั้งเดียวเท่านั้น และก็ไม่รู้ด้วยว่าตอนนั้นพีคมารอรับเพลิงที่มหาลัย จนเอกไปได้ยินเรื่องที่นัดเอาพีคไปเมาส์กับสตาฟคนอื่นตอนประชุมเชียร์เนี่ยแหละ ตอนนั้นนัดถึงได้รู้จากปากเอกว่าพีคคบกับเพลิงอยู่ และเพราะความเจ๊นัดชีคือสายเมาส์ สโลแกนที่ว่ากะเทยรู้โลกรู้นั้นมีจริงขึ้นมาในความคิดของเพลิงทันที ...ใช่ ทั้งปี 4 รู้กันทั้งคณะ

“แหมะ เห็นแบบนี้เรด้ากูดีจะบอกใครนะมึง มันเสียแค่ตอนกูสแกนไม่ติดว่าขวัญใจชะนีสาขาอาหารแบบมึงจะมาเบี่ยงเบนเข้าสายนี้ซะงั้น แล้วทุกครั้งที่พี่เขามารับมึงนะ ไม่อยากจะพูดจ้าา ความขี้หวงนี่แบบส่อแววได้ชัดจากลูกตาพี่เขามาก โดยเฉพาะเวลาที่มีรุ่นน้องมาาเต๊าะมึงให้เขาเห็นเนี่ย” นัดจีบปากจีบคอพูดบอกอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะยิ้มขำยื่นมือไปหยิกแก้มเพลิงด้วยความหมั่นเขี้ยว  

“หยิกแก้มกูเพื่อ?” เพลิงถาม 

“หล่อเสียของชะมัดเลยผัวมึงเนี่ย ไปเอาคนแบบมึงได้ยังไงกัน ดูซิ ก้นก็ไม่แน่น” นัดพูดว่าก่อนจะเดินตบตูดเพลิงจนสะดุ้งแล้วกลับไปคุยกับรุ่นน้องที่พื้นต่อ ปล่อยให้เพลิงยืนมองนัดด้วยความตะลึงกับการกระทำที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว  

“อีนัด” เพลิงถึงกับขึ้นคำว่าอี แต่นัดกลับไหวไหล่ไม่สนใจ แถมยังยิ้มกรุ้มกริ่มออกนอกหน้าอีก 

“พี่เพลิง ใช่โทรศัพท์พี่เพลิงป่ะ หนูได้ยินมันดังมาสักพักแล้วเนี่ย” ยังไม่ทันได้สวนกลับเพื่อนกะเทยมาก เสียงหม่อนก็เดินเข้ามาพร้อมชูโทรศัพท์ในมือให้ดู เพลิงเลิกสนใจนัดแล้วหันไปสนใจโทรศัพท์ในมือของหม่อนที่ส่งมาให้เพลิงเมื่อถึงตัว  

“เออ ใช่ว่ะ ลืมไปเลยนะเนี่ย” เพลิงตอบพร้อมเปิดจอก้มดูโทรศัพท์ในมือ ยอมรับเลยว่าลืมไปแล้วว่าเอาโทรศัพท์มาด้วย เพราะตั้งแต่ออกจากมหาลัยมาคือไม่ได้จับโทรศัพท์แม้แต่นิดเดียว  

“หนูเห็นมันดังมาหลายสายมาก พี่รีบโทรศัพท์หน่อยก็ดีนะเผื่อมีเรื่องด่วนอะไร” ใบหม่อนบอก 

“เออๆ ขอบใจมากนะหม่อน เดี๋ยวพี่แวะไปโทร... ไอ้เหี้ย สามสิบมิสคอล ถามจริง มีใครตายหรือไงวะ?”  

 

*************************************** 

 

18.30 น. ที่บาร์

 

“ไอ้โต้ง เดี๋ยวมึงลงไปเช็คสินค้าในร้านทั้งหมดให้กูหน่อย เห็นไอ้ดลมันแจ้งขึ้นมาว่าวอดก้ากับไวน์บางส่วนใกล้หมดแล้ว แล้วก็จดของที่ขาดส่งมาให้กูด้านบนด้วย พรุ่งนี้กูจะได้ให้ไอ้ดิวไปติดต่อสินค้าเอาของล็อตใหม่เข้ามา” พีคพูดสั่งโต้งที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานในร้าน ในขณะมือกำลังเขียนเอกสารรายรับรายจ่ายของห้อง VIP อยู่ที่โต๊ะ 

“ได้ครับเฮีย แล้วนี่ไอ้เพลิงโทรกลับมาบ้างหรือยัง ผมเห็นเฮียดูไม่ค่อยสนใจโทรศัพท์เท่าไร” โต้งถามขึ้น เพราะตั้งแต่เข้าร้านมาพีคดูจะสนใจงานมากกว่าโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆตัว

“มันยังไม่โทรมา กูเองก็ขี้เกียจโทรจิกด้วย โทรไปก็ไม่รับสายอยู่ดี” พีคบอกเสียงเรียบ 

“มันหนีไปมีชู้ป่าวเฮีย ไม่งั้นคงไม่หนีไปไหนโดยไม่บอกกันแบบนี้หรอก” ดูเหมือนคำพูดแกล้งแซวของโต้งจะไปสะกิดต่อมโมโหของพีคนิดๆ เพราะเมื่อได้ยินพีคถึงกับตวัดสายตาดุๆมองกลับโต้งในทันที 

“แกล้งพูดอีกทีกูจะเอาปากกาเขวี้ยงเข้าหน้ามึงนะไอ้โต้ง แล้วก็ไปได้แล้ว กูจะทำงานต่อ” พีคดุโต้งนิดๆ ทำเอาคนโดนดุยิ้มแห้งทันที  

“งั้นผมขอตัวก่อนนะเฮีย ส่วนโทรศัพท์ลองๆโทรอีกสักสายคงไม่เป็นไรหรอก” โต้งพูดแค่นั้นก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องทำงานไป พีคถึงกับก้มหน้าถอนหายใจแรงเมื่อฟังที่โต้งพูดเมื่อกี้ก่อนจะก้มหน้าไปสนใจงานบนโต๊ะต่อ แต่นั่งสนใจเอกสารได้ไม่นาน สายตาก็ดันเผลอเหลือบไปมองโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างๆและพีคก็จ้องนานกว่าปกติ จนในที่สุดก็ยอมคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาโทรอีกจนได้ ..แต่ดูท่าจะยังไม่ทันกดโทร ไอ้เบอร์ที่เขาเตรียมจิ้มดันโทรเข้ามาเสียก่อนจนพีคถึงกับรีบกดรับสายอย่างรวดเร็ว 

“ฮัลโหล” 

( หูย เสียงดุมาแต่ไกลเลย ) เสียงพูดแซวอารมณ์ดีดังขึ้น แต่สีหน้าคนฟังตอนนี้กลับตรงข้ามกับเสียงของเพลิงที่กรอกอัดอยู่ปลายสายอย่างสิ้นเชิง 

“มึงอยู่ไหน?” พีคถามขึ้นเสียงดุ พลางย่นคิ้วเมื่อได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายอยู่ปลายสาย 

( อยู่นครนายก ) 

“ไปทำเหี้ยอะไรนครนายก แล้วนี่มึงทำอะไรอยู่ห๊ะ เสียงดังฉิบหาย” พีคพูดบ่นเสียงดุ ทำเอาเพลิงถึงกับยิ้มแห้งอยู่ปลายสาย 

( ใจเย็นๆดิ นี่โกรธกูหรอที่กูไปไหนไม่บอกน่ะ ) เพลิงถาม 

“มันน่าโกรธมั้ย บอกอยู่ตลอดว่าไปไหนให้บอกกันก่อน แล้วหายไปไม่พอมึงยังเล่นไม่รับโทรศัพท์อีก มึงคิดว่ากูอารมณ์ดีใจเย็นมากหรือไงที่ไม่รู้ว่าแฟนตัวเองหายไปไหนเนี่ย” 

( ขอโทษ... ก็มันฉุกละหุกเกินไปอ่ะ เมื่อคืนกว่ามึงจะกลับกูก็นอนไปแล้ว ไอ้เอกก็พึ่งมาโทรชวนเมื่อคืนเนี่ย ตอนออกมาเลยไม่ได้บอก ) เพลิงตอบเสียงอ่อย แอบรู้สึกผิดขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าพีคโกรธ 

“แล้วทำไมมึงไม่ปลุกกู” พีคถามกลับ 

( ก็เห็นมึงนอนเหมือนดูเหนื่อยๆเลยไม่อยากรบกวน ) 

“รบกวนห่าอะไร จะปลุกก็ปลุกขึ้นมา หายไปแบบนี้กูไม่ชอบ ...ห่า ไอ้คนห่วงก็ห่วงไปเถอะ” พีคพูดว่าอย่างหงุดหงิด เขาเป็นห่วงเพลิงจริงๆอย่างที่บอก แล้วก็จะไม่ว่าสักคำด้วยถ้าเพลิงปลุกเขาหรือไม่ก็ฝากคนอื่นให้มาบอกเขาว่าตัวเองไปไหน 

( ขอโทษค้าบ รู้หรอกว่ามึงเป็นห่วง นี่กูว่างปุ๊บกูก็รีบโทรมาหามึงเลยนะรู้ป่าว ) เพลิงพูดง้อติดอ้อนนิดๆ แต่เอาจริงเพลิงรู้นานแล้วว่าพีคโทรมาตั้งแต่บ่าย เพียงแต่ก่อนที่เพลิงจะโทรกลับในช่วงนั้นดันติดกิจกรรมกับเก็บของเข้าที่พักซะก่อน เลยไม่ได้โทรหาพีคจนกระทั่งว่างพักกินข้าวเย็นเนี่ยแหละถึงจะได้โทร 

“สรุปมึงไปทำอะไรที่นครนายก” พีคถามพร้อมลดโทนเสียงลงมาหน่อย เพราะเริ่มอารมณ์ดีขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเพลิงพูดเมื่อกี้ พลางควงปากกาเล่นไปพลางๆขณะคุยโทรศัพท์ 

( พาปีหนึ่งรับน้องนอกสถานที่ ) เพลิงตอบ 

“มึงไม่ได้เป็นสตาฟไม่ใช่หรอไง” พีคถามเพราะจำได้ว่ามีแค่เอกเท่านั้นที่เป็นสตาฟคนเดียวในกลุ่มของเพลิง 

( กูอยากมาเที่ยว กูก็เลยตามมา )  

“นครนายกมีอะไรให้เที่ยว ทำไมถึงอยากไป แล้วมึงไปเองกับกูไม่ได้หรือไงถึงได้ติดรถออกค่ายไปด้วยเนี่ย”  

( ไอ้พีค มันคนละฟิลกันมั้ยล่ะ กูมาเที่ยวเฮฮากับเพื่อนนะ ไม่ได้คิดจะเที่ยวหนุงหนิงกับมึงซะหน่อย แถมยังนั่งเล่นล่องแก่งสองคนไม่ได้ด้วย กูมากับคณะน่ะดีแล้ว เพื่อนฝูงก็มีเยอะแยะ ไหนจะข้าวฟรีอีก นี่ยังไม่รวมปาร์ตี้ของสตาฟตอนกลางคืนนะ ) เรียกได้ว่าเป็นจุดประสงค์ของทริปเลยก็ว่าได้สำหรับล่องแก่ง ที่เป็นสาเหตุทำให้เพลิงยอมตามค่ายมาเที่ยวด้วย พีคที่นั่งฟังถึงกับควงปากกาก่อนจะถอนหายใจทิ้งเพราะคิดว่าเพลิงคงอยากไปเที่ยวกับเพื่อนจริงๆตามที่บอก 

“จะทำอะไรก็ทำแล้วกัน แล้วกลับวันอาทิตย์ใช่มั้ย จะให้ไปรับหรือเปล่า” 

( มารับที่มอก็ได้ น่าจะมาถึงเย็นๆแหละ ) 

“โอเค มาถึงแล้วโทรบอกแล้วกัน แล้วไปค่ายห้ามแดกเหล้าล่ะ กูสั่งห้ามไว้เลย” พีคพูดเตือนขึ้นมาเพราะนึกขึ้นได้ว่าออกค่ายแบบนี้คงมีกินเหล้ากินเบียร์ตอนกลางคืนแน่ๆ แล้วเพลิงที่จัดอยู่ในหมวดคออ่อนยิ่งไม่ควรที่จะกินเลยด้วยซ้ำ 

( ไม่มีหรอกเหล้า มีแต่เบียร์กระป๋องนิดๆหน่อยๆน่ะ สัญญาเลยว่าจะกินนิดเดียว ไม่เมาเชื่อดิ ) 

“ไอ้เพลิง เบียร์ห้าขวดมึงก็ไปแล้วนะ” 

( ไม่เกินนั้นหรอกหน่า กินนิดเดียว...( งือ พี่เพลิงคะ คุยกับใครอยู่หรอ ไม่มากินข้าวด้วยกันล่ะคะ) ) ยังไม่ทันได้คุยจบ เสียงใสๆของผู้หญิงก็ดังแทรกเข้ามาเสียก่อน ก่อนที่เพลิงหยุดคุยกับพีคแล้วหันไปสนใจผู้หญิงคนนั้นแทน พีคนั่งฟังเพลิงคุยกับผู้หญิงที่กำลังทำเสียงอ้อนใส่เพลิงอยู่สักพัก ไม่นานเพลิงก็กลับมาคุยกับพีคต่อตามเดิม ( ไอ้พีค เดี๋ยวกู.. ) 

“ใคร” 

( ห๊ะ? ) 

“กูถามว่าผู้หญิงที่คุยด้วยเป็นใคร รุ่นน้อง?” พีคถามเสียงเข้มอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์น้ำเสียงผู้หญิงที่คุยกับเพลิงเท่าไรนัก 

( อ๋อ เออรุ่นน้อง พอดีเขาให้จับกลุ่มกินข้าวด้วยกันน่ะแล้วกูคุมกลุ่มน้องเขาอยู่ นี่กูแวะออกมาคุยกับมึงยังไม่ได้บอกน้องเลย น้องมันเลยมาตามไปกินข้าวแล้วด้วย แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวดึกๆโทรไปอีกที ) แล้วเพลิงก็วางสายไปในทันที ทิ้งให้คนที่มีคำถามในหัวนั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์ที่ถูกตัดสายนิ่ง  

หงุดหงิด...ต้องบอกว่าโครตหงุดหงิดที่ไม่เห็นว่ารุ่นน้องที่ว่านั้นเป็นใคร แล้วทำไมต้องใช้เสียงสองอ้อนเป็นลูกแมวขนาดนั้น รู้อยู่แล้วว่าเพลิงคงบื้อไม่ได้ใส่ใจที่รุ่นน้องพูดเข้าหาสักเท่าไร แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับคนของเขาแบบนี้อยู่ดี พีคนั่งจ้องโทรศัพท์อยู่สักพักก่อนจะเอากลับไปวางไว้ที่เดิมบนโต๊ะ ก่อนหลับตาพิงเก้าอี้ผ่อนลมหายใจทิ้งเพื่อระบายอารมณ์ออกมา 

“เป็นบ้าอะไรชอบทำให้กูหึงวะ” 

 

 

23.25 น. ที่บ้านพีค

 

“เต้าหู้ เข้าบ้านมาได้แล้ว” พีคเดินไปเรียกเต้าหู้ที่นอนเล่นอยู่บนหญ้าหน้าบ้านพร้อมหยิบลูกบอลของเล่นที่คาดว่าลีเดียคงซื้อมาให้ขึ้นมา เต้าหู้นอนมองหน้าพีคอยู่แปปนึงเหมือนกำลังสงสัยว่าพีคจะเอาบอลกลับมาให้มันหรือเปล่า แต่ดูท่าจะไม่ใช่แบบนั้นเพราะพีคชูลูกบอลให้เต้าหู้ดูก่อนจะปาเข้าประตูบ้านไป เต้าหู้เห็นว่าลูกบอลลอยเข้าบ้านไปแล้วก็รีบดีดตัววิ่งเข้าบ้านไปทันที ตามด้วยพีคที่เดินเข้าบ้านมาเป็นคนสุดท้ายแล้วปิดประตูบ้านเพื่อเตรียมขึ้นไปอาบน้ำนอนข้างบน  

บ้านพีคในตอนนี้ค่อนข้างเงียบเพราะลูกน้องต่างกลับบ้านกันไปหมดแล้ว แต่จะเงียบจนรู้สึกแปลกกว่าเดิมตรงที่เด็กติดเกมประจำบ้านกลับไม่อยู่ด้วยในยามค่ำคืนนี้ คนอยู่ตัวคนเดียวอย่างพีคใช้ชีวิตทำตัวปกติเหมือนเมื่อก่อนที่เพลิงยังไม่มาอยู่ด้วย ทุกอย่างดูไม่มีอะไร อาบน้ำแต่งตัว เล่นโทรศัพท์ นั่งอ่านหนังสือบนเตียงตามปกติ แต่ทว่าอะไรที่มันเคยเข้ามาในชีวิตแล้ว ต่อให้ทำตัวปกติยามที่อีกคนไม่อยู่ด้วยยังไง สุดท้ายตัวเองก็ต้องคิดถึงอีกฝ่ายอยู่ดี  

พีคนั่งอ่านหนังสือพลางเหลือบมองโทรศัพท์อยู่เป็นพักๆ นี่ก็ดึกมากแล้วเพลิงก็ยังไม่มีวี่แววโทรมาสักที จนจะกลายเป็นพีคเองเนี่ยแหละที่จะโทรกลับไปแทน พีควางหนังสือลงบนโต๊ะข้างเตียงก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเบอร์ที่พึ่งคุยในไม่กี่ชั่วโมงก่อน และดูท่าพีคจะไม่คิดอะไรให้เสียเวลา เขากดโทรออกไปยังเบอร์เพลิงแล้วถือสายรออยู่สักพัก ไม่นานคนปลายสายก็กดรับพร้อมทักทายกรอกเสียงผ่านโทรศัพท์เข้ามาทันที 

( เฮลโล้ววววววว สามีขาาาาา! ) เสียงแจ๋นแปดหลอดของผู้ชายดังขึ้น ทำเอาพีคที่เตรียมพูดตอบถึงกับหยุดชะงัก ก่อนจะขมวดคิ้วยกโทรศัพท์ออกมาดูเบอร์บนหน้าจอ แต่ดูยังไงมันก็เบอร์เพลิงชัดๆ 

“ไอ้เพลิง?”  

( เอ้า อิผี โทรศัพท์ไอ้เพลิงหรอ ...ไอ้เพลิงว้อยยยย! เลิกร้องไห้แล้วมาคุยกับผัวก่อน...แปปนึงนะคะ ) ไม่ใช่เพลิงที่รับแต่เป็นเสียงของสาวสองที่น่าจะเป็นเพื่อนเพลิงรับแทน พีคนั่งถือสายรอให้เพลิงเดินมารับอยู่สักพัก แต่ในระหว่างนั้นก็มีเสียงแหกปากโวยวายกับเสียงเพลงดังลอดออกมาให้ได้ฟังอยู่ก่อนที่เจ้าของโทรศัพท์ตัวจริงจะกลับมารับโทรศัพท์แทน พีคเหมือนได้ยินคนเหมือนสูดน้ำมูกอยู่แปปนึงก่อนที่เพลิงจะตอบกลับจากปลายสายมา 

( ฮืออออ ไอ้พีค! ) เสียงร้องไห้สะอื้นของเพลิงดังขึ้น ทำเอาพีคที่นั่งอยู่เฉยๆลุกพรวดนั่งหลังตรงอย่างตกใจพลางนึกเป็นห่วงคนไกลขึ้นมาทันที 

“ไอ้เพลิงมึงเป็นอะไร!?” พีคถามกลับอย่างร้อนรน  

( ฮืออออ ไอ้พีค..งก..นก.. ) เพลิงตอบเสียงสะอื้นตะกุกตะกักจนไม่เป็นภาษา พีคที่นั่งหน้าเครียดขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิมพร้อมบอกให้เพลิงพูดอีกที 

“เพลิง มึงใจเย็นนะ แล้วลองพูดใหม่อีกทีว่ามึงเป็นอะไร หรือว่ามีใครทำอะไรมึงหรือเปล่า”  

( นกนางแอ่น ไอ้พีค กูรับไม่ได้ กูสงสาร..กูสงสารนกนางแอ่น ) สิ่งที่เพลิงตอบมาทำเอาพีคที่ทำหน้าเครียดถึงกับชะงัก จากคิ้วที่ขมวดแน่นจากความกังวล ตอนนี้แทบเปลี่ยนเป็นสีหน้างงแทน 

“นก?” 

( มึงรู้มั้ยว่ากว่านกนางแอ่นแม่งจะได้รังนกตัวเองต้องใช้น้ำลายตัวเองมากแค่ไหน แล้วมึงดูมนุษย์ทำดิ ไอ้เหี้ยยยย ฮือออ กูเศร้า ...(เฮ้ย! ใครเปิดสารคดีให้ไอ้เพลิงดูวะ!) ) อาการงงของพีคตอนนี้ถึงกับคลี่คลายทันทีเมื่อได้ยินเพื่อนในสายตะโกนบอกคนอื่นเรื่องเพลิงดูสารคดี พีคหัวเราะขำหึในลำคอ ก่อนจะรีบเก๊กเสียงนิ่งคุยกับเพลิงต่อ 

“ไอ้เพลิง มึงเมาใช่มั้ย”  

( เมาอะไร๊ ม๊ายยยย  เฮ้ย! มึงอย่าห้ามกู อย่าห้ามกู๊! กูจะไปต่อยกับปลาในน๊ำาา ) ชัดเจน เพลิงเปลี่ยนอารมณ์ไวมาก ยิ่งคำพูดคจาที่ดูไม่เหมือนปกตินั่นอีก ทำให้พีคเข้าใจแล้วว่าเพลิงเมาอย่างถ่องแท้แน่นอน 

"ไอ้เพลิง กลับมาคุยกับกูก่อน"

( ยามลมโชย โบกโบยพัดมา มันสุขอุราแสนเพลิน ดูไปทางใดก็แสนเพลิดเพลิน ผู้หญิงทำเมินทำไม่มอง..) เพลิงไม่คุยแต่กลับนั่งร้องเพลงกับเพื่อนในวงเหล้าทั้งๆที่ในมือกำลังถือโทรศัพท์ไว้อยู่ เนื้อเพลิงช่างคุ้นหูทำเอาพีคถึงกับขมวดคิ้วเหนื่อยใจหนักกว่าเดิม ไม่นานคอรัสของผู้ชายก็ประสานเสียงเน้นจังหวะร้องท่อนฮุกอย่างหนักแน่น ทำเอาพีคนั่งกุมขมับกับเพลงที่เพลิงกับเพื่อนดีดกี่ต้าร์ร้องทันที (**เพลงเด็กเบญจมา**)

 

// ใครสั่งใครสอนให้มันร้องเพลงเหี้ยนี่วะ // พีคว่าในใจ

 

"ไอ้เพลิง มึงยังคุยอยู่มั้ย?" พีคถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเพลิงเอาแต่ร้องเพลงอยู่ในสาย

( เออ พี่พีคผมเอกนะ ตอนนี้ไอ้เพลิงมันเมาจัดเลยพี่ ) กลายเป็นว่าเป็นเอกเพื่อนเพลิงที่รับแทน พีคไม่ได้ว่าอะไรเมื่อเห็นว่าเอกมาคุยกับเขาแทนเพลิง 

“มันแดกเบียร์ไปกี่ขวด” พีคถามขึ้นอย่างสงสัย เพราะจากที่ได้ยินคงเกินโควต้าห้าขวดตามที่พีคเคยเตือน 

( ขวดเดียว ) เอกตอบ ทำเอาพีคถึงกับขมวดคิ้วงงทันที 

“เบียร์หรอ?” พีคถามกลับ 

( เปล่าพี่ ) 

“ถ้าไม่ใช่เบียร์แล้วมันไปแดกอะไรมา” 

( วอดก้า แก้วเดียวจอดเลยพี่ ) เอกตอบด้วยน้ำเสียงปกติ แต่คงไม่ได้รู้เลยว่าไอ้เหล้าที่ว่ามามันทำให้พีคสตั้นและกำลังกระตุกต่อมโทสะบางส่วนออกมา 

“วอดก้า วอดก้านี่คือเบียร์..ถูกมั้ย” พีคเค้นเสียงออกมาอย่างเย็นยะเยือก ทำเอาเอกที่ได้ยินถึงกับสัมผัสความเย็นวาบได้ในทันทีพลางคิดว่าเพลิงคงไปโกหกอะไรพีคไว้แน่ๆ ไม่งั้นพีคคงไม่กดเสียงต่ำดูดุออกมาแบบนี้ 

( เออ.. เพลิงคงบอกพี่ว่าไม่กินเหล้ากันใช่มั้ยพี่ ) เอกลองถามพีคอย่างไม่เต็มเสียงนัก 

“ใช่ ไม่มีเหล้า มีแต่เบียร์”  

( อุย แหะๆ ตอนแรกมันกินแค่เบียร์แหละพี่ แต่พอดีเพื่อนปีเดียวกันมันเอามาไอ้เพลิงเลยลองกินดู แต่ก็ไม่คิดว่าสภาพมันเป็นแบบนี้นะ เอางี้นะพี่ เดี๋ยววางสายผมกับเพื่อนจะรีบพาไอ้เพลิงไปห้องพักด่วนเลย ถ้ายังไง...) 

“รีสอร์ทที่พักกันอยู่ มันอยู่ตรงไหนของนครนายก” 

*************************************************** 

ก็แค่หนีเที่ยวไปร้องเพลงเบญจมากับเพื่อนเอง พีคทำโกรธไปได้ 555555

ตอนพิเศษอีกครึ่งนึงจะตามมาที่หลังนะจ๊ะ เอาฮาอีเพลิงไปอ่านเล่นก่อน

ปล.เรื่องอิพี่แทนเปลี่ยนไปเป็นเดือนหน้าเด้อ

#เจ้าชิบะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น