หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 41 เจ้าหนูหาทอง (3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 41 เจ้าหนูหาทอง (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2562 16:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 41 เจ้าหนูหาทอง (3)
แบบอักษร

“ข้าให้ตามหาคนเพียงแค่คนเดียว ล่วงเลยไปตั้งหลายวันหลายคืนแต่เจ้าก็ยังหานางไม่พบ แล้วเจ้าจะยังมีประโยชน์อันใดอีก!”  

ผู้เฒ่าหรงทุบหมัดลงบนโต๊ะอย่างโกรธเกรี้ยวจนโต๊ะตัวนั้นพังยับเยินเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนทำให้ทุกคนต่างหวาดกลัว 

พวกเขาต่างจินตนาการถึงพลังอันน่าสะพรึงของหมัดนั่นหากมันปะทะลงบนร่าง 

"ผู้เฒ่าหรง ข้ามีแผน" ท่ามกลางฝูงชน ชายอาภรณ์เทาก้าวออกมาด้านหน้า พร้อมคำนับอย่างนอบน้อมแล้วเอ่ยว่า "หนก่อนท่านหมอหัตถ์เทวดาได้ทิ้งคำตอบไว้ใต้คำถามพิษม่านหลัว นั่นพิสูจน์ได้ว่านางสนใจโรคภัยที่แปลกประหลาดและหายากเป็นอย่างยิ่ง เช่นนั้นแล้วหากเราติดปริศนาสุดหินไว้บนกำแพง เมื่อนางปรากฏตัวและแก้ปริศนานั้นพวกเราก็จะพบตัวนาง!" 

โทสะของผู้เฒ่าหรงลดลงไปกว่าครึ่ง แต่สีหน้ายังคงดูไม่ดีนัก 

"เช่นนั้นพวกเราจะทำตามที่เขาบอก ตอนนี้ข้าจะมอบปริศนามหาหินไว้ให้ข้อหนึ่ง จากนั้นจงนำไปติดไว้ใช้ล่อนางออกมา!" 

--- 

สี่วันต่อมา 

ภายในเรือนพักหลังเขาแห่งตระกูลอวิ๋น อวิ๋นลั่วเฟิงลืมตาขึ้นและรู้สึกถึงพลังฌานที่ไหลเวียนไปทั่วร่าง ริมฝีปากโค้งแย้มรอยยิ้มน่าหลงใหล 

"พลังฌานขั้นต่ำระดับกลาง" 

ภายในเวลาสี่วัน นางได้ก้าวจากพลังฌานขั้นต่ำระดับต้นเข้าสู่พลังฌานขั้นต่ำระดับกลาง หากพรสววรค์นี้ถูกล่วงรู้เข้าคงได้ตกตะลึงกันไปทั่วทั้งแผ่นดินหลงหยวน!  

“ด้วยน้ำยาผสานฌานขวดสุดท้ายนี้ ดูเหมือนว่าข้าจำต้องแบ่งสันปันส่วนใหม่ แต่ไม่เป็นไร ข้าจะลองไปที่หอโอสถดูว่าขวดสุดท้ายนี้จะขายได้สักเท่าไร หมอที่เก่งกาจย่อมผลาญเงินทองมากมาย หากจะหวังพึ่งเงินสี่สิบห้าล้านตำลึงที่มู่เซินติดค้างอยู่ก็ดูเหมือนจะไม่พอ” อวิ๋นลั่วเฟิงพึมพำกับตนเอง 

ขณะที่นางกำลังจะลุกขึ้นจากอ่างน้ำ ก็พบสัตว์ตัวจ้อยที่ยืนยื่นก้นจิ๋วๆ ก้มเลียน้ำอาบที่หกกระจายเต็มพื้นแม้แต่ตามมุมก็ยังไม่ให้เหลือ 

"เสี่ยวโม่ ทำไมเจ้าไม่บอกข้าว่ามีบางอย่างเข้ามา" อวิ๋นลั่วเฟิงเลิกคิ้วจ้องไปยังเจ้าตัวจิ๋วจอมตะกละ 

ไม่นานน้ำเสียงสำนึกผิดและคำเอ่ยแก้ตัวของเสี่ยวโม่ก็ดังขึ้นในใจนาง 

"นายท่าน นี่เป็นเพียงหนูหาทองจอมตะกละที่ถูกดึงดูดโดยน้ำยาผสานฌาน มันไม่มีพิษภัยต่อท่าน ดังนั้นข้าจึงไม่ได้รายงานท่าน" 

เสี่ยวโม่คงไม่บอกเจ้านายหรอกว่าเจ้าหนูตัวนี้พลังอ่อนแอมาก ดังนั้นเขาจึงมองไม่เห็นมัน 

"หนูหาทองชอบกินน้ำยาผสานฌานงั้นรึ" 

อวิ๋นลั่วเฟิงจ้องมองที่หนูหาทองตัวขาวราวหิมะ แววตาเป็นประกายวิบวับ 

"สิ่งที่หนูหาทองกินไม่ใช่น้ำยาผสานฌาน แต่สิ่งที่มันชอบกินคือสมุนไพรพลังฌานต่างหาก! ยิ่งไปกว่านั้นมันยังใช้สมุนไพรพลังฌานเพิ่มพูนความแข็งแกร่งของมันด้วย เพียงแต่หนูหาทองตัวนี้ไม่เคยกินสมุนไพรพลังฌานมาก่อนทำให้พลังของมันอ่อนแอมาก! นายท่าน ครานี้ท่านพบสิ่งล้ำค่าเข้าให้แล้ว!”  

น้ำเสียงของเสี่ยวโม่แฝงไปด้วยความตื่นเต้น "เจ้าหนูหาทองตัวนี้บริสุทธิ์นัก! หากท่านนำมันไปกับท่าน มันจะช่วยท่านเสาะหาสมุนไพรหายากได้! แต่แน่นอนว่าท่านต้องระมัดระวัง หนูหาทองเป็นสัตว์ตะกละตะกลาม หากท่านให้มันเสาะหาสมุนไพรพลังฌาน มันอาจจะกินจนหมด!”  

“ความสามารถเดียวที่เจ้าหนูหาทองทำได้คือเสาะหาสมุนไพรพลังฌานหายากอย่างนั้นหรือ”  

"ย่อมมิใช่ ความแข็งแกร่งของหนูหาทองเองก็สูงยิ่ง ฟันของมันสามารถกัดแทะได้กระทั่งกระบี่ที่แข็งแกร่งและทนทานที่สุดในโลก! กรงเล็บของมันสามารถขุดผ่านจวนแม่ทัพได้ภายในชั่วยาม! เพราะมันมีขนาดตัวที่เล็กและมีฟันอันแหลมคม แม้เป็นการต่อสู้กับเหล่าสัตว์ร้ายทั้งหลายดังเช่นพวกสุนัขจิ้งจอกหรือหมาป่า มันก็ยังมิใช่ฝ่ายเสียเปรียบ! ด้วยความสามารถเหล่านี้ท่านจึงควรเลี้ยงมันไว้”  

เสี่ยวโม่ยิ่งพูดยิ่งตื่นเต้น “แต่หากนายท่านต้องการเพิ่มพลังให้หนูหาทอง ท่านต้องใช้สมุนไพรพลังฌานกองเท่าภูเขาเพื่อเลี้ยงมัน! นี่จึงเป็นสาเหตุให้ในแผ่นดินนี้มีคนเพียงหยิบมือที่สามารถเลี้ยงหนูหาทองนี้ได้สำเร็จ และด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงเชื่อกันว่าหนูหาทองเติบโตช้าและอ่อนแอ”  

อวิ๋นลั่วเฟิงเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาอันน่าหลงใหลคู่นั้นจ้องไปยังเจ้าหนูหาทองเป็นประกาย 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น