เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

อยากได้ผัวแฝดเชิญทางนี้ 55555555555 #ถ้าไม่ชอบแนว3Pไม่แนะนำให้อ่านนะคะ จุ๊บ ๆ

#6 ข้อตกลงระหว่างเรา [100%]

ชื่อตอน : #6 ข้อตกลงระหว่างเรา [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.5k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ค. 2563 10:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
#6 ข้อตกลงระหว่างเรา [100%]
แบบอักษร

#6 ข้อตกลงระหว่างเรา 

 

 

 

“ต้องการเธอ!” 

ประโยคนี้ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของฉันพร้อมกับแววตาดุดันของผู้ชายที่หน้าเหมือนกัน มันเป็นประโยคที่วนเวียนอยู่ในหัวของฉันซ้ำไปซ้ำมาจนอธิบายความรู้สึกไม่ถูก 

“ก็ได้ไปแล้วนี่” เมื่อตั้งสติได้ ฉันก็รีบสวนกลับพวกเขาไปทันที 

“แล้วไง ได้แล้วก็อยากได้อีก ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย” แฝดน้องตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ 

“พวกพี่ไม่เคยคิดจะฝืนใจลันเลยนะ” แฝดพี่พูดขึ้น เขายังถือว่าสุภาพอยู่ แต่แววตาตอนโมโหน่ากลัวมาก 

“แต่ครั้งแรกพวกพี่ข่มขืนฉัน!” ตอนนั้นฉันเมา ฉันไม่รู้เรื่องและฉันก็ไม่ได้เต็มใจจะยกครั้งแรกให้พวกเขาสองคนพี่น้องด้วย 

“เธอเมา เธอสมยอม” 

“ไม่! ฉันเมา ฉันก็ต้องไม่รู้เรื่องสิ” เถียงกลับทั้ง ๆ ที่ฉันจำอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ จะว่าไปถูกทำอะไรบ้างฉันยังไม่รู้เลย 

“หึ!” เกลียดเขา ความรู้สึกนี้ฉันยังไม่เปลี่ยนใจแน่นอน 

“ชิ!” 

“ตกลงจะเอายังไง” คำถามจากปากของผู้ชายที่ฉันเกลียดเอ่ยออกมาอีกครั้ง แววตาที่พวกเขาสองคนมองฉันมันดูเจ้าเล่ห์จนเกินไป มันทำให้ฉันรู้สึกขนลุกซูเลยทีเดียว “รีบ ๆ ตอบ” 

“ละ แล้วพวกพี่ต้องการอะไรจากฉันอีก ฉันก็ให้ไปหมดแล้ว ฉันไม่มีอะไรจะให้อีกแล้ว” ทำไมต้องประหม่าด้วย มันรู้สึกตื่นกลัวยังไงก็ไม่รู้สิ 

“พวกพี่ตอบไปแล้วนะ” 

“ไม่มีทาง! ก็ได้ไปแล้วจะเอาอะไรอีก ไม่ให้แล้ว ตอนนี้ไม่ได้เมา ฉันไม่บ้าพอจะทำอะไรแบบนั้นแน่นอน” ฉันสวนกลับทันที แต่ทว่า… 

ผลัก! 

ปลายนิ้วเรียวยาวยื่นมาผลักหน้าผากของฉันอย่างแรงพร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอเหมือนกำลังเยาะเย้ยฉันอยู่ในขณะเดียวกัน 

“โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ!” 

“เธอคิดว่าพวกเราสองคนจะมีอารมณ์ทำอะไรแบบนั้นตอนนี้เหรอ ที่บอกว่าต้องการ หมายถึงข้อตกลงระหว่างพวกเราสามคนต่างหากล่ะ” 

“เอ้า! ก็ท่าทางของพวกพี่มันไม่เคลียร์นี่” 

“ตกลงจะเอายังไง ถ้าลันไม่ยอม พวกพี่ก็ไม่บังคับ” น้ำเสียงอ่อนโยนของพี่ธีร์เอ่ยออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม ถึงจะหน้าตาเหมือนกัน แต่ทำไมฉันถึงอยากได้ยินเสียงของเขามากกว่าใครอีกคนกันนะ 

“ลันต้องการเงิน ถ้าพวกพี่ให้ไม่ได้ก็ไม่ตกลง” 

“หน้าเงิน!” นี่ก็ขยันด่าฉันที่สุดเลย จะมีสักประโยคไหมที่ไม่ด่ากันน่ะ “อยากได้เท่าไหร่” 

“หึ! นึกว่าจะแน่” 

“เดี๋ยวเหอะ!” 

“ไอ้เธียร์!” คนข้าง ๆ เอ่ยปรามน้องชายฝาแฝดทันที ฉันเองก็พลอยยิ้มขำไปด้วยเพราะเขาดูเกรงใจพี่ชายพอสมควร 

“คนละสิบล้าน” 

“ฮะ!” น้ำเสียงนี้เอ่ยออกมาจากริมฝีปากของผู้ชายปากร้าย แต่กับใครอีกคนเขาทำเพียงแค่ยิ้มเหยียด ๆ เท่านั้น เขาก็คงแอบด่าฉันอยู่ในใจนั่นแหละ “ตัวเธอมันเป็นทองคำหรือยังไงกัน ทำไมถึงมีค่าตั้งยี่สิบล้าน” 

“ฉันเสียหายมาเยอะ พวกพี่พรากครั้งแรกของฉันไป นี่มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ ถ้าไม่ตกลงก็จบกัน” 

“หน็อย! ครั้งแรกบ้าอะไรนั่นมัน…” 

“ตกลง!” 

“เฮ้ย! มึงจะบ้าเหรอไอ้ธีร์ เงินตั้งสิบล้านเลยนะโว้ย” ประโยคของน้องชายฝาแฝดขาดหายไปเมื่อคนเป็นพี่เอ่ยตกลงออกมา ฉันถึงกับยิ้มออกทันทีเพราะอย่างน้อย ๆ ก็ได้มาแล้วสิบล้าน 

“แล้วพี่ล่ะ ตกลงหรือเปล่า” คนมีชัยเหนือกว่าอย่างฉันเอ่ยถามออกมาพร้อมกับรอยยิ้มและใบหน้าที่หันไปมองทางเขาเพื่อรอฟังคำตอบ 

“เธอมันหน้าเงิน!” ประโยคที่แทบกัดฟันด่าฉันดังขึ้น 

“ขอบคุณที่ชมค่ะ ฉันให้เวลาพี่คิดแค่สามวินาที… หนึ่ง สอง สะ…” 

“เออ!” 

“คะ?” ก็รู้แหละว่าเขาตกลงแล้ว แต่ฉันยังอยากได้ยินประโยคที่มันน่าฟังมากกว่านี้ 

“กูตกลง สิบล้านก็สิบหน้า ผู้หญิงหน้าเงิน!” 

คิก ๆ ถูกด่าก็ไม่แคร์เพราะได้เงินตั้งยี่สิบล้านแนะ 

“ขอเป็นเช็คนะคะ และต้องเป็นเช็คที่ใช้ได้จริง ๆ ภายในวันนี้” 

“เธอจะบ้าเหรอ เงินตั้งสิบล้าน” คนเกรี้ยวกราดว่าขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ มันก็น่าโมโหอยู่หรอกค่ะ 

“แหม! ในสายตาของฉันพวกพี่ดูรวยมากเลยนะคะ แค่นี้ขนหน้าแข้งคงไม่ร่วงกันหรอก อย่าลีลา รีบไปเซ็นมาให้ฉันได้แล้ว” 

“นี่!” 

“พอแล้วไอ้เธียร์ ถึงมึงจะเกรี้ยวกราดยังไงก็เปลี่ยนคำตอบไม่ได้อยู่ดี ไหน ๆ ก็เสียไปตั้งคนละสิบล้านแล้ว คงต้องใช้งานให้คุ้มกับเงินที่เสียไปแทน” 

เฮือก! 

ทำไมน้ำเสียงและแววตาของเขาถึงน่ากลัวแบบนี้ 

“หึ!” 

ปริบ ๆ เลยทีเดียวเพราะท่าทางของพวกเขาสองคนมันน่ากลัวมาก มันทำให้ฉันรู้สึกขนลุกขึ้นมาอีกครั้ง แค่พวกเขามองหน้า ฉันก็ไม่กล้าสบตาแล้ว 

หลังจากตั้งสติได้กับเสียงโทรศัพท์ที่ร้องดังอยู่ในตอนนี้มันเลยทำให้ฉันเลิกสนใจผู้ชายสองคนที่เพิ่งเดินหายเข้าไปในห้องแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายแทน ปลายสายคือเพื่อนสนิทของฉันเอง 

“ฮัลโหล” 

(ลลิต! แกอยู่ตรงไหนเนี่ย) 

“เอ่อ… ขอโทษนะเอมี่ พอดีฉันเปลี่ยนใจแล้ว” 

(แกว่ายังไงนะ) 

“คือฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันมีเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการเลยยังกลับไม่ได้น่ะ” 

(อะไรของแกเนี่ย แล้วตกลงแกไม่ได้เป็นอะไรใช่มั้ย) 

“ไม่ ๆ ฉันโอเค ไม่มีใครทำอะไรฉันทั้งนั้นแหละ” 

(แต่น้ำเสียงก่อนหน้านี้ของแกมันไม่ใช่เลยนะ) 

“แต่ตอนนี้ฉันโอเคแล้ว ฉันขอโทษที่ทำให้แกต้องเสียเวลานะเพื่อนรัก” 

(แกนี่นะ) 

“เอานา! ไว้ฉันจะเลี้ยงข้าวไถ่โทษก็แล้วกัน” 

(อืม ๆ ถ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ไว้เจอกัน) 

“จ้า” 

เฮ้อ! 

ตอนแรกคิดว่าจะไม่รอด แต่ที่ไหนได้กลับไม่ใช่อย่างที่คิดเอาไว้ ตอนนี้ยี่สิบล้านก็กำลังจะได้มาแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องอื่นค่อยว่ากัน 

ฉันยิ้มอย่างพอใจก่อนจะหมุนตัวหันกลับไปมองทางประตูห้องนอนที่ใครอีกสองคนเพิ่งเดินหายเข้าไป แต่กลับต้องตกใจเพราะทั้งคู่เดินออกมายืนอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว 

“อุ้ย! จะออกมาทำไมไม่ส่งเสียงก่อนล่ะคะ” 

“จำเป็นปะ!” 

“จำเป็นค่ะ!” 

“นี่เช็คที่ลันต้องการ คนละสิบล้าน” พี่ธีร์เป็นคนยื่นเช็คมาให้ฉัน สีหน้าของเขาไม่ได้แสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมา ซึ่งแตกต่างจากใครอีกคนที่แทบจะกินหัวฉัน 

“ขอบคุณค่ะ ถ้างั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ” 

“เดี๋ยว!” ขาที่กำลังจะหมุนตัวออกจากห้องต้องชะงักเพราะเสียงเรียกของคนที่ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ “ไปเปลี่ยนชุดก่อน ออกไปทั้งสภาพอย่างนี้เขาคงคิดว่าเธอบ้า!” 

“อ๋อ…” ฉันยิ้มอย่างพอใจ ไม่รู้ว่าเป็นรอยยิ้มแบบไหนเหมือนกัน แม้ท่าทางของเขาจะไม่ค่อยพอใจฉันสักเท่าไหร่ก็ตาม แต่ประโยคที่เอ่ยออกมากลับดูห่วงใย 

“ยิ้มอะไร ไปเปลี่ยนสิ” 

“มีเหรอ?” 

“จะเอาชุดแบบไหนดีล่ะ” 

“ก็ถ้าชุดที่พี่ว่าคือของผู้หญิงที่พี่เคยพามา ฉันไม่ใส่หรอกนะ ฉันไม่อยากทับรอยคนของพวกพี่” ฉันเชิดหน้าขึ้นพลางกอดอกมองหน้าพวกเขาสองคนสลับกัน 

“ตามใจ! งั้นกูออกไปข้างนอกก่อนละกัน” เขาว่าก่อนจะเดินกระแทกไหล่ของฉันเดินหนีหายออกไปจากห้องทันที จนฉันต้องหมุนตัวหันกลับไปมองตามด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี 

“ฮึย!” 

“พี่ขอโทษแทนมันด้วยละกัน ส่วนเรื่องชุด… ลันไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ห้องนี้พวกพี่ไม่เคยพาใครขึ้นมา” 

“ไม่เคย! อย่าบอกนะว่าพวกพี่…” ฉันละไว้ในฐานะที่เข้าใจพลางหมุนตัวหันกลับมามองหน้าพี่ธีร์ 

“เลิกคิดครับเพราะมันไม่ใช่” 

“อ้าว! แล้วพวกพี่จะซื้อมาเก็บไว้ทำไมล่ะคะ” 

“เผื่อไว้เฉย ๆ ครับ แต่เอาเข้าจริงก็ไม่เคยพาใครเข้ามา” 

“ค่ะ” 

“อยู่อีกห้องนะครับ” เขาว่าก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟา ส่วนฉันน่ะเหรอ มองตามแบบงง ๆ แล้วเดินไปยังห้องที่เขาว่าเอาไว้แทน 

กวาดสายตามองหาตู้เสื้อผ้าจนเจอพร้อมกับมือที่เอื้อมไปเลื่อนประตูตู้ สายตาพบเข้ากับชุดข้างในจนต้องเบิกตากว้างทันที เสื้อผ้าเยอะมาก เยอะจนฉันยังงงว่าพวกเขาซื้อมาทำอะไรกัน 

แต่ก็ไม่มีเวลาได้คิดหรอกนอกจากเลือกออกมาใส่ดู แต่ผลที่ได้กลับพอดี อ๋อ! ความแปลกใจของฉันยังไม่รวมชุดชั้นในอีกนะคะเพราะมันมีครบ แม้กระทั่งรองเท้าก็ตาม แต่รองเท้าฉันไม่ได้ลองสวมเพราะคู่ของตัวเองยังมี แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็เดินออกไปข้างนอก ได้ยินเสียงของพี่ธีร์คุยโทรศัพท์จนต้องหยุดเดิน 

“ไว้ว่าง ๆ ผมจะพาไปแนะนำก็แล้วกันครับ แต่คงไม่ใช่ตอนนี้แน่นอน” 

ปลายสายคือใครกันนะ ว่าแต่ฉันจะไปอยากรู้ทำไม ฉันยืนมองอยู่ครู่หนึ่งจนเขาหันกลับมาเจอเลยตัดบทปลายสายแล้วกดวางแทน 

“เดี๋ยวพี่ไปส่ง” 

“คะ?” 

“พี่จะไปส่งครับ” 

“อ๋อ ค่ะ” ฉันยิ้ม มองหน้าเขาก่อนจะเดินตามออกไปจากห้องแบบติด ๆ ความเงียบระหว่างพวกเราเกิดขึ้นจนเดินมาถึงรถ ก็ยังไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีกนั่นแหละครับ 

ฉันไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ตลอดเส้นทางมีแต่ความเงียบ จนเขาขับรถมาถึงหน้าบ้านของฉัน 

“เดี๋ยวนะคะ พี่รู้จักบ้านของลันได้ยังไง” 

“ข้อมูลแค่นี้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกพี่หรอกนะครับ” เขาหันมาตอบพร้อมกับรอยยิ้ม ยิ้มเก่งมาก ต่างจากใครอีกคนที่เอาแต่แยกเขี้ยวใส่ฉัน 

“ค่ะ” 

“จะให้พี่เข้าไปส่งข้างในไหมครับ” 

“ไม่ดีกว่าค่ะ ส่งแค่นี้ก็พอแล้ว” 

“ครับ” 

“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” 

“สามวัน…” ขาที่กำลังจะก้าวลงจากรถต้องชะงักเพราะคำว่าสามวันของเขา เพื่อความแน่ใจฉันเลยต้องหันกลับมาถามเขาแทน 

“เมื่อกี้พี่หมายความว่ายังไง” 

“พี่ให้เวลาลันแค่สามวัน เพราะหลังจากนี้ลันต้องไปอยู่กับพวกพี่ที่คอนโดแทน ห้ามปฏิเสธเพราะลันรับเงินไปแล้ว” 

ปริบ ๆ ฉันลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย มัวแต่ดีใจที่ได้เงินจนลืมคิดไปว่าฉันต้องทำหน้าที่อะไรบ้าง 

“พี่หวังว่าลันจะรักษาสัญญา” 

“…” ฉันเงียบไม่ได้ตอบอะไรเขาก่อนจะก้าวขาลงจากรถแทน พี่ธีร์เองก็ไม่รอฟังตอบเช่นกัน “โอ๊ย! ลันตา แกทำอะไรลงไปเนี่ย” 

อยากบีบคอตัวเองให้ตายตอนนี้ก็คงไม่ทันอีกแล้ว เพราะฉันรับเงินเขามาแล้ว ถ้าจะเอากลับไปคืนก็คงยาก ดูจากท่าทางของพวกเขาแล้วคงไม่ยอมง่าย ๆ แน่นอน 

ความคิดเห็น