หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 42 เจ้าหนูหาทอง (4)

ชื่อตอน : ตอนที่ 42 เจ้าหนูหาทอง (4)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.8k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2562 15:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 42 เจ้าหนูหาทอง (4)
แบบอักษร

"นายท่าน ท่านมีทางลัดนะ ท่านมีทางลัด! แม้การเลี้ยงเจ้าหนูหาทองด้วยสมุนไพรธรรมดาจะยากก็จริง แต่ท่านมีสมุนไพรพลังฌาน! หากท่านให้สมุนไพรพลังฌานเป็นอาหาร มันจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว! " 

ปกติแล้วในแผ่นดินนี้ลูกหลานตระกูลสูงศักดิ์มักจะเลือกสัตว์วิญญาณอสูรสักหนึ่งหรือสองตัวมาเป็นสัตว์เลี้ยงคู่ใจ เมื่อก่อนไม่ใช่ว่าอวิ๋นลั่วเฟิงไม่สนใจเรื่องพรรค์นั้น แต่เพราะนางไม่สามารถฝึกพลังฌานได้แม้แต่น้อย แม้จะมีผู้ใดในตระกูลอวิ๋นฝึกสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นให้เชื่องมาแล้วก็ตาม แต่สักวันหนึ่งพวกมันต้องพยศแน่!  

หนูหาทองที่กำลังเพลิดเพลินกับการกิน ในที่สุดก็รับรู้ถึงสายตาของนางที่จ้องมองมายังร่างของมัน เช่นนั้นมันจึงค่อยๆ หันศีรษะมาทีละน้อย เพียงชั่วพริบตามันก็ได้พบกับดวงตาคู่หนึ่งที่กำลังฉายรอยยิ้มร้ายกาจ 

"จี๊ดดด! " 

เจ้าหนูหาทองร้องเสียงแหลม ขณะเดียวกันก็พุ่งไปยังประตูทางออก ทว่าก่อนมันจะทันได้หนีออกไปก็โดนจับได้โดยมือข้างหนึ่ง ก่อนจะย้ายตัวมันไปวางไว้บนมืออีกข้างหนึ่ง 

"จิ๊ดดด จิ๊ดดด จิ๊ดดด! " 

ในมือของอวิ๋นลั่วเฟิง หนูหาทองพยายามดิ้นรนและกัดลงบนนิ้วของนาง แต่การจู่โจมของมันกลับไม่ระคายผิวหนังของอวิ๋นลั่วเฟิงเลยแม้แต่น้อย ดวงตาอันทรงเสน่ห์ของนางจ้องมองมันพร้อมรอยยิ้มอ่อนจาง 

จนในที่สุดมันก็หมดหวังและหยุดดิ้น สีหน้าของเจ้าหนูตัวจ้อยเต็มไปด้วยความสลดหดหู่ มันจินตนาการถึงร่างกายของตัวเองในสภาพน่าอนาถและกลายเป็นอาหารอันโอชะ 

"เจ้าหนูน้อย เจ้าอยากมาเป็นผู้ติดตามข้าไหม"  

เมื่อเห็นว่าเจ้าหนูยอมแพ้เลิกดิ้นรนแล้ว อวิ๋นลั่วเฟิงจึงเอ่ยถาม  

ท่าทีของเจ้าหนูหาทองกลับมามีชีวิตชีวา มันกะพริบตาปริบๆ มองสตรีโฉมสะคราญผู้ประดับรอยยิ้มดุจปีศาจไว้บนใบหน้า 

นางหมายความว่าอย่างไร 

นี่มันไม่ต้องกลายเป็นอาหารอย่างนั้นหรือ 

"ข้ารู้ว่าเจ้าเข้าใจว่าข้าหมายถึงอะไร ติดตามข้าแล้วเจ้าจะได้มีสมุนไพรกินทุกวัน เจ้าคิดเห็นเช่นไร" 

หากคนทั่วไปได้ยินที่นางกล่าวว่าหากยอมติดตามนางแล้วพวกเขาจะได้มีสมุนไพรให้กินทุกวัน คงได้มีการลงไม้ลงมือกันเป็นแน่ 

แต่เจ้าหนูหาทองนั้นแตกต่างออกไป!  

หลังจากที่ได้ยินคำพูดของอวิ๋นลั่วเฟิง ดวงตาคู่นั้นก็เปล่งประกายวิบวับก่อนผงกหัวหงึกหงักแรงๆ แล้วร้องเสียงแหลมออกมา 

"ข้าจะตั้งชื่อให้เจ้า" อวิ๋นลั่วเฟิงหยอกล้อกับหนูหาทองในมือนาง ดวงตาคู่สวยเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "สีของขนเจ้าดูเหมือนน้ำนม เช่นนั้นนับจากนี้ไปข้าจะเรียกเจ้าว่าไหน่ฉา"  

"จิ๊ดดด! "  

หนูหาทองร้องรับเสียงแหลม ตราบใดที่มีสมุนไพรให้มันกินทุกวัน มันก็ไม่ใส่ใจว่านางจะตั้งชื่อให้มันว่าอย่างไร 

"นี่เป็นเพียงน้ำยาผสานฌานที่หลงเหลืออยู่ แล้วมันก็ไม่เป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มพูนความแข็งแกร่งของเจ้าเท่าใดนัก เร็ววันนี้ข้าจะไปหอโอสถเพื่อจะหาซื้อวัตถุดิบสมุนไพรมาให้เจ้า อย่างไรก็ดี..." อวิ๋นลั่วเฟิงเงียบไปครู่หนึ่ง "เมื่อจากนี้ไปเจ้าจะติดตามข้า จงจำไว้ว่าเจ้าห้ามกินสมุนไพรที่เก็บมาได้ อย่างเช่นเมื่อเจ้าเก็บสมุนไพรจากข้างนอกได้ เจ้าจะต้องนำมาให้ข้าเป็นอันดับแรก" 

หลังจากที่พูดจบ อวิ๋นลั่วเฟิงก็ซ่อนไหน่ฉาไว้ในแขนเสื้อและเดินออกจากห้องไป 

สี่วัน!  

นางฝึกฝนโดยสันโดษมาเป็นเวลาสี่วัน สี่วันนี้นอกจากอวิ๋นเซียวผู้คอยส่งข้าวส่งน้ำให้นางและท่านอาผู้ที่นางต้องคอยฝังเข็มรักษาขาของเขาแล้ว นางก็ไม่ออกไปพบเจอผู้ใดอีก 

"คุณหนู ในที่สุดท่านก็กลับมา" 

เมื่อสาวใช้ชิงเหยียนเห็นอวิ๋นลั่วเฟิงเดินลงมาจากภูเขาด้านหลัง นางก็รุดเข้ามารายงานอย่างรีบเร่ง "คุณหนู มู่เซินผู้นั้นมาอีกแล้ว" 

"มู่เซินรึ เขารวบรวมเงินสี่สิบห้าล้านตำลึงได้แล้วอย่างนั้นรึ " อวิ๋นลั่วเฟิงลูบคางเบาๆ ก่อนเอ่ย "ชิงเหยียน ตอนนี้ข้าจำต้องไปหอโอสถ เช่นนั้นให้เขาทิ้งเงินไว้ที่นี่ก่อน จากนั้นจงบอกไปว่าในวันพรุ่งนี้ให้เขามารอข้าที่โถงด้านหลัง 

ยามนี้สายมากแล้ว ดังนั้นนางจึงไม่มีเวลามาสนใจมู่เซิน 

ชิงเหยียนมึนงงอยู่ครู่หนึ่ง ไม่นานนางก็เห็นอวิ๋นลั่วเฟิงมุ่งหน้าไปยังประตูหลัง ดวงตากลมโตของนางเต็มไปด้วยความสับสน 

นับแต่คุณหนูปลิดชีพตนไม่สำเร็จก็ดูเหมือนนางจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ก่อนหน้านางมักเอาแต่ไล่ตามองค์รัชทายาทอยู่ทุกวี่วัน แต่ยามนี้กลับเอาแต่มุ่งหน้าไปที่หอโอสถแทน 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น