อ้ายเก้ง
facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 17

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 287

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ย. 2562 12:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 17
แบบอักษร

17 

 

หลายวันผ่านไปพร้อมกับการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของเหยี่ยว ถึงผมจะเป็นคนขี้ใจอ่อนและแพ้การออดอ้อนของเหยี่ยวยังไง แต่ผมก็ยังไม่วางใจกับเหยี่ยวในตอนนี้เท่าใดนัก หลายวันก่อนออกไปเรียน หลายวันที่กลับเข้ามา และหลายคืนที่ผมเฝ้าจับตาจนตอนนี้ก็ผ่านไปเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้ว แต่ผมก็ไม่เห็นถึงความผิดปกติใดๆ ที่เหยี่ยวแสดงออกมาเลย 

เหยี่ยวก็ยังคงเป็นเหยี่ยว เป็นตัวประหลาดที่ชอบออดอ้อนและไม่เคยยอมห่างจากผมเลยในเวลาที่อยู่ด้วยกัน จนความสงสัยและความไม่ไว้วางใจก็เลือนหายไปกลายเป็นความเชื่อใจเดิมๆ ที่ผมเคยมี แล้วอย่างน้อยตอนนี้ ผมก็พอวางใจได้และกลับไปทำในสิ่งที่ผมควรจะทำต่อก็คือ...การค้นหาตัวตนของเหยี่ยวจากคนที่ผมคิดว่าจะให้คำตอบกับผมได้ 

...ครูนพ 

หลังจากวันนั้นวันที่ผมได้เห็นสภาพครูนพในวันนั้น ครูนพก็ลาหยุดไปเกือบ 1 อาทิตย์ แต่วันนี้เองก็ถือเป็นเรื่องดีที่ครูนพได้กลับมาสอนตามปกติเสียที แต่ถึงอย่างนั้น...แม้สีหน้าและท่าทางของครูนพจะดูเป็นปกติสักเพียงใด แต่ผมกลับรู้สึกได้ว่าครูนพดูเปลี่ยนไปไม่เหมือนครูนพคนเดิมที่ผมเคยรู้จักเลย บางทีมันอาจจะมีอะไรที่ทำให้ครูนพเปลี่ยนไปก็ได้ 

“ครูนพครับ” 

“ว่าไงหยก ไม่รีบไปกินข้าวเหรอ วันนี้ครูอุตส่าห์ปล่อยพวกเธอไปพักเที่ยงก่อนเวลาเลยนะ” 

แม้จะดูยิ้มแย้มและพูดคุยกับผมได้ตามปกติ แต่ผมกลับสังเกตได้ว่าสีหน้าของครูนพนั้น มันกลับแฝงไปด้วยความเศร้าหมองอย่างไรก็ไม่รู้ เหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นมันจะทำร้ายจิตใจครูนพน่าดู 

“ไปนั่งกินข้าวด้วยกันมั้ยครับ? คือผมมีเรื่องอยากปรึกษาครูนิดหน่อย” 

“หืม! วันนี้หยกเป็นไข้หรือเปล่าเนี่ย ทำไมอยู่ๆ ถึงได้ชวนครูไปนั่งกินข้าวด้วยกันล่ะ?” 

เป็นใครก็ต้องแปลกใจเมื่ออยู่ๆ ก็ถูกมนุษย์ผู้ไม่สังคมโลกอย่างผมชวนไปนั่งกินข้าว แต่ทว่าวันนี้ที่ชวนครูนพไปนั่งกินข้าวด้วยก็เพราะผมต้องการคุยกับครูนพในเรื่องที่ผมอยากจะรู้จริงๆ 

หนึ่งก็เรื่องที่ผมค้นเจอรูปของเหนือสมุทร คนที่เหยี่ยวพูดถึงและเป็นคนที่ถ่ายรูปคู่กับครูนพ สอง...ก็คือเรื่องที่ผมไปเจอครูนพในวันนั้นและผมต้องการจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับครูนพในวันนั้น ผมอยากรู้ว่าใครกันที่กล้าทำร้ายครูนพ 

“ไปนั่งกินข้าวด้วยกันนะครับครู” 

“อ่า...ได้สิๆ หยกชวนแบบนี้ยังไงครูก็ต้องไปอยู่แล้ว” 

พอได้ยินดังนั้นผมก็คลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยที่ครูนพไม่ได้ปฏิเสธผม วันนี้ผมคงจะได้รู้ถึงคำตอบของหลายคำถามที่ผมตามหาซะที 

 

พักเที่ยงวันนั้น ผมกับครูนพก็นั่งทานข้าวด้วยกัน ไม่เคยคิดมาก่อนเลยนะว่าผมจะได้นั่งกินข้าวกับคนที่ครั้งหนึ่งผมเคยแอบชอบที่สุดน่ะ แต่ว่าตอนนี้ผมมีคนที่อยู่ในหัวใจของผมแล้ว และการมานั่งกินข้าวกับครูนพในครั้งนี้ก็คงจะเป็นเรื่องที่ผมคาใจนั่นเอง 

“ครูนพครับ คือว่าเรื่องวันนั้น มันเกิดอะไรกับครูนพเหรอครับ?” 

เรื่องแรกที่ผมจะถาม ก็คงจะเป็นเรื่องที่ผมเห็นครูนพนอนสลบอยู่ในห้องเก็บของด้วยสภาพที่ดูจะสะบักสะบอมนั่นแหละ แต่ทันทีที่ครูนพได้ยินในสิ่งที่ผมถามนั้น ครูนพก็เงียบไปสักพักพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ แทน 

“ครู...ครูไม่ขอตอบเรื่องนี้ได้มั้ยหยก” 

“ทำไมล่ะครับครูนพ มันเกิดขึ้นกับครูนพกันแน่ ผมเห็นครูนพในวันนั้นแล้วผมรู้สึกไม่สบายใจเลย” ผมถามอย่างตรงไปตรงมา พอเห็นครูนพในสภาพที่ดูเหมือนโดนคนข่มขืนแล้ว มันก็ทำให้ผมรู้สึกเป็นห่วงมากเลย 

“ขอบคุณหยกที่เป็นห่วงครูนะ แต่ครูไม่อยากพูดถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว ไม่อีกแล้ว”  

พอได้ยินที่ครูนพพูดแบบนั้นแล้ว มันก็ทำให้ผมได้แต่ต้องเข้าใจในเหตุผลของครูนพ ถ้าครูนพโดนข่มขืนจริงอย่างที่ผมคิด ผมก็รู้ดีว่าเรื่องนี้มันได้สร้างความเจ็บปวดให้กับจิตใจได้มากแค่ไหน และมันคงจะดีถ้าผมไม่ถามเรื่องนี้กับครูนพ 

“ผมขอโทษที่ทำให้ครูไม่สบายใจนะครับ” 

“ไม่เป็นไรหรอก ครูคิดว่าครูสบายใจขึ้นเยอะแล้วล่ะ” 

“ครับ...” 

“แล้ว...นอกจากเรื่องนี้หยกมีอะไรจะคุยกับครูอีกมั้ย?” 

ผมมองครูนพเล็กน้อยพร้อมกับนิ่งไปเมื่อได้ยินคำถามที่ครูนพถามผมขึ้น ผมควรจะพูดออกไปเลยดีไหมนะ? เรื่องของเหยี่ยวที่ผมต้องการคำตอบแต่ผมก็ไม่มั่นใจว่าสิ่งที่ผมคิด มันจะเป็นไปตามที่ผมตั้งสมมติฐานเอาไว้หรือเปล่า แต่ถ้าไม่ถามหรือพูดอะไรเลย ผมก็คงจะไม่มีทางรู้เรื่องของเหยี่ยวแน่นอน 

“ครูนพครับ ถ้าผมจะถามอะไรบางอย่างครูนพพอจะให้คำตอบกับผมได้มั้ยครับ?” 

“หยกจะถามอะไรครูเหรอ?” 

“คือว่า ‘เหนือสมุทร’ นี่...เขาเป็นน้องชายของครูนพใช่มั้ยครับ?” ทันใดนั้นผมก็เห็นว่าครูนพมีสีหน้าที่ดูตกใจมากเมื่อได้ยินคำถามของผม 

“หยก...เธอรู้จักชื่อนี้ได้ยังไง? หยกเห็นรูปใบนั้นของครูแล้วเหรอ แล้วรูปใบนั้นอยู่ไหนเหรอ ครูเองก็เกือบจะลืมไปเลยนะ” 

“นี่ครับครูนพ รูปถ่ายกับหนังสือที่ผมขอยืมจากครู” พูดจบผมหยิบรูปถ่ายใบสำคัญและหนังสือที่เคยยืมไปมาให้ครูนพ ดูครูนพจะดีใจมากที่ได้เห็นรูปถ่ายใบนั้น รูปถ่ายของครูนพกับเด็กหนุ่มผู้ชายคนนั้น 

“นี่เป็นรูปถ่ายที่มีความหมายต่อครูมากที่สุด ขอบคุณนะที่หยกเก็บรูปถ่ายใบนี้เอาไว้น่ะ” 

“ครับ” ผมเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะรวบรวมความกล้าเพื่อถามครูนพต่อไปอีกว่า... 

“ครูนพครับ ครูนพพอจะเล่าเรื่องของเหนือสมุทรคนนี้ให้ผมฟังได้มั้ยครับ ผมอยากรู้ว่าน้องชายของครูนพเป็นคนยังไง เผื่อบางที...” มาถึงตอนนี้ผมก็เกิดความลังเลขึ้นมาอีกครั้ง สิ่งที่ผมคิดมันจะเป็นอย่างที่ผมเคยตั้งสมมติฐานเอาไว้ไหมนะ เหยี่ยวคือเหนือสมุทร คือน้องชายของครูนพ ถ้าผมพูดเรื่องนี้ออกไปครูนพจะหาว่าผมบ้าหรือเปล่านะ 

“เผื่ออะไรอย่างนั้นเหรอหยก?” ผมมองหน้าครูนพเล็กน้อยพร้อมกับคิดอะไรบางอย่าง ถ้าไหนๆ มันมาถึงขั้นนี้แล้วผมก็มีแต่จะต้องเสี่ยงเท่านั้นแหละ 

“ครูนพครับ ถ้าผมบอกอะไรบางอย่างกับครูไป ครูนพสัญญากับผมได้มั้ยครับว่าครูนพจะไม่หาว่าผมบ้า” 

“หืม...นี่หยกกำลังพูดเรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอ?” 

“ถ้าผมบอกว่า ผมเจอเหนือสมุทรน้องชายของครูนพแล้ว แต่เขาไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาอีกต่อไป...ครูนพจะเชื่อผมมั้ย?” 

“ว...ว่ายังไงนะ?” 

 

ในอีกทางด้านหนึ่ง 

"อือ อา~!" 

ในบ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ห่างไกลผู้คน บ้านชั้นเดียวที่ใครคนหนึ่งใช้มันเป็นที่พักผ่อนและหาความสุขสมให้กับตนเองมานานแสนนาน เสียงครวญครางอย่างสุขสมและเสียงเนื้อหนังที่กระทบกันเป็นจังหวะ บ่งบอกได้ว่าฝ่ายผู้กระทำนั้นกำลังสุขสมและระคนไปด้วยความเครียดมากเพียงใด 

เซ็กส์...สิ่งแก้เครียดเพียงอย่างเดียวที่มังกรพอจะสรรหามาเพื่อสนองต่อความต้องการของตัวเองได้ แน่นอนว่าด้วยคนที่มีฐานะและรูปร่างหน้าตาดีอย่างเขา การจะหว่านเสน่ห์และใช้คำพูดที่แพรวพราวจนสามารถทำให้คนหนึ่งหลงคารม จนสามารถนำมาเป็นที่ระบายความใคร่ของตนได้สบาย โดยเฉพาะเวลาที่เคร่งเครียดแบบนี้ 

พวกพ้องตายไปสองและอีกหนึ่งหายสาบสูญ แม้ตอนแรกเขาจะคิดว่าเบ็นเพื่อนสนิทที่สุดของเขาได้ถูกฆ่าโดยคู่อริของตัวเบ็นเอง แต่ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับนุ้กแฟนสาวของเอกนั้น มันกลับทำให้เขาตะหนักได้แล้วว่า เป้าหมายของฆาตกรนั้นมันก็คือพวกเขานั่นเอง 

ไม่รู้ว่ามันเป็นฝีมือของใคร ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงต้องการเอาชีวิตของพวกเขานัก ถึงจะเคยตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะเป็นบรรดากลุ่มคู่อริของพวกเขาเองก็ตาม แต่จากสภาพศพของเบ็นกับนุ้กนั้น มันก็สยดสยองเกินกว่าจะเป็นฝีมือของคนธรรมดาได้เลย 

และนับตั้งแต่วันนั้น มังกรก็ได้ออกคำสั่งกำชับให้บรรดาพวกเพื่อนๆ ของตนให้ระวังตัวกันเป็นพิเศษ อย่างน้อยก็จนกว่าคนของเขาจะตามหาตัวฆาตกรที่ลงมือฆ่าพวกพ้องของเขาได้ และแน่นอนว่าถ้าเจอตัวมันเมื่อไหร่ล่ะก็ มังกรได้สาบานกับตัวเองแล้วว่า เขาจะทำให้มันเจ็บปวดและทรมานอย่างสาสมที่สุดแน่นอน 

"อา! เสียวจังเลยพี่มังกร..." 

แต่ตอนนี้เขาคงจะต้องหาความสุขจากแม่สาวน้อยคนนี้ก่อน เครียดๆ แบบนี้พอมีสาวสวยรุ่นน้องเสนอตัวมาให้ 'เอา!' ถึงที่ มีหรือที่คนอย่างเขาจะไม่สนอง ถึงรุ่นน้องสาวสวยคนนี้มันจะไม่ใช่คนที่เขาต้องการที่สุดในตอนนี้ก็ตาม แต่อย่างน้อยมันก็คงจะทำให้เขาหายเครียดไปได้บ้างแน่นอน 

"อา...เชี่ยหยก! แม่งโคตรเสียวเลยว่ะ"  

อาจเพราะอารมณ์และความรู้สึกที่มันติดใจเพียงแค่คนๆ เดียวนี้กระมัง ที่ทำให้มังกรเผลอครางชื่อของหยกออกมาอย่างลืมตัว แม้ตนจะเกลียดและชอบแกล้งคนๆ นี้สักเพียงใด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรือนร่างของมันช่างทำให้เขามีความสุขมากกว่าการที่ได้ลิ้มลองร่างของหญิงสาวคนนี้เสียอีก 

"อา~พี่มังกร...พี่มังกร" 

"อา! จะเสร็จแล้วๆ" 

"อ้า!" 

และแล้วกิจกรรมกิจกามการเข้าจังหวะรักที่สุขสมก็จบลง พร้อมกับส่วนล่างของมังกรที่กระตุกเป็นระยะ ถึงตอนนี้สิ่งที่เขาต้องการมันจะไม่ใช่เรือนร่างของหญิงสาวคนนี้ก็ตาม แต่ในเวลาที่มีคนมาเสนอตัวให้เอาถึงที่ก็นับว่าเท่านี้มันก็ทำให้เขาหายเครียดได้ดีเลยทีเดียว 

"หึ..." 

หลังจากที่ปลดปล่อยเอาทุกอย่างออกไปแล้ว มังกรก็ได้ให้สาวน้อยคนนั้นเข้าไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายที่ห้องน้ำของตน ส่วนหนุ่มคมเข้มนั้นก็ได้แต่นั่งเอาหลังพิงหัวเตียงของตนต่อ 

แม้จะพอใจที่มีหญิงสาวมาเสนอตัวให้ถึงที่ แต่มังกรก็ไม่ได้รู้สึกติดใจอะไรเท่ากับใครคนหนึ่งที่เขาเคยลิ้มลองเลย มังกรจึงได้หยิบเอาโทรศัพท์ของที่วางอยู่บนหัวเตียงขึ้นมาดู ก่อนที่จะเปิดดูคลิปวีดิโอของใครคนหนึ่งที่เขาได้อัดคลิปเอาไว้ 

‘อา! โคตรเสียวมากเลยว่ะ ไอ้หยกมึงทำได้โคตรเสียวมากเลยว่ะ’ 

ใช่...คนที่เขาต้องการในตอนนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น ‘หยก’ คนที่เขาทั้งเกลียดและติดใจที่สุดในตอนนี้นี่เอง 

เสียงร้องครวญครางและใบหน้าตอนที่มันกำลังใช้ปากดูดดุนส่วนที่แข็งขืนของเขานั้น มันก็แทบจะทำให้เขารู้สึกดีมากกว่าการที่ได้สอดใส่เข้าไปในร่างของหญิงสาวคนใดเสียอีก แม้คราแรกเขาจะบังคับขืนใจให้มันกลายเป็นลิ่วล้อของเขาก็ตาม แต่พอได้เห็นหน้าของมันทุกวันเข้า ไอ้ริมฝีปากสีชมพูบางอันอวบอิ่มนั้นมันก็ชวนให้เขาอยากจะเอาส่วนที่แข็งขืนของตนสอดแทรกเข้าไปเสียทุกที 

ทว่าในความคิดเหล่านั้น มังกรเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันคือความต้องการจริงๆ ที่เขาอยากได้จากมันหรือเปล่า ถึงเขาจะสรรหาเหตุผลมาต่างๆ นานาว่าที่เขาต้องการหยกนั้น มันก็เป็นเพียงความต้องการในเรือนร่างของมัน ต้องการที่จะใช้ร่างของมันเป็นที่ระบายความใคร่ของตนเท่านั้นเอง 

แต่ก็แปลกที่พอได้เห็นหน้าของมัน ได้แกล้งมันทุกวัน มันกลับทำให้เขารู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นหน้าและได้อยู่ใกล้ชิดมันทุกครั้งเลย เป็นความสุขที่หัวใจของเขามันไม่ได้สัมผัสมานาน นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับหัวใจของเขากันนะ หรือว่าสิ่งมันกำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้นั้น เป็นเพราะเขา...ชอบหยกอย่างนั้นหรือ? 

ไม่! เป็นไม่ได้ ไม่มีทางที่คนอย่างเขาจะชอบหยกแน่นอน เขาเกลียดมันอย่างกับอะไรดี เขาไม่มีวันที่จะพิศวาสหน้าของมันอย่างแน่นอน เพราะคนอย่างมังกร...ไม่มีทางที่จะชอบไอ้ลูกติดเมียน้อยของพ่อของเขาแน่นอน 

ปัง ปัง ปัง ปัง! 

“มังกร...มังกร!”  

แต่แล้วเสียงเคาะประตูบ้านที่ดังลั่น พร้อมกับเสียงเรียกชื่อของตนนั้นก็ทำให้คิ้วของมังกรขมวดเข้าหากัน ใครกันนะที่กล้ามาเคาะประตูบ้านของเขาเสียงดังลั่นแบบนี้ 

ปัง ปัง ปัง ปัง! 

“มังกร...”  

เสียงเคาะประตูและเสียงเรียกชื่อยังคงดังต่อเนื่อง นั่นทำให้มังกรต้องรีบแต่งตัวแล้วเดินไปส่องที่หน้าต่าง เพื่อดูว่าใครกันที่มาเคาะประตูส่งเสียงรบกวนเขาในตอนนี้ 

"ใครวะ?" เมื่อมังกรมองลอดผ่านหน้าต่าง เขาก็เห็นใบหน้าของบุคคลที่มาเคาะประตูห้องของตนซึ่งนั่นก็คือ... 

“ไอ้...ไอ้ขวัญ” 

พลันสองตาของมังกรก็ต้องลุกโพลงด้วยความตกใจ ไอ้ขวัญเพื่อนของเขามันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ไอ้ขวัญมันตายแล้ว เขาเห็นมากับตาว่ามันตายไปแล้ว ตายไปพร้อมกับไอ้ตกเพื่อนสนิทอีกคนของเขา มังกรยังจำได้ดีถึงสภาพศพที่สยดสยองของไอ้ขวัญได้เลย แล้วสิ่งที่เขาเห็นอยู่ในตอนนี้มันคืออะไรกัน ทำไมคนที่ตายไปแล้วอย่างไอ้ขวัญถึงมายืนเคาะประตูเรียกเขาได้ล่ะ 

"อ...ไอ้ขวัญ มึง...มึงมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงวะ"  

และคงเพราะด้วยความตกใจ แปลกใจ หรืออาจเพราะความสงสัย มันก็ทำให้มังกรรีบเปิดประตูออกไปเพื่อดูให้เห็นกับตาว่าสิ่งที่เขาเห็นตรงหน้ามันคือไอ้ขวัญเพื่อนของเขาจริงๆ แต่ทว่าบุคคลตรงหน้านั้นไม่ได้ตอบอะไรกลับนอกจากจะแสยะยิ้มออกมาเบาๆ แล้วก็... 

“เหี้ย! มึงทำอะไรของมึงวะ?” 

ทันใดนั้นบุคคลตรงหน้าก็ได้กระชากคอของมังกรออกนอกประตูไป พร้อมกับยกร่างของชายหนุ่มขึ้นจนเท้าไม่ติดพื้น มังกรพยายามดิ้นรนตะเกียกตะกายให้หลุดออกจากอุ้งมือของขวัญให้ได้ แต่ไม่ว่าเขาจะทำอย่างไรมังกรก็สู้แรงของขวัญไม่ได้เลย 

“อ...ไอ้ขวัญ! ม..มึงเป็นบ้าอะไร?”  

มังกรเอ่ยถามด้วยเสียงตะกุกตะกัก อาจเพราะตอนนี้หลอดลมของตนได้ถูกบีบแน่นจนไม่สามารถพูดและแทบจะหายใจไม่ออกเลย แต่แล้วมังกรก็ต้องตกใจเมื่อผิวหนังของบุคคลตรงหน้านั้นก็ได้หลุดลุ่ยออกไป แล้วกลายเป็นอะไรบางอย่างที่น่าขนลุกแทน 

ผิวหนังที่หลุดร่อนคล้ายกับคราบงูที่ลอกออก มันได้เปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงของบุคคลคนนี้ ใบหน้าของผู้เป็นสหายได้ลอกละลายกลายเป็นใบหน้าของสัตว์ร้ายกระหายเลือดในคราบมนุษย์แทน ไม่ว่ามันจะปีศาจหรืออะไรก็ตาม แต่ตอนนี้ดวงตาสีดำสนิทเต็มดวงนั้นก็ได้จ้องมองกับดวงตาของเขาแล้ว 

ดวงตาสีดำสนิทได้มองประสานจนความเย็นชาได้กรีดลึกเข้าไปในจิตใจ แม้หัวใจของมังกรจะเข้มแข็งสักเพียงใด แต่ความน่าสะพรึงกลัวก็ทำให้ผู้ชายแกสามศอกอย่างเขาต้องสั่นสะท้าน แม้ตอนนี้จะรู้สึกตัวได้แล้ว แต่นั่นมันก็สายเกินกว่าที่มังกรจะทำอะไรได้แล้วเช่นกัน 

"อา!" 

เจ้าสัตว์ร้ายได้เหวี่ยงร่างของมังกรลงพื้นก่อนจะกระโจนเข้าใส่ร่างของชายหนุ่มอีกครั้ง มันได้ฝังกรงเล็บที่แหลมคมราวกับนกเหยี่ยวของมันลงหัวไหล่ของมังกร จากนั้นมันก็อ้าปากกว้างแล้วขย้ำลงบนคอของมังกรเพื่อหมายจะปลิดชีวิตของเขา 

“หนอย!”  

แต่มังกรก็ไม่ได้ยอมให้มันทำตามใจแต่โดยดี ชายหนุ่มเองได้ดันร่างของมันเอาไว้ แต่ด้วยกรงเล็บที่มันได้ฝังลึกและเชือดเฉือนหัวไหล่ของเขานั้น มันก็ทำให้มังกรรู้สึกเจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม 

ชายหนุ่มพยายามกระเสือกกระสนเอาตัวรอดให้พ้นเงื้อมมือของไอ้สัตว์ร้ายตัวนี้ให้ได้ แต่ทว่าเรี่ยวแรงของมันกลับมีมากมาย จนแรงกายธรรมดาของมนุษย์ธรรมดาอย่างเขาก็ไม่อาจจะยับยั้งได้เลย แต่ดูเหมือนว่าวันนี้จะไม่ใช่วันตายของเขา... 

"กรี๊ด!" 

และแล้วโชคก็เข้าข้างมังกรเมื่ออยู่ๆ สาวน้อยที่มานอนกับเขาก็ออกมาจากห้องน้ำพอดี เสียงหวีดร้องของสาวน้อยนักเรียนได้ดึงความสนใจของสัตว์ร้ายตัวนั้นไว้ นั่นจึงทำให้มังกรได้จังหวะถีบมันออกจากร่างของตนทันที 

"ฮึ่ม!" 

เมื่อหลุดออกจากกรงเล็บของสัตว์ร้ายมาได้ มังกรก็คว้าเอาเก้าอี้ไม้ที่ตั้งอยู่ข้างเตียงขึ้นมาก่อนจะฟาดใส่ตัวมันไปอย่างแรง ทว่าเมื่อเก้าอี้ที่อยู่ในมือของตนได้กระทบเข้ากับร่างของมันแล้วนั้นก็ได้แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ แถมมันกลับเป็นการยั่วยุให้เจ้าตัวประหลาดรู้สึกโกรธขึ้นมาแทน 

พลั่ก! 

เมื่อเห็นว่าเหยื่อของมันได้ตอบโต้ เจ้าตัวประหลาดก็ได้กระโจนเข้าใส่ร่างของมังกรอีกครั้ง หมายจะฝังคมเขี้ยวลงบนคอของชายหนุ่มไว้ให้ได้ แต่ทว่ามังกรกลับจับคอของมันเอาไว้ได้ แล้วใช้เศษเก้าอี้ที่คล้ายกับลิ่มในมือจ้วงแทงเข้าไปที่ดวงตาของเจ้าตัวประหลาดนั้นแทน 

ฉึก! 

เมื่อเศษซากที่เหมือนกับลิ่มของเก้าอี้ไม้ได้ฝังเข้าสู่เบ้าตา เจ้าตัวประหลาดก็ได้แน่นิ่งลงไปพร้อมกับร่างกายที่ล้มลงอย่างเชื่องช้า มังกรจึงรีบผลักมันออกไปพร้อมกับหยาดเลือดสีแดงที่พุ่งทะลักออกมา 

“แฮก...แฮก!” 

เมื่อเห็นเจ้าตัวประหลาดเริ่มแน่นิ่ง มังกรและสาวน้อยคนนั้นเดินเข้าไปดูว่าไอ้ตังบ้านี่มันคือตัวอะไรกันแน่ 

ไอ้ตัวบ้านี่มันคือตัวอะไร ทำไมมันถึงได้เข้ามาเอาชีวิตของเขา ตัวประหลาด? สัตว์ร้ายกระหายเลือด? หรือเอเลี่ยนที่มีอยู่ในหนังวิทยาศาสตร์อย่างนั้นหรือ? แล้วทำไมมันถึงได้มาในรูปร่างของไอ้ขวัญเพื่อนของเขา หรือว่าไอ้ตัวบ้านี่มันจะเป็นคนที่ฆ่าไอ้ขวัญกับไอ้ตงกันแน่ 

"พ...พี่มังกร น...นี่มันตัวอะไรน่ะ?" 

"ไม่รู้" มังกรพูดก่อนจะดึงเอาลิ่มไม้ที่ทิ่มเบ้าตาของมันออกเพื่อดูหน้าของมันให้ชัดๆ แต่ทว่า... 

“กรร!” พลันเจ้าสัตว์ร้ายตัวนั้นก็ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับกระโจนเข้าใส่มังกร  

"กรี๊ดดด!"  

แต่มังกรกลับกระชากเอาสาวน้อยที่อยู่ด้านหลังเข้ามาบังร่างของตนเอาไว้แทน นั่นจึงทำให้สาวน้อยนักเรียนเคราะห์ร้ายคนนั้น เป็นผู้รับคมเขี้ยวของเจ้าตัวประหลาดตัวนั้นแทนเขา 

“อือ!” 

เมื่อเลือดเนื้อได้เข้าสู่โพรงปาก สัญชาตญาณนักล่าก็ทำให้ ‘เหยี่ยว’ ละทิ้งเป้าหมายจริงๆ ของตนไป เข้าได้เข้าไปขย้ำเนื้อหนังมังสาของเด็กสาวคนนั้นอย่างเอร็ดอร่อย เปิดโอกาสให้มังกรใช้จังหวะนี้หลบหนีไปโดยที่เหยี่ยวก็ไม่ได้สนใจเหยื่อที่แท้จริงของตน 

“ง่ำๆๆ” 

 

To be continue 

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••• 

นิยายเรื่องนี้ไม่มีการเม้น “ต่อ” นะครับ 

ความคิดเห็น